<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดกระจายครบ77จังหวัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพบติดเชื้อใหม่อีก 9,317 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 87 ราย ศบค.รับตอนนี้เชื้อกระจายครบ 77 จังหวัด กำชับ 6 จังหวัด &amp;ldquo;ชลบุรี-โคราช-แปดริ้ว-มหาสารคาม-ศรีสะเกษ-ราชบุรี&amp;rdquo; คุมเข้ม หลังยอดผู้ป่วยทะลุหลักร้อย สปสช.จับมือแพทย์ชนบทจัดตรวจเชิงลึก 30 ชุมชนใน 3 วัน สธ.ยันบริหาร &amp;ldquo;ยา-เตียง&amp;rdquo; ได้แม้ต่างจังหวัดเริ่มออกอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 14 กรกฎาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,317 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,180 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,159 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,021 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 129 ราย มาจากต่างประเทศ 8 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 363,029 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 5,129 ราย หายป่วยสะสม 260,584 ราย อยู่ระหว่างรักษา 99,511 ราย อาการหนัก 3,201 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 828 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 87 ราย เป็นชาย 44 ราย หญิง 43 ราย อายุน้อยสุด 24 ปี อายุมากสุด 104 ปี อยู่ใน กทม. 55 ราย, ปทุมธานี 6 ราย, ยะลา 5 ราย, &amp;nbsp;นราธิวาส 4 ราย, ปัตตานี 3 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ เชียงใหม่ เชียงราย กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก นครพนม ระยอง สงขลา สุโขทัย สุพรรณบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,934 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 14 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,332 ราย, สมุทรปราการ 1,006 ราย, สมุทรสาคร 577 ราย, ชลบุรี 513 ราย, ปทุมธานี 398 ราย, นนทบุรี 347 ราย, ฉะเชิงเทรา 339 ราย, นครปฐม 202 ราย, ปัตตานี 195 ราย และนราธิวาส 191 ราย ซึ่งการเดินทางในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีการติดเชื้อกระจายครบ 77 จังหวัด โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีพื้นที่สีเข้มมากขึ้น โดยนอกจากกลุ่มจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และมีอีก 6 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 100 รายในวันนี้ ประกอบด้วย ชลบุรี, นครราชสีมา, ฉะเชิงเทรา, มหาสารคาม, ศรีสะเกษ และราชบุรี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากการสอบสวนโรคพบว่า ส่วนหนึ่งยังมีการจัดเลี้ยง จัดงานวันคล้ายวันเกิด มีการติดเชื้อในแคมป์คนงาน โรงงาน และตลาด จึงเน้นย้ำ 6 จังหวัดดังกล่าว แม้ยังไม่ได้จัดอยู่กลุ่มจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม แต่การเฝ้าระวังต้องสูงสุด เพราะตอนนี้เชื้อกระจายทั่ว 77 จังหวัดแล้ว&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยย้ำ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ภาพก่อนหน้านี้ที่จังหวัดต่างๆ รับคนกลับบ้านไปรักษาตัว ตอนนี้ต่างจังหวัดประกาศว่าเริ่มเต็มศักยภาพกันแล้ว จะไม่สามารถรองรับผู้เดินทางกลับจากพื้นที่สีแดงเข้ม ดังนั้น หากใครตั้งใจเดินทางไปรักษาตัวที่บ้าน ขอให้ตรวจสอบจังหวัดปลายทางก่อน ขณะที่ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กยังเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆ เพราะอาจมีผู้ติดเชื้อเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปรักษาตัวทำให้เกิดความเสี่ยงได้ และที่น่าเป็นห่วงผู้เดินทางเข้าไปตรวจเชื้อในพื้นที่ กทม. พบติดเชื้อถึง 17% ถือว่าสูงมาก จึงขอให้เข้มงวดต่อไป &amp;nbsp;
ศบค.ขอบคุณร้านเสริมสวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พื้นที่ กทม. มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 130 แห่ง ซึ่งที่ประชุมพูดทีมเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเสร็จ 69 ทีม ที่จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 15 ก.ค. ทีมดังกล่าวจะมีหลายหน่วยงาน จะระดมตรวจหาเชื้อในชุมชน โดยจะใช้การตรวจแบบแรพิดแอนติเจนเทสต์ เพื่อให้การตรวจกว้างขวางที่สุด หากตรวจพบเชื้อจะนำเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างรวดเร็ว ทั้งแยกกักที่บ้านและแยกกักที่ศูนย์พักคอย แต่หากผลเป็นลบก็อย่านิ่งนอนใจ ให้ตรวจซ้ำภายใน 3-5 วัน ซึ่งทีมเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเสร็จจะเพิ่มปริมาณให้ได้ 200 ทีมให้ได้โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีข้อสงสัยคลินิกเสริมความงาม ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ ร้านสัก ในพื้นที่ล็อกดาวน์สามารถเปิดได้หรือไม่ พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 ที่ได้ประกาศระบุ 6 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, สมุทรสาคร และสมุทรปราการเท่านั้น ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใน 4 จังหวัดทางภาคใต้นั้นไม่ได้อยู่ในหลักการเดียวกันนี้ แต่พบว่าคลินิกเสริมความงามหรือร้านเสริมสวยต่างๆ ที่แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้า โดยหลักการจังหวัดอนุญาตให้เปิดได้ แต่เจ้าของกิจการคลินิกเหล่านี้หลายที่ก็ปิดชั่วคราวช่วงนี้ จึงต้องขอขอบคุณคลินิกเหล่านี้ที่มีความเป็นห่วงและร่วมด้วยช่วยกัน อาจจะต้องเดือดร้อนสูญเสียรายได้ แต่ในระยะที่ปิดชั่วคราวนี้ก็เพื่อลดการเดินทางลดการที่ประชาชนจะออกนอกบ้าน ถือได้ว่าให้ความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือควบคุมการแพร่ระบาด โควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลังจากที่ สปสช.