<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดข้อมูล ตม. น็อก &#039;นาที&#039; เซ่นปมเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.63 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ถึงความคืบหน้ากรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน กรณีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกร้องเรียนมีชื่ออยู่ในการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อวันที่11 ม.ค.2563 ทั้งที่นางนาทีไม่ได้อยู่ในห้องประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เพื่อขอข้อมูลช่วงเวลาที่นางนาที เดินทางผ่านด่านตม.ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่นางนาทีมีชื่ออยู่ในการลงมติในสภา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดตม.ได้ทำหนังสือตอบกลับมายังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยระบุว่า นางนาทีได้เดินทางออกจากด่านตม.สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา15.28 น. ในวันที่ 11ม.ค.2563 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของนางนาทีในวันที่ 11 ม.ค.2563 พบว่า นางนาทีได้ลงมติครั้งสุดท้ายในมาตรา 49 ว่าด้วยแผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ในเวลา 15.46 น. และลงมติมาตรา 48 ว่าด้วยแผนงานบูรณการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค ในเวลา15.19 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนี้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะรายงานการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับทราบต่อไป นอกจากนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา นายชวน ยังได้เซ็นคำสั่งให้คณะกรรมการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบกรณีการเสียบบัตรแทนกันในทุกกรณีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57190</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นาที รัชกิจประการ, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b6a482fc4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.พรรคชัช ไม่รับ-ไม่ปัดเสียบบัตรแทนกัน บอกรอกระบวนการสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.63- นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงภายหลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่เจ้าตัวมีพฤติกรรมลักษณะลงมติให้ส.ส.คนอื่นในระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ.2563&amp;nbsp;ว่า ส.ส.ได้มีการยื่นญัตติเพื่อขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบกรณีเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งกระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่ถูกต้อง และตนยินดีที่จะให้ข้อมูลกับคณะกมธ.วิสามัญดังกล่าว เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบของสภา&amp;nbsp; รวมไปถึงการตรวจสอบจริยธรรมของนักการเมืองด้วย ทั้งนี้ ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว อยากให้รอกระบวนการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่านายโกวิทย์เสียบบัตรแทนคนอื่นจริงหรือไม่ นายโกวิทย์ ตอบบ่ายเบี่ยงว่า ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบ ถามย้ำว่านอกจากบัตรตัวเอง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บัตรที่ถือไว้ อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบที่เหลือคือของใคร นายโกวิทย์ กล่าวเพียงสั้นๆและย้ำคำตอบเดิมว่า ตนถือบัตรของตัวเองอยู่จริง ที่เหลือไม่ขอตอบ แต่ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55960</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคพลังท้องถิ่นไท, รัฐสภา, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน, โกวิทย์ พวงงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33d06713937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039; ยกส.ส.ฝรั่งเศสสามารถลงคะแนนแทนกันได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีปัญหาการลงคะแนนกันของส.ส.ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 โดยระบุว่า เมื่อช่วงหลายวันที่ผ่านมามีกรณีที่น่าสนใจเกิดขึ้นในที่ประชุมสภา นั่นคือการเสียบบัตรแทนกัน ของ ส.ส. ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นที่ถกเถียงและจับตากันของหลายฝ่ายว่าจะส่งผลอย่างไรต่อ พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว กฎหมายจะมีปัญหาหรือเปล่า และประเทศไทยจะมีงบประมาณใช้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าว่า ผมขอเล่าถึงกรณีของประเทศฝรั่งเศสก่อน ว่ามีบทบัญญัติเป็นข้อบังคับไว้ชัดเจนว่า ส.ส. อาจมอบอำนาจให้ ส.ส. คนอื่นลงคะแนนแทนได้ ในกรณีดังนี้ 1. ป่วย​ อุบัติเหตุ​ เหตุร้ายแรงเกี่ยวกับครอบครัว 2.ติดภารกิจชั่วคราวที่มอบหมายโดยรัฐบาล 3.ติดภารกิจทางทหาร 4. สภามอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับภารกิจด้านต่างประเทศของสภา 5. อยู่ในการประชุมสภาสมัยวิสามัญ​ สำหรับกรณี ส.ส. ในเขตเลือกตั้งนอกดินแดนฝรั่งเศสหรือดินแดนโพ้นทะเล
6.เหตุสุดวิสัย​ ตามที่สำนักงานสภาฯ เห็นชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยนั้นข้อบังคับการประชุมสภาในข้อที่ 80 เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าการออกเสียงลงคะแนนไม่สามารถทำแทนกันได้ นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยในประเด็นการออกเสียงลงคะแนนของสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกรณี พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อโครงสร้างพื้นฐานในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ไว้ในปี 2556-2557 ซึ่งแท้จริงแล้วผมก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางคำวินิจฉัยแบบนี้ เพราะเห็นว่าหากมีกระบวนการการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่ชอบ ก็ควรต้องตัดเอาคะแนนที่ไม่ชอบนั้นออกไปเท่านั้น ไม่ใช่ทำให้ร่างกฎหมายทั้งฉบับนั้นต้องตกไปเพียงเพราะมีการเสียบบัตรแทนกันแค่ไม่กี่คน โดยเฉพาะเมื่อตัดคะแนนที่ไม่ชอบออกไปแล้วไม่มีผลทำให้คะแนนเสียงข้างมากเปลี่ยนข้าง ส่วนการลงโทษทางวินัยต่อผู้กระทำผิดนั้นควรเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะพิจารณาลงโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่หากศาลรัฐธรรมนูญมีแนวทางคำวินิจฉัยปัดตกทั้งฉบับเช่นนี้มาแล้วในอดีต ก็เป็นที่น่าติดตามต่อไปเช่นกันว่าจะวินิจฉัยกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้อย่างไรบ้าง รอดหรือไม่รอด พระราชบัญญัติจะตกไปเพราะกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่เคยวินิจฉัยไว้ในอดีตหรือไม่ และรัฐบาลจะมีทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือข้อเสนอที่ชี้โพรงให้รัฐบาลออกงบรายจ่ายประจำปีเป็น พระราชกำหนด แทน พระราชบัญญัตินั้นทำไม่ได้แน่นอน เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ก็บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่าต้องออกเป็นพระราชบัญญัติเท่านั้น&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ตามที่คุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ความเห็นว่าหากศาลรัฐธรรมนูญปัดให้กฎหมายงบประมาณตกไปทั้งฉบับนั้น ก็ให้ยกเอารัฐธรรมนูญมาตรา 143 มาใช้ โดยถือว่าหากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วัน ให้ถือว่าเห็นชอบและดำเนินการต่อไป แต่ผมก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะกรณีที่เกิดขึ้นนั้นไม่เข้ากับมาตรา 143 เนื่องจากร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว จนตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัจริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ ซึ่งกรณีนี้ทั้งหมดไม่ใช่กรณีตามมาตรา 143 แน่นอน การกระทำทำเช่นนี้จะขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ทั้งหมดนี้ที่ผมเล่าไป ผมอยากให้ทุกท่านได้คิดและมองภาพที่กว้างกว่านั้น ที่ว่าลักษณะการทำโจ๋งครึ่มเป็นล่ำเป็นสันกันกลางสภาเช่นนี้เกิดจากอะไร ผมเห็นว่าลักษณะเช่นนี้เป็น &amp;ldquo;อาการ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผลพวง&amp;rdquo; ของการที่รัฐบาลชุดนี้เป็น &amp;ldquo;รัฐบาลเสียงข้างมากแบบปริ่มน้ำ&amp;rdquo; อันเป็นผลร้ายของ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; ที่ออกแบบมาให้เป็นมีเสียงปริ่มน้ำ มีพรรคร่วมหลายพรรค มีบางครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตในสภา ทำให้ต้องเข้มงวดกวดขันให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลทุกคนต้องมาโหวต ไม่เช่นนั้นถ้าผิดพลาดไปนิดเดียวก็อาจจะแพ้โหวตฝ่ายค้านอีกได้ การเสียบบัตรแทนกัน จึงเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ&amp;quot; นายปิยบุตร ทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55884</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปิยบุตร แสงกนกกุล, อนาคตใหม่, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e2454b960050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!คำร้องส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านไร้ชื่อ&#039;นาที&#039;เสียบบัตรแทนกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 63 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ให้สอบกรณีเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยศาลกำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือภายในวันที่ 4 ก.พ. ว่า ได้รับทราบเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยกรณีดังกล่าวแล้ว โดยศาลรับ 2 คำร้องของ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ตีตก 1 คำร้องของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ศาลยังได้ส่งคำสั่งไปให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ. นี้ ซึ่งในส่วนของนายสรศัก่ดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ให้อำนาจทางเลขาธิการสภาฯไปดำเนินการชี้แจง โดยไม่ต้องกำชับอะไรเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศาลไม่มีชื่อของนางนาที &amp;nbsp;รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้เป็นบุคคลที่ต้องชี้แจงข้อมูลทั้งที่ถูกตรวจสอบและพบว่าให้บุคคลอื่นใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทน ทั้งที่เจ้าตัวลาไปต่างประเทศ นายชวนปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสรศักดิ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า สาเหตุที่ยังไม่ตรวจสอบนางนาทีนั้น เป็นเพราะเรื่องเพิ่งส่งมาถึงตน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการตรวจสอบคำร้องของกลุ่มส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและส.ส.กลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยื่นต่อนายชวน เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น พบว่ามีการระบุชื่อนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย เพียงบุคคลเดียวในการเสียบบัตรแทนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่เรียกบุคคลให้ชี้แจงเป็นหนังสือ ประกอบด้วย นายสรศักดิ์ , &amp;nbsp;นายฉลอง , น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์​ พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ศาลให้นายสมบูรณ์และน.ส.ภริมส่งคำชี้แจงด้วยนั้น เป็นไปได้ว่าในการยื่นคำร้องฝ่ายค้านได้ยื่นหลักฐานประกอบเป็นคลิปที่ปรากฎภาพของน.ส.ภริม และนายสมบูรณ์ ที่มีพฤติกรรมเสียบบัตรแทนบุคคลอื่นด้วย ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกน.ส.ภริม และนายสมบูรณ์ ยื่นคำชี้แจง ส่วนกรณีของนางนาทีนั้นเป็นชื่อที่อยู่ในคำร้องของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้อง เนื่องจากมีการลงลายมือชื่อส.ส.ซ้ำกับคำร้องอื่น 30 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55871</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;สมมติว่า &#039;บิ๊กตู่&#039; ลงเล่นการเมือง &quot;, นาที รัชกิจประการ, ศาลรัฐธรรมนูญ, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b6a482fc4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึกแล้ว!ศาลรธน.รับวินิจฉัยพ.ร.บ.งบฯ63 หลังพบส.ส.อัปยศเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63 - ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของส.ส. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามแล้วธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) จำนวน 3 คำร้อง ว่าร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ &amp;nbsp;กรณีปรากฎคลิปภาพ ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน โดยคำร้องทั้ง 3 ฉบับ เป็นความเห็นของนายวิรัช รัตนเศรษฐ มีส.ส.เข้าชื่อจำนวน 109 คน ความเห็นของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่มีส.ส.เข้าชื่อ จำนวน 84 คน และความเห็นของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่มีส.ส.เข้าชื่อ จำนวน 77 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แล้วเห็นว่า คำร้องตามความเห็นของนายวิรัตน์และนายสมพงษ์ มีประเด็นต้องพิจารณาเป็นประเด็นเดียวกันจึงให้รวมทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกันซึ่งทั้ง 2 คำร้อง เป็นกรณี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสองสภาเห็นว่าร่าง &amp;nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จึงเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นนั้น มายังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ ศาลจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยพร้อมแจ้งให้ผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย น.ส.ภิม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนคำร้องตามความเห็นของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่าประเด็นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยเป็นประเด็นเดียวกันกับคำร้องตามความเห็นของนายสมพงษ์ โดยมีรายชื่อของผู้เสนอความเห็นซ้ำกันจำนวน 30 คน จึงทำให้จำนวนส.ส.ที่เข้าชื่อไม่ถึงหนึ่งใน 10 ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ศาลจึงไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55808</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.งบประมาณ, ศาลรัฐธรรมนูญ, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb87d973a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039; จี้ ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนให้เพื่อนแสดงตัว รับผิดชอบทางกฎหมาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.63 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงปัญหาส.ส.เสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า ขอเรียกร้องให้คนกระทำผิด ไม่ว่าคนที่ให้คนอื่นลงคะแนนให้ และคนที่ลงคะแนนแทนเพื่อน ควรออกมาแสดงตัวยอมรับการทำผิด และพร้อมจะแสดงการรับผิดชอบ ที่จะรับผิดตามกฎหมาย สมกับเป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในขณะนี้ ทางสภาฯ ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแล้ว ไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ผมขอเรียกร้องให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ช่วยกันแก้วิกฤต พรบ.งบประมาณในครั้งนี้ อย่ามัวแต่เล่นเกมกันและขอให้นึกถึงปัญหาปากท้องของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ จากการล่าช้า โครงการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะหมวดเงินลงทุนที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นเพียงความคิด ของบุคคล พรบ.งบประมาณไม่เป็นโมฆะการแก้ปัญหาก็อาจจะแก้ไขได้ไม่ยากและรวดเร็ว แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าโมฆะ รัฐบาลก็ยังสามารถจะแก้ไขได้โดยรัฐบาลเสนอร่าง พรบ.นี้เข้าสภาใหม่และส.ส ทั้งสภา ร่วมกันแก้ไขวิกฤตในครั้งนี้โดยร่วมกันพิจารณางบประมาณให้เสร็จวาระ 1 พรบ.งบประมาณ ภายในวันเดียวแล้วตั้งกรรมาธิการงบประมาณใหม่ จากนั้น กรรมาธิการ เร่งสรุปร่างพรบ.งบให้เสร็จใน 7 วัน &amp;nbsp;จากนั้นนำเสนอวาระ 2 และ 3 &amp;nbsp;ในสภาให้จบได้ใน 1 วัน จากนั้นสภาก็นำร่างพรบส่งวุฒิสมาชิกได้ต่อไป ผมคาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก็น่าจะจบได้ แต่จะทำได้ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของสส.ทั้งสภาฯ&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ตามข่าวมีคนเสนอว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินเป็นโมฆะให้รัฐบาลออก พรก.งบประมาณใหม่เข้าสภา จัดการแบบม้วนเดียวจบ แม้ว่าวิธีการนี้จะทำได้ แต่ในส่วนตัวตนไม่เห็นด้วยยกเว้นเป็นทางออกสุดท้ายที่จำเป็นจริงๆ ถ้ามีวิธีการอื่น รัฐบาลควรเลือกทางออกอื่นจะดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55452</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นพ.ระวี มาศฉมาดล, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5d9fff176c126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อร้อง ป.ป.ช.เอาผิดกราวรูด ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งไม่อยู่ที่ประชุมพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แต่ปรากฏว่ามีชื่อเป็นผู้ลงคะแนนเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว ตามที่นายนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และอดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ได้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน จนกระทั่งนำไปสู่การใช้สิทธิตาม ม.148(1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยการเข้าชื่อกันของ สส. 1 ใน 10 ของสภาฯในการเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าร่างกฎหมายดังกล่าวตราขึ้นโยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากกรณีของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมวันเด็กที่ จ.พัทลุง ในวันที่มีการลงคะแนนเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ปรากฏภาพถ่ายอยู่ที่ประเทศจีน แต่บุคคลทั้งสองกลับมีชื่อร่วมลงมติในที่ประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมาด้วย นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตามที่สื่อมวลชนหลายแขนงได้นำหลักฐานภาพถ่ายการเสียบบัตรแทนกันมารายงานอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.185 อันถือได้ว่าเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น และอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในข้อ 7 และข้อ 8 ในประเด็นที่ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และต้องไม่มีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตําแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ฯลฯ ซึ่งหาก ป.ป.ช. วินิจฉัยว่ามีความผิดตามข้อห้ามข้างต้น ก็อาจนำไปสู่การสิ้นสุดลงของตำแหน่ง สส. ตามมาตรา 101(7) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน และเอาผิด สส.ทั้งหมดดังกล่าวหากพบความผิดตามครรลองของกฎหมายต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., ศรีสุวรรณ จรรยา, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5c52854c19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
