<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;หวั่นก่อม็อบขัดแย้งหนักกว่าเดิมย้อนถามกว่าจะได้รธน.บอบช้ำเท่าไหร่เชื่อรัฐบาลอยู่ครบเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ธ.ค.62-ที่ร้านโกลเด้น เพลส นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563​ ว่า เรื่องเศรษฐกิจในปีหน้า​ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบทั้งภายในและนอกประเทศมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่เมื่อร่าง​ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านสภาฯ​ และใช้ได้ในช่วงต้นปี 63​ ก็จะเบาใจได้ ส่วนการที่ประเทศอังกฤษจะแยกตัวจากสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจมาถึงไทยด้วย ซึ่งเรามีรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจที่จะช่วยกันทำงาน​ ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่อย่าทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ทำให้ประเทศชาติชะงักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ​ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กังวลลัทธิชังชาติ จะเป็นชนวนขัดแย้งในอนาคตขึ้นอีกหรือไม่​ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า ประชาชนพบกับปัญหามามากแล้ว อยากให้แสดงความเห็นต่างและวิจารณ์ในภาควิชาการมากกว่า และไม่เห็นด้วยที่จะมารวมเป็นกลุ่มก้อนและก่อม็อบที่จะทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ เรามีประสบการณ์มาแล้ว และมีหลายคนถูกจองจำ​ ถามว่าได้ประโยชน์อะไร ขอว่าอะไรที่จะทำให้ขัดแย้งอย่าไปทำตาม​ ต้องคิดว่ากว่าจะได้รัฐธรรมนูญกลับคืนมาต้องต่อสู้และบอบช้ำกันเท่าไหร่​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำพรรคพลังประชารัฐ​ กล่าวถึงเสียงส.ส.ของรัฐบาลที่ยังปริ่มน้ำ​ ว่า​ อาจต้องพบปะพูดคุยกันมากขึ้นก่อนที่จะพิจารณาญัตติสำคัญ​ และเมื่อมีเสียงที่ปริ่มน้ำก็เป็นธรรมดาที่จะเห็นงูเห่าเกิดขึ้นมาได้ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็เคยเกิดขึ้น​ ยกตัวอย่างการเมืองในสหรัฐอเมริกาที่จะมีการถอดถอนประธานาธิบดี​ ซึ่งก็อาจจะมีงูเห่า​ เป็นเรื่องคณิตศาสตร์​ เพื่อนฝูงต่างพรรคก็อาจช่วยกัน​ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่เลย​ มีเกิดขึ้นมาตลอดในทุกรัฐบาลในอดีต​ ส่วนที่มีการขับไล่​ ส.ส.ออกจากพรรค​ อาจส่งผลให้เสียงของรัฐบาลที่ปริ่มน้ำอาจสมบูรณ์ขึ้นจากเดิม​พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเป็นรัฐบาลผสมนโยบายจะต้องมาแลกเปลี่ยนกัน ก็อาจทำนโยบายของแต่ละพรรคไม่ได้​ 100​ เปอร์เซ็นต์​ แต่หากทำเต็มที่แล้ว​ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจโดยประชาสัมพันธ์ผลงานที่ทำไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือปัญหาต่างๆ จะเป็นผลให้เกิดการปรับครม.ตามมาหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การปรับครม.ไม่น่าตกใจ​ เพราะเป็นไปตามสถานการณ์ และปรับเพื่อเติม​ในส่วนที่คิดว่าการทำงานยังไม่แน่น​ แต่ไม่รู้ว่านายกฯคิดอย่างไร​ ซึ่งในประเพณีปฏิบัติก่อนหรือหลังการอภิปราย​ ผู้บริหารสูงสุดจะมองเห็นถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของการทำงาน​ไปตามสถานการณ์​ แต่คงไม่ใช่สาเหตุ​ เพราะถูกอภิปราย​ หรือมีกิจกรรมการทางการเมืองอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่า​ รัฐบาลจะอยู่ครบ​ 4​ ปีหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสูตรตายตัวไม่ได้​ และมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะอยู่ครบเทอม และหากเลือกตั้งบ่อยก็อาจบอบช้ำไปด้วย จึงควรใช้เวลานี้ทำประโยชน์กับประชาชน​ ส่วนฝ่ายค้านก็ยังไม่อยากเลือกตั้งใหม่​ เพราะจะได้มีเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งผู้บริหารอาจจะอยากอยู่นานหรือไม่นานได้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนิด้าโพล​ สำรวจความเห็นประชาชนเรื่องนายกรัฐมนตรีในใจ​ พบว่า​ นายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่​ ​มีคะแนนเป็นอันดับ​ 1​ ส่วนพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ อันดับ​ 2​ ถือว่านายกฯอยู่ในช่วงขาลงหรือไม่​ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า​ ไม่หรอก​ เพราะโพลส่วนใหญ่ที่สำรวจในช่วงที่รัฐบาลบริหารงาน​ส่วนใหญ่นายกฯไม่ค่อยได้เป็นที่หนึ่ง​ และโพลก็อาจจะถามในกลุ่มเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง​ เช่น​ ไปทำในกลุ่มที่สนับสนุนนายธนาธร​ ก็อาจจะได้ความนิยมเยอะ​ แต่ถ้าเป็นโพลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ​ ถามทีละ​ 5-6 หมื่นคนจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง​ แต่ถ้าถามถึง​ 300-400​ คน​ แล้วมาชี้ว่าเป็นความคิดเห็นของคนทั้งประเทศไม่ได้​ เรื่องนี้คงไม่มีปัญหาอะไร​ และตนเคารพในสิทธิการทำโพลและคำวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53529</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อม็อบ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, ปรับครม., ลัทธิชังชาติ, เศรษฐกิจปี63, เสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191230/image_big_5e09882359bfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;ยันรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำหามพ.ร.บ.งบประมาณฯผ่านสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62- นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 17-18 &amp;nbsp;ต.ค.นี้ว่า เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แม้ว่าจะมีความเป็นห่วงกันถึงเสียงของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งในที่ประชุมครม.วานนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ได้อธิบายถึงข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแล้วว่ารัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถลงมติได้ ดังนั้นคิดว่าเสียงของรัฐบาลมีเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการห้ามส.ส.หรือรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศในช่วงที่จะพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณฯ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ความจริงถือเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องทำ ดังนั้นอย่ากังวลไปเลย มั่นใจว่าร่างพรบ.งบประมาณฯผ่านแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านสภา, พ.ร.บ.งบประมาณ 63, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5656c5b2e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หญิงหน่อย&#039;โวมีคลิปขบวนการดูดส.ส.พท.แต่สุดท้ายบอกยังไม่เปิดเผยตอนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62-ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว ส.ส.เพื่อไทย 20คน เตรียมย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลที่มาจากกลไกผิดปกติ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่ไม่มีเสถียรภาพ ต้องดิ้นรนทุกอย่างที่จะพยายามสืบทอดอำนาจต่อ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ตั้งแต่วันแรกที่เลือกตั้งจบก็มีความพยายามที่จะเพาะฟาร์มงูเห่า ทำมาหลายครั้ง พยายามใช้เงิน ข่มขู่เรื่องคดี วันนี้มีความพยายามเพาะฟาร์มงูเห่าต่อ โดยเสนออามิสสินจ้างถือเป็นความพยายามอยู่ทุกวี่ทุกวันของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้มาด้วยความพิกลพิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โชคดีที่คนของพรรคเพื่อไทยมีอุดมการณ์ ไม่ทรยศประชาชนและเล่าให้ฟังหมด พรรคมีโอกาสได้รวบรวมคลิปเสียง รวบรวมหลักฐาน ขออนุญาตยังไม่เปิดเผยรายละเอียดตอนนี้ โดยจะใช้หลักฐานเหล่านี้ดำเนินการ เพราะคนที่มาเสนอเงินให้ ส.ส.นั้นมีความผิด หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกจะมีส.ส.