ได้ร่วมกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสต์คิต เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก รู้ผลเร็ว ทำให้สามารถค้นหาและรีบนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาที่บ้านหรือที่ชุมชน หรือแบบ Home isolation และ Community Isolation โดยเร็วที่สุด ล่าสุด สปสช.ยังได้ร่วมมือกับชมรมแพทย์ชนบทระดมทีมบุคลากรทางการแพทย์จากจังหวัดต่างๆ เข้ามาร่วมตรวจเชิงรุก โดยชมรมแพทย์ชนบทจะเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค.2564 รวมทั้งหมดกว่า 30 ชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การตรวจโควิด-19 เชิงรุก 3 วันครั้งนี้ คาดว่าจะตรวจโควิดได้ 20,000-30,000 ราย โดยทีมชุดแรกที่มาปฏิบัติการครั้งนี้ 6 สาย จำนวน 60 คน ประกอบด้วย ทีมจากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และ รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ ผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข และ นพ.วิทูรย์ อนันกุล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน แถลงข่าวถึงการบริหารจัดการทรัพยากรด้านเวชภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ โดย นพ.กรกฤชกล่าวว่า ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 ก.ค. มียาเหลือในประเทศ แบ่งเป็น 1.ฟาวิพิราเวียร์ 4,017,781 เม็ด ซึ่งอยู่ในองค์การเภสัชกรรม (อภ.) 2,170,782 เม็ด สำนักงานปลัด สธ.ที่ดูแลภูมิภาค กระจายอยู่ในทุกจังหวัด 1,015,284 เม็ด กรมการแพทย์ดูแลใน กทม. 801,567 เม็ด และกรมควบคุมโรค 30,148 เม็ด และ 2.ยาเรมเด็บซิเวียร์ มีอยู่ใน อภ. 1,613 ไวอัล ซึ่งสามารถสนับสนุนให้กับพื้นที่ได้อย่างเพียงพอและยังมีการสนับสนุนผ่านเครือข่ายทุกวัน ซึ่งเป็นไปตามปริมาณใช้จริง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากรสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แผนการจัดหาที่วางไว้เดือน ก.ค.-ก.ย. 21 ล้านเม็ด เดือนนี้เรามีผู้ป่วยจำนวนมาก จึงจะจัดซื้อรวม 16 ล้านเม็ด เดือน ส.ค. 2 ล้านเม็ด และ ก.ย.อีก 2 ล้านเม็ด แต่หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เราสามารถจัดหาได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการติดต่อไว้กับผู้ผลิตในหลายประเทศ&amp;rdquo; นพ.กรกฤชกล่าว และว่า ในส่วนของอุปกรณ์ป้องกัน 10 รายการ มีการจัดซื้อมาเสมอภายใต้งบประมาณเงินกู้ โดยเฉพาะก้อนล่าสุดรวม 1,900 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลคงคลังเวชภัณฑ์ปัจจุบัน เช่น หน้ากาก N95 จำนวน 1.9 ล้านชิ้น และชุดโคฟเวอร์ออล 4.2 ล้านชิ้น&amp;nbsp;
แจงยิบทรัพยากรเตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ขณะนี้ทรัพยากรเตียงทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศยังเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่ง สธ.ไม่อยากให้เกิดข่าวว่าผู้ป่วยรอเตียงหรือเสียชีวิตที่บ้าน โดยการบริหารเตียงมี 2 ส่วน คือ 1.จำนวนเตียงที่มีอยู่ในมือ และ 2.การนำผู้ป่วยเข้าสู่การดูแลรักษาในเตียงแต่ละกลุ่มสี ซึ่ง 2 ส่วนนี้ต้องสัมพันธ์กัน ซึ่งสถานการณ์เตียงในกรุงเทพฯ เตียงผู้ป่วยสีเขียว รพ.สนามทั้งหมด 2,470 เตียง ว่าง 500 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 20%, ฮอสพิเทล ทั้งหมด 17,823 เตียง ว่าง 4,201 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 24% ยังมีเตียงว่างสำหรับผู้ป่วยสีเขียว และตอนนี้พยายามปรับให้ฮอสพิเทลให้ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองมากขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเหลืองได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นผู้ป่วยสีเขียวจะทดแทนเตียงที่หายไปด้วยการใช้แนวทางโฮมไอโซเลชันและคอมมูนิตีไอโซเลชัน&amp;nbsp;
สำหรับเตียงผู้ป่วยสีเหลือง COHORT รพ.ทั้งหมด 6,834 เตียง ว่าง 415 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 6%, ห้องแยก ทั้งหมด 3,526 เตียง ว่าง 449 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 13% และเตียงผู้ป่วยสีแดง AIIR ทั้งหมด 217 เตียง ว่าง 31 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 14%, Modified AIIR ทั้งหมด 538 เตียง ว่าง 49 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 9%, &amp;nbsp;Cohort ICU ทั้งหมด 323 เตียง ว่าง 37 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 11%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่จะดูแลเตียงสีแดงให้เพียงพอ พยายามจำกัดหรือลดการเจ็บป่วยที่จะกลายเป็นสีแดง เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้ป่วยเป็นสีแดงเร็วคือผู้สูงอายุและ 7 กลุ่มโรค จึงอยากให้มารับวัคซีน เพราะลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยได้ในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนี้ โดย สธ.ปรับยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนใน กทม.เพื่อระดมฉีดให้ 2 กลุ่มนี้ ให้ครอบคลุม 80% ของประชากร 2 กลุ่มนี้ในกรุงเทพฯ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ส่วนทั่วประเทศไม่รวมกรุงเทพฯ จากที่มีคนที่กลับภูมิลำเนา พบว่าภาพรวมประเทศทรัพยากรที่ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองลดลงเร็วมาก หมายความคนที่กลับจากกรุงเทพฯ ไปยังภูมิภาคส่วนใหญ่เป็นสีเขียวแก่ถึงสีเหลือง เพราะฉะนั้นจะพยายามดูแลอย่างดีที่สุด เพราะฉะนั้นหลักการเคลื่อนย้ายต้องถูกต้องตามวิธีการและมีหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยดูแล หากต้องการเดินทางกลับสามารถติดต่อ สายด่วน 1330 ในการขอกลับภูมิลำเนา จะมีการจัดหารถ การส่งตัวกลับอย่างปลอดภัย กรณีกลับเองจะมีคำแนะนำและไปยังจุดที่กำหนดในแต่ละจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์กล่าวอีกว่า ทรัพยากรเตียงและทรัพยากรที่ใช้ดูแลผู้ป่วยสีแดงในภูมิภาคสัดส่วนยังเพียงพอ ยังสามารถดูแลได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการดูแลผู้ป่วยสีแดงแต่ละส่วนยังมีเหลือ 30% ซึ่งสามารถเพิ่มขยายได้ในศักยภาพที่ สธ.