<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นผ่านจุดพีกโควิด ‘บิ๊กตู่’ขอใช้สูตรสธ.ป้องกันขั้นสูงสุดหวังก.ย.คลายล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยยอดติดเชื้อรายใหม่ 20,515 ราย เสียชีวิตนิวไฮ 312 &amp;nbsp;ราย พบสายพันธุ์เดลตายังระบาดหนัก &amp;nbsp;ห่วงติดเชื้อในที่ทำงานสูงขึ้น แนะบริษัททำ &amp;quot;คอมพานีไอโซเลชัน&amp;quot; ลดแพร่กระจาย ขานรับสูตร &amp;quot;สธ.&amp;quot; ป้องกันโควิดแบบครอบจักรวาล &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; บอกล็อกดาวน์เริ่มเห็นสัญญาณป่วยโควิดชะลอตัว ลั่นถ้าคุมดีกว่านี้ยอดป่วย-ตายลดลงสิ้น ส.ค. ต้นเดือน ก.ย.ส่อผ่อนคลายทุกด้าน ขอ ปชช.ร่วมมือป้องกันโรคขั้นสูงสุด แย้มใน ครม.นายกฯ สั่ง &amp;quot;ศปก.สธ.&amp;quot; เร่งจัดซื้อ ATK ที่ผ่านการรับรอง &amp;quot;อย.-WHO&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,515 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 20,250 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,520 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,730 ราย และมาจากเรือนจำ 248 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 17 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 968,957 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ยังไม่รวมการตรวจแบบ ATK จำนวน 7,120 ราย เนื่องจากต้องรอผลยืนยันการตรวจ RT-PCR &amp;nbsp;หายป่วยเพิ่มเติม 22,682 ราย หายป่วยสะสม 753,119 ราย อยู่ระหว่างรักษา 207,553 ราย อาการหนัก 5,458 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,155 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 312 ราย เป็นตัวเลขสูงที่สุดเท่าที่เคยรายงานมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจเป็นผลมาจาก จ.ลพบุรีและชลบุรี เป็นการรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมของหลายวัน เพราะผู้เสียชีวิตบางรายมีการยืนยันผลหลังจากเสียชีวิต ทำให้การรายงานผลล่าช้า โดยจำนวนผู้เสียชีวิตวันนี้เป็นชาย 174 ราย หญิง 138 ราย พบใน กทม.มากสุด 78 ราย รองลงมาคือ สมุทรปราการ 25 ราย ผู้เสียชีวิตอายุมากสุด 102 ปี นอกจากนี้ พบเป็นการเสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย อยู่ที่ จ.ลพบุรี ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 8,285 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 209,377,555 ราย เสียชีวิตสะสม 4,394,676 ราย ไทยอยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 4,154 ราย, สมุทรสาคร 1,820 ราย, สมุทรปราการ 1,335 ราย, ชลบุรี 1,206 ราย, นนทบุรี 756 ราย, &amp;nbsp;นครราชสีมา 719 ราย, ฉะเชิงเทรา 632 ราย, ศรีสะเกษ 471 ราย, นครปฐม 468 ราย, พระนครศรีอยุธยา 437 ราย การพบเชื้อส่วนใหญ่ในประเทศเป็นสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดไปแล้วเกือบทุกจังหวัด ยกเว้น จ.สุพรรณบุรีเท่านั้นที่ยังไม่พบสายพันธุ์ดังกล่าว ถือเป็นทิศทางเดียวกับการแพร่ระบาดทั่วโลกที่เป็นสายพันธุ์เดลตา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้มีการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่ายังมีการติดเชื้อในสถานที่ทำงาน ทำให้ต้องเร่งค้นหาการติดเชื้อในชุมชน เพื่อลดอัตราการตายและการป่วยหนัก จึงมีแนวคิดทำคอมพานีไอโซเลชัน หรือแยกกักในสถานที่ทำงานที่มีความพร้อม หลักการจะเหมือนกับคอมมูนิตีไอโซเลชัน หรือศูนย์พักคอยในชุมชน แต่เปลี่ยนมาเป็นการจัดการจัดในบริษัท ในสถานที่ทำงาน ที่ต้องหาที่พักให้กับผู้ติดเชื้อ ที่สำคัญชุมชนโดยรอบต้องยอมรับ ซึ่งจะมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงคอยให้การสนับสนุน และขอให้บริษัทต่างๆ ที่มีความพร้อมเตรียมการไว้ตั้งแต่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค.หารือกันในวันนี้ถึงเรื่อง Universal Pervention for COVID-19 หรือเรียกว่า การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แบบครอบจักรวาล โดยสิ่งสำคัญเราจะต้องเข้าใจว่าตอนนี้รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในหลายกรณีเราไม่สามารถที่จะค้นหาว่าผู้ติดเชื้อได้รับเชื้อมาจากใคร จากไหน และพบว่าการแพร่กระจายเชื้อเป็นไปอย่างกว้างขวางทั้งในชุมชนและครอบครัว สธ.จึงเสนอแนวความคิด &amp;quot;การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แบบครอบจักรวาล&amp;quot; โดยประเด็นที่สำคัญเราจะต้องอยู่กับโรคโควิด-19 ให้ได้ เพราะโรคนี้จะอยู่กับประเทศไทยและโลกไปอีกระยะหนึ่ง เราจะต้องปรับสมดุลการดำรงชีวิตวิถีใหม่ให้อยู่ได้ โดย นพ.อุดม คชินทรเสนอแนวคิดไว้ว่า ขอให้เราทุกคนคิดเสมอว่าทุกคนที่อยู่รอบตัวเราไม่ว่าจะสนิทแค่ไหนอาจเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเขาอาจจะเป็นคนที่นำเชื้อมาแพร่ หรืออาจจะเรานี่เองที่เป็นผู้ติดเชื้อแล้วไปแพร่ให้กับเขาได้ &amp;nbsp;