พร้อมจะช่วยดำเนินการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่มีจะสามารถเอาผิดได้หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราทำตามกฏหมาย ทำแบบคนไร้เส้นไม่มีเส้น แต่ทางคนที่มีอำนาจรอดทุกคดี ก็ไม่เป็นไร อะไรก็ตามที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย การกระทำของผู้มีอำนาจในรัฐบาลพยายามทำอยู่นั้น เป็นการกระทำที่ขาดซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม และทำลายระบอบประชาธิปไตยและระบอบการเมืองอีกทั้งเสียงผิดต่อกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีแนวทางป้องกันการอภิปรายงบประมาณฯที่อาจมีการใช้วิธีทาบทามหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในไม่สามารถบอกให้ทราบได้ เดี๋ยวจับเขาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่ในการอภิปรายจะไม่มีเสียงแตกของเพื่อไทยไปอยู่ฝั่งตรงข้าม คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เรามั่นใจว่าส.ส.เพื่อไทยไม่กล้าทรยศประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46416</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์   เกยุราพันธุ์, ดูดส.ส., พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, รัฐบาล, เสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d887084115c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมรัฐบาลเสียงหด!&#039;พิเชษฐ&#039;น้อยใจไม่ได้เก้าอี้ปธ.กมธ.ประกาศซบฝ่ายค้านแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 - นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เปิดเผยว่า ประชาธรรมไทยขอประกาศแยกตัว เพราะตนรู้สึกเบื่อแล้ว เมื่อรวมเป็นสัดส่วนพรรคเล็ก 10 พรรค ไม่เกิดประโยชน์ ไม่เป็นอิสระ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มอีกต่อไป จึงขอประสานกับเจ้าหน้าที่แยกห้องการทำงานออกเป็นพรรคเดียว เดิมทีตั้งใจจะร่วมกลุ่มกันเพื่อขอประธานกมธ.ให้นายมงคลกิตติ์ แต่ก็ไม่ได้ ซึ่งนายมงคลกิตติ์ก็รู้มาก่อนแล้วว่า จะมีการอ้างรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ตำแหน่งประธานกมธ.แก่พรรคเล็ก ส่วนตนจากนี้ก็คงจะไปหารือกับทางฝ่ายค้านเกี่ยวกับกมธ.อุตสาหกรรมที่ตนมีประสบการณ์ต่อไป

&amp;quot;ผมผิดหวังเหมือนกับการจัดตั้งรัฐบาล ที่ 10 พรรครวมกัน ควรได้รัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วยการ พอมาถึงการแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีตัวแทนจาก 10 พรรคเล็กก็ได้ไม่ครบ อีก มาเที่ยวนี้ประธานกมธ.ก็เหมือนเดิม ผมผิดหวังก็ขอแยก&amp;quot; หัวหน้าพรรคประชาธรรรมไทยกล่าว

&amp;nbsp;ทั้งนี้นายพิเชษฐ์เคยเป็นอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคความหวังใหม่ และอดีตรมว.อุตสาหกรรมสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ถือว่ามีประสบการณ์และเพื่อนพ้องจำนวนมากในแวดวงการเมือง ดังนั้น การประกาศแยกตัวจากความผิดหวังหลังการจัดสรรประธานกมธ.ทำให้เสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลจาก 250 เสียง เหลือ 249 เสียง ไม่นับพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง ที่เคยประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระก่อนหน้านี้เช่นกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45133</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคร่วมรัฐบาล, ยพิเชษฐ สถิรชวาล, เสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce23e46d562f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธรรมนัส’เคลียร์พรรคเล็ก แจกเก้าอี้เทกระโถนปลอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ชี้เข้าใจผิด ส.ส.รัฐบาลโหวตแพ้ฝ่ายค้าน โยนเสียงปริ่มน้ำเรื่องของฝ่ายบริหาร &amp;quot;ชินวรณ์&amp;quot; กระทุ้ง พปชร.เร่งจูน 5 พรรคเล็ก หวั่นกระทบลงมติ กม.สำคัญ &amp;quot;ผู้กองมนัส&amp;quot; การันตีเคลียร์ได้ 254เสียงอยู่ครบ &amp;quot;พิเชษฐ&amp;quot; แย้ม 10 พรรคได้โควตา ขรก.การเมือง-ปธ.กมธ. เลิกน้อยใจแล้ว ด้าน &amp;quot;ลูกบุญทรง&amp;quot; นั่งผู้ช่วยโฆษก รบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเกิดกรณีเสียง ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวต ส.ส.