<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เสรีพิศุทธ์’ลามซัดศาลเป๋ สมชัยปูด17ส.ส.เสียบบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ส.ส.พลังท้องถิ่นไทจนมุมเสียบบัตรแทน รูดซิปปากบัตรปริศนา 2 ใบในมือเจ้าของเป็นใคร ด้าน &amp;quot;สมชัย&amp;quot; ชี้เป้าเพิ่มอื้ออาจมีถึง 17 คน จี้สภาเก็บให้ครบ ด้าน &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; โวยศาลวินิจฉัยเป๋หลังยกคำร้องลงชื่อซ้ำ ขณะที่ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันไร้อุปสรรค พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ติดหล่ม แง้มรัฐบาลมีทางออกหลายช่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่รัฐสภา นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงภายหลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่เจ้าตัวมีพฤติกรรมลักษณะลงมติให้ ส.ส.คนอื่นในระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า ยินดีที่จะให้ข้อมูลกับคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบกรณีเสียบบัตรแทน เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบของสภา รวมไปถึงการตรวจสอบจริยธรรมของนักการเมืองด้วย อยากให้รอกระบวนการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่านายโกวิทย์เสียบบัตรแทนคนอื่นจริงหรือไม่ นายโกวิทย์ตอบบ่ายเบี่ยงว่า ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่านอกจากบัตรตัวเอง 1 บัตรที่ถือไว้ อีก 2 ใบที่เหลือคือของใคร นายโกวิทย์กล่าวเพียงสั้นๆ และย้ำคำตอบเดิมว่า ตนเองถือบัตรของตัวเองอยู่จริง ที่เหลือไม่ขอตอบ แต่ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;สมชัย ศรีสุทธิยากร&amp;rdquo; กรณี ส.ส.ในสภาเสียบบัตรแทนกันในการลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่น่าจะจบแค่ 8 คนที่ถูกเปิดเผยชื่อออกมา แต่เมื่อมีผู้เสียบแทน ย่อมมีผู้ให้เสียบแทน หรือหากพบว่ามีผู้ยอมให้เสียบแทน ก็ต้องสอบสวนไปให้เจอผู้ที่ไปเสียบแทน ซึ่งไม่ยาก การตรวจสอบเวลาในการเสียบบัตรที่มีปัญหา และชื่อผู้เสียบบัตรในลำดับก่อนและหลัง ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาน่าจะมีอยู่ และสอบสวนบุคคลดังกล่าวและบุคคลที่เสียบบัตรในช่องใกล้เคียงถึงพฤติกรรมผิดปกติที่เขาเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภูมิใจไทยมี 3 คนให้คนอื่นเสียบ และ 1 คนเสียบแทนคนอื่น ดังนั้นอย่างน้อยต้อง +1 ถึง +4 จำเลยที่เกี่ยวข้องพลังประชารัฐ มี 1 คนที่เสียบให้คนอื่น และ 1 คนที่ไม่อยู่ แต่มีคนอื่นเสียบบัตรแทน ก็อาจ +0 จนถึง +2 ประชาธิปัตย์ เสียบให้คนอื่นอีก 1 ดังนั้น จำเลย +1 แน่นอนเช่นเดียวกับพลังท้องถิ่นไท เสียบให้คนอื่นอีก 2 ดังนั้น +2 จำนวนคนที่เกี่ยวข้องเมื่อคิดสองทาง คือผู้ใช้และผู้กระทำ จะอย่างน้อยก็ +4 ไปจนถึงมากสุดถึง +9
&amp;nbsp;ตัวเลขคนที่กระทำผิด จึงแปรผันอยู่ที่ 8+4 คือ 12 คน ถึง 8+9 คือ 17 คน ท่านประธานชวน อย่าลืมบอกท่าน เลขาธิการรัฐสภา เก็บ spare ให้ครบถ้วนด้วยครับ&amp;rdquo; นายสมชัยระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องปมเสียบบัตรแทนกันของพรรคเสรีรวมไทยว่า สาเหตุที่ไม่รับคำร้องเพราะพบว่า ส.ส.ที่ลงชื่อท้ายคำร้องไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเองไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยในครั้งนี้ เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติว่าจะลงชื่อท้ายคำร้องซ้ำกันไม่ได้ เพราะการยื่นคำร้องไม่เหมือนกับการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และคำร้องของตนเองก็มีชื่อของนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และไม่แน่ใจว่าการที่ศาลไม่รับคำร้องเป็นเพราะในคำร้องของตนเองมีการแนบเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบของนายกฯ ซึ่งไม่เหมือนกับคำร้องของพรรคอื่น และเห็นว่าหากศาลวินิจฉัยอย่างนี้ ตนเองจะเอาชื่อของ ส.ส.ที่ไหนมาเพื่อไม่ให้ซ้ำ เพราะแต่ละคำร้องต้องใช้ ส.ส.ลงชื่อถึง 80 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า ตนเองเห็นว่าศาลวินิจฉัยเป๋ไปหมด จึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งใหม่ว่าลงชื่อท้ายคำร้องซ้ำกันได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าศาลจะสั่งอย่างไรก็ได้ และได้ให้นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทยไปตรวจสอบทุกคำร้องว่ามีชื่อของส.ส.ที่ลงชื่อไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เนื่องจากตนเองจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมกรณีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาแถลงยอมรับว่าเสียบแทนกัน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เพราะเป็นการรับสารภาพแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบทุกกรณีที่ปรากฏการเสียบบัตรแทนกันขึ้นมา &amp;nbsp;ส่วนใครจะมีเจตนาอย่างไร ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนแนวทางในการป้องกันในอนาคตนั้น ที่ผ่านมามี ส.ส.เสนอแนวทางรูปแบบการลงคะแนนใหม่ แต่เราต้องดูความเป็นจริงว่าการลงทุนแบบนั้น หากมากเกินความจำเป็นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะความจริงอยู่ที่หน้าที่ และความรับผิดชอบของ ส.ส.แต่ละคน แต่ก็ต้องยอมรับว่าห้องประชุมสภาที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ยังไม่มีความพร้อม เครื่องลงคะแนนไม่ครบตามจำนวน ส.ส. คาดว่าสมัยประชุมหน้าเดือนพฤษภาคม น่าจะลดปัญหาการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า เมื่อศาลรับคำร้องไปแล้วก็ว่าไปตามกระบวนการ รอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ. ส่วนผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อาจมีบ้างเป็นธรรมดา แต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคใหญ่โตหรือเสียหายไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในแนวทางไหน เพราะรัฐบาลเตรียมการในส่วนนี้เอาไว้แล้วทุกทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ในวันที่ 4 ก.พ. กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการรองรับการใช้งบประจำและงบทั่วไปเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีการหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ดังนั้น งบประจำและงบลงทุนที่ผูกพันงบประมาณจะไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนโครงการใหม่ที่ยังไม่เคยผูกพันงบประมาณ สำนักงบประมาณได้เสนอไว้ก่อนแล้วให้เดินหน้าเจรจาเตรียมการไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงนาม เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ประกาศใช้ได้จะลงนามได้ทันที ทำให้การดำเนินการเร็วขึ้น ยืนยันจะไม่เกิดความเสียหายต่อผู้รับเหมาก่อสร้าง คนงาน ผู้ใช้แรงงาน หรืออะไรที่หวั่นเกรงกัน เรื่องงบประมาณล่าช้าเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งนี้ช้ามาแล้ว 4 เดือน หากจะช้าอีก 1-2 เดือนก็เป็นไปได้ ถือว่าครั้งนี้ช้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมการในแง่ร้ายไว้แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แง่ร้ายต่องบประมาณตนนึกไม่ออก แต่แง่ร้ายต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นึกได้ แต่ได้เตรียมการในส่วนนี้ไว้แล้ว สามารถทำให้รวดเร็วได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยออกมาในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ นายวิษณุกล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หากอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ครม.