ขอป้องกันโรคขั้นสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลักการปฏิบัติคือพยายามออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นเท่านั้น จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะลดความรุนแรงลง รักษาสุขอนามัยส่วนตัว การเว้นระยะห่างจากคนอื่น 1-2 เมตร ในทุกสถานที่ สวมหน้ากากอนามัยแล้วทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดจุดสัมผัสจุดเสี่ยง และถ้าเป็นผู้มีอายุเกิน 60 ปี มีกลุ่มโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคก็จะต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสที่จะได้รับการสัมผัสเป็นผู้ติดเชื้อและมีความรุนแรง การอยู่ร่วมกันในสถานที่ทำงาน สถานประกอบการ ในครอบครัว ในหอพัก ขอให้มีการแยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่สามารถนั่งรวมกลุ่มรับประทานอาหารในที่ทำงานไปอีกระยะหนึ่ง&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการรายงานผู้เสียชีวิตในวันนี้จะพบว่าไม่มีรายใดที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ชี้ให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันการเสียชีวิตและป่วยหนัก ดังนั้นจึงอยากจะให้ประชาชนทุกคนเข้ารับวัคซีน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ตอนหนึ่งระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศไทย หลังจากเริ่มมาตรการล็อกดาวน์มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม แม้ว่าจะมียอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอยู่มากกว่า 20,000 คน แต่เริ่มจะเห็นสัญญาณของการชะลอตัว และมีสัญญาณของผู้ป่วยที่หายดีมากกว่าผู้ติดเชื้อรายวัน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือตัวเลขของผู้เสียชีวิต ที่แม้ว่าเราจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของทั่วโลก แต่ก็ยังมีบางวันที่ยังขึ้นสูงอยู่ และเราทุกคนไม่อยากให้มีใครเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางกระทรวงสาธารณสุขได้วิเคราะห์ว่า หากเราสามารถที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการล็อกดาวน์ได้มากกว่านี้ ก็จะสามารถลดยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตได้มากขึ้น ที่ประชุม ศบค. จึงมีมติให้ขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการออกไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ซึ่งหากเราสามารถควบคุมการล็อกดาวน์ได้ดีขึ้นกว่านี้ อาจจะสามารถผ่านจุดสูงสุดของยอดการติดเชื้อได้ภายในสิ้นเดือนนี้ และเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องได้ในต้นเดือนกันยายน ซึ่งจะทำให้เราสามารถปรับมาตรการการควบคุมและผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมบางอย่างได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ระบุว่า การที่เราจะสามารถลดยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตได้นั้น ต้องมาจากความพยายามและร่วมมือของพวกเราทุกคน เนื่องจากการระบาดครั้งนี้มาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมาก ทำให้มีการประมาณการว่าอาจจะมีผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ รวมไปถึงผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วด้วย และเกิดการติดเชื้อในบ้านต่อคนในครอบครัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวในบ้านต้องเสียชีวิต ดังนั้นคณะแพทย์ที่ปรึกษา ศบค.จึงลงความเห็นว่า ในช่วงเวลานี้ ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ต้องยกระดับการป้องกันตัวเอง ด้วยหลักการที่เรียกว่า Universal Prevention หรือการป้องกันโรคขั้นสูงสุด ที่ครอบคลุมทุกคน ในการดำเนินชีวิตทุกเรื่องที่อาจเกิดความเสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรับรู้ความเจ็บปวดของทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องปิดกิจการหรือผู้ที่ต้องสูญเสียรายได้จากมาตรการต่างๆ ของรัฐ หรือแม้แต่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากโรคร้ายนี้ ผมเจ็บปวดและเศร้าใจทุกครั้งที่ได้อ่านข่าวผู้เสียชีวิตจากโควิด และเป็นสิ่งเตือนใจผมตลอดเวลาว่าจะต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ ในการพยายามหาหนทางทุกๆ ทางที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงให้มากที่สุด วิกฤติครั้งนี้หนักหนาสาหัสอย่างที่โลกไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการระบาดในระลอกนี้ ทำให้แผนการที่เราวางไว้บางอย่างอาจยังไม่บรรลุเป้าหมาย หรือต้องปรับเปลี่ยนแผน แต่ผมขอให้พวกเราทุกคนอดทน ช่วยกันประคองสถานการณ์ในระลอกนี้ให้ผ่านไปให้ได้ก่อน รักษาสุขภาพ ดูแลป้องกันตัวเองและคนรอบข้างไม่ให้ติดเชื้อ เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเทศชาติ และเพื่อท่านและครอบครัวของท่านเอง&amp;quot; นายกฯ ระบุ
สั่งเร่งหาชุดตรวจ ATK
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม ครม.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้มีข้อสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศปก.สธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาในการดำเนินงานโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การเร่งรัดการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาฉีดโดยเร็วที่สุด 2.การค้นหาผู้เสี่ยงติดเชื้อเชิงรุกและนำผู้ป่วยทุกคนเข้าระบบการรักษา รวมถึงให้ผู้ป่วยติดเชื้อเข้าถึงยาโดยเร็วที่สุด โดยให้จัดระบบการส่งยาให้ถึงบ้านผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุด ด้วยการระดมเจ้าหน้าที่ในการจัดส่งยารักษาโรคโควิด-19 โดยอาจจัดหาด้วยวิธีการจ้างงาน ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเดินทางเพื่อการรักษาพยาบาลในช่วงเวลาที่มีประกาศห้ามออกนอกเคหสถานได้ 3.การจัดหาสถานที่กักตัวให้เพียงพอ รวมถึงสถานกักตัวสำหรับแรงงานในโรงงานต่างๆ ให้เพียงพอทุกพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 4.