ฝ่ายค้านในสภา จากเหตุการณ์การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา วาระพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีทั้งสิ้น 192 ข้อ โดยข้อบังคับการประชุมข้อที่ 9 เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ จะต้องวางตนเป็นกลาง ซึ่ง กมธ.วิสามัญฯ เห็นควรให้เพิ่มข้อความ &amp;quot;ประธานสภาฯ เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่&amp;quot; ไว้ในข้อบังคับด้วย โดยสมาชิกฝ่ายค้านอภิปรายเห็นด้วย ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเห็นค้าน เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ผลปรากฏว่าผลการลงมติ ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นชอบกับที่ กมธ.แก้ไข ด้วยเสียง 205 ต่อ 204 งดออกเสียง 3 หรือหมายความว่าเสียงของฝ่ายรัฐบาลแพ้ฝ่ายค้านไป 1 คะแนนนั้น ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล ภายหลังนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะตัวแทน 5 พรรคเล็กประกาศทบทวนการร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีพรรคเล็กจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ส่งผลให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งอาจกระทบการทำงานในสภาว่า เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร จึงไม่ขอวิจารณ์ เพราะไม่ทราบดีเท่าฝ่ายบริหาร ดังนั้นจะกระทบกับงานในสภาหรือไม่ ถือเป็นเรื่องในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ซึ่ง ส.ส.รัฐบาลลงมติแพ้ในที่ประชุมสภานั้น เป็นความเข้าใจผิด เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการที่ชนะการลงมติไป 1 คะแนน ซึ่งรู้สึกแปลกใจเช่นกันว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ทั้งที่โดยปกติฝ่ายกรรมาธิการฯ จะชนะด้วยเสียงท่วมท้น แต่ตนไม่ได้ให้นับคะแนนใหม่ เพราะเห็นว่าเรื่องความเป็นกลางของประธานที่ไม่ได้บรรจุไว้นั้น ได้มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ต้องวางตัวเป็นกลาง หากไม่วางตัวเป็นกลางถือว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ทั้งนี้ ข้อบังคับที่ดีกับคนที่ปฏิบัติดีจะต้องสอดคล้องกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา ซึ่งตนเคยประสบมาแล้ว แต่โดยปกติ ประธานสภาฯ ส่วนใหญ่จะวางตัวเป็นกลาง เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่ต้องระวัง หากไม่ป้องกันไว้บ้างจะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลงมติแพ้ฝ่ายค้าน เป็นประเด็นที่วิปรัฐบาลต้องประสานงานและทำความเข้าใจในรายละเอียดแต่ละประเด็น รวมถึงร่างกฎหมายก่อนจะเข้าสู่การประชุมสภาให้ดีกว่านี้ ซึ่งการพิจารณาประเด็นต่างๆ รวมถึงร่างกฎหมายสำคัญ หากชนะหรือแพ้เพียง 1-2 เสียง เป็นสิ่งน่ากังวลสำหรับรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ และอาจมีปัญหาได้ในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสัปดาห์หน้า การประชุมวิปรัฐบาลต้องคุยเรื่องการบริหารจัดการ และข้อตกลงในการพิจารณาประเด็นและร่างกฎหมายที่จะเข้าสู่ที่ประชุมสภา ไม่ใช่คุยแค่ว่าจะให้รับหลักการเท่านั้น เพราะในบางประเด็นมีรายละเอียดที่ต้องลงมติเพื่อตัดสิน ดังนั้นสิ่งที่ผมเคยเสนอและเตรียมจะเสนออีกครั้ง คือ การพิจารณาแต่ละเรื่องต้องมีธงที่ชัดเจนว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาไปแล้วถึงสื่อสารกันภายหลัง หรือใช้การตัดสินใจในห้องประชุมสภา ต้องบริหารจัดการเสียงให้มีความเป็นเอกภาพ&amp;rdquo; นายชินวรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ 5 ส.ส.พรรคเล็กประกาศถอนตัวจากเป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และขอเป็นฝ่ายค้านอิสระนั้น ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่สอดแทรกเข้ามา ซึ่งพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือ พรรคพลังประชารัฐ ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เนื่องจากเสียงในสภาปริ่มน้ำมาก&amp;nbsp;