สามารถออกเป็นพระราชกฤษฎีกาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ในกรณีหากจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยสภา และใช้วิธีนี้ในการดำเนินการ แต่ไม่คิดถึงวิธีที่ไม่ต้องขอเปิดสภากันบ้างหรือ ส่วนมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญก็เป็นหนึ่งในหลายช่องทาง รวมถึงการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นทุกเรื่องทุกประเด็น ถามไปแม้กระทั่งว่าถ้าไม่ได้แล้วจะให้ทำอย่างไร ตนก็นึกไม่ออกว่าถามแบบนี้จะให้ศาลตอบอย่างไร และหากไม่ออกมาในทางมาตรา 143 ก็ยังมีอีกหลายช่องทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะรัฐบาล ทางออกที่ดีที่สุดที่จะใช้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ คืออะไร นายวิษณุกล่าวว่า หากตอบแล้วคือชี้นำ แต่มีคิดไว้ในใจแล้วทุกเรื่อง มันไม่ใช่เรื่องการหาช่องว่างหรือช่องลอดอะไรทั้งสิ้น แต่ทางออกที่ดีที่สุดคือ ทางที่ศาลเป็นคนบอกแล้วรัฐบาลจะเดินไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว มันจะจบได้ด้วยคำวินิจฉัยของศาล แล้วจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55989</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ, ส.ส.พลังท้องถิ่นไท, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c1858070.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับวินิจฉัยเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาล รธน.รับวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 สั่งเลขาธิการสภาฯ-3 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ยื่นคำชี้แจงภายใน 4 ก.พ.นี้ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยุสภาสอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนแล้วฟ้องเอาผิดด้วย &amp;nbsp; ส.ส.พัทลุง ปชป.แฉอีก ส.ส.พัทลุง ภท.ไม่อยู่ห้องประชุมวันพิจารณางบฯ &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; ขู่ พท.อภิปรายนอกประเด็นจะตั้งโต๊ะแฉกลับเรื่องลับ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; จัดทีมอภิปราย แก๊งดาวสภามาครบ &amp;nbsp;ห่วงก๊วนนักเทศน์ทำอภิปรายจืด ยอมหมอบไม่ส่งคนลงแข่งสนามกำแพงเพชร ขอพุ่งเป้าเลือกซ่อมสมุทรปราการ &amp;quot;พีระวิทย์&amp;quot; คัมแบ็กอยู่ฝั่งรัฐบาลลุงตู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) จำนวน 3 คำร้อง ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีปรากฏคลิปภาพ ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน โดยคำร้องทั้ง 3 ฉบับ เป็นความเห็นของนายวิรัช &amp;nbsp;รัตนเศรษฐ ส.ส.และคณะ มี ส.ส.เข้าชื่อจำนวน 109 คน, ความเห็นของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.และคณะ จำนวน 84 คน และความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และคณะ จำนวน 77 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องตามความเห็นของนายวิรัตน์และนายสมพงษ์มีประเด็นต้องพิจารณาเป็นประเด็นเดียวกัน จึงให้รวมทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 คำร้องเป็นกรณี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสองสภาเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จึงเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาฯ ส่งความเห็นนั้นมายังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) กรณีจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ ศาลจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยพร้อมแจ้งให้ผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำร้องตามความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยเป็นประเด็นเดียวกันกับคำร้องตามความเห็นของนายสมพงษ์ โดยมีรายชื่อของผู้เสนอความเห็นซ้ำกันจำนวน 30 คน จึงทำให้จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อไม่ถึง 1 ใน 10 ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ศาลจึงไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ชอบหรือไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการทางออกเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไว้อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นอย่างไรตนไม่ควรพูด เพราะฝ่ายค้านออกมาเตือนอยู่ว่าไม่ให้พูดชี้นำ แต่ตนได้ให้แนวทางกับสำนักงบประมาณและรายงานนายกฯ ไปแล้วว่าถ้าศาลรับเรื่องระหว่างการพิจารณาจะนานเท่าไหร่ก็ตาม รัฐบาลเองต้องใช้เวลาดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ในการเตรียมการ ซึ่งทางออกมาตรการรองรับ เราคิดไว้หลายทาง ซึ่งมากกว่า 3 ทาง และไม่ว่าอย่างไรงบประจำของข้าราชการสามารถใช้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ระบุหากงบประมาณปีใหม่ออกไม่ทัน ให้ใช้งบประมาณของปีเก่าไปพลางก่อน&amp;nbsp;
ยุสภาฟัน สส.เสียบบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความผิดของ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน นายวิษณุกล่าวว่า ใครก็ตามที่เป็นต้นเหตุที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งจนถึงขณะนี้เราไม่เคยรู้เลยว่าสภาสอบกันไปแล้วอย่างไร ได้ความอย่างไร และยังต้องสอบจนกระทั่งได้ความ ซึ่งบางทีอาจจะช้า เห็นหรือไม่จากคดีที่เราชอบอ้างกันเมื่อปี 56-57 ที่เสียบบัตรคนหนึ่งหลายใบมาถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องการลงโทษกี่ปีมาแล้วล่ะ ยืนยันคนเสียบบัตรแทนกันนั้นผิด และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นต้องเป็นความรับผิดชอบอีกหลายเท่า ขณะเดียวกันต้องเตรียมมาตรการต่อไปด้วยว่าหากเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นในอนาคตอีก ฉะนั้นต้องระวัง เดี๋ยวจะเกิดเหตุอย่างนี้กับกฎหมายอื่นอีก และเมื่อมีผลออกมาอย่างไรจะต้องดำเนินการฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สภาจะต้องดำเนินการสอบให้จบ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป เรื่องนี้อาจจะต้องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือจะเป็นคดีอาญาธรรมดา ซึ่งขณะนี้คุณศรีสุวรรณก็ได้ไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.แล้ว นั่นก็เป็นช่องทางหนึ่ง และไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้อง สมรู้ร่วมคิด วางแผน&amp;quot; นายวิษณุ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิฯ แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือปัญหา ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าโดยหลักการแล้วการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถือเป็นเครื่องมือในการแสดงออกซึ่งเจตจำนงของ ส.ว.แต่ละท่านตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้มีการลงมติในเรื่องใดๆ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น &amp;quot;บัตรแห่งอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;quot; ดังนั้นจึงควรมอบบัตรออกเสียงลงคะแนนให้สมาชิกทุกท่านเป็นผู้รับผิดชอบบัตรของตนเอง และควรให้สมาชิกทุกคนนำบัตรออกเสียงลงคะแนนของตนเองออกจากเครื่องลงคะแนนทุกครั้งที่ออกจากห้องประชุม เพื่อป้องกันการใช้บัตรลงคะแนนโดยมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะตัวแทนประชาชน แถลงข่าวนำหลักฐานเปิดเผยถึงการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ว่า ส.ส.คนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภา ในวันที่ 10 ม.ค.2563 ในระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยตนได้ไปตรวจสอบพบว่า ส.ส.คนดังกล่าวมีไฟลต์บินระหว่างเวลา 20.50-22.15 น. ของสายการบินนกแอร์ ซึ่งเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงขอให้สภามีการตรวจสอบการทำหน้าที่ เพราะ ส.ส.ทำงานอยู่บนภาษีของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การออกมาครั้งนี้จะยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยยิ่งร้าวขึ้นหรือไม่ น.ส.สุพัชรีกล่าวว่า ตนไม่ได้มาในนามพรรค แต่มาในนามส่วนตัว ตามที่ประชาชนร้องเรียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายภูมิศิษฏ์ คงมี เป็น ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนถ้าเป็นเรื่องจริงก็จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกันกับกรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