ดูแลอยู่ และมีการติดตามให้ทรัพยากรเพียงพอ ในส่วนเตียงผู้ป่วยสีเขียว รพ.สนามทั้งหมด 27,111 เตียง ว่าง 11,423 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 42%, ฮอสพิเทล ทั้งหมด 13,625 เตียง ว่าง 5,116 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 38%, เตียงผู้ป่วยสีเหลือง COHORT รพ. ทั้งหมด 29,795 เตียง ว่าง 5,449 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 18%, ห้องแยก ทั้งหมด 15,257 เตียง ว่าง 3,752 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 25% และเตียงผู้ป่วยสีแดง AIIR ทั้งหมด 483 เตียง ว่าง 140 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 29%, &amp;nbsp;Modified AIIR ทั้งหมด 2,201 เตียง 645 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 29%, Cohort ICU ทั้งหมด 868 เตียง ว่าง 267 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 31%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พบว่าเขตสุขภาพหลายแห่งใช้ทรัพยากรเกิน 80% ต้องเป็นแผนวางล่วงหน้าในการป้องกันการขาดแคลนทรัพยากรในส่วนของเตียง ส่วนทรัพยากรอื่นๆ ได้เตรียมไว้อย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นการขาดแคลนทรัพยากรจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนการบริหารจัดการเตียง ในเขตจะบริหารเตียงอย่างดีที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ รพ.สามารถดูแลประชาชนที่มีการติดเชื้อช่วงนี้ และถ้าปฏิบัติตามข้อแนะนำและการควบคุมการเคลื่อนย้ายตามแนวทางที่รัฐบาลได้สั่งการไป เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, พบติดเชื้อใหม่, มหาสารคาม, ราชบุรี, ศรีสะเกษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิตเพิ่ม, แปดริ้ว, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eee6cf6dca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ไวรัสกลายพันธุ์ เกิดจาก‘เดลตา’ผสม‘อัลฟา’ในแคมป์คนงานกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 8,656 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 80 ราย คลัสเตอร์ใหม่ยังโผล่พรึ่บ! กรมวิทย์รับ &amp;ldquo;เดลตา&amp;rdquo; ขยายวงต่อเนื่องกินไป 60 จังหวัดทั่วไทย ผวา! พบสายพันธุ์ไฮบริดในแคมป์คนงานใหญ่ใน กทม. 7 ราย เกิดจากสายพันธุ์ &amp;ldquo;อังกฤษ-อินเดีย&amp;rdquo; ผสมกัน &amp;ldquo;คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ&amp;rdquo; เคาะให้ใช้ Antigen Test Kit ได้ เริ่มจำหน่ายร้านขายยาสัปดาห์หน้า พร้อมให้แยกกักตัวที่บ้านรวมทั้งชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,656 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,559 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 6,044 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,515 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 73 ราย มาจากต่างประเทศ 24 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 345,027 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 3,687 ราย หายป่วยสะสม 251,658 ราย อยู่ระหว่างรักษา 90,578 ราย อาการหนัก 2,895 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 747 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 80 ราย เป็นชาย 37 ราย หญิง 43 ราย อยู่ใน กทม. 44 ราย, สมุทรปราการ 6 ราย, ปัตตานี 5 ราย, ปทุมธานี และสมุทรสาคร จังหวัดละ 3 ราย, ยะลาและกำแพงเพชร จังหวัดละ 2 ราย, สงขลา เชียงราย เพชรบุรี กาญจนบุรี ภูเก็ต นครนายก ชลบุรี &amp;nbsp;พิจิตร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง อุตรดิตถ์ สมุทรสงคราม และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย ในจำนวนนี้มีหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือน 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,791 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 187,632,756 ราย เสียชีวิตสะสม 4,049,071 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 12 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,399 ราย, สมุทรสาคร 591 ราย, สมุทรปราการ 405 ราย, ชลบุรี 399 ราย, ปทุมธานี 397 ราย, นครปฐม 315 ราย, นนทบุรี 313 ราย, ปัตตานี 215 ราย, ยะลา 201 ราย และสงขลา 188 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่หลายพื้นที่ ประกอบด้วย ตลาดสดรัตนากร อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อ 29 ราย, โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี 7 ราย, บริษัทผลิตอุปกรณ์แก๊ส อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 13 ราย, ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช 12 ราย, ตลาดสายหยุด อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี 7 ราย, บริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ.เมืองฯ จ.ปราจีนบุรี 22 ราย และบริษัทชิปปิ้ง อ.แม่สอด จ.ตาก 7 ราย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กรมควบคุมโรคได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันจากการสอบสวนโรคยังพบผู้ติดเชื้อจากการร่วมสังสรรค์งานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิด และพบว่าไม่สวมหน้ากาก มีพฤติกรรมสูบบุหรี่มวนเดียวกัน เป็นข้อมูลการสอบสวนโรคที่พบต่อเนื่อง แม้งานดังกล่าวจะไม่ได้จัดในพื้นที่สีแดงเข้ม แต่ยังมีการเคลื่อนที่ของประชาชนอยู่ตลอดเวลา&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยระบุ&amp;nbsp;