การหาช่องทางส่งยารักษาโรคโควิด-19 ให้ผู้ป่วยที่อยู่ใน HI และ CI ได้รับโดยเร็วที่สุด และใช้ระบบการแพทย์ทางไกล โดยเฉพาะคนไข้ที่อยู่ในระบบ HI หากได้สื่อสารทางโทรศัพท์กับแพทย์/พยาบาล จะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น 5.การติดตามการวิจัยสูตรยาต่างๆ ของไทย และการเร่งดำเนินการให้ผู้ป่วยสีเหลืองและสีเขียวเข้าถึงยาได้กว้างขวางที่สุด 6.การเร่งดำเนินการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิดแบบแอนติเจน (ATK) ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีจำหน่ายในไทย มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมทั้งต้องมีความแม่นยำในการตรวจ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที และพร้อมจัดส่งให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด และ 7.การจัดหาอาหารและสิ่งจำเป็นให้ผู้ป่วยติดเชื้อและประชาชนที่ด้อยโอกาส รวมถึงการดูแลสภาพจิตใจของทั้งผู้ป่วยและผู้สูญเสียคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัด สธ.และผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม กล่าวว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเตรียมแผนขยายพื้นที่เปิดหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ (ทับทิม) เพิ่มอีก 32 เตียง ดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจไฮโฟลว์ หลังจากที่ได้ตั้งหอผู้ป่วยวิกฤติ (โกเมน) ระบบความดันลบ 17 เตียง เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤติต้องใช้ท่อช่วยหายใจ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ดูแลรักษาผู้ป่วยวิกฤติและกึ่งวิกฤติอย่างใกล้ชิด โดยมอบกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเร่งดำเนินการปรับปรุงสถานที่ โดยใช้พื้นที่ว่างด้านนอกหอผู้ป่วยเดิม ติดตั้งห้องความดันลบ ระบบไฟฟ้าและก๊าซทางการแพทย์ พร้อมนำอุปกรณ์การแพทย์ตามมาตรฐานเข้าโดยจะแล้วเสร็จภายใน 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนกรณีโรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกมีการตั้งจุดบริการคัดกรองโควิด-19 ในพื้นที่สาธารณะ จนประชาชนโดยรอบเกิดความกังวลว่าจะเกิดการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกิดคลัสเตอร์โควิด-19 จากจุดบริการของคลินิก ดังนั้นเพื่อป้องกันการสัมผัสกับผู้ป่วย ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการคุมเข้มมาตรฐานบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 มีการจัดตั้งจุดให้ถูกต้อง ปลอดภัย ห้ามปะปนกับจุดให้บริการอื่นๆ ของคลินิกหรือพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเท้าด้านหน้าคลินิกโดยเด็ดขาด หาก &amp;nbsp;สบส.ตรวจพบคลินิกแห่งใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน ก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113794</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอกล็อกดาวน์เริ่มเห็นสัญญาณป่วยโควิดชะลอตัว, ผู้ช่วยโฆษก, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ยอดติดเชื้อรายใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิตนิวไฮ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายนิวไฮ57ราย สธ.รับเอาไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โควิดหนักติดเชื้อรายใหม่อีก 5,533 ราย เสียชีวิตเป็นนิวไฮ 57 ราย &amp;quot;กทม.&amp;quot; ยังแตะเกือบ 2 พันต่อวัน &amp;quot;นครปฐม-สระแก้ว&amp;quot; เจอคลัสเตอร์ใหม่ &amp;quot;รองปลัด สธ.&amp;quot; บอกสถานการณ์วิกฤติหนักจริง รับเสียงสั่นเครือ &amp;quot;วันนี้เอาไม่อยู่จริงๆ&amp;quot; ระดมอายุรแพทย์จบใหม่เสริมอีก 144 คน &amp;quot;อายุรแพทย์&amp;quot; ลั่นยินดีปฏิบัติหน้าที่ แต่ขอฉีดวัคซีนคุณภาพเข็ม 3 ให้คนด่านหน้า &amp;quot;ปากน้ำ-สงขลา-ปัตตานี&amp;quot; โควิดแพร่เชื้อไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ก.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,533 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,477 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 3,788 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,689 ราย จากเรือนจำ และที่ต้องขัง 44 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 264,834 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 3,223 ราย หายป่วยสะสม 210,702 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 52,052 ราย อาการหนัก 1,971 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 566 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 57 ราย ถือเป็นนิวไฮ เป็นชาย 30 ราย หญิง 27 ราย อยู่ใน กทม. 34 ราย สมุทรปราการ 9 ราย ปทุมธานี 3 ราย นครปฐม นครนายก จังหวัดละ 2 ราย เชียงราย ชัยภูมิ สงขลา นครศรีธรรมราช นราธิวาส สมุทรสาคร สุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 2,080 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 1,960 ราย สมุทรปราการ 435 ราย ปทุมธานี 321 ราย สมุทรสาคร 298 ราย สงขลา 272 ราย ชลบุรี 261 ราย นครปฐม 231 ราย นนทบุรี 224 ราย ปัตตานี 180 ราย ยะลา 136 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ที่โรงงานไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม พบผู้ติดเชื้อ 104 ราย วิทยาลัยเทคนิค อ.