พท.จี้นายกฯ รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม แถลงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพระบุเป็นการเสียบบัตรแทนกันของตนเองว่า ที่นั่งที่ตนใช้ลงคะแนนเป็นที่นั่งประจำของนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าที่นั่งห้องประชุมจันทรามีที่นั่งเพียง 250 ที่นั่ง จุดที่เสียบบัตรก็มีไม่เพียงพอ วันนั้นนายประกอบไม่ได้นั่งอยู่ในที่นั่ง แต่มีบัตรเสียบอยู่ จะเห็นได้ว่าระหว่างที่ตนดึงบัตรออกนั้น ตนได้เสียบบัตรของตนเองเข้าไปเพื่อลงคะแนนตามปกติ ซึ่งนายประกอบก็เดินเข้ามาพอดี จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนให้นายประกอบหรือให้ใคร &amp;nbsp;เมื่อตนไม่ได้ทำ ใครที่เอาข้อมูลไปขยายผลก็จะกลายเป็นการหมิ่นประมาท และหากมีการนำไปเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ ก็ถือว่าผิด พ.ร.บ.คอมพ์ มีโทษถึง 5 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 เกิดขึ้นจากปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่การเล่นการเมืองของฝ่ายค้านที่นำเรื่องดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างที่มีความพยายามบิดเบือนกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาล หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ที่ลูกพรรคตัวเองเสียบบัตรแทนกัน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ โดยจะต้องตรวจสอบและมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดกับ ส.ส.ที่โดดประชุมและทิ้งบัตรไว้ให้คนอื่นลงคะแนนแทนจนกลายเป็นการชัตดาวน์งบ 63 อยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเรื่องแค่นี้ผู้นำทั้ง 2 พรรคตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเป็นคนเสียบบัตรแทน ส.ส.ที่โดดประชุม อาจหมายถึงการสมรู้ร่วมคิดหรือเข้าข่ายช่วยกันปกปิดความจริง แล้วอย่างนี้ประชาชนจะไว้ใจให้บริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงภาวะผู้นำในการตรวจสอบและแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากงบปี 63 จะต้องล่าช้าออกไปอีก 2-3 เดือน รัฐบาลก็ควรเปิดเผยแผนสำรองออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบลงทุน หากไม่มีงบลงทุนใหม่ ก็จะกระทบกับแผนการลงทุน&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวหารัฐบาลว่าสีเทา ไม่แปลกใจ และชินกับพฤติกรรมชอบข่มขู่ของร.ต.อ.เฉลิม รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน ไม่ได้เป็นรัฐบาลสีเทา รัฐบาลจึงไม่หายนะแน่ ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีการทุจริตคอร์รัปชันจนต้องหายนะ มีรัฐมนตรีต้องติดคุก บางคนก็หนีไปคนละทิศละทาง เท่าที่ติดตามข่าวข้อมูลการอภิปรายในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเก่าที่ประชาชนทราบอยู่แล้ว ยังไม่มีอะไรใหม่ ร.ต.อ.เฉลิมคงอุบไว้เป็นความลับ เพราะท่านโหมโรงไว้เยอะ แต่ระวังว่าจะเผลอลืมเสียเอง มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เปรียบเสมือนทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟลน
แรมโบ้ขู่แฉกลับเพื่อแม้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเป็นคนที่รู้ข้อมูลพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ตนอยู่ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย ถ้าถามว่าวันนี้จะอภิปรายรัฐบาล ตนจะอาสาอภิปรายนอกสภาคนในพรรคเพื่อไทย คนเป็นผู้ใหญ่บริหารในพรรคเพื่อไทยได้ทำอะไรในบ้านเมืองนี้ไว้ ตนสามารถอภิปรายมีข้อมูลมีเนื้อหามากกว่าที่คนในพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อีกด้วยซ้ำไป ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยยังเล่นการเมืองแบบวิชามาร ยังเล่นการเมืองแบบไปรื้อฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไปรื้อฟื้นของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมา ตนอาจจะตั้งโต๊ะอภิปรายนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชันกับฝ่ายค้านกันเลยว่าใครจะมีข้อมูลทีเด็ดมากกว่ากัน แสดงว่ารัฐบาลมีทั้งองครักษ์ทั้งในสภาและนอกสภาด้วยแน่นอน ถ้าเป็นการอภิปรายที่เป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน หรือมีรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันเราไม่ว่ากัน แต่วันนี้เท่าที่ฟังดูยังไม่มีการเปิดประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมได้จัดทีมวอร์รูมขึ้นมาเป็นอดีต ส.ส.ที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ที่มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ จะติดตามข้อมูลว่าการอภิปรายครั้งนี้อยู่ในประเด็นหรือไม่ และเราจะเปิดเวทีตอบโต้เหมือนกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ถ้ายังใช้วิชามารนอกกติกา ความวิบัติที่คุณเฉลิมพูดนั้นไม่ได้ตกอยู่ที่ท่านนายกฯ ไม่ได้ตกอยู่ที่รัฐบาล แต่ตกอยู่ที่ผู้นำของพรรคเพื่อไทยแน่นอน สิ่งสำคัญก็คือว่าอย่าสร้างหลักฐานเท็จ อย่าใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ และอย่าใช้ข้อมูลที่นอกญัตติเท่านั้นเอง ถ้าไม่อย่างนั้นตนก็จะแฉเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาว่า พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ โดยเลื่อนจากวันนี้ไปก่อน เพราะมีข้อมูลสำคัญที่ไม่อยากให้ตกหล่นไป ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยรับหรือไม่รับคำร้อง กรณีการเสียบบัตรแทนกันระหว่างการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หรือไม่ เพื่อให้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันอีกครั้งในการกำหนดประเด็นเพิ่มและบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้งซ่อมที่ จ.กำแพงเพชร วันที่ 23 ก.พ.นี้ จะได้ไม่ทำงานอย่างกดดัน ซึ่งตนไม่ต้องการให้รัฐบาลใช้วิธีเช่นครั้งอภิปรายทั่วไปกรณีครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนก่อนปิดสมัยประชุมสภา 29 ก.พ.นี้ โดยการอภิปรายฝ่ายค้านตั้งใจไว้ว่าไม่น้อยกว่า 3 วัน
พท.ห่วงซักฟอกจืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับการคัดเลือกบุคคลที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ เบื้องต้นมีการจัดวางบุคคลที่จะอภิปรายใกล้แล้วเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ที่หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคจองกฐินอภิปราย โดยประเด็นมีทั้งคุณสมบัติความไม่เหมาะสม การใช้อำนาจหน้าที่เอื้อให้กับกลุ่มทุนและพวกพ้อง ประเด็นที่ดินย่านบางบอน 3 ใน กทม.และพื้นที่อื่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะมีทั้งประเด็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และประเด็นอีอีซี พรรคเพื่อไทย วางให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นผู้อภิปราย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เรื่องการก่อสร้างโรงกำจัดขยะไฟฟ้าจะมีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม., นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งจะจัดวางขุนพลในทีมกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้อภิปราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประเด็นการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ การเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทได้รับงานประชาสัมพันธ์ จะมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นำอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีทั้งประเด็นความไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี การใช้อำนาจช่วยเหลือพวกพ้องในพรรคเดียวกัน มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นผู้นำอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบุคคลหลักที่จะอภิปรายในพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นนักพูดในสภา ซึ่งจะประกอบด้วย นายสุทิน คลังแสง, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายนิยม เวชกามา, นายสมคิด เชื้อคง, นายขจิตร ชัยนิคม, น.ส.จิราพร สินธุไพร, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนผสมของทีมรุ่นใหม่ รุ่นกลางที่บางคนเป็นนักพูด มีลีลาการนำเสนอน่าสนใจ แต่ก็มีบางคนที่กังวลว่าแม้จะเตรียมตัวมีข้อมูลดีแค่ไหน แต่ถ้าเน้นเชิงวิชาการมากเกินไป ประกอบกับสไตล์การพูดไม่ดึงดูด ใช้น้ำเสียงราบเรียบ อาจทำให้การพูดจืดชืด อาจทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร ขณะที่บุคคลที่มีลีลาการนำเสนออย่างมีเอกลักษณ์ เช่น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ กลับไม่ถูกคัดเลือกให้อยู่ในทีมอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ก.