เดลตาขยายเกือบ 2 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า รองอธิบดีกรมการแพทย์รายงานสถานการณ์เตียงใน กทม. พบว่าปัจจุบัน กทม.ยังต้องการเตียงสูงมาก โดยมีการหารือเรื่องให้ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน และแยกกักตัวในชุมชน จากนี้ต้องทำความเข้าใจประชาชนว่าจากอัตราผู้ติดเชื้อจำนวนมาก มีผู้ป่วยระดับสีเหลืองสีแดงที่มีต้องการเตียงอย่างเร่งด่วนจำนวนมาก เราขอสงวนเตียงสีเหลืองสีแดงเหล่านี้รองรับผู้ที่มีความรุนแรงเข้าโรงพยาบาล โดยระดับชุมชนจะจัดทีมเคลื่อนเร็วแบบเบ็ดเสร็จที่มีหลายหน่วยงาน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่เขต ฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการ 50 เขต จำนวน 200 ทีม เพื่อเข้าไปค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชน เมื่อพบการติดเชื้อจะดูแลรักษาเบื้องต้น หากผู้ป่วยอยู่ระดับสีเขียว จะให้แยกกักที่บ้าน หากเป็นกลุ่มก้อนจะให้พักคอยอยู่ในชุมชน หรือโรงพยาบาลสนามชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่ระบาดในไทยตั้งแต่ เม.ย.เป็นต้นมา มีการตรวจสอบสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ 74% เป็นอัลฟา (อังกฤษ), เดลตา (อินเดีย) 24% และเบตา (แอฟริกาใต้) 1.7% แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพบสายพันธุ์เดลตาเพิ่มมาเป็นเกือบ 57% ใน กทม.และภูมิภาค 23% ทำให้ภาพรวมทั้งประเทศเป็นเดลตา 46.1% พบใน 60 จังหวัดบวก กทม. และเป็นที่น่าสังเกตช่วงนี้ลงไปยังพื้นที่ภาคใต้พอสมควร ส่วนจังหวัดที่พบมากขึ้นคือ อุดรธานีกว่า 40 ราย, นครสวรรค์กว่า 40 ราย, ชลบุรี &amp;nbsp;32 ราย และกำแพงเพชร 14 ราย เป็นต้น ซึ่งเดลตาเบียดอัลฟาแล้ว ส่วนจังหวัดอื่นๆ เพิ่มประปราย คาดอีกไม่นานจะกินพื้นที่สายพันธุ์ในประเทศไทยทั้งหมด ส่วนเบตาส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคใต้
&amp;ldquo;ที่น่าแปลกใจเราพบ 1 รายที่บึงกาฬ คอนเฟิร์มด้วยการตรวจสายพันธุกรรม เป็นคนงานที่กลับมาจากไต้หวัน ตอนกักตัว 14 วันไม่พบว่าติดโควิด เมื่อกลับบ้านไปแล้วป่วย พอตรวจตอนหลังพบว่าติดโควิด พบสายพันธุ์เป็นเบตา ซึ่งเราได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อเทียบกับของไต้หวันและภาคใต้ พบว่าไม่ได้มาจากทั้ง 2 แหล่ง เป็นเรื่องที่ต้องไปไล่ดู ทั้งนี้ ได้แจ้งกรมควบคุมโรคแล้ว ส่วนคนที่ใกล้ชิดก็เอามาตรวจแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;
นพ.ศุภกิจกล่าวอีกว่า ยังมีสิ่งน่าสนใจ เมื่อตรวจแคมป์คนงานก่อสร้างขนาดใหญ่ใน กทม. พบการติดเชื้อผสมใน 1 คน มี 2 สายพันธุ์ ทั้งเดลตาและอัลฟา โดยพบ 7 รายในกว่า 200 ราย นี่เป็นสัญญาณว่าถ้าปล่อยให้ผสมสายพันธุ์แบบนี้บ่อยๆ หรือเยอะๆ นั้นเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ได้ ซึ่งเราไม่อยากให้เกิด ดังนั้นรัฐบาลเซมิล็อกดาวน์ ขอความร่วมมือทุกคนหยุดเดินทาง เข้มงวดก็เป็นเรื่องถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดการผสมของสายพันธุ์บ่อยๆ จริงๆ โดยประเทศอื่นๆ ก็พบลักษณะแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งทั้ง 7 ราย ยังไม่มีอาการรุนแรง แต่ต้องจับตาดูต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือ ศบค.ยธ. ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ภาพรวมการระบาดยังดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.-นนทบุรี ซึ่งมีเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาด 120 แห่ง และเรือนจำสีแดงที่พบการระบาด 13 แห่ง และวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายยังมีต่อเนื่อง รวมหายสะสม 35,472 ราย หรือ 94.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างรักษารวม 1,862 ราย เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว 71.4%, สีเหลือง 28.1% และสีแดง 0.5% ผู้เสียชีวิตสะสม 47 ราย หรือ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติครั้งที่ 7/2564 ผ่านระบบออนไลน์ โดยนายอนุทินกล่าวภายหลังประชุมว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ใน กทม.และปริมณฑล พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นการระบาดสายพันธุ์เดลตา หากไม่มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่เข้มงวดมีประสิทธิภาพ คาดการณ์ว่าอาจพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 10,000 ราย/วัน หรือสะสมมากกว่า 100,000 รายใน 2 สัปดาห์ ส่งผลทำให้มีการเสียชีวิตเกิน 100 ราย/วัน จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการยาแรง&amp;nbsp;
ไฟเขียวใช้ ATK-กักตัวที่บ้าน
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบแนวทางการใช้ Antigen Test Kit หรือ ATK ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยใช้ Antigen Test Kit ที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งปัจจุบันขึ้นทะเบียนแล้ว 24 ยี่ห้อ โดยอนุญาตให้ตรวจในสถานพยาบาล และหน่วยตรวจที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการตรวจ RT-PCR ที่มีมากกว่า 300 แห่ง โดยจะมอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครกำกับการดำเนินงานตามแนวทางปฏิบัติ&amp;nbsp;
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการแยกกักที่บ้าน (Home isolation) และการแยกกักในชุมชน (Community isolation) สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีเงื่อนไขเหมาะสม หรือไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่ รพ.ได้ โดยมีกระบวนการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจากสถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยและเป็นมาตรฐานในการดูแลรักษา เช่น มีเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ เครื่อง Oxymeter วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด และยารักษาโรค โดยมอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร นำเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป นอกจากนี้ ยังรับทราบแนวทางการจัดทีมดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวหรือกลุ่มผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ในพื้นที่ กทม.
ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ.จะเร่งวางระบบแก้ปัญหาการตรวจเชิงรุกในเขต กทม. โดยจะนำ Antigen Test Kit เอามาใช้ในวงกว้างมายิ่งขึ้น ซึ่งในระยะแรกจะใช้ในสถานพยาบาลก่อน และในสัปดาห์หน้าวางขายในร้านขายยา โดยให้เภสัชกรเป็นผู้ให้คำแนะนำในการใช้ เมื่อทดสอบแล้วผลเป็นบวก สามารถติดต่อคลินิกใกล้บ้านเพื่อรองรับการเข้าสู่ระบบต่อไป
&amp;ldquo;Antigen Test Kit &amp;nbsp;มีปัญหาที่ต้องแก้ไข 2 ประการ คือ 1.ให้ผล 90% ทางวิทยาศาสตร์ยอมรับได้ แต่วงการแพทย์อาจต้องแก้ไขให้ชัดเจนมากขึ้น และ 2.เมื่อตรวจแล้วผลเป็นบวกจะดำเนินการอย่างไรนั้น ขณะนี้มีการเปลี่ยนแนวความคิด เนื่องจากเตียงผู้ป่วยเต็ม จึงเปลี่ยนแนวคิดผู้ป่วยมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ จะให้รักษาอยู่ที่บ้าน เป็นระบบ Home Isolation นอกจากนี้ หากชุมชนเข้มแข็งจะมีอีกวิธีคือ Community Isolation โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะติดตามวันละ 2 เวลา ทำให้การดูแลอยู่ที่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;rdquo;
สำหรับสถานการณ์ผู้ติดโควิด-19 ในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ประจำประตูสะพานอรทัย ติดเชื้อ 1 ราย ทั้งที่ได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม โดยพักอยู่ที่ตึกเรือนกองรักษาการณ์ ทำเนียบฯ ซึ่งเป็นเรือนนอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีเจ้าหน้าที่พักอาศัยอยู่เกือบ 50 นาย จึงต้องมีการส่งตรวจเชื้ออีกครั้ง&amp;nbsp;
ส่วน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ทราบผลตรวจเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่าเป็นบวก ซึ่งนายณัฐชาให้สัมภาษณ์ว่ามั่นใจว่าติดเชื้อจากคนในสภา จึงขอให้นายณัฐชาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าติดมาจากใคร เพื่อสภาจะได้เข้าไปดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขต่อไป เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อในสภา มีเพียงเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาซึ่งทำงานในอาคารสถานีที่ห่างออกไป&amp;nbsp;
หลายพื้นที่ยังอ่วมหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ นั้น นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง &amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 405 ราย และเสียชีวิต 6 ราย เป็นเพศชาย 4 ราย และหญิง 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 233 ราย ส่วนข้อมูลเตียงผู้ป่วยนั้น โรงพยาบาลรัฐคงเหลือ 44 เตียง, โรงพยาบาลสนามคงเหลือ 177 &amp;nbsp;เตียง, โรงพยาบาลเอกชนคงเหลือ 111 เตียง และฮอสพิเทล 11 แห่ง คงเหลือ 280 เตียง
ส่วนนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และคณะร่วมเปิดโรงพยาบาลสนาม 450 เตียง รองรับประชาชนที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ต.บางพูน อ.เมืองฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย เจียมกูล รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ตราด ในฐานะโฆษกสำนักงานสาธารณสุข จ.ตราด ระบุว่า มียอดสะสมจากคลัสเตอร์สงกรานต์ คลัสเตอร์แรงงานประมงที่ซอยกลางนา จนถึงคลัสเตอร์โรงพยาบาลและล้งผลไม้ และโครงการรับคนตราดกลับมารักษาตัว ทำให้ยอดสะสมติดเชื้อ 448 คน และมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 25 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ภาคอีสานนั้น ที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่อีก 125 ราย ในพื้นที่ครบ 32 อำเภอแล้ว รวมยอดผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ 2,117 ราย รักษาหายรวม 1,096 ราย รักษาอยู่โรงพยาบาล 998 ราย และเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อทุบสถิติถึง 89 ราย กระจายใน 19 อำเภอ ไม่ต่างจาก จ.อำนาจเจริญ ที่มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้นั้น จ.ปัตตานี ยังคงพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้จังหวัดปัตตานี โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่ง 215 คน และพบผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มอีก 2 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 41 คนแล้ว ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทำให้โรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 4 และ 7 สนามกีฬากลางปัตตานี มีเตียงรองรับไม่เพียงพอ จังหวัดจึงได้เปิด รพ.ทั้ง 12 อำเภอ นอกจากนั้น ผู้ว่าฯ ปัตตานียังได้ออกประกาศให้ทุกมัสยิดในจังหวัดงดทำการละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) แต่ให้มีการอาซานทุกครั้ง และให้ปฏิบัติประจำเวลาที่มัสยิดไม่เกิน 3 คน และเนื่องจากใกล้ถึงวันฮารีรายออีดิลอัฎฮา ในวันที่ 21 ก.ค. จึงให้ทุกมัสยิดงดทำละหมาดวันฮารีรายอเด็ดขาด งดการเยี่ยมญาติ ห้ามเยี่ยมสุสาน และห้ามเชือดวัว&amp;nbsp;
นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เพิ่มอีก 3 ราย โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในโครงการตั้งแต่วันที่ 1-10 ก.ค. จำนวน 3,917 คน พบว่าติดเชื้อโควิด-19 มียอดสะสมรวม 6 ราย
รายงานข่าวจากสำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) สงขลา แจ้งว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 182 ราย ทำให้ยอดติดเชื้อสะสม &amp;nbsp;8,050 ราย ทำให้จังหวัดประกาศล็อกดาวน์ 14 วัน และเคอร์ฟิวตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. งดออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 21.00- 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยมีการตั้งด่านหลัก 9 ด่าน ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับต่างจังหวัด และตั้งด่านชุมชนทั้ง 16 อำเภอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109494</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ใหม่, ผู้ติดเชื้อใหม่, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, สายพันธุ์ “อังกฤษ-อินเดีย” ผสมกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิตเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e56df109f65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับเพิ่ม4โคม่า223! ติดเชื้อยังหลักพันเตือนตลาดพื้นที่เสี่ยง‘บิ๊กตู่’บี้เร่งฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศบค.เปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังหลักพัน อยู่ที่ 1,441 ราย รวมสะสมแล้ว 45,185 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย น่าห่วงมีผู้ป่วยอาการหนัก 223 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 55 ราย &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; เผยคลัสเตอร์สถานบันเทิงลามแล้ว 71 จังหวัด กทม.หนักสุด เตือน &amp;ldquo;ตลาด&amp;rdquo; ยังเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขอโทษพูดเร็วไปบ้าง แต่ทำทุกอย่างเพื่อชาติ-ประชาชน พร้อมแจงยิบเรื่องวัคซีน-ยาฟาวิพิราเวียร์ ย้ำให้รักษาตัวที่บ้านเป็นทางเลือกสุดท้าย &amp;ldquo;สธ.&amp;rdquo; ฟุ้งเร่งฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ ภาพรวมเกิน 1 ล้านโดสในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 20 เมษายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,443 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,441 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,328 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 113 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,185 ราย หายป่วยสะสม 28,958 ราย อยู่ระหว่างรักษา 16,119 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 223 ราย จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 55 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 4 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 108 ราย
สำหรับรายที่ 1 เป็นหญิงไทย อายุ 78 ปี อยู่ กทม. เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคความดันโลหิตสูง ไทรอยด์ พบติดเชื้อเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ไม่มีอาการ และเริ่มมีอาการวันที่ 12 เม.ย. กระทั่งเสียชีวิตวันที่ 17 เม.ย., รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 78 ปี อยู่ กทม. มีอาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัวเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีอาการเมื่อวันที่ 11 เม.ย. จากนั้นผลตรวจยืนยันเป็นโควิด-19 ในวันที่ 15 เม.ย. และเสียชีวิตวันที่ 19 เม.ย., รายที่ 3 เป็นหญิงอินเดีย อายุ 86 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคประจำตัวไทรอยด์ พบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 18 เม.ย. และเสียชีวิตในวันเดียวกัน, รายที่ 4 เป็นชายไทย อายุ 30 ปี พักอาศัยใน กทม. มีโรคประจำตัวโรคอ้วน มีประวัติไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ มีอาการวันที่ 4 เม.ย. ผลตรวจยืนยันเป็นโควิด-19 ในวันที่ 9 เม.ย. มีอาการปอดอักเสบรุนแรง และอาการแย่ลง กระทั่งเสียชีวิตวันที่ 19 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รายงานการแพร่ระบาดในระลอกใหม่นี้ พบข้อมูลผู้ป่วยยืนยันที่เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง 71 จังหวัดแล้ว และถ้าดูข้อมูลผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 1-19 เม.ย. พบว่าผู้ติดเชื้อใน กทม.ที่เชื่อมโยงสถานบันเทิงมีถึง 1,583 ราย หรือคิดเป็น 40% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดใน กทม. ขณะที่จังหวัดอื่นๆ มี 3,104 ราย หรือคิดเป็น 25% ทั้งนี้ มีเพียง 6 จังหวัดที่ผู้ติดเชื้อไม่เชื่อมโยงสถานบันเทิง ได้แก่ ชัยนาท, ปัตตานี, นราธิวาส, ยะลา, สตูล และระนอง โดยจากการสอบสวนโรคผู้มีประวัติเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงมีผู้ที่ให้ข้อมูล 73% และไม่ให้ข้อมูล 27% และหากจำแนกผู้ที่ติดเชื้อในกลุ้มก้อนนี้พบว่ามากที่สุดคือ นักเที่ยว รองลงมาคือ พนักงานในร้าน และยังพบอีกว่าผู้ติดเชื้อในกลุ่มก้อนนี้ 59.56% มีอาการ และไม่มีอาการ 40.44%
&amp;ldquo;การระบาดระลอกนี้แม้ส่วนใหญ่มาจากสถานบันเทิง แต่ที่ลืมไม่ได้คือการติดเชื้อในตลาดที่เป็นปัจจัยหลักก่อนหน้านี้ ล่าสุดทีมตระหนักรู้สถานการณ์ของกรมควบคุมโรคได้รับแจ้งว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นญาติของพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในตลาดกลางเพื่อการเกษตร จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาพื้นที่เสี่ยงใน กทม.ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ทำให้ญาติรับเชื้อและพนักงานของร้านรับเชื้อรวมทั้งสิ้น 17 ราย และก่อนหน้านี้มีการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในตลาดดังกล่าวไปแล้ว 742 ราย พบว่าติดเชื้อ 6 ราย ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. มีการตรวจ 594 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผล โดยกรมอนามัยได้ให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทั่วประเทศทำใบประเมินตัวเองเพื่อประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะรายงานผลให้ทราบต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก สธ.ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงการจัดการสถานที่รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.ว่าจะบูรณาการโรงพยาบาลในสังกัดของ สธ., กทม. และมหาวิทยาลัย เพื่อบริหารจัดการผู้ติดเชื้อ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ สีเขียว เป็นผู้ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย จะให้อยู่โรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทล สีเหลืองเป็นผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แต่มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว มีโรคประจำตัวคือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเลือดสมอง เบาหวาน อ้วนเกิน 90 กิโลกรัม ตับแข็ง และภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงผู้มีอายุเกิน 60 ปี สีแดง เป็นผู้ที่มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ปอดอักเสบรุนแรง มีภาวะปอดบวม การอิ่มตัวของเลือดน้อยกว่า 96% ความอิ่มตัวของเลือดลดลง 3% หลังจากออกแรง โดยสีเหลืองและสีแดงจะให้พักที่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพรักษา โดยอธิบดีกรมการแพทย์ยืนยันว่าถ้ามีผู้ป่วยที่พบมาก่อนหน้านี้จะได้รับเตียง และหากมีเพิ่มขึ้นถึงวันละพันรายก็จะประสานหาเตียงให้ได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าวันนี้รัฐบาลได้มีการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เราจะพิจารณา 2 สัปดาห์นี้ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วว่ากราฟขึ้นหรือลงอย่างไร มันตกหรือไม่ตก จะกระเตื้องขึ้นหรือไม่ ก็เพียงแต่ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เรามีทั้งจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมอีก 59 จังหวัด ซึ่งเรายกระดับมาตรการในวันที่ 18 เม.