วังน้ำเย็น จ. สระแก้ว พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย ขณะที่ข้อมูลลักษณะทางระบาดวิทยาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ปัจจุบัน พบประวัติผู้เดินทางมาจากพื้นเสี่ยงคือ กทม.และปริมณฑล กระจายไป 32 จังหวัด อาทิ เชียงราย เชียงใหม่ อ่างทอง สุพรรณบุรี ศรีสะเกษ ยโสธร ภูเก็ต ดังนั้นจึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจังหวัดต่างๆ ขอให้กักตัวเอง ส่วนจังหวัดเจ้าของพื้นที่ขอให้ติดตามผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง และกรณีมีผู้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากใครมีอาการปอดอักเสบขอให้ตรวจเชื้อโควิดทุกคน พร้อมกับขอให้ผู้ป่วยอย่าปกปิดข้อมูล ถือเป็นการช่วยกันในการรักษาระบบสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางไปหารือร่วมกับ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เพื่อวางแผนการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 พร้อมลงพื้นที่ตรวจโรงพยาบาลพลังแผ่นดิน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเปิดขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มอาการสีแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า พื้นที่ กทม.ยังมีการติดเชื้อโควิดจำนวนมาก โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 1,000 รายต่อวัน ทำให้สถานการณ์เตียงรักษาผู้ป่วยค่อนข้างตึงตัว ทั้งเตียงดูแลผู้ป่วยอาการสีเขียว สีเหลือง และสีแดง สธ.ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ไขปัญหาเรื่องเตียงในเขตพื้นที่ กทม. โดยจะมีการเปิดฮอสพิเทลเพื่อรองรับผู้ป่วยอาการสีเขียวเพิ่มขึ้น และเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลให้ดูแลผู้ป่วยอาการสีเหลืองและสีแดงมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดเตียงรองรับผู้ป่วยอาการสีเหลืองในโรงพยาบาลบุษราคัมเพิ่มอีกประมาณ 2,000 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะจะเพิ่มเตียงไอซียูในโรงพยาบาลพลังแผ่นดิน จำนวน 24 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการสีแดง สธ.สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เป็นต้น มาร่วมปฏิบัติงาน ซึ่งวันที่ 1 ก.ค.จะมีการอบรมอายุรแพทย์จบใหม่ 4 สาขา ได้แก่ อายุรแพทย์ อายุรแพทย์โรคปอด อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ และเวชบําบัดวิกฤติ ที่จบการศึกษาวันที่ 30 มิ.ย.2564 เพื่อส่งไปช่วยดูแลผู้ป่วยโควิดในพื้นที่ กทม. นอกจากนี้ยังได้วางแผนการทำงานร่วมกันในการรับส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลบุษราคัมและโรงพยาบาลพลังแผ่นดิน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยในระยะต่อไป&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
สธ.รับวิกฤติหนักจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัด สธ.และ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัด สธ. ประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานของอายุรแพทย์และแพทย์เวชบำบัดวิกฤติสนับสนุนภารกิจ รพ.สนาม โดยมีอายุรแพทย์ 4 สาขาจบใหม่ จำนวน 144 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุระกล่าวว่า ขณะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ สถานการณ์วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดครึ่งหมื่น เสียชีวิตครึ่งร้อย เตียงไอซียูไม่พอ ไม่สามารถรับคนไข้สีแดงไปนอนได้ ต้องขยายเตียงไอซียู ซึ่งจะมีการเปิดเพิ่มที่ รพ.ธรรมศาสตร์ รพ.รามาธิบดี รพ.วชิรพยาบาล และ รพ.พลังแผ่นดิน และต้องการบุคลากรแพทย์ พยาบาล มาปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยใน กทม.และปริมณฑล&amp;nbsp; สธ.จึงจัดแพทย์และพยาบาลไอซียูมาสนับสนุน โดยได้หารือกับแพทยสภาและโรงเรียนแพทย์ที่ฝึกแพทย์ 4 สาขาดังกล่าว ที่เป็นสายหลักในการทำงานห้องไอซียูได้ จึงเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 สาขาที่เพิ่งจบมาอบรม ชี้แจงว่าต้องส่งไปทำงานในจุดที่มีการระบาดของคนไข้มากขึ้น ซึ่งแพทย์เหล่านี้ไม่ใช่แพทย์เพิ่งจบใหม่ แต่จบมาหลายปีแล้วมาเรียนต่อ 3-5 ปีตามหลักสูตร เพื่อดูแลคนไข้ที่ซับซ้อนมากกว่าปกติ เมื่อจบแล้วก็เป็นแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และผ่านการดูแลคนไข้โควิดกันมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุระกล่าวว่า แพทย์ที่อยู่ในสังกัดของเขตสุขภาพที่ 4, 5, 6 และ 12 จะกลับไปพื้นที่ตนเอง เนื่องจาก 4 เขตดังกล่าวมีการติดเชื้อจำนวนมาก ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 4 คือ นนทบุรี ปทุมธานี เขตสุขภาพที่ 5 นครปฐม สมุทรสาคร เขตสุขภาพที่ 6 ชลบุรี สมุทรปราการ เขตสุขภาพที่ 12 คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ส่วนแพทย์ที่มาจากเขตสุขภาพอื่นที่เหลือ 69 คนจะส่งตัวไปปฏิบัติงานยังห้องไอซียู 4 แห่งที่จะเปิดเพิ่มขึ้น และถ้าเหลือจากนี้จะส่งไปช่วย รพ.บุษราคัมเพิ่มเติม ทั้งนี้ จะให้ปฏิบัติภารกิจประมาณ 1 เดือน คือเดือน ก.ค.ก่อน และประเมินสถานการณ์ว่าจะต้องอยู่ช่วยปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่ ถ้าดีขึ้นก็ส่งกลับไปปฏิบัติหน้าที่ฐานที่เดิมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้วันสำคัญที่สุดวันหนึ่ง เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การทำงาน สธ.