<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลสังเวยโควิดทะลุ400,000ศพ เป็นรองแค่สหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการบราซิลรายงานว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 3,001 คนเมื่อวันพฤหัสบดี และทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้เกิน 400,000 คนแล้ว ขณะประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้ปฏิเสธโรคระบาดในตอนแรก กำลังโดนวุฒิสภาสอบสวนว่ารัฐบาลของเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้วิกฤติแย่ลงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายข้อความว่าบราซิลกำลังจะตายถูกขึงใกล้กับไม้กางเขน 400 อัน ที่ปักไว้เพื่อรำลึกผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในบราซิล 400,000 คน (Photo by Andressa Anholete/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขบราซิลแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายนว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 3,001 คนในรอบ 24 ชั่วโมง และทำให้จำนวนผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตในบราซิลเพิ่มเป็น 401,186 คน น้อยกว่าสหรัฐอเมริกันเพียงประเทศเดียว โดยล่าสุดสหรัฐมีผู้ป่วยเสียชีวิต 589,207 คน จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก 3.18 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า แม้จะมีประชากรมากถึง 212 ล้านคน แต่บราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง หรือเฉลี่ย 189 ศพต่อ 100,000 คน แย่ที่สุดในภูมิภาคอเมริกา และติด 1 ใน 15 ของประเทศที่อัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิลเผชิญคลื่นการแพร่ระบาดระลอกใหม่เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งทำให้โรงพยาบาลในหลายพื้นที่ใกล้ล่มสลาย แต่ถึงแม้จะดูเหมือนว่าสถานการณ์รุนแรงที่สุดจะผ่านไปแล้ว แต่จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงสูง เฉลี่ยวันละ 2,526 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นรองเพียงแค่อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวโทษสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นว่าเกิดจากไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์บราซิล ที่พบครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมภายในและรอบเมืองมาเนาส์ ซึ่งอยู่ในเขตป่าฝนแอมะซอน สายพันธุ์ P1 นี้สามารถทำให้ผู้ที่เคยติดไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมกลับมาติดเชื้อได้ใหม่ และอาจแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ถึงขณะนี้พบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ P1 แล้วใน 54 ประเทศ และจัดว่าเป็น &amp;quot;ไวรัสสายพันธุ์ที่น่ากังวล&amp;quot; เช่นเดียวกับสายพันธุ์อังกฤษและแอฟริกาใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิลมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 14.59 ล้านคน มากเป็นอันดับ 3 รองจากสหรัฐที่มีผู้ติดเชื้อ 33 ล้านคน และอินเดียที่ติดเชื้อแล้ว 18.7 ล้านคน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกถึงวันศุกร์ มีมากกว่า 150 ล้านคนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีประชากรบราซิลราว 28 ล้านคน หรือ 13% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนโควิดแล้วอย่างน้อย 1 โดส ราว 12.7 ได้รับวัคซีนครบแล้ว มีรายงานของทีวี โกลโบ ว่ามีหลายเมืองใน 14 รัฐ จากทั้งหมด 27 รัฐของบราซิลกำลังประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีน และต้องระงับการฉีดโดสที่ 2 แต่ก็มีข่าวดีว่า วัคซีนไฟเซอร์ชุดแรก 1 ล้านโดสกำลังมาถึงบราซิล เพื่อช่วยเสริมวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและโคโรนาแว็กของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาบราซิลเริ่มเปิดการไต่สวนว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโบลโซนาโรมีความประมาททางอาญาในการจัดการกับโรคระบาดหรือไม่ ประธานาธิบดีหัวขวาจัดรายนี้ดูเบาไวรัสและคัดค้านมาตรการล็อกดาวน์และให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ รวมถึงปฏิเสธการสวมหน้ากากอนามัย และสนับสนุนการรักษาด้วยยาที่ไม่ผ่านการอนุมัติ เขายังปฏิเสธวัคซีนหลายชนิดในตอนแรก รวมถึงของไฟเซอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรยังคงยืนกรานกับผู้สนับสนุนเขาว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ก่อนหน้านี้เขาเคยโต้แย้งว่า มาตรการที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ เช่นการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ก่อความทุกข์ยากยิ่งกว่าไวรัสเสียอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาอีร์ โบลโซนาโร, บราซิล, เสียชีวิตเกิน4แสน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608be1f021f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