ย. ก็ได้มีการทำงานร่วมกันบูรณาการทุกหน่วยงาน ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่มีส่วนในเรื่องของความร่วมมือด้วยความเข้าใจ ตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ออกมาตามมาตรการต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสโซเชียลโจมตีรัฐบาลกรณีอยากให้เปิดให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอบสนองท่านแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำมาตลอด ได้ให้ สธ.พิจารณาดำเนินการมาตลอด แต่ต้องการให้เกิดความชัดเจนเกิดขึ้น จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกคณะหนึ่งที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. เป็นประธาน ก็ได้หารือสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และผู้รู้ทั้งหลายมาให้ข้อมูลตรงนี้ ว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างไรให้ได้วัคซีนทางเลือกเข้ามา
&amp;ldquo;วันนี้ผมเร่งรัดใน ครม.ไปแล้ว ให้ทุกจังหวัด ให้ กทม. เร่งฉีดวัคซีนที่ได้รับไปให้เร็วที่สุด จำนวนมากที่สุดที่ได้ไปจนครบ และรัฐบาลก็เตรียมวัคซีนสำรองตรงนี้ไว้อีกด้วยในระยะต่อๆ ไปเพื่อให้ทั่วถึง เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ที่ถามว่ารัฐบาลไม่เปิดทางให้เอกชน เป็นเรื่องการผูกขาดนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย คิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรจะปลอดภัย ทำอย่างไรจัดหาได้ และในส่วนของการดำเนินการเราไม่สามารถไปซื้อเหมือนซื้อยาปกติทั่วไปได้ เพราะเป็นวัคซีนที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน และบริษัทผู้ผลิตเอกชนนั้นไม่รับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียง
แจงยิบตัวเลขวัคซีน
&amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงการนำเข้าวัคซีนว่า ย้อนไปเดือน ก.พ. รวมเข้ามา 317,000 โดส แบ่งเป็นซิโนแวค 200,000 โดส และแอสตราเซเนกา 117,000 โดส เดือน มี.ค. ซิโนแวคเข้ามาอีก 800,000 แสนโดส เดือน เม.ย.ซิโนแวคเข้ามาอีก 1,000,000 โดส รวมเข้ามาแล้ว 2,117,000 โดส ตอนนี้ได้จัดแผนในการแจกจ่ายไปยังพื้นที่ต่างๆ เพิ่มเติมมากขึ้นแล้ว และให้เร่งรัดการฉีดให้มากยิ่งขึ้น และในวันที่ 24 เม.ย. ซิโนแวคจะเข้ามาอีก 5 แสนโดส เดือน พ.ค.ซิโนแวคเข้ามาอีก 1 ล้านโดส แต่ในส่วนของ 1 ล้านโดสตรงนี้ต้องรอนโยบายของรัฐบาลจีนด้วย เพราะการนำออกจากประเทศจีน ต้องขออนุมัติรัฐบาลจีนก่อน ซึ่งเราหารือกันเป็นประจำอยู่แล้ว&amp;nbsp; ส่วนของแอสตราเซเนกาที่ผลิตในไทย จะเริ่มทยอยส่งตั้งแต่ในเดือน มิ.ย.ประมาณ 4-6 ล้านโดส และเพิ่มจำนวนตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปจนถึงสิ้นปี 64 จนครบ 61 ล้านโดส เพราะฉะนั้นบวกกับที่เราจะจัดหาเพิ่มเติมเป็นวัคซีนทางเลือกก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ และขณะนี้สถาบันวัคซีนแห่งชาติกำลังเจรจากับไฟเซอร์ประเทศอังกฤษ มีความเป็นไปได้ส่งให้ได้ช่วงเดือน ก.ค.ถึงสิ้นปี 2564 ประมาณ 5-10 ล้านโดส ขณะนี้กำลังรอใบเสนอราคาและเงื่อนไขอยู่ ซึ่งเรามีวัคซีนอีกหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ไม่อยากพูดไปล่วงหน้า เพราะอยู่ในขั้นตอนการติดต่ออยู่ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงยาฟาวิพิราเวียร์ว่า หลายคนเข้าใจว่าเราขาดแคลน แต่รัฐบาลได้เตรียมแผนสำรองจัดหาไว้แล้ว ซึ่งยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่ยาที่กินแล้วป้องกันโควิด-19 ส่วนวัคซีนก็เป็นวัคซีนที่สร้างภูมิต้านทานในตัวเราให้เข้มแข็งขึ้นและไม่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น แต่ก็ต้องใช้มาตรการเดิมที่มีอยู่คือการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมือ โดยแผนจัดหายาฟาวิพิราเวียร์นั้น เดือน เม.ย.-พ.ค.จำนวน 2 ล้านเม็ด เดือน พ.ค.-มิ.ย.จำนวน 1 ล้านเม็ด เดือน มิ.ย.-ก.ค.จำนวน 5 แสนเม็ด ฉะนั้นเราจะสั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์สำรองในสต๊อกจำนวน 3.5 ล้านเม็ดให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งวันนี้ยังมีพอสำหรับในขั้นต้นที่จะใช้ในการรักษาสต๊อกต่างๆ ที่เตรียมไว้ หากสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นก็ต้องเพิ่มไปอีก ฉะนั้นก็ต้องมีแผนเป็นขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องชนะไปด้วยกัน ชนะโควิด-19 ให้ได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน หลายครั้งที่ผมพูดอาจพูดเร็วไปนิด เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องคิดก็ต้องขอโทษด้วย แต่งานในหน้าที่ของนายกฯ ผมก็จะทำให้ดีที่สุดด้วยความเข้าใจด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน อะไรที่ไม่ดีก็ต้องขอโทษ อะไรที่ดีก็ขอให้ร่วมมือนายกฯ นายกฯ ไม่เคยเป็นอื่น ยังคงยึดมั่นในหลักการของนายกฯ มาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศของเราดีขึ้น ดีที่สุดในอนาคต&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้ความร่วมมือกับแพทย์ โดยเลือกสถานที่เข้ารับการรักษาไม่ขอไปอยู่ที่โรงพยาบาลสนามว่า &amp;ldquo;ก็ขอความร่วมมือผู้ป่วยทุกคนด้วย&amp;rdquo;
รักษาที่บ้านทางเลือกสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ประชุมได้หารือกันถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งให้จัดหาเตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เรียบร้อย พร้อมให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรายงานมาทุกวันว่ามีการจัดหาเตียงอย่างไรและได้จำนวนเท่าไหร่ ส่วนเรื่องแนวคิดการรักษาตัวอยู่ที่บ้านนั้น พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า ยังไม่ใช่ตัวเลือก เพราะไทยยังมีเตียงรองรับได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสนาม หรือฮอสพิเทล ดังนั้น การรักษาตัวอยู่ที่บ้านจึงเป็นตัวเลือกสุดท้าย สอดคล้องกับนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ที่รายงานว่า ขณะนี้เรามีศักยภาพเพียงพอในการรองรับผู้ป่วย การรักษาตัวอยู่ที่บ้านจึงเป็นช่องทางสุดท้ายในกรณีที่เราไม่มีเตียงแล้ว นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กำชับเรื่องการกระจายวัคซีน ขอให้มีการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ดีๆ และกระจายให้ทั่วถึง เพราะตอนนี้ยังน้อยเกินไป ขอให้ฝ่ายที่รับผิดชอบไปทำให้ดี