พ. พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัคร เนื่องจากมองว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือจะต้องนำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จึงมองว่าเอาเวลาไปเตรียมพร้อมทวงพื้นที่คืนในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.สมุทรปราการ ที่จะมีผลต่อจำนวน ส.ส.ในทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ และยังจะส่งผลต่อผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยหากมีการเลือกตั้งก่อนวันที่ 24 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร นายธวัธชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้งได้ไปดูแลการสมัคร ส.ส.เขต 2 แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีนายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ให้การต้อนรับ และในช่วงเช้ามีนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเพียงคนเดียว และได้เบอร์ 1 โดยมีนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยได้มาให้กำลังใจในครั้งนี้
&amp;quot;พีระวิทย์&amp;quot; หนุนลุงตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงการได้เข้ามาเป็น ส.ส.อีกครั้ง หลังจากได้เป็นส.ส.เพียง 3 วันว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเป็นส.ส.อีกครั้ง จากการที่หยุดไป 7-8 เดือน ตนไม่ได้หยุดทำหน้าที่ของ ส.ส. โดยลงพื้นที่ตลอด เพราะว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเป็นส.ส. และวันนี้ก็ได้กลับมาแล้ว โดยตนได้ไปบนที่วัดสะตือ จังหวัดสระบุรี เพื่อให้ได้กลับมาจริงๆ ซึ่งจะต้องนำคณะกลองยาวไปถวายแก้บน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระวิทย์กล่าวว่า เบื้องต้นจะอยู่กับกลุ่มกิจสังคมใหม่ เพราะที่ผ่านมากลุ่มนี้ไม่เคยทอดทิ้ง และในช่วงบ่ายวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมาแสดงความยินดีในฐานะที่ตนเป็นน้องชาย ยืนยันจะอยู่ในฝั่งรัฐบาลและสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และอยากเข้าไปร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะประเด็นคำนวณสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะตนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง และมั่นใจว่าจะไม่หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.อีกอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กรณีที่มีการแจกใบดำอดีตผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์นั้น ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ มาตรา 131 วรรค 2 กำหนดให้ &amp;quot;ดำเนินการคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่ โดยมิให้นำคะแนนที่ผู้สมัครดังกล่าวได้รับไปรวมคำนวณด้วย&amp;quot; แต่วันก่อนในข่าวแจก กกต.ประกาศเพียงแต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส.บัญชีรายชื่อลดลง 1 คน และพรรคไทยรักธรรม มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คนเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินการตามที่ พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ กำหนดไว้ นั่นคือต้องประกาศจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองทั้งหมดใหม่ ซึ่งถ้าคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อบนฐานของวันที่ 28 พ.ค.2562 ตามที่ กกต.ระบุ พรรคพลังประชาชนปฏิรูปควรจะต้องได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คำถามคือในเมื่อปัจจุบันพรรคนี้ได้ยุบตัวเองไปแล้ว ส.ส. 1 คนดังกล่าวจะจัดสรรไปให้พรรคไหนด้วยหลักเกณฑ์อะไร กกต.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน จะโอนให้พรรคพลังประชารัฐโดยพลการไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีกข้อสังเกตหนึ่ง เป็นไปได้ที่ กกต.จะคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ บนฐานของจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต ที่แต่ละพรรคได้รับเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2562 ไม่ได้คิดอยู่บนฐาน ส.ส.เขตที่พรรคการเมืองมี ณ ปัจจุบันจริงๆ นั่นหมายความว่าแม้พรรคพลังประชารัฐจะดูด ส.ส.งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่เข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้มีจำนวน ส.ส.เกินจำนวน ส.ส.พึงมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อลง&amp;quot; นายชัยธวัชกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55838</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รับวินิจฉัย, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3194e90e5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’ยืนยันไม่มีทางตัน! ปชป.ด่าลั่นลิ่วล้อรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ให้รอฟังศาลรัฐธรรมนูญกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ยันทุกอย่างไม่มีทางตัน แม้งบประมาณแผ่นดินล่าช้า แต่ทุกอย่างก็ต้องแก้ไปตามที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำ เด็ก ปชป.เปิดศึกเกาเหลาพรรคร่วมรัฐบาล &amp;quot;เชาว์&amp;quot; ด่าลั่นมีลิ่วล้อรัฐบาลออกมาปกป้อง เล่นคำ เอาสีข้างเข้าแถช่วยเหลือ ส.ส.เหล่านี้ ทำให้บ้านเมืองอยู่ในสภาพหลักการเปลี่ยนได้เพื่อพวกตัวเองอย่างน่าสังเวชใจยิ่ง อดีตที่ปรึกษา กรธ.ยืนยันไม่มีทางที่ พ.ร.บ.งบฯ จะเป็นโมฆะทั้งฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการสอบสวนเอาผิดกรณีที่มี ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่าเบื้องต้นได้ส่ง 2 คำร้องตามที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ที่มีการเสียบบัตรแทนกันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คงต้องรอฟังศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ ส.ส.หญิงพรรคพลังประชารัฐเสียบบัตรแทนกันนั้น ยืนยันว่าสภาจะตรวจสอบทุกกรณี แต่ในกรณีที่เจ้าตัวไม่อยู่ในห้องประชุม แต่ปรากฏว่าลงคะแนน ถือว่าเป็นปัญหาแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนฯ เผยว่า กรณีที่เจ้าตัวอยู่ แต่ให้เพื่อน ส.ส.เสียบบัตรให้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้น ก็ต้องดูที่เจตนา ซึ่งสภาจะต้องสอบข้อเท็จจริงต่อไปว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร จะมีความผิดทางอาญาหรือต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ ตนจะพิจารณาจากผลสอบสวนที่ออกมาว่าเป็นอย่างไร เข้าข่ายประมวลจริยธรรมหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้โดยหลักการแล้ว แม้จะอยู่ในห้องประชุมก็ควรเสียบบัตรด้วยตนเอง แม้ห้องประชุมจะมีข้อจำกัดเรื่องที่นั่งและช่องเสียบบัตรที่ไม่เพียงพอ แต่ไม่ว่าเครื่องมือจะเป็นอย่างไร หาก ส.ส.มีความรับผิดชอบ เรื่องทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ส.ส.ทุกคนควรระวังตัว และใช้กรณีนี้เป็นบทเรียน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่มีความเห็นให้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการบังคับใช้งบประมาณฯ ปี 2563 นั้น นายชวน กล่าวว่า เมื่อเกิดปัญหาแล้วก็ต้องหาวิธีแก้ปัญหากันต่อไป ทุกอย่างไม่มีทางตัน แม้ว่ากรณีนี้อาจจะทำให้งบประมาณแผ่นดินล่าช้า แต่ทุกอย่างก็ต้องแก้ไปตามที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำ โดยขณะนี้ทำได้แค่เพียงรอว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่สามารถพูดแทนศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางตันแน่นอน ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย สภาไม่ต้องเตรียมทางออกไว้ เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะเป็นผู้ดำเนินการ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า กรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในสภาที่เป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง มีพวกที่ยึดหลักกูกำลังแถเพื่อพวกตัวเอง แต่เชื่อว่าจะแถอย่างไรก็ไปไม่รอด สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้แยกออกได้เป็น 3 กรณี ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีแรก เป็นกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยว่า มีผีในสภา ตัวไม่อยู่แต่กลับถอดวิญญาณมาร่วมลงคะแนนในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วันที่ 11 มกราคม ผีที่นายนิพิฏฐ์พูดถึงก็คือนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง ส่วนอีกคนหนึ่งคือนางนาที รัชกิจประการ เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นบุคคลสำคัญของพรรคที่ถูกวางตัวให้เป็นแม่ทัพภาคใต้ และยังมีคดีแจ้งทรัพย์สินเท็จ อยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย
เอาสีข้างเข้าแถช่วยเหลือ ส.ส.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่สอง การลงคะแนนในวันที่ 8 มกราคม ของนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย มีคลิปภาพจากช่อง 7 HD ว่านายสมบูรณ์ถือบัตร 2 ใบ แม้จะไม่มีภาพต่อเนื่องว่ามีการเสียบบัตรทั้ง 2 ใบหรือไม่ แต่ภาพที่เห็นชัดเจนว่านายสมบูรณ์มีบัตร 2 ใบ พร้อมลงคะแนนได้ทั้ง 2 บัตร ขัดหลักการที่ ส.ส. 1 คนมี 1 เสียงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่สาม การลงคะแนนในวันที่ 10 มกราคม มีคลิปภาพจากช่อง 7 HD เช่นเดียวกันว่า นางสาวภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ใช้บัตร 2 ใบเสียบบัตร 2 ครั้ง ซึ่งภายหลังให้เหตุผลว่าเป็นการช่วยนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเดียวกัน พร้อมกับมีการประดิษฐ์วาทกรรมว่า ไม่ใช่การเสียบบัตรแทนกัน แต่เป็นการช่วยเพื่อนเสียบบัตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์กล่าวว่า สภาพการณ์ทั้ง 3 ปัญหามีลิ่วล้อรัฐบาลออกมาปกป้อง เล่นคำ เอาสีข้างเข้าแถช่วยเหลือ ส.ส.เหล่านี้ ทำให้บ้านเมืองอยู่ในสภาพหลักการเปลี่ยนได้เพื่อพวกตัวเองอย่างน่าสังเวชใจยิ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าสังคมต้องไม่โอนอ่อนผ่อนตาม เพราะความเป็นพวก แต่ต้องยึดหลักให้มั่น ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15-18/2556 กรณีร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.เป็นโมฆะ และคำวินิจฉัยที่ 3-4/2557 ที่ให้ร่างกฎหมายเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทเป็นโมฆะ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ร่างกฎหมาย 2 ฉบับนี้ตกไปก็คือ พฤติกรรมการเสียบบัตรแทนกันที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า การใช้บัตรแสดงตนและลงมติแทนสรายอื่นเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของการเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือการครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขัดต่อหลักความซื่อสัตย์ สุจริตที่ ส.ส.ปฏิญาณตนไว้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์กล่าวว่า ยังขัดต่อหลักการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 126 วรรค 3 (ในปัจจุบันคือมาตรา 120) ที่ให้สมาชิกคนหนึ่งมีเพียงหนึ่งเสียงในการออกเสียงลงคะแนน มีผลทำให้การออกเสียงลงคะแนนของสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมพิจารณานั้นเป็นการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้แทนปวงชนชาวไทย เมื่อกระบวนการออกเสียงลงคะแนนในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงถือว่ามติของสภาผู้แทนราษฎรในกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการประชุมสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ถามท่านประธานสภาฯ ว่า ถ้าไม่สะดวกเสียบบัตร แล้วให้เพื่อนเสียบแทนทำได้หรือไม่ ซึ่งท่านประธานชวนตอบแบบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า ผิดแน่ๆ ซึ่งตนเห็นด้วยกับท่านประธานชวน ว่าการเสียบบัตรแทนกันไม่สามารถทำได้ในทุกกรณี ปัญหาในขณะนี้จึงรับฟังยุติว่ามีการลงคะแนนแทนกันอย่างแน่นอน แม้ตัวละครจะเปลี่ยนไป ก็ไม่ได้มีผลทำให้หลักการนี้เปลี่ยนแปลงไปด้วย หลักการต้องคงอยู่ ไม่ว่าตัวละครจะเปลี่ยนหรือไม่ จึงจะถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายและใช้ดุลพินิจตามหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง
ทักษิณไม่มีกัลยาณมิตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะคนไทยที่มีความเป็นห่วงบ้านเมือง ผมก็ไม่ต้องการเห็นเศรษฐกิจสะดุดเพราะการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า แต่จะนำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อเอาตัวรอดจากการกระทำผิดกฎหมายไม่ได้ ที่สำคัญสังคมไทยควรขอบคุณคุณนิพิฏฐ์ ที่เปิดข้อมูลเรื่องนี้จนทำให้ได้เห็นความตกต่ำด้านจริยธรรมของ ส.ส.บางคน สิ่งที่ ส.ส.หรือลิ่วล้อรัฐบาลควรทำจึงไม่ใช่หันมาชี้นิ้วใส่คุณนิพิฏฐ์ว่าทำให้รัฐบาลยุ่งยาก แต่ต้องกลับไปทบทวนปรับปรุงพฤติกรรมตัวเองให้สมกับการเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยต่างหาก อย่าดันทุรังเปลี่ยนหลักการเพื่อปกป้องพวกตัวเอง เพราะนอกจากทำให้สังคมเสื่อมทรามแล้ว ยังจะกลายเป็นการเติมเชื้อแห่งความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo; นายเชาว์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งว่า ความทรงจำ ปลายสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็น ส.ส.ที่อภิปรายคุณทักษิณอย่างหนักหน่วงคนหนึ่ง วันหนึ่งในสภาผมอภิปรายว่าคุณทักษิณไม่มี &amp;quot;กัลยาณมิตร&amp;quot; แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่สรรเสริญเยินยอเกินความเป็นจริง ระวังจะประสบความหายนะ &amp;nbsp; อภิปรายเสร็จผมเดินออกมานอกห้องเดินไปห้องกาแฟ ก่อนถึงห้องกาแฟมีคนเดินมาตบหลังผมอย่างแรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคิดว่า ส.ส.ด้วยกันหยอกล้อ หันไปดูปรากฏว่าเป็นคุณทักษิณ ชินวัตร ท่านเดินมาจะไปห้องกาแฟเหมือนกัน มีคนล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด ท่านพูดว่า &amp;quot;เมื่อกี๊พูดถึงผมอยู่นะ ผมฟังอยู่&amp;quot; และท่านชวนผมไปดื่มกาแฟ ผมยกมือไหว้ขอบคุณ แต่ปฏิเสธท่านไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ท่านก็ถูกพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจ ท่านอาจจะโกรธผม แต่ถ้าท่านจำได้ ผมเคยเตือนท่านเรื่องให้มี &amp;quot;กัลยาณมิตร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังอยู่บนทาง 2 แพร่งในการแก้ปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเลือกแนวทางแบบศรีธนญชัย ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าการเสียบบัตรแทนกันในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานในปัจจุบันได้ หรือจะยึดตามบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยวินิจฉัยเอาไว้ว่าการเสียบบัตรแทนคนอื่นมีผลทำให้การลงคะแนนของสภาไม่สุจริต ถือเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ยังคงเชื่อตามคำแนะนำของนายวิษณุ ก็จะทำให้การวางแผนรองรับสถานการณ์ดังกล่าวเกิดความผิดพลาดขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเชื่อนายวิษณุมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบจนนำไปสู่การฟ้องร้องเอาผิด หากครั้งนี้ยังคงเชื่อตามคำแนะนำอีก ก็อาจจะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ เนื่องจากเป็นการกระทำที่สวนทางกับแนวการตัดสินของศาล รธน. แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์จะลองกลับใจดูสักครั้ง ก็จะทำให้สามารถวางแผนรับมือได้อย่างถูกต้อง โดยอาจไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเลยก็ได้ เพราะเคยมีแนวทางการวินิจฉัยเอาไว้แล้วว่าให้ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทเมื่อปี 2557 ตกไป เพราะมีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. จนทำให้กระบวนการออกกฎหมายไม่ชอบ
อุ้ม ส.ส.เสียบบัตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด รัฐบาลก็ยังมีทางออกอื่นในการนำงบประมาณปี 63 เอามาใช้ได้ แต่ที่จะเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับตัว พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือความรับผิดชอบทางการเมืองจากการที่มี ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทนกันถึง 4 คน แม้จะพยายามอ้างว่ามี 2 คนเสียบบัตรแทนกันเพราะเครื่องไม่พอ แต่ประธานสภาฯ ก็ฟันธงไปแล้วว่าถือเป็นความผิดเช่นเดียวกัน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เร่งสร้างความกระจ่างให้ได้ว่าใครเป็นคนเอาบัตรไปเสียบแทนกัน จะอ้างในทำนองว่าไม่ได้ฝากใครเสียบ หรือไม่ได้มอบอำนาจให้ใครเสียบบัตร แล้วก็ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเฉยๆ ตามที่นายวิษณุแนะนำไม่ได้ เพราะจะยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงปัญหา 2 มาตรฐานของประเทศ เพราะต้องไม่ลืมว่า กรณีนายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เคยถูกทั้ง สนช.ยื่นถอดถอน และถูกอัยการสั่งฟ้องคดีอาญาโทษถึง 10 ปี จากกรณีเดียวกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ถูกครหาว่ามีทั้งการอุ้มรัฐมนตรี และ ส.ส.ที่ถูกฟ้องคดีอีกหลายคน หากครั้งนี้ยังไม่ทำเรื่องใครเสียบบัตรแทนกันให้กระจ่างอีก ก็จะมีเรื่อง &amp;quot;อุ้ม ส.ส.เสียบบัตร&amp;quot; เพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งจะยิ่งทำให้ความชอบธรรมของรัฐบาลหมดไปเรื่อยๆ และนั่นเท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์เริ่มนับถอยหลังทางการเมืองตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้เลย&amp;quot; เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ &amp;nbsp;เรียกร้องให้คนกระทำผิด ไม่ว่าคนที่ให้คนอื่นลงคะแนนให้ และคนที่ลงคะแนนแทนเพื่อน ควรออกมาแสดงตัวยอมรับการทำผิด และพร้อมจะแสดงการรับผิดชอบ ที่จะรับผิดตามกฎหมาย สมกับเป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ ซึ่งในขณะนี้ทางสภาได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแล้ว ไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ผมขอเรียกร้องให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลช่วยกันแก้วิกฤติ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในครั้งนี้ อย่ามัวแต่เล่นเกมกัน และขอให้นึกถึงปัญหาปากท้องของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากการล่าช้าโครงการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะหมวดเงินลงทุนที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นเพียงความคิดของบุคคล พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่เป็นโมฆะ การแก้ปัญหาก็อาจจะแก้ไขได้ไม่ยากและรวดเร็ว แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าโมฆะ รัฐบาลก็ยังสามารถจะแก้ไขได้โดยรัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้เข้าสภาใหม่และ ส.ส.ทั้งสภาร่วมกันแก้ไขวิกฤติในครั้งนี้ โดยร่วมกันพิจารณางบประมาณให้เสร็จวาระ 1 พ.ร.บ.งบประมาณฯ ภายในวันเดียวแล้วตั้งกรรมาธิการงบประมาณใหม่ จากนั้นกรรมาธิการเร่งสรุปร่าง พ.ร.บ.งบฯ ให้เสร็จใน 7 วัน จากนั้นนำเสนอวาระ 2 และ 3 &amp;nbsp;ในสภาให้จบได้ใน 1 วัน จากนั้นสภาก็นำร่าง พ.ร.บ.ส่งสมาชิกวุฒิสภาได้ต่อไป ผมคาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก็น่าจะจบได้ แต่จะทำได้ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของ ส.ส.ทั้งสภา&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ตามข่าวมีคนเสนอว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินเป็นโมฆะ ให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.งบประมาณฯ ใหม่เข้าสภา จัดการแบบม้วนเดียวจบ แม้ว่าวิธีการนี้จะทำได้ แต่ในส่วนตัวตนไม่เห็นด้วย ยกเว้นเป็นทางออกสุดท้ายที่จำเป็นจริงๆ ถ้ามีวิธีการอื่น รัฐบาลควรเลือกทางออกอื่นจะดีกว่า
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;ร้องกราวรูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากกรณีของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมวันเด็กที่ จ.พัทลุง ในวันที่มีการลงคะแนนเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ปรากฏภาพถ่ายอยู่ที่ประเทศจีน แต่บุคคลทั้งสองกลับมีชื่อร่วมลงมติในที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมาด้วย นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตามที่สื่อมวลชนหลายแขนงได้นำหลักฐานภาพถ่ายการเสียบบัตรแทนกันมารายงานอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวจึงอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.185 อันถือได้ว่าเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น และอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในข้อ 7 และข้อ 8 ในประเด็นที่ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และต้องไม่มีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตําแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ฯลฯ ซึ่งหาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่ามีความผิดตามข้อห้ามข้างต้น ก็อาจนำไปสู่การสิ้นสุดลงของตำแหน่ง ส.ส. ตามมาตรา 101 (7) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมจึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน และเอาผิด ส.ส.ทั้งหมดดังกล่าว หากพบความผิดตามครรลองของกฎหมายต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 27 ม.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวต่อประเด็นการพิจารณาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 143 ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาให้สภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ให้แล้วเสร็จภายใน 105 วันนับแต่ที่ได้รับร่างจากรัฐบาล และหากเกินกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสภา เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ฉบับที่รัฐบาลส่งมายังสภาว่า เจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าวเพื่อไม่ให้สภาถ่วงเวลาการทำงานทั้งในชั้นของสภา หรือในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ เพราะหากพิจารณาเกินเวลา 105 วัน รัฐบาลฐานะหน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณ และผู้ใช้งบประมาณมีสิทธิใช้ร่างงบประมาณที่เสนอมา ส่วนระยะเวลา 105 วันนั้น คิดมาจากฐานการแบ่งระยะเวลาการใช้งบประมาณเป็นรายไตรมาส ขณะที่ในแนวทางปฏิบัติคือ สภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วัน หมายถึงกระบวนการลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
ไม่มีทางเป็นโมฆะทั้งฉบับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจษฎ์กล่าวว่า ในคำร้องที่ ส.ส.เข้าชื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีประเด็นดังกล่าว ระยะเวลา 105 วันคือกระบวนการที่สภาพิจารณาไม่เสร็จในวาระสาม แต่ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 นั้น ทำเสร็จสิ้นทั้งในกระบวนการทั้งหมดของสภาฯ และของวุฒิสภา ดังนั้นหากจะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคงไม่เกี่ยวกับกระบวนการที่ต้องรื้อการพิจารณาของสภาใหม่ แต่ในประเด็นที่เป็นต้นตอคือการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน คือกระบวนการตรา ดังนั้นในประเด็นที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายต้องรอคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ไม่มีทางเป็นโมฆะทั้งฉบับ เพราะหากพิจารณาในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตว่าด้วยการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นั้น จะพบสาระสำคัญคือ เนื้อหาของร่างกฎหมายต้องมีปัญหา แต่ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 บทบัญญัติไม่มีปัญหา แต่จะมีปัญหาคือกระบวนการออกเสียงเท่านั้น ดังนั้นต้องแยกเป็นสองประเด็น ยกตัวอย่างเหมือนการคลอดของมนุษย์ ที่คนหนึ่งคลอดธรรมชาติ อีกคนผ่าตลอด ซึ่งไม่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เด็กสามารถเกิดมาได้มีชีวิต ไม่ได้หมายความว่าคนที่เกิดโดยไม่เป็นไปตามธรรมชาตินั้นไม่ใช่มนุษย์ ยกเว้นแต่ตาย โดยพ.ร.ก.กู้เงิน 2 ล้านล้าน และร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาคือ เนื้อหาไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เกิดจากกระบวนการทำคลอด ส่วนผลของการเสียบบัตรจะเป็นอย่างไร จะผิดหรือไม่ต้องว่ากันในรอบสองต่อไป โดยแยกออกจาก เนื้อหาของร่างกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. แกนนำพรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการยุทธศาสตร์ และคณะกรรมการกิจการพิเศษของพรรคเพื่อไทย จะประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณากลั่นกรองสรุปการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในทุกด้าน ทั้งเรื่องเนื้อหาสาระ ตัวบุคคลที่จะถูกอภิปราย บุคคลที่จะอภิปรายและเงื่อนเวลาที่จะอภิปราย จากนั้นช่วงเย็นจะนำเนื้อหาการหารือไปพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหาข้อสรุป ขณะนี้ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านมีข้อมูลใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ เช่นเรื่องการแก้ปัญหาฝุ่น การแก้ปัญหาภัยแล้ง ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเบื่องต้นก็เป็นรัฐมนตรี 5 คน ตามที่พรรคเพื่อไทยเปิดเผยไปก่อนหน้านี้ และจะมีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายพิจารณาเพิ่มเติม 4 คนตามที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ วันที่ 27 ม.ค. เมื่อคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้นแล้ว ถือว่าจะได้ข้อยุติข้อสรุปทั้งหมดสามารถเขียนญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สำหรับรายชื่อในข่ายที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ว่าจะพิจารณายื่นอภิปรายเพิ่มเติม 4 คนนั้น ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เห็นด้วยกับเป้าอภิปรายของพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่จะอภิปรายในเป้า 5 คนที่วางไว้ แต่พรรคอนาคตใหม่ก็แสดงความจำนงอภิปรายเพิ่มเติมตรงกับรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยพิจารณาอยู่ คือ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55477</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน, ไม่มีทางตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c4844aeb2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงศาลรธน.วินิจฉัยเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ส่งเรื่องเสียบบัตรแทนกันให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เชื่อเคาะเร็วทันใจแน่ เพราะได้รับผลกระทบเหมือนกัน &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ย้ำกรณี พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่เหมือนแก้รัฐธรรมนูญหรือเงินกู้ยุคยิ่งลักษณ์ โอ่มีทางออกพรึ่บ แม้โมฆะก็ไม่วิบัติแน่ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; มั่นใจเดินหน้าต่อได้ อ้างต้องให้ความเป็นธรรมเสียงส่วนใหญ่ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; พาเหรดขย่ม บีบศาลห้ามวินิจฉัยออกนอกลู่ เพราะมีตัวอย่างมาแล้ว ขู่สังคมจับตา หากพลิกถือเป็น 2 มาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ห้องรับคำร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจคำร้องแล้ว และคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนำคำร้องดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะตุลาการศาลภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ
นายชวนยังกล่าวย้ำว่า การฝากให้คนอื่นเสียบบัตรลงคะแนนแทน แต่ตัวไม่อยู่ในห้องประชุม เป็นกรณีที่มีปัญหาแน่นอน แต่กรณีตัวอยู่ในที่ประชุมแล้วให้บุคคลอื่นเสียบบัตรลงคะแนนแทนต้องดูที่เจตนารมณ์และต้องตักเตือน แม้สถานที่จะไม่เอื้ออำนวย แต่ก็อยากให้หลีกเลี่ยงการเสียบบัตรแทนกัน และคาดว่าปัญหาจะน้อยลงเมื่อมีการใช้ห้องประชุมสุริยัน ซึ่งมีจำนวนที่นั่งและเครื่องลงมติเพียงพอกับจำนวนสมาชิก
นายชวนยังกล่าวถึงข้อเสนอให้สแกนม่านตาหรือลายนิ้วมือแทน ว่าต้องดูความเหมาะสมว่าเป็นการใช้งบประมาณสิ้นเปลืองเกินจำเป็นหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละคน
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่ายังไม่ได้มีการร้องเรียนเข้ามา ดังนั้นต้องรอให้ร้องเรียนเข้ามาก่อน จึงจะไต่สวนได้ แม้ ป.ป.ช.สามารถยกเหตุอันควรสงสัยเข้าไปไต่สวนเองได้ แต่ประเด็นนี้ปรากฏข้อเท็จจริงเบื้องต้นผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น เบื้องต้นสำนักงาน ป.ป.ช.มีการเฝ้าติดตามข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ปรากฏผ่านสื่ออยู่ตลอด จึงต้องรอข้อเท็จจริงปรากฏให้ครบถ้วนเสียก่อน
เมื่อถามว่าหากเทียบกับกรณีนายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ ป.ป.ช.เคยชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า คดีนายนริศรยังเหลือการไต่สวนในทางอาญาอยู่ แต่การเสียบบัตรแทนกันกรณีนายนริศรกับที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น ไม่อาจเทียบกันได้ แม้จะเกิดเหตุการณ์คล้ายกัน แต่ข้อเท็จจริงอาจต่างกันก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องรอผลสรุปเบื้องต้นเสียก่อน จึงดำเนินการอะไรต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันระหว่างลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่าต้องรอ 2 อย่างคือ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสภา และรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยต้องรอผลตรวจสอบของสภาก่อน ซึ่งบัตรประจำตัว ส.ส.จะใช้ 2 กรณี ได้แก่ แสดงตนและลงมติ ปัญหาคือ มีการแสดงตนและกดลงมติหรือไม่ อย่างการลงมติในวาระ 2 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีการทำผิดๆ ถูกๆ ตั้งแต่มาตรา 31 ขึ้นไปนั้น ตรงนั้นไม่ต้องแสดงตน เพราะแสดงไปแล้วในตอนต้น แต่พอจบวาระ 2 จะขึ้นวาระ 3 ต้องแสดงตนใหม่จึงต้องดูว่าเป็นไปได้อย่างไรว่ามีการเสียบบัตรคาไว้ แล้วเด้งออกมาเป็นการแสดงตน จากนั้นเด้งออกมาเป็นการลงมติ ต้องตรวจสอบตรงนี้ ถ้าตอนแสดงตนไม่มีการแสดงตนตอนลงมติก็จะไม่เกิด หากเจ้าตัวไม่อยู่แล้วบัตรเสียบคาไว้จริงอย่างที่อ้าง การที่บัตรคาอยู่มันจะไม่เกิดผลอะไรทั้งนั้น ดังนั้นต้องให้เขาตรวจสอบ
เมื่อถามว่าบางฝ่ายพยายามหยิบยกเจตนาว่าเจ้าตัวอยู่ในห้องประชุม แต่ฝากบัตรกับเพื่อน เนื่องจากช่องลงมติไม่พอ นายวิษณุ กล่าวว่าเจตนาไม่ใช่เรื่องใหญ่ สุดท้ายให้ออกมาเป็นข้อเท็จจริงว่าเสียบบัตรคาไว้หรือไม่ หรือมอบหมายให้ใครกดหรือไม่ หรือได้มอบหมายคนอื่นแล้วรู้หรือไม่ว่าใครกด อาจได้คำตอบไม่ครบหมดก็ได้ ได้เท่าไรก็เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อเสนอให้ใช้วิธีสแกนนิ้วเพื่อแก้ปัญหาเสียบบัตรแทนกัน นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่แน่ใจแม้ได้ยินเรื่องนี้ แต่หากที่นั่ง ส.ส.กำหนดตัวบุคคลไว้แล้ว ใครไม่อยู่ที่ตรงนั้นก็ว่าง สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว แต่ไม่ว่าผลสอบสภาออกมาอย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังต่อไปในอนาคต เพราะกว่าห้องประชุมสุริยันจะเสร็จระหว่างนี้จะมีการลงมติอีกหลายครั้ง ต้องระมัดระวังไม่ให้ใครที่มีเจตนาร้าย หรือไม่ได้เจตนาร้ายแต่เลินเล่อ หรือกระทำโดยมิชอบประการใดจนทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบทั้งหมด ไม่ควรเกิดขึ้นต้องป้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้หารือกับนายกฯ เกี่ยวกับทางออกของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทางออกมันมีอยู่ แต่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสียก่อน เราจะได้รู้ว่าถ้าศาลวินิจฉัยว่าผิดตรงไหนจะได้แก้ไขเสีย ได้บอกไปแล้วว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าล่าช้านั้นเรื่องจริง วันนี้ความกังวลคือการล่าช้า แต่ถ้ากังวลว่าจะเกิดความเสียหายร้ายแรงนั้นมันไม่เกิด อย่าไปพูดให้เกิดความกังวล มีคนออกมาพูดก่อนว่าจะวิบัติ จึงย้ำว่าไม่วิบัติ ข้าราชการได้เงินเดือน เพราะสำนักงบประมาณได้เตรียมวิธีแก้ปัญหาไว้แล้ว พอดีพอร้ายเผลอๆ โครงการต่างๆ อาจมีช่องทางไปได้ แต่โครงการลงทุนใหม่อาจยาก ซึ่งขอให้รู้ก่อนว่าความผิดบกพร่องเกิดขึ้นที่ตรงไหน จะแก้อย่างไร ส่วนการออก พ.ร.ก.เงินกู้ไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด นั่นเป็นทางสุดท้าย
