<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนดีเดย์1กันยาปลดล็อคดาวน์  การ์ดยังต้องสูงป้องกันวิกฤติโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 1 กันยายน 2564 ถือเป็น &amp;quot;วันดีเดย์&amp;quot; ที่เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ควบคุมโรคระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้กลับมามีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาต้องหยุดชะงักกันไปนานพอสมควรซึ่งตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) แห่งสหประชาชาชาติ ข้อที่ 2 ที่ว่าด้วยการขจัดความหิวโหย (Zero Hunger) ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชน รัฐจึงได้มีการประกาศพ.ร.บ.ผ่อนผันการให้บริการของธุรกิจร้านอาหาร และการบริการในบางประเภท ให้สามารถเปิดบริการได้ตามข้อกำหนด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเพื่อให้เศรษฐกิจไทยได้เดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร. เภสัชกรหญิงเสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แสดงความห่วงใยถึงความพร้อมของนโยบายที่จะรองรับสถานการณ์วิกฤติ COVID-19 และเรียนรู้จากปัญหาของการจัดการการระบาดในระลอกที่ผ่านมา ซึ่งมีสถานการณ์ที่รุนแรง พบมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยสูงมากจนต้องปิดกิจการจำนวนมากเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราการตรวจเชื้อที่ต่ำ ทำให้ไม่รู้เท่าทันต่ออัตราการระบาดที่แท้จริงการทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอส่งผลให้การระบาดแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีแรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมายลักลอบผ่านชายแดนเข้ามาทำงานในไทยจำนวนมาก ทำให้เกิดเชื้อไวรัส COVID-19 กลายพันธุ์จากต่างแดนระบาดจนยากต่อการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำหนดนโยบายบนฐานของ &amp;quot;ความคิดเชิงระบบ&amp;quot; ที่ควรจะต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างรัดกุมในทุกด้านในการคลายล็อกกิจการ และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบทเรียนจากการระบาดรอบที่ผ่านมาทำให้ไทยจำเป็นต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างรอบด้าน เพื่อควบคุมการระบาดไม่ให้แพร่กระจายซ้ำรอยวิกฤติที่ผ่านมา ซึ่งวัคซีนชนิดที่เท่าทัน มีความจำเป็นต่อการป้องกันโรคCOVID-19 เนื่องจากการระบาดเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะที่กำลังการผลิตวัคซีนไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทันที การจัดหาวัคซีนจึงต้องมีการวางแผนไปข้างหน้า โดยคำนึงถึง &amp;quot;จำนวน&amp;quot; และ &amp;quot;ช่วงเวลา&amp;quot; ที่วัคซีนจะมาถึง &amp;quot;ชนิด&amp;quot; และ &amp;quot;ความหลากหลาย&amp;quot; ของวัคซีนที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันสูงต่อเชื้อกลายพันธุ์ รวมไปถึง &amp;quot;การคาดประมาณอัตราการระบาดเพิ่ม&amp;quot; ของเชื้อกลายพันธุ์แต่ละสายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการให้ประชาชนจำนวนมากได้เข้ารับการฉีดวัคซีนจนเกิด &amp;quot;ภูมิคุ้มกันหมู่&amp;quot; แล้ว จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรการของธุรกิจและกิจการต่างๆ ในการป้องกันการติดเชื้อที่เคร่งครัดทั้งในเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ และการรักษาระยะห่าง ฯลฯ นอกจากนี้ ควรให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วยว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนไม่ใช่ว่าจะมีภูมิคุ้มกันในทันที แต่จะต้องรักษาระยะห่างจนกว่าจะฉีดครบ 2 เข็ม และหลังจากนั้นประมาณอย่างน้อย 2 สัปดาห์ร่างกายจึงจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคได้ นอกจากนี้วัคซีนบางชนิดอาจยังไม่สามารถป้องกันครอบคลุมเชื้อไวรัสCOVID-19 กลายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาด ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร. เภสัชกรหญิงเสาวคนธ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายโดยเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์จากวิกฤติ COVID-19 ที่ผ่านมา จะทำให้ประชาชนได้ทั้ง &amp;quot;รู้เท่าทันโรค&amp;quot; และ &amp;quot;รู้เท่าทันโลก&amp;quot; โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รู้จักที่จะพึ่งพาและดูแลตัวเอง เพื่อให้ห่างไกลจาก COVID-19 ได้อย่างยั่งยืนนอกจากนี้ เราจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หากไม่มีการเตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115191</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มหาวิทยาลัยมหิดล, คลายล็อก, เสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612e26a3d00c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