ไม่อย่างนั้นจะลงโทษ โดยขอให้เร่งฉีดตามกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้อย่างด่วนที่สุด โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะดูรายงานทุกวันว่ามีการฉีดไปเท่าไหร่ และเป็นไปตามแผนหรือไม่ ขณะเดียวกันยังย้ำกับที่ประชุมว่าจะไม่มีการเคอร์ฟิวหรือล็อกดาวน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ยืนยันถึงยาฟาวิพิราเวียร์ว่า มีเพียงพอ สามารถบริหารจัดการได้ แม้ระหว่างนี้จะมีผู้ติดเชื้อและมีความต้องการใช้ยาเพิ่มขึ้น อัตราการใช้อยู่ที่กว่า 1 หมื่นเม็ดต่อวัน ก็มีการจัดหาเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 5 แสนเม็ด เพื่อให้มีสำรองตลอดเวลา และให้เกิดการหมุนเวียน จึงได้สั่งให้องค์การเภสัชกรรมจัดหามาเพิ่มอีก 1 ล้านเม็ด คาดว่าจะส่งมอบในเดือน เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิตชี้แจงถึงแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาลและฮอสพิเทลว่า ใน 2 วันที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องเตียงได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและทันท่วงที ปัจจุบันมีคู่สายแก้ไขเรื่องเตียง 4 คู่สาย ได้แก่ สายด่วน สปสช. 1330, สายด่วนกรมการแพทย์ 1668, สายด่วนศูนย์เอราวัณ 1669 และสบายดีบอต ขณะนี้ได้เพิ่มเติมสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในความร่วมมือของอาสากู้ภัย เพื่อมาดูแลรถส่งผู้ป่วย ขณะนี้เรายังมีความพร้อมจัดหาเตียงรองรับผู้ติดเชื้อทุกกรณี ทั้งนี้ มีผู้ที่ไม่ประสงค์เข้ารับการรักษา 74 ราย ซึ่งวันนี้ขอย้ำว่าหลักการของ สธ.ผู้ติดเชื้อทุกรายต้องแอดมิททุกกรณี เข้าสู่การรักษาใน รพ. ฮอสพิเทล รพ.สนาม ตามเกณฑ์ความรุนแรงสีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพราะไม่มีใครรับประกันความรุนแรงของโรคได้
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์มีการติดเชื้อไปทั่วประเทศ มากกว่าครึ่งสามารถรับมือและควบคุมได้ มีประมาณ 20 จังหวัดที่ระบาดมาก ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่อดทนและเสียสละ ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ เดิมเรามีประมาณ 6-7 แสนเม็ด ถือว่าเยอะ เนื่องจากขณะนั้นมีผู้ติดเชื้อน้อย แต่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีการใช้ยาเพิ่มมากขึ้นไปอีก จากการใช้วันละไม่กี่เม็ด เพิ่มเป็นวันละ 2 หมื่นเม็ด ขณะนี้ได้สั่งซื้อยามาอีก 2 ล้านเม็ด เพื่อรองรับสถานการณ์แล้ว และสั่งซื้อยาฉีดเรมดิซีเวียร์เพิ่มเช่นกัน
สัปดาห์นี้ฉีดครบ 1 ล้านโดส
&amp;ldquo;เรื่องวัคซีนจำเป็นต้องปรับแผนการฉีดตามสถานการณ์ ซึ่งช่วงการระบาดความสำคัญอยู่ที่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าต้องได้รับวัคซีน 100% โดยในวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะกระจายวัคซีนซิโนแวคล็อต 1 ล้านโดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าประมาณเกือบ 6 แสนโดส หรือประมาณ 3 แสนคน และเร่งรัดการฉีดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้การฉีดวัคซีนภาพรวมของไทยเกิน 1 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้ และให้เร่งการฉีดวัคซีนทั้งเข็มแรกและเข็มที่สองในกลุ่มเสี่ยงในทุกจังหวัดด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิระบุ
วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในหลากหลายวงการ โดยล่าสุด นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง กล่าวยอมรับว่า ทีมงานทีอยู่หน้าห้องติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จริง แต่ไม่ได้ใกล้ชิดมาก เพราะอยู่คนละห้อง แต่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงขอกักตัว 14 วัน และให้ทีมงานทุกคนกักตัวถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ และให้เวิร์กฟรอมโฮม หากใครมีอาการก็ขอให้รีบแจ้งให้ทราบ เพื่อตรวจสอบและทำการรักษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่เทคนิคของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ติดเชื้อโควิด-19 จริง และได้มีคำสั่งให้ปิดสตูดิโอ 1 ของสถานีที่ตั้งอยู่ภายในซอยอารีย์สัมพันธ์แล้ว พร้อมทั้งทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดสตูดิโอดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 คน ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระบบไฟฟ้าและกล้องวงจรปิด ซึ่งนางพรพิศได้รายงานแล้ว ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติภายในตัวอาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กล่าวว่า วันนี้มีตำรวจในสังกัดติดเพิ่มอีก 1 คน ทำให้มียอดสะสมรวม 140 คน&amp;nbsp; รักษาหาย 7 คน พ้นการกักตัว 1 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ระหว่างการกักตัว 489 คน แต่ยืนยันว่าตำรวจนครบาลสามารถบริหารจัดการดูแลประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ได้มีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 17 เม.ย.ถึง ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. ออกข้อกำหนดเพื่อยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ ให้ทุกหน่วยศึกษาทำความเข้าใจข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, การออกตรวจพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจ เพื่อระงับยับยั้งการมั่วสุม หรือการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด, ให้ชะลอการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์และจุดกวดขันวินัยการจราจร โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุด, ให้งดจัดกิจกรรมทางสังคมในลักษณะที่เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ และพิจารณาปรับรูปแบบการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยอาจปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง การสลับวันทำงาน หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
lazywin888
1ufabet
mk8
betflik168
w69th
wings789
pg133
m88
sawan789
we88</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100140</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์สถานบันเทิง, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อรายใหม่, ผู้ป่วยอาการหนัก, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งฉีดวัคซีน, เสียชีวิตเพิ่ม, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ee8e694c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