การันตี 254 เสียงอยู่ครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคอยู่ครบ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โหวตแพ้นั้นไม่ใช่วาระสำคัญ เหตุเพราะเมื่อวันที่ 8 ส.ค. การประชุมสภาเลิกค่ำ ส.ส.ต้องรีบกลับไปร่วมงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านในวันที่ 10 ส.ค. อีกทั้งขณะนี้คือสภาใหม่ บางครั้ง ส.ส.จะไปนั่งอยู่ห้องใดมุมใด สภากว้าง ทำให้กลับมาโหวตไม่ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอยืนยันว่าพรรคเล็กพรรคน้อยทั้งหมด 16 ชีวิตที่ผมรับผิดชอบอยู่ ผมแก้ปัญหาได้ ไม่มีใครแยกตัวไปเป็นฝ่ายค้านอิสระอย่างแน่นอน อีกทั้งเมื่อวานที่ผ่านมา (8 ส.ค.) ผมได้ไปร่วมงานกับท่านนายกรัฐมนตรี กลับมาก็เจอน้องมงคลกิตติ์แถลงข่าว ซึ่งเหตุที่แถลงข่าวนั้นเกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่เราไม่ได้เหลียวแลพรรคเล็กพรรคน้อยเลย ซึ่งในเรื่องนี้ผมไม่ปฎิเสธ เพราะเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วนั้น ยังคงต้องมีอะไรทำอีกเยอะมาก โดยเฉพาะกับการทำงานเพื่อประชาชน อีกทั้งพรรคได้มอบหมายให้ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลนั้นกำกับควบคุมดูแล ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ขอย้ำชัดๆ เรียนตรงๆ ว่า 254 อยู่ครบ มีแต่จะเพิ่มกับเพิ่ม ดังนั้นอย่างห่วงว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือเสียงปริ่มน้ำเด็ดขาด&amp;quot; ร.อ.ธรรมนัสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มั่นใจว่า ร.อ.ธรรมนัสสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน ขอให้ใจเย็นๆ วันนี้อยากให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันทำงานให้กับประชาชนดีกว่า ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคเล็กให้การสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ หากทุกพรรคเห็นแก่ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา โดยส่วนตัวแล้วรู้จักนายมงคลกิตติ์มานาน เป็นคนหนุ่มไฟแรง มีน้ำใจ สมัยก่อนเป็นคนน่ารัก ให้เกียรติคนอื่นเสมอ หากทำความเข้าใจ ทุกอย่างคงจะไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐนั้น ที่ผ่านมาทั้งคู่ให้ความสำคัญและให้เกียรติพรรคร่วมทุกพรรคมาโดยตลอด แต่การทำงานเป็นระบบของพรรคการเมืองที่มีคณะกรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายมงคลกิตติ์กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า แกนนำของพรรคพลังประชารัฐคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ ร.อ.ธรรมนัส ประสานแก้ปัญหาเรื่อง 5 พรรคเล็กจะออกจากรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ร.อ.ธรรมนัสโทร.มาหาตนเองหลังเลิกประชุมสภา ให้กลับมาพูดคุยกัน แต่ตนเองติดธุระจึงไม่ได้ร่วมประชุม ยืนยันใครจะได้ตำแหน่งก็ได้ไป พร้อมตรวจสอบรัฐบาลเหมือนเดิม แต่ไม่เรียกว่าฝ่ายค้านอิสระ แต่เป็น ส.ส.ฝ่ายประชาชน ลงมติแบบเอกเทศตามความเห็นตัวเอง นโยบายใดคิดว่าไม่ดีก็ท้วงติง หากท้วงติงและไม่แก้ไขก็จะดำเนินคดี
แจกเค้กเคลียร์พรรคเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พรรคเล็กที่จะออกจากการร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ทั้งนายสมศักดิ์และ ร.อ.ธรรมนัสมาพูดคุยและรับฟังปัญหาแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการประสานงานที่ผิดพลาด เป็นการส่งสัญญาณ ไม่ใช่การยื่นคำขาดออกจากรัฐบาล ยืนยันกลับมาร่วมกับรัฐบาลแล้ว ทั้งนี้ ได้รับทราบว่าทั้ง 10 พรรคจะได้รับโควตาในการขับเคลื่อนนโยบายของตัวเอง ทั้งประธานคณะกรรมาธิการและข้าราชการการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า พรรคพลังธรรมใหม่ไม่ได้ไปรวมกับ 5 พรรคเล็กที่จะถอนตัวออกจากรัฐบาล แต่ 10 พรรคร่วมนั้น เรายังเหมือนเดิม ไม่ได้ขัดแย้งกันหรือแบ่งกลุ่มกัน เพียงแต่ท่าทีที่แสดงออกต่อสถานการณ์อาจแตกต่างกัน สำหรับปัญหาที่จุดประเด็นไปสู่การถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลของ 5 พรรคเล็กนั้น เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่ม 10 พรรคร่วมรัฐบาลได้เสียสละมาโดยตลอด ตั้งแต่การประกาศตัวเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล เมื่อเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี กลุ่ม 10 พรรคร่วมรัฐบาลกลับไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีและรมช.เลยแม้แต่กระทรวงเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิบก็ควรจะได้มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งกรรมาธิการ ที่ปรึกษา เลขานุการ หรือแม้แต่ผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปตามที่มีการตกลงกันไว้ จนนำมาสู่การขอถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของ 5 พรรคเล็กที่ไม่ได้รับตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งพรรคพลังธรรมใหม่ ก็ไม่ได้ตำแหน่งดังกล่าวเช่นกัน แต่เราไม่มีท่าทีที่น้อยใจอะไรมาก ก็บอกว่าให้ใจเย็นๆ และแจ้งรัฐบาลให้แก้ปัญหา แต่ก็มีบางคนน้อยใจก็เลยเกิดปัญหาขึ้นมา&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าภายในวันนี้ปัญหาการขอแยกทางจากรัฐบาลของพรรคเล็กจะจบลงด้วยดี ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ปกติ แม้แก้วร้าวไปแล้วก็หลอมใหม่ได้ตามที่ ร.อ.ธรรมนัสบอก แต่ขอย้ำว่าพรรคพลังธรรมใหม่แม้เป็นร่วมรัฐบาล แต่พรรคยังยืนยันที่จะเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาล ถ้าหากพบว่านโยบายของรัฐบาลในกรณีใดส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชัน พรรคจะเสนอให้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง แต่หากยังไม่แก้ไข พรรคอาจจะสละสิทธิ์ไม่ยกมือสนับสนุนรัฐบาล เพราะเราถือว่าเราเป็น ส.ส.ของประชาชน หากรัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราก็พร้อมสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐจะไม่ส่งใครไปทำหน้าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสัดส่วนของพรรค แต่จะใช้วิธีตั้งผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาอีก 2 ตำแหน่งแทน คือ นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค บุตรชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และ น.ส.ทิพานันท์ ศิริชนะ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้องวางตัวเป็นกลาง, นายชวน หลีกภัย, รัฐบาลโหวตแพ้ฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์, เคลียร์พรรคเล็ก, เสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d75883d66b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ชี้เสียงปริ่มน้ำอยู่ได้4ปี แต่ระวังอย่าสร้างเงื่อนไข!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 - ที่บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.บางคนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จะทำให้เกิดเสียงปริ่มน้ำหรือไม่นั้น ว่า ส่วนตัวเห็นว่า ส.ส. ที่เป็นรัฐมนตรี เวลามีประชุมสภาฯ หากไม่ติดภารกิจ ก็ต้องมาประชุมสภาฯ ด้วย เพราะแม้เป็นรัฐมนตรีก็ถือได้ว่าเป็น ส.ส.ที่ต้องทำหน้าที่อยู่
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เสียงปริ่มน้ำจำเป็นต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะสมัยที่ผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ก็มีเสียงปริ่มน้ำเช่นกัน แต่สามารถทำงานผ่านมาได้จนเกือบครบ 4 ปี ขาดไปเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ที่สำคัญคือจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหา&amp;rdquo; นายชวน ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ด้านการเป็นรัฐมนตรีของ ส.ส. หากมีการโหวตมติอะไรก็ต้องมาทำหน้าที่และมีสิทธิ์โหวตได้ เพราะเป็น ส.ส.ที่นั่งในสภา ส่วนการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อและไปควบรัฐมนตรีต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรค ว่าจะพิจารณาเห็นควรให้ออกหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน, ประธานสภาฯ, รมต.ลาออกส.ส., รัฐบาลอยู่ครบเทอม, เสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1314c2a73d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