ต้องขอแรงความร่วมมือแพทย์ทั้ง 4 สาขาช่วยปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน ถือเป็นการรวมพลอัศวินเสื้อกาวน์มือดีของกระทรวงมาช่วยปฏิบัติงาน ซึ่งวันนี้ในการประชุมก็ได้มีการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะเราไม่อยากบังคับให้ทำงาน อยากให้ทำด้วยความสมัครใจ และเห็นปัญหาร่วมกับเราว่าตอนนี้อยู่ในภาวะวิกฤติ ถ้าเราไม่ช่วยเหลือคนไข้ การระบาดก็จะกลับไปต่างจังหวัด ถ้าเราคุม กทม.ไม่ได้&amp;rdquo; นพ.สุระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัด สธ.กล่าวว่า สำหรับการส่งมาปฏิบัติงานนั้น ได้ออกเป็นหนังสือส่งตัวไปปฏิบัติราชการที่ รพ.พระนั่งเกล้า เพื่อไม่ให้แพทย์ต้องเสียสิทธิ์รับค่าตอบแทนต่างๆ โดยสามารถเบิกค่าตอบแทนและ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก จาก รพ.พระนั่งเกล้า ซึ่งจะมีการจัดระบบมาดูแล ส่วนค่าเวรจะรับจากหน่วยงานปลายทางที่ไปปฏิบัติ ซึ่งจะต้องได้มากกว่าหรือเท่ากับที่ สธ.ให้ โดยการปฏิบัติงานจะขึ้นเวรเป็นผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมงต่อวัน และสัปดาห์หนึ่งมีการพัก 2 วัน แต่ขึ้นกับพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมีความจำเป็นอาจขอให้ช่วยขึ้นผลัดนอกเวลาราชการ หากสถานการณ์คนไข้มีมาก และหน่วยที่ตั้งเดิมไม่สามารถจัดคนมาได้ อาจต้องขอร้องกัน ส่วนพยาบาลไอซียูจะดูตามความต้องการของเตียงว่าต้องการพยาบาลไอซียูเท่าไร และจะมีการระดมจาก รพ.ทุกจังหวัด โดยเขตสุขภาพจะรวบรวมและจัดส่งมา เพื่อจัดสรรลงไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนการดูแลบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มนี้ เรามีการจัดฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนประกันก็มีการทำให้ และอาจจะดูเพิ่มเติมว่ามีใครที่ยังไม่มีประกันก็จะช่วยดำเนินการ&amp;quot; รองปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ธงชัยเสริมด้วยเสียงสั่นเครือปนสะอื้นเล็กน้อยตอนหนึ่งว่า ต้องขอโทษและขอบคุณแพทย์ที่มาช่วยกันวันนี้ ต้องเรียนว่า กทม.และปริมณฑลสีแดงวิกฤติจริงๆ มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน ซึ่งประเทศไทยคงไม่อยากเหมือนยุโรปเมื่อปีที่แล้วที่ไม่มีการขยายเตียง ให้ผู้ป่วยไปนอนที่บ้าน แต่วันนี้ประเทศไทยไม่ใช่อย่างนั้น ขอให้ทำงานยึดตามพระบิดาฝากดูแลคนไข้ให้ดีที่สุด
หมอขอวัคซีนเข็ม 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ หลายคนคิดว่าทำไมต้องเป็นตัวเอง แต่ต้องขอความร่วมมือจริงๆ ซึ่งทางคณบดีแพทย์ต่างๆ ก็เห็นว่าคุ้นเคยกับการเรียนที่ กทม. และเป็นมือดีที่สุด ซึ่งปีนี้ยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ที่เราคุมยาก กระจายไปทั่วหมด วันนี้เอาไม่อยู่จริงๆ เลยต้องเกณฑ์พวกเรา ต้องขอบคุณจริงๆ และพร้อมขอโทษด้วย&amp;rdquo; นพ.ธงชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัด สธ.กล่าวว่า ก่อนหน้าเราระดมอาสาสมัครไปทำ รพ.บุษราคัมดูแลผู้ป่วยสีเหลืองขนาด 2 พันเตียง จะขยาย 1.5 พันเตียง เป็น 3.5 พันเตียง ถือเป็นประวัติศาสตร์ของพวกเรา ชั่วชีวิตนี้เราไม่เคยผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ตอนนี้กำลังผ่านสงครามโรคที่ทั่วโลกกำลังสู้อยู่ ใครก็หลุดพ้นไม่ได้ ทุกคนกำลังต่อสู้กันหมด น้องๆ เป็นกำลังสำคัญ ทั้งต่างจังหวัดและ กทม.ก็คือคนไทย เชื้อชาติไหนก็อยู่ในแผ่นดินไทยเช่นกัน ไม่ดูแลก็ไม่รอดเช่นกัน ทุกคนในแผ่นดินไทยต้องรอดหมด ทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้ ถือเป็นครั้งแรกที่ระดมทำกันอย่างนี้ ถ้าไม่ทำคงเจอคนนอนตายที่บ้านและไม่มีที่ไป ประเทศไทยไม่ควรเป็นเช่นนั้น ที่จะต้องเลือกว่าใครจะอยู่ใครจะไป ไม่อยากเห็นภาพนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.คมชาญ อุตมวาทิน อายุรแพทย์ทั่วไป รพ.อ่างทอง หนึ่งในแพทย์ที่ต้องใช้ทุนและได้รับภารกิจให้มาช่วยเหลือ กล่าวว่า แพทย์ทุกคนยินดีปฏิบัติ เพราะเคยปฏิบัติหน้าที่และเข้าใจสถานการณ์ ยอมรับว่าภาระงานครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้ง และยังมีคนไข้อื่นที่ไม่ได้เป็นโควิดที่ต้องรับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดเร่งจัดหาวัคซีนเข็ม 3 ที่มีประสิทธิภาพมาฉีดให้กับแพทย์ที่ปฏิบัติงานด่านหน้าโดยเร็ว แม้จะได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว แต่แพทย์พยาบาลส่วนใหญ่ก็ยังมีการติดเชื้อ การปฏิบัติหน้าที่ทำให้แพทย์ พยาบาลทุกคนไม่กล้าไปเจอคนในครอบครัว เพราะกลัวว่าจะเป็นการนำเชื้อไปสู่ครอบครัว ทำให้หลังปฏิบัติหน้าที่แม้จะได้หยุดพักก็ไม่ได้กลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ต้นสังกัดพิจารณาตามข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องของทั้งราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยที่จะเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะวัคซีนทุกวันนี้มีประสิทธิภาพลดป่วยรุนแรงและเสียชีวิต แต่อยากให้ครอบคลุมถึงการป้องกัน&amp;quot; หนึ่งในอายุรแพทย์ที่เข้าปฏิบัติงานครั้งนี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดรายวันยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวันนี้พบรายใหม่ 435 ราย เสียชีวิต 9 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยใหม่ 19 ราย นอกจากนี้ที่โรงพยาบาลท่าศาลา ได้ทำคลอดหญิงท้องแก่อายุ 36 ปี ติดเชื้อโควิด โดย พญ.ปาระณีย์&amp;nbsp; พัฒนไทยานนท์ สูตินรีแพทย์ รพ.ท่าศาลาและทีมงานได้ทำคลอดสำเร็จปลอดภัยทั้งแม่และลูกในที่สุด เป็นทารกเพศหญิง น้ำหนัก 2,770 กรัม ลูกไม่พบการติดเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา ตรวจเชิงรุกพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 272 ราย เสียชีวิต 1 ราย มาจากกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี ยอดผู้ติดเชื้อยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 180 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 คน และมีกลุ่มเสี่ยงรอผลตรวจอีก 2,000 กว่าคน เนื่องจากคลัสเตอร์ใหม่เป็นโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจำกัด พบพนักงานติดเชื้อหลายราย ทำให้พนักงานอีก 1,000 กว่าคนต้องกักตัวและรอตรวจหาเชื้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108341</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., สถานการณ์วิกฤติหนัก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิตนิวไฮ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7965067a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิวไฮดับ41ราย! คลัสเตอร์คุกพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ติดเชื้อใหม่ 2,455 ราย เสียชีวิตนิวไฮ 41 ราย สถานการณ์โลกโดยรวมลด แต่ไทยยังคงตัว พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนต่อเนื่องจากกลุ่มเดิม มีโอกาสพุ่งสูงขึ้นหากค้นหาเชิงรุกมากขึ้น และยังพบผู้ติดเชื้อผ่านชายแดนอย่างต่อเนื่อง จับตาคลัสเตอร์ใหม่ดอนสัก-สะพานเหล็ก อัตราดับ กทม.แซงหน้าค่าเฉลี่ยประเทศ จ่อเปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อผู้พิการ 1 มิ.ย.โมเดลระดับภูมิภาค นายกฯ หนุนการใช้ &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo; รักษาอาการผู้ติดเชื้อโควิดควบคู่กับยาฟาวิพิราเวียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 26 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์&amp;nbsp; วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,455 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,960 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,210 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 750 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 479 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; 137,894 ราย หายป่วยสะสม 91,765 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 2,571 ราย อยู่ระหว่างรักษา 45,256 ราย อาการหนัก 1,210 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 402 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 41 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขนิวไฮ เป็นชาย 25 ราย หญิง 16 ราย อยู่ใน กทม. 16 ราย, สมุทรปราการ 7 ราย, นนทบุรี 3 ราย, ชลบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย, สิงห์บุรี สุโขทัย อุดรธานี นราธิวาส เลย สกลนคร นครสวรรค์ ปราจีนบุรี ตรัง นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร จังหวัดละ 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน&amp;nbsp; ไขมันในเลือดสูง ไตเรื้อรัง โรคหัวใจ ปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อจากคนในครอบครัว เดินทางไปในพื้นที่ระบาด รวมถึงไปในที่คนหนาแน่น โต๊ะสนุกเกอร์ สนามวัวชน จึงขอเน้นย้ำในบางจังหวัดที่อนุญาตให้สถานที่เหล่านี้เปิดได้แล้วว่ามีความเสี่ยง เพราะมีผู้เสียชีวิตจากตรงนี้แล้ว และจากข้อมูลพบว่าระยะเวลาทราบผลถึงวันเสียชีวิตยาวนานสูงสุด 69 วัน ทำให้เห็นว่าระยะเวลาการรักษานานขึ้น อาจเพราะความสามารถในการยื้อชีวิตหรือเป็นเพราะเชื้อโรค แต่ถึงอย่างไรเราจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 873 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิษณุกล่าวว่า สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 168,514,195 ราย เสียชีวิตสะสม 3,499,434 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติทาง เป็นชาวเมียนมา ตนขอตำหนิ โดยขณะนี้บุคคลดังกล่าวถูกกักตัวอยู่ที่&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ขอแก้ไขข้อมูลรายงานผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากอินเดียเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ระบุว่ามี 1&amp;nbsp; รายเป็นนักการทูตจากอินเดียนั้น ขอแก้ไขข้อมูลว่าผู้ที่เดินทางจากอินเดียทั้ง 3 รายของวันที่ 25 พ.ค.เป็นคนไทยทั้งหมด ไม่เกี่ยวข้องกับนักการทูตใดๆ จึงต้องขออภัย สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 26 พ.ค. ได้แก่ กทม. 975 ราย, เพชรบุรี 259 ราย, นนทบุรี 122 ราย, สมุทรปราการ 100 ราย และปทุมธานี 61 ราย ขณะที่จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 16 จังหวัด ซึ่งหลายวันที่ผ่านมามีจำนวนมากกว่านี้ แสดงให้เห็นว่าแม้พื้นที่ที่ไม่มีการระบาดก็ยังระบาดเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นขอให้ทุกคนดูแลสุขอนามัยส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกภาพรวมลดลง ขณะที่ประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง แนวโน้มคงตัว ทั้ง กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนต่อเนื่องจากกลุ่มเดิม และมีโอกาสจะพุ่งสูงขึ้นหากเราค้นหาเชิงรุกมากขึ้น รวมถึงยังพบผู้ติดเชื้อผ่านชายแดนของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่ติดกับ 3&amp;nbsp; ประเทศ คือ กัมพูชา มาเลเซีย เมียนมา ที่ต้องให้ความสำคัญสูงมาก&amp;rdquo;
คลัสเตอร์ใหม่หลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้มีการสรุปการระบาดที่พบในจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นที่เป็นคลัสเตอร์ใหม่ คือพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ซึ่งเป็นโรงงานอาหารแช่แข็ง พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย และคลัสเตอร์สะพานเหล็ก กทม. มีผู้ติดเชื้อ 12 ราย ขณะที่คลัสเตอร์อื่นๆ ที่ต้องจับตาคือ ชุมชนในตากใบ จ.นราธิวาส ที่มีบางรายเป็นเชื้อสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ส่วนสถานการณ์ใน กทม.กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อยังทแยงสูงขึ้น&amp;nbsp; ที่สำคัญคือผู้เสียชีวิตวันที่ 26 พ.ค.มีถึง 16 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย.-26 พ.ค. 365 ราย หรือคิดเป็น 1% ของผู้ติดเชื้อสะสมในพื้นที่ กทม.ที่มี 36,542 ราย สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลางของผู้เสียชีวิตของประเทศที่มีเพียง 0.71% อย่างไรก็ตาม ลักษณะคลัสเตอร์ของ กทม. มีแนวโน้มยังพุ่งขึ้น และขณะนี้ กทม.พบการระบาด 38&amp;nbsp; คลัสเตอร์ และมี 5 คลัสเตอร์ใหม่ คือ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งบนถนนลาดพร้าว โรงงานเย็บผ้าเขตยานนาวา ตลาดแห่งหนึ่งเขตหนองจอก เคหะแห่งหนึ่งแขวงคลองจั่น และแคมป์ก่อสร้างแห่งหนึ่งเขตสวนหลวง ส่วนคลัสเตอร์ที่ควบคุมได้แล้วก็ยังต้องระมัดระวัง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อสงสัยถึงผู้เสียชีวิตรายหนึ่งที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ และมีการนำศพมาเผาทันทีที่วัดแห่งหนึ่งในเทศบาลเมืองศรีสะเกษ โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสวมชุด PPE ป้องกันการติดเชื้ออย่างรัดกุม ขณะที่มีการรายงานว่าชายผู้เสียชีวิตดังกล่าวเสียชีวิตด้วยอาการโรคปอดติดเชื้อจากแบคทีเรีย เป็นการจงใจปกปิดข้อมูลเพื่อให้ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากโควิดต่ำกว่าข้อเท็จจริงหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข สั่งการให้มีการตรวจสอบโดยด่วน เบื้องต้นพบว่าไม่มีการปกปิดข้อมูลการเสียชีวิตแต่อย่างใด ตนได้รับรายงานจาก นพ.ชลวิทย์ หลาวทอง ผอ.รพ.ศรีสะเกษ แจ้งว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้ป่วยรายที่ 70 ของ จ.ศรีสะเกษ&amp;nbsp; เป็นผู้ป่วยโควิดชายไทยอายุ 61 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เมืองศรีสะเกษ โดยได้มีการชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าเป็นผู้ที่ติดเชื้อ โควิด เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ผลการรักษาได้หายแล้วมีผลตรวจเป็นลบไม่มีเชื้อ และย้ายออกมารักษาต่อในโรงพยาบาล เนื่องจากพบว่ามีอาการปอดติดเชื้อแทรกซ้อนซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่ประมาท ทางโรงพยาบาลจึงได้ป้องกันโดยให้ดำเนินการกับผู้ที่เสียชีวิตรายดังกล่าวเหมือนกับผู้ที่เสียชีวิตกับหลายคนที่เป็นโควิด ทั้งเรื่องการสวมชุด PPE และประกอบพิธีทางศาสนาในการฌาปนกิจศพ จึงเกิดภาพดังกล่าวขึ้นมา อย่างไรก็ตาม มีการตรวจสอบและรายงานมาแล้วว่า เป็นการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียร่วมกับการติดเชื้อของโควิด-19 เรื่องนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการวิชาการของกรมควบคุมโรค เพื่อตัดสินว่าจะมีการใช้รายงานว่าเป็นการเสียชีวิตจากการติดเชื้อของโควิด-19 หรือไม่ ซึ่งระบบรายงานจะมีการทำให้ถูกต้องต่อไป ยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีการปกปิดข้อมูลต่างๆ ศบค.บริหารสถานการณ์มาปีกว่า หากมีความจริงอย่างไรจะนำเรียนต่อประชาชนโดยเร็ว&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สนับสนุนการใช้ฟ้าทะลายโจรควบคู่กับยาฟาวิพิราเวียร์ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อที่มีภาวะอักเสบ ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข ได้ยืนยันว่าฟ้าทะลายโจรไม่มีฤทธิ์ป้องกันโควิด-19 แต่อาจใช้เพื่อปรับระบบภูมิคุ้มกันได้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกยืนยันว่า ฟ้าทะลายโจรมีแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ซึ่งเป็นสารสำคัญมีฤทธิ์ต้านไวรัส และในการวิจัยพบว่าสามารถฆ่าไวรัสในหลอดทดลอง และยังฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางตัวในหลอดทดลองได้ด้วย &amp;nbsp;
หนุนใช้ยาฟ้าทะลายโจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า ฟ้าทะลายโจรยังเป็นยาลดไข้ บรรเทาอาการหวัดที่ดีและลดการอักเสบ โดยใช้เป็นยาในบัญชียาหลักในการรักษาโรคหวัดตั้งแต่ปี 2559 และสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีภาวะอักเสบ ฟ้าทะลายโจรสามารถช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยกำลังศึกษาวิจัยเพิ่มเติมการใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันโควิด-19 อีกด้วย ปัจจุบันความต้องการสมุนไพรในตลาดโลกมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากกระแสความใส่ใจในการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรคด้วยวิถีธรรมชาติด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ดังนั้น รัฐบาลจึงเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสมุนไพรและเครื่องเทศในตลาดโลกมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งมั่นใจว่าสมุนไพรไทยจะช่วยสร้างมูลค่าให้อุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น เครื่องสำอางและอาหารเสริม ตามนโยบาย BCG ของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งทหาร ตำรวจ และกองกำลังต่างๆ ให้เพิ่มความเข้มงวด และเพิ่มมาตรการป้องกันชายแดนอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะที่ลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ รวมถึงการเพิ่มมาตรการในการปฏิบัติ เช่น เพิ่มจุดเฝ้าระวังในพื้นที่ที่เป็นช่องทางธรรมชาติ ทั้งนี้ มีการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด จำนวน 76 จุด และจุดตรวจทั่วประเทศจำนวน 1,323 จุด&amp;nbsp; รวมทั้งเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตามจุดผ่านด่านทั่วประเทศ เพื่อเฝ้าระวังชาวต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ร่วมกับนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข, นางพัชรี อาระยะกุล และปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์ สิรินธร เพื่อคนพิการ ณ อาคารบ้านวิทยาศาสตร์ สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการตรวจเยี่ยมนายสาธิตกล่าวว่า การระบาดในระลอกนี้ต้องยอมรับว่าได้กระจายตัวอยู่ในสังคมและในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนพิการหรือคนในครอบครัว ในส่วนนี้ต้องการการดูแลคนพิการซึ่งต้องใช้ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ กระทรวงสาธารณสุขโดยสถาบันสิรินธร มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการดูแลคนพิการ จึงเข้ามาจัดตั้งโรงพยาบาลสนามให้ดูแลผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้พิการ ร่วมกันกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินที่ต้องจัดการแบบพิเศษให้ความสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์กล่าวว่า วันนี้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อคนพิการ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดให้บริการได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ตนและคณะกรรมการแห่งชาติทั้งหมดจะช่วยดูความพร้อมและช่วยประชาสัมพันธ์ โดยที่นี่จะเป็นต้นแบบในการดำเนินการต่อไปถ้ามีความจำเป็นในพื้นที่ต่างๆ ขอขอบคุณทั้ง 3 กระทรวง ทุกหน่วยงาน เจ้าของพื้นที่ที่ช่วยส่งเสริมให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอบคุณบุคลากรทุกท่านที่ทำให้ทุกอย่างมีความหวังสำหรับคนพิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการจะเปิดให้บริการแก่ผู้ป่วยพิการอายุ 15-65 ปี ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ รพ.สนามแห่งนี้ถือเป็นโมเดลระดับภูมิภาคในการดูแลผู้พิการที่ป่วยด้วยโรคไวรัสโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่มาก สามารถรองรับผู้ป่วยพิการได้จำนวน 224 เตียง และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มีการใช้นวัตกรรมและระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยระหว่างการรักษาตัว อาทิ รถเข็นบังคับระยะไกลส่งของให้ผู้ป่วย เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีซีเพื่อลดการแพร่เชื้อ ระบบ TTRS&amp;nbsp; (เครื่องช่วยสื่อสารสำหรับคนหูหนวก) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ
ผู้ต้องขังยังติดเชื้อเกินพัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมราชทัณฑ์ (ศบค.รท.)&amp;nbsp; เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ข้อมูล ณ วันที่ 26&amp;nbsp; พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,243 ราย รักษาหาย 13 ราย เสียชีวิต 3 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่ยังติดเชื้ออยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 17,138 ราย และตรวจพบผู้ติดเชื้อในเรือนจำจังหวัดสงขลาเพิ่ม 1 แห่ง รวมเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวน 14 แห่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า จากการรายงานมีเยาวชนจากสถานพินิจฯ ติดเชื้อโควิด-19 ตนได้หารือและเน้นย้ำกับ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้ยึดตามแนวทางของ ศบค.อย่างเคร่งครัด และฝากความห่วงใยถึงเยาวชนและเจ้าหน้าที่ทุกคน ขอให้เข้มแข็งและร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงยุติธรรมและกรมกำหนด โดยเฉพาะมาตรฐาน Standard Operating&amp;nbsp; Procedure (SOP) หากปฏิบัติตามจะช่วยให้ไม่มีผู้ติดเชื้อหรือติดเชื้อน้อย และจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังให้ยกระดับการเฝ้าระวัง ประสานงานกับ ศบค.จังหวัด หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ตรวจหาเชื้อกับเยาวชนเชิงรุก ให้ชะลอการย้ายเด็กและเยาวชนไปก่อน ให้เพิ่มวันเวลาการให้บริการเยี่ยมญาติทางไกลเพื่อลดความวิตกกังวล รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่ในสถานพินิจฯ เป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยในสถานพินิจฯ ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ไว้ด้วยแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104309</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ค้นหาเชิงรุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อผ่านชายแดน, ศบค., สถานการณ์โลกโดยรวมลด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิตนิวไฮ, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae5cbfea11e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
