<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;บอกศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ &amp;ldquo;#อย่าให้เสียงดังชนะเสียงส่วนใหญ่&amp;rdquo; ระบุว่า ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะเราต้องเผชิญกับการบิดเบือนต่างๆ นาๆ จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ เช่น จับจองคำว่าประชาธิปไตย แต่จริงๆแล้วโคตรเผด็จการ, อ้างว่าถูกคุกคาม แต่รังควานคนอื่น, ทำผิดกฎหมาย ก็หาว่าใช้กฎหมายรังแก, จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตนเอง มาอ้างว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และหวังล้มล้างสถาบัน แต่บอกว่าจะปฏิรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราคนไทยทุกคน ต้องใช้สติ สมอง และพลังในการต่อสู้ ไม่ใช่แค่เพื่อรุ่นพวกเรา แต่เพื่อรุ่นลูกรุ่นหลานของเราด้วย เพราะถ้าปล่อยไว้ มองไม่ออกเลยว่า พวกเขาจะอยู่กันอย่างไร???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ 23 กันยายน เชิญชวนกันร่วมยื่นรายชื่อ 130,000 รายชื่อ คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นผู้สถาปนา เวลา 9.00 น. หน้าอาคารรัฐสภา #อย่าให้ความเลวชนะความถูกต้อง #คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78314</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, เฟซบุ๊ก, เสียงดัง, เสียงส่วนใหญ่, แกนนำกลุ่มไทยภักดี, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6a9756be561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าท่าสั่งคุมเข้มระดับเสียงเรือคลองแสนแสบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าท่า สั่งคุมเข้มระดับเสียงและความเร็วของเรือโดยสารในคลองแสนแสบ ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในระยะ เร่งด่วนเพื่อลดมลภาวะทางเสียงและของเร็วของเรือโดยสาร

​2 ส.ค.61-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) เปิดเผยว่า กรมฯได้ทำการตรวจสอบเข้มเรือโดยสารในคลองแสนแสบเป็นการปฏิบัติตามแผนในระยะเร่งด่วน เช่น 1.แนวทางลดระดับเสียงของเรือ โดยการนำระบบท่อพักไอเสียในรถยนต์ มาปรับใช้สำหรับเรือโดยสาร และนำระบบน้ำผ่านท่อไอเสียมาใช้ร่วมด้วย 2.การควบคุมความเร็วของเรือ โดยการควบคุมรอบของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับความเร็วที่กำหนดและควบคุมคันเร่งเรือให้สัมพันธ์กับรอบของเรือ

&amp;nbsp;3.การป้องกันมลภาวะทางเสียง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และความเร็ว โดยติดตั้งกล้อง CCTV อัจฉริยะตรวจจับความเร็วเพิ่มเติมในจุดเฝ้าระวังและพื้นที่ควบคุมพร้อมทั้งจัดทำป้ายกำหนดระดับเสียง และความเร็วของเรือ ประจำจุดที่เหมาะสมและ 4.การติดตามประเมินผล โดยการบูรณาการเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพเสียงจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมควบคุมมลพิษ และกรมอนามัย การตรวจสอบความพร้อมของเครื่องยนต์ การตรวจวัดควันดำ และระดับเสียง ทุกสัปดาห์ และจัดเจ้าหน้าที่ตรวจการณ์ประจำจุดเป้าหมายที่สำคัญ การติดตามเรือโดยกล้อง CCTV ของศูนย์ปลอดภัยทางน้ำกรมเจ้าท่าพร้อมติดตั้งกล้อง CCTV แบบ FIX เพิ่มเติม

สำหรับแผนปฏิบัติระยะยาว จะมีการศึกษาเรือต้นแบบที่ใช้นวัตกรรมที่ลดมลภาวะ ทางเสียงและควัน มาทดแทนเรือที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เช่น เรือโดยสารขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้ารวมถึงการจัดระบบการเดินเรือให้เหมาะสมและปลอดภัย อาทิ กำหนดระยะเวลาการเดินทางต้นทาง &amp;ndash; ปลายทาง / การให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแล บริหารท่าเรือโดยสาร เพื่อดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน / จัดทำมาตรฐานของเรือโดยสารและท่าเทียบเรือโดยสารและ&amp;nbsp; การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการควบคุม เช่น ระบบติดตามเรือ (AIS) และระบบสื่อสาร (วิทยุ VHF)
​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าจะจัดทำโครงการร่วมกับกระทรวงพลังงาน ในกาศึกษาเรือโดยสารต้นแบบที่เป็นนวัตกรรมรุ่นใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาให้บริการประชาชน ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14558</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, เสียงดัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6273610af7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับซ่าแว้นกวนเมือง!  ตำรวจอ่างทองกวาดเรียบรถแก๊งโจ๋261 คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจอ่างทางลุยยึดรถจักรยานยนต์ 261 คัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตัดแต่งท่อไอเสียเสียงดังสร้างความเดือดร้อนชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ก.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บริเวณตลาดร่วมเจริญ &amp;nbsp;ตำบลป่างิ้ว &amp;nbsp;อำเภอเมือง &amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรินทร์ &amp;nbsp;ทับพันบุบผา &amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร &amp;nbsp;ทั้ง 7 อำเภอ &amp;nbsp;ในจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;แถลงข่าวผลการระดมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ไว้ทำการตรวจสอบของตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเหตุคนร้ายนำรถจักรยานยนต์มาทำการก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;ซึ่งได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ไว้ทำการตรวจสอบทั้งสิ้น จำนวน 261 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.สุรินทร์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;สืบเนื่องจากตำรวจภูธรภาค 1 &amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการ ยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรม &amp;nbsp;ดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมทั้งหมดทุกประเภท &amp;nbsp;ซึ่งภารกิจที่ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;ได้ปฏิบัติเสริมขึ้นมาในเรื่องของตรวจยึดรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน &amp;nbsp;หรือติดแผ่นป้ายทะเบียนแต่ไม่มีหลักฐาน แสดงกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองรถ &amp;nbsp;โดยได้นำคำสั่งของ คสช. &amp;nbsp;มาดำเนินการควบคู่ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้มีการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 16 - 22 กรกฎาคม 2561 &amp;nbsp;รวม 7 วัน &amp;nbsp;จากผลการกวาดล้างสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 261 คัน &amp;nbsp;ซึ่งบางคันได้มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นรถที่อาจจะถูกโจรกรรมมาจากท้องที่อื่น &amp;nbsp;เพื่อนำมากระทำความผิดในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;ซึ่งบางส่วนทางเจ้าของรถได้นำหลักฐานมาแสดงอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;จึงได้คืนให้กับผู้ครอบครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรินทร์ &amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;นอกจากจะมีการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมแล้ว &amp;nbsp;การดำเนินการในส่วนของการจับกุม 10 ข้อหาหลักของจราจร &amp;nbsp;ได้มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;และอยากฝากให้พี่น้องประชาชนทราบว่าเวลาใช้รถในการเดินทาง &amp;nbsp;ให้พบคู่มือการจดทะเบียนรถติดตัวและแผ่นป้ายทะเบียนติดตั้งมาให้เรียบร้อย &amp;nbsp;เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด &amp;nbsp;เป็นการป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดอ่างทอง ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14087</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรยานยนต์, ตัดแต่งเสียงรถ, ท่อดัง, ผิดกฎหมาย, อ่างทอง, เด็กแว้น, เสียงดัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b581770cf685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