ถามอีกว่า รัฐบาลมีทางออกอยู่แล้วใช่หรือไม่ แต่ไม่มั่นใจจึงประสานวิปรัฐบาลให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่มั่นใจ มั่นใจแต่ไม่บอก ส่วนเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเร่งด่วนนั้น ศาลรู้อยู่แล้ว เพราะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ส่วนจะเร็วแค่ไหนนั้น ก็ไม่ควรเร็วกว่ากำหนดเวลาที่ควรจะเป็น
วิษณุลั่นไม่เหมือนปี 56-57
รองนายกฯ ย้ำว่า กรณีนี้ต่างกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2556 และ 2557 โดยความต่างยังมีอีกว่ากรณีปี 2556 เป็นกระบวนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนปี 2557 เป็นร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเสียไปเพราะกระบวนการไม่ถูกต้อง วันนี้สังเกตหรือไม่ว่าใคร โดยเฉพาะฝ่ายค้านพูดถึงกระบวนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2556 พูดแต่ พ.ร.บ.กู้เงินปี 2557 โดยทั้ง 2 กรณีเป็นการเสียบบัตรแทนกันโดยคนคนเดียวกัน และตอนนั้นการพิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับไม่มีกำหนดเวลา เมื่อเสียคือเสียไป แต่บังเอิญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนั้นในมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดว่าหากพิจารณาไม่แล้วเสร็จใน 105 วัน ให้ถือว่าสภาเห็นชอบ ที่เขียนไว้เช่นนั้นเพราะเขากลัวสภาแช่ไว้ แปรญัตติกันไปกันมา จึงเขียนว่าถ้าไม่เสร็จให้ถือว่าเสร็จ ดังนั้น จึงเป็นความต่างอยู่ แต่หากศาลบอกว่าไม่ต่างก็แล้วแต่ศาล เพียงแต่ที่ยื่นเพื่อชี้ประเด็นให้เห็นว่าไม่เหมือนกัน
&amp;ldquo;พูดก็พูดนะ กฎหมายงบประมาณถ้าไม่ล็อกเรื่อง 105 วัน มันมีช่องทางคิดได้เหมือนกันว่าเอากลับไปโหวตใหม่ แต่เมื่อมีกำหนดเวลาเอาไว้ ก็เป็นช่องที่ขอให้ศาลวินิจฉัยหน่อยว่าจะเอามาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ลองคิดเอาง่ายๆ 105 วัน ครบเมื่อต้นเดือน ม.ค. ผมไม่ได้สรุป แต่ชี้ให้เห็นว่ามีนัยที่ต่างจากสองเรื่องที่เคยเกิดขึ้น&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว และว่า หากมาตรา 143 สามารถใช้ได้กับเรื่องนี้ มันจะกลับไปสู่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่เสนอในวาระที่ 1 ทุกอย่างที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตัดๆ ไปจะกลับไปสู่ร่างแรก เพราะเจตนาของมาตรานี้ต้องการให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดกระบวนการทำผิด หรือคณะ กมธ.ทำล่าช้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เพราะมีมาตรา 143 ใช่หรือไม่ จึงระบุว่าไม่ถึงขั้นวิบัติ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่เป็นทางออกหนึ่ง ซึ่งมีถึง 6-7 ทางออก และสมมุติว่าโมฆะหมดเลย ก็หาทางออกอื่น มีหลายทาง มันใหญ่กว่าช่องเยอะ ไม่ต้องรอด เดินสง่าผ่าเผย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รับผิดชอบอย่างไร งบประมาณก็ได้ออก ไม่มีใครเดือดร้อน ไม่มีข้าราชการคนไหนไม่ได้เงินเดือน หรือโครงการไหนดำเนินการไม่ได้ เพียงแต่มันจะช้า ไม่มีปัญหา ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่คาดหมายว่าจะวิบัติ&amp;rdquo; นายวิษณุตอบข้อถามหาก พ.ร.บ.งบประมาณโมฆะ รัฐบาลต้องรับผิดชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรค ปชป. ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ จะมีผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ ว่าจะมีผลในแง่กฎหมาย แต่จะเกี่ยวกับรัฐบาลนั้นพูดยากในตอนนี้ เพราะมันขึ้นอยู่กับเรื่องข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่ารัฐบาลจะล้ม เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากคนภายในรัฐบาลเอง ไม่ใช่ฝ่ายค้าน นายสาธิตตอบว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ด้วยความชอบธรรม ไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรก็ต้องพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง แต่ว่าสถานะรัฐบาล นอกจากปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของประชาชน และความชอบธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอยู่ได้ของรัฐบาลนั้น ไม่ได้อยู่ที่ศาลตัดสินอย่างเดียว แต่อยู่ที่การตัดสินของประชาชนและสถานการณ์ แต่ก็ไม่ควรไปต่อว่านายนิพิฏฐ์ แต่ที่สิ่งที่ต้องคิดกันต่อคือผู้ที่ไม่ลงคะแนนนั้นเป็นความผิด ซึ่งมั่นใจว่าคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ.ให้เข้าใจได้ แต่คนอื่นผมไม่รู้&amp;rdquo; นายสาธิตกล่าว &amp;nbsp;
ไพบูลย์มั่นใจไม่โมฆะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า สาระสำคัญของคำร้องทั้ง 2 ฉบับทั้งของฝ่ายค้านและรัฐบาลเองเสียบบัตรแทนกันนั้น ไม่ได้มีข้อความใดระบุว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงไม่น่าที่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณต้องตกไปอย่างแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมั่นใจ และเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับประเทศ เพราะเมื่อปี 2557 ผมเคยยื่นให้มีการตรวจสอบร่างงบประมาณสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์มาแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้งบประมาณต้องตกไป และครั้งนั้นศาลใช้เวลาในการพิจารณาเพียง 10 วัน ซึ่งตามกรอบสามารถพิจารณาได้ไม่น้อยกว่า 15 วัน จึงเชื่อว่าการวินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ศาลจะใช้เวลาพิจารณาไม่น่าจะเกิน 15 วัน&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ยังกล่าวถึงกรณีการเสียบบัตรแทนกัน ว่าเป็นเพียงคนส่วนน้อย และต้องให้ความเป็นธรรมกับเสียงส่วนใหญ่ ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่ด้วย การกดบัตรแทนกันนั้นแม้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ได้มีเสียงเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงมติได้ หากวินิจฉัยให้ต้องตกไปก็ถือว่าไม่เป็นธรรมกับ ส.ส.ส่วนใหญ่ ส่วนคนที่เสียบบัตรก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น น่าจะมาจากเหตุผล 2 ประการคือ 1.จำนวนช่องเสียบบัตรไม่เพียงพอกับจำนวนสมาชิก 2.เกิดจากการที่รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนปริ่มน้ำ สุ่มเสี่ยงแพ้มติหรืออาจเกิดเหตุสภาล่ม ทำให้วิปรัฐบาล ต้องกำชับให้ลงคะแนนโดยพร้อมเพรียงกัน และมีการคาดโทษกับผู้ขาดประชุม เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ ส.ส.บางคนที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ จึงมีการฝากบัตรกับเพื่อนสมาชิกด้วยกัน เพื่อใช้สิทธิ์กดบัตรแทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาที่เกิดขึ้นแก้ไขปัญหาได้ใน 2 ประเด็น คือ 1.เมื่อเปิดใช้ห้องประชุมสุริยันอย่างเป็นทางการ และ 2.กรณีรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนปริ่มน้ำ เป็นปัญหาทางการเมืองที่แก้ไขได้ยาก อาจมีเสียงเพิ่มเฉพาะกรณีมีงูเห่าลงคะแนนสนับสนุนเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาส่วนบุคคล ขึ้นอยู่ที่ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกของแต่ละบุคคลมากกว่า ถ้า ส.ส.ทุกคนเคร่งครัดต่อระเบียบวินัย และภาระหน้าที่ ซื่อสัตย์ต่อตนเองแล้ว ปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว
พท.พาเหรดย้ำต้องผิด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็นของพรรคฝ่ายค้านนั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า กรณีกดบัตรแทนกันสะท้อนให้เห็นผลกระทบที่สำคัญ 2 ด้าน ทั้งด้านความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศ และความเสียหายต่อบรรทัดฐานของการตีความกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในสังคม ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเฝ้าจับตามองว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายอย่างไร โดยการบิดเบือนหรือการตีความใดๆ ที่ต่างออกไปจากข้อสรุป และความเชื่อที่สังคมมีอยู่น่าจะทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมที่กำลังมีข้อกังขาอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านกล่าวถึงความเห็นของนายวิษณุในเรื่องนี้ ