<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ตรังชี้เสาไฟฟ้าหงส์ทองส่อเค้าขาดอายุความ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.2564 - กรณีเทศบาลนครตรัง ได้มีการก่อสร้างประติมากรรมหงส์ทองเมื่อปี 2546 บนเกาะกลางถนนคู่ขนานยาวประมาณ 600 เมตร เข้าบ่อทิ้งขยะในช่วงนั้น โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 15.5 ล้านบาท โดยแยกไปก่อสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมมีรูปหงส์ทองที่ยอดเสา ราคาต้นละ 100,000 บาท จำนวน 30 ต้น รวม 3 ล้านบาท และพื้นที่บ่อน้ำพุร้อนเค็มควนสระ ในพื้นที่ ม.4 และ ม.6 บ้านควนสระ ต.สุโสะอ.ปะเหลียน จ.ตรัง โครงการติดตั้งโคมไฟส่องสว่างแบบพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซล่าเซลล์ของ อบต.สุโสะ เลขที่โครงการ 61117385134 งบประมาณ 494,000 บาท ติดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ยังมีอีก 3 โครงการ ที่ดำเนินการติดตั้งเสาไฟโซล่าเซลล์ในลักษณะเดียวกัน งบประมาณโดยรวมทั้งหมด 4 โครงการประมาณ 1.8 ล้านบาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราม วสุธนภิญโญ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.ตรังได้กล่าวว่า การดำเนินการกิจการของรัฐมันคือบริบทหน้าที่ เป็นการดำเนินการตอบสนองให้กับประชาชนของโครงการต่างๆ หรือการก่อสร้างมันเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐอยู่แล้ว &amp;nbsp;ในส่วยบริบทของ ป.ป.ช.จะดูการดำเนินการโครงการ ถ้าไม่ดำเนินการตามกฎหมาย หรือทุจริตว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ &amp;nbsp;พร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ภายใต้การทำงานบางอย่างการก่อสร้างแล้วไม่คุ้มค่ามันเป็นการตรวจสอบการใช้งบประมาณ ซึ่งบางทีเจ้าหน้าที่อาจจะไม่ได้ทุจริตก็ได้ &amp;nbsp;แต่อาจมีความบกพร่อง ไม่รอบคอบ ไม่ตรวจสอบความต้องการของประชาชนว่ามีความต้องการใช้ทรัพย์สินดังกล่าวหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งตนมองว่าเป็นหน้าที่ของสำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นหน่วยงานหลักที่จะต้องเข้าตรวจสอบ แต่ถ้าพบว่าเจ้าหน้าที่ทุจริต ป.ป.ช.สามารถเข้าตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนประติมากรรมที่แพงเกินจริงนั้น ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เลขาธิการ ป.ป.ช.ส่วนกลางได้ให้ ป.ป.ช.จังหวัดทุกพื้นที่ให้ความสำคัญลงไปตรวจสอบ กรณีที่มีราคาสูงกว่าความเป็นจริงสูงกว่าราคาตลาด เท่าที่ปรากฏข่าว มี 2 หน่วยงาน &amp;nbsp;คือ เทศบาลนครตรัง และ อบต.สุโส๊ะ &amp;nbsp;เบื้องต้นทาง ป.ป.ช.จังหวัดตรังได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว จะต้องดูว่ามีการดำเนินการแบบไม่ชอบมาพากล การดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนประติมากรรมเทศบาลนครตรังจากที่ได้รับข้อมูลมาเป็นการก่อสร้างปี 46 &amp;nbsp;ป.ป.ช.มีข้อจำกัดการตรวจสอบ หากมีเหตุเกิน 10 ปี ทาง ป.ป.ช.คงจะไม่หยิบยกขึ้นมา การเข้าถึงพยานหลักฐานมันยุ่งยาก &amp;nbsp;และกฎหมายเขียนไว้ว่าเรื่องไหนที่เกิน 10 ปี ป.ป.ช.ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ &amp;nbsp;เว้นแต่มีการปรากฏที่ชัดเจนและเกิดความเสียหายต้องอาศัยเหตุตรงนั้น &amp;nbsp;เบื้องต้นต้องเอาข้อมูลนั้นมาดูว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างนาน ถ้าไปดูอายุความทางอาญา มาตรา 157 อายุ 15 ปี &amp;nbsp;อายุความ 17-18 ปี มันน่าจะขาดไปแล้ว แต่ในส่วนอื่นๆ ต้องไปดู อย่างเช่นของเทศบาลนครตรังที่อยู่ๆ ทางเทศบาลนครตรังไปรื้อเสาไฟโดยไม่มีเหตุผลที่มากพอ โดยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ทรัพย์สินของทางราชการถ้าจะจำหน่ายถ่ายโอนต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบก่อนว่าทรัพย์สินนั้นมีความคุ้มค่าที่จะให้ประโยชน์ต่อหรือไม่ มีความจำเป็นที่ต้องจำหน่าย ถ้าข้อมูลอยู่ที่เทศบาลก็รื้อไปเลย ซึ่งมันมีความไม่ถูกต้องอยู่ ถ้าเทศบาลมองว่าทรัพย์สินเหล่านั้นมันไม่เกิดประโยชน์กับทางราชการแล้วปฏิบัติทำตามระเบียบจะดำเนินการรื้อถอนโดยไม่ตรวจสอบนั้นไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะเป็นงบประมาณของแผ่นดิน ทุกอย่างต้องมีการตรวจสอบว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ &amp;nbsp;ใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ เพื่อจำหน่าย ประมูลต่อเพื่อทำเงินส่วนที่มีมูลค่ากลับมาเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินได้ ซึ่งขณะนี้ทาง ป.ป.ช.ยังมีการดำเนินการติดตามต่อในเรื่องนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนทางด้านของ อบต.สุโส๊ะ &amp;nbsp;จากการติดตามจาก ส.ต.ง. พบว่าเข้าข่ายการจัดซื้อจัดจ้างแผงโซล่าเซลล์แพงเกินความเป็นจริง ทาง สตง.มีการเรียกเก็บเงินเกินไปบางส่วนแล้ว &amp;nbsp;ในส่วนของ ป.ป.ช.จะไปดูต่อในเรื่องกระบวนการกำหนดราคากลาง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบหรือมีเจตนาทุจริตหรือไม่ มีการตรวจสอบต่อไม่ได้นิ่งนอนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ถ้าจะตอบในเชิงปริมาณว่าคุ้มค่าหรือไม่คงตอบยาก มีโครงการลักษณะในพื้นที่จังหวัดตรังมาก แต่ถ้าให้ตนมองว่าให้การทำงานของ ป.ป.ช.นั้นมีความรวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น ประชาชนมีส่วนช่วย ป.ป.ช.ได้ &amp;nbsp;สามารถให้ข้อมูลเข้ามาได้ว่ามีโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ ที่ไหนบ้าง ว่ามีการก่อสร้างแล้วไม่เกิดความคุ้มค่าและความไม่ชอบมาพากลตามกระบวนการรับต่าง ๆ ทาง ป.ป.ช.ยินดีลงไปตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากประชาชนดีมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ป.ป.ช., อบต.สุโส๊ะ, เทศบาลนครตรัง, เสาไฟฟ้า, โซล่าเซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c96c5bb2586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. ตรวจสอบเสาไฟฟ้าหงส์ทองคำ ต้นละ 1 แสน หลังพบซุกใกล้บ่อขยะเทศบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ตรัง พร้อมชมรมตรังต้านโกง ลงพื้นที่ตรวจสอบเสาไฟปติมากรรมหงส์ทองคำ หลังจากมีการร้องเรียนทางเฟสบุ๊ก เสาไฟหงส์ทองหายไปไหน โดยแจ้งว่าหายไปช่วงจัดงานประกวดเรือพระ ปี 2563 ซึ่งมองว่าเป็นการเอาเสาไฟประติมากรรมออกเพื่อผลประโยชน์แก่ผู้รับเหมาขายสินค้างานประกวดเรือพระ ทั้งที่ราคาสร้างต้นละ 1 แสน นำไปซุกใกล้บ่อขยะเทศบาลนครตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.64- เมื่อเวลา 14.00 น.&amp;nbsp;ที่บริเวณสนามกีฬาทุ่งแจ้ง เทศบาลนครตรัง ถ.ตรัง-สิเกา ต.บางรัก อ.เมืองตรัง นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.ตรัง พร้อมด้วยกรรมการชมรมตรังต้านโกง ได้เข้าตรวจสอบเสาไฟฟ้าปติมากรรมหงส์ทองคำ เทศบาลนครตรัง ซึ่งได้มีการก่อสร้างเมื่อปี 2546 บนเกาะกลางถนนคู่ขนานยาวประมาณ 600 เมตร งบประมาณทั้งสิ้น 15.5 ล้านบาท โดยแยกไปก่อสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรม มีรูปหงส์ทองคำ ที่ยอดเสา ราคาต้นละ 100,000 บาท จำนวน 30 ต้น รวม 3 ล้านบาท ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อสมัยอดีตนายชาลี กางอิ่ม เป็นนายกเทศมนตรีสมัยนั้น ท่ามกลางการคัดค้านของชาวบ้าน เนื่องจากเห็นว่ามีราคาสูงเกินไป และในช่วงนั้นถนนที่สร้างปติมากรรมหงส์ทองคำ เทศบาลนครตรัง เป็นเพียงถนนเพื่อเข้าสู่บ่อทิ้งขยะของเทศบาลเท่านั้น ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆสมัยนั้น สองข้างถนนเป็นกองขยะตลอดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามที่มีชาวบ้านร้องเรียนทางเฟสบุ๊ก ได้เปิดเผยว่าเสาไฟฟ้าประติมากรรมหงส์ทองคำ ได้ถูกนำออกไปเมื่อช่วงมีงานจำหน่ายสินค้าประกวดเรือพระ ปี 2563 และเมื่อเสร็จสิ้นงานจำหน่ายสินค้าประกวดเรือพระ ก็ไม่มีการนำมาติดตั้งให้เหมือนเดิม เพื่อสร้างความสวยงาม และคุ้มค่ากับราคาที่สูงถึงต้นละ 100,000 บาท จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องนำเสาประติมากรรมหงส์ทองคำออกไปจากถนนสายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางเทศบาลนครตรัง ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ป.ป.ช.ตรัง นำโดยนายวัลลภ ช่วยบำรุง ปลัดเทศบาลนครตรัง เพื่อชี้แจงถึงการร้องเรียนเสาไฟฟ้าประติมากรรมหงส์ทองคำหายไฟไหน และการที่ ป.ป.ช.ตรัง ชมรมตรังต้านโกง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ถึงเหตุผลที่มีการรื้อถอนเสาไฟฟ้าว่าได้ใช้งานคุ้มค่า ประเมินราคาการก่อสร้าง รวมทั้งมีความจำเป็นในการใช้งบประมาณหรือไม่ ที่สำคัญ คือ ราคาการก่อสร้างแพงเกินความเป็นจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ปลัดเทศบาลนครตรัง ได้นำ ป.ป.ช.ตรัง และกรรมการตรังต้านโกง ดูสภาพของฐานติดตั้งเสาไฟฟ้าปติมากรรมหงส์ทองคำ เป็นถนนมีเกาะติดกลาง ติดกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดตรัง (สตง) แต่ไม่ได้การตรวจสอบด้วยในครั้งนี้ ซึ่งมีเพียงฐานเสาไฟฟ้ายังเหลือให้เห็น ส่วนเสาไฟฟ้าปติมากรรมหงส์ทองคำได้ถูกไปไปเก็บไว้ &amp;nbsp;พื้นที่กองช่างเทศบาลนครตรัง ใกล้บ่อขยะเทศบาลนครตรัง มีสภาพชำรุดแตกหัก มีการชี้แจงว่า รอจำหน่ายเป็นเศษเหล็กต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัลลภ ช่วยบำรุง ปลัดเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ในการถอดถอนเสาในปี 62 นั้น ที่ได้ถอดถอนเพราะชำรุดกลัวจะเป็นอันตรายต่อบุคคลทั่วไป หลังจากนี้ก็ต้องจำหน่ายตามระเบียบพัสดุ ซึ่งต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตั้งราคากลางจำหน่ายต้นเท่าไหร่ อย่างไร ตามระเบียบพัสดุ ในส่วนที่มีประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าการถอดถอนเสาเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับงานมหกรรมสินค้านั้น ในช่วงปี 62 ตอนมีตลาดสินค้ายังมีเสาอยู่ แต่หลังจากมีโควิดก็ไม่มีตลาดสินค้าแล้ว คงไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาจัดงาน ซึ่งการจัดซื้อจัดจ้างเป็นงบประมาณเหมารวมกับถนน งบ 15.5 ล้านบาท เมื่อปี 2546 ราคาต้นละ 1 แสนบาท ซึ่งจะมีการติดตั้งใหม่หรือไม่ต้องอยู่ที่นโยบายของผู้บริหารชุดใหม่ หากผู้บริหารชุดใหม่มองเห็นว่าถนนสายนี้มีความสวยงาม มีส่วนราชการเข้ามาก่อสร้างสำนักงาน ผู้บริหารก็คงพิจารณาจัดสร้างหรือไม่ในเรื่องของปติมากรรมไฟฟ้า ถ้าถามว่าได้ผลประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่นั้น ก็ถือว่าเป็นความสวยงามส่วนหนึ่งของจังหวัดตรัง เทศบาลนครตรังมีความสวยงาม เพราะการติดตั้งเสาไฟเป็นความสวยงามและเป็นประติมากรรมอย่างหนึ่ง เป็นความสวยงามที่เกิดขึ้นทางสิ่งแวดล้อม ภูมิศาสตร์ของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106356</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ปปช., เสาไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c734135620e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุซินลากูถล่มพังงา! ต้นไม้หักฟาดเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 63 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานจังหวัดพังงารายงานว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและลมพัดแรงตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทำให้เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ที่แหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา บริเวณถนนเพชรเกษม เส้นทางตะกั่วป่ามุ่งหน้าไปภูเก็ต ช่วงทางโค้งที่ กม.800 รอยต่ออำเภอตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง เกิดลมกระโชกแรงซัดต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มฟาดลงบนเสาไฟฟ้าแรงส่งขนาด 115 KV เป็นสายส่งของการไฟฟ้าภูมิภาค ซึ่งมีความสูงขนาด 22 เมตร จำนวน 3 ต้นและเสาไฟฟ้าขนาดเล็กขนาดกำลังส่ง 33 KV ความสูง 12 เมตร จำนวน 3 รวม 6 ต้น ล้มขวางถนนทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ทำการจราจรเป็นอัมพาตกว่า 2 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก กู้ภัยเขาหลัก เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคึกคักเข้าช่วยเหลือพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนทราบว่าไม่สามารถสัญจรได้จากเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน พร้อมกับให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้เส้นทางบ้านดอกแดง &amp;ndash; กะปง แทนเพื่อมุ่งหน้าไปภูเก็ตหรือพังงาได้ จากนั้นทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอตะกั่วป่า ได้เร่งส่งเจ้าหน้าที่พร้อมรถเครนมาเร่งเคลียร์เส้นทางเพื่อเปิดการจราจร โดยการตัดสายไฟและยกเสาไฟฟ้าที่หักโค่นออกจากผิวจราจร ใช้เวลากว่า&amp;nbsp; 2 ชั่วโมงในการเคลียร์เส้นทางก่อนจะเปิดให้รถสามารถสัญจรได้เป็นปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติภพ พฤกษนันต์ ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอตะกั่วป่ากล่าวว่า สาเหตุของการเกิดเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนเนื่องจากว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มฟาดลงบนเสาสายส่งไฟฟ้าแรงสูงล้มลงไป 3 ต้น และเสาขนาดเล็กอีก 3 ต้น รวมเสาไฟฟ้าล้มไปทั้งหมด 6 ต้น ส่วนการซ่อมแซม จะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินความเสียหายทั้งหมด คาดว่าจะใช้เวลาในการซ่อมแซมประมาณ 2 วัน ระหว่างนี้ก็จะมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าระบบสำรองจากสถานีจ่ายไฟตะกั่วป่าเข้ามาประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้อย่างแน่นอนระหว่างเจ้าหน้าที่ทำการซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางจังหวัดพังงา ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เนื่องจากลมตะวันตกกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ จังหวัดพังงา มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 นี้ ประชาชนในพื้นที่ ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ ข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังจากคลื่นลมแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซินลากู, ฝนตกหนัก, พังงา, เขาหลัก, เสาไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f2765e94fc8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนัน&#039;แจงเดินคารวะแผ่นดินเพื่อให้คนรู้จักพรรค ไม่ใช่ปล่อยนายทุนส่ง&#039;เสาไฟฟ้า&#039;สมัครส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61-นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โพสต์ข้อความผ่านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ชี้แจงว่า ที่ผมและทีมงานพรรครวมพลังประชาชาติไทยออกมา &amp;ldquo;เดินคารวะแผ่นดิน&amp;rdquo;ก็เพื่ออธิบายให้ทุกท่านเข้าใจ ถึงความสำคัญของการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองเปลี่ยนไปแล้วนะครับ การเมืองไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ให้อำนาจประชาชนมากจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือให้ทำไพรมารี่โหวต อธิบายให้ง่าย คือการให้สมาชิกพรรคการเมือง &amp;ldquo;ออกเสียงเลือก&amp;rdquo; ผู้ที่จะเป็นตัวแทนพื้นที่ตนเป็นตัวแทนเข้าไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ไม่ใช่ให้นายทุนพรรคการเมืองชี้สั่ง แล้วส่งใครก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยดูแล ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;เสาไฟฟ้า&amp;rdquo; มาเป็นตัวแทนเขตเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิทธิ์ของสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทยยังมีอีกมากครับ เพราะประชาชน คือเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, เดินคารวะแผ่นดิน, เสาไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181129/image_big_5bff5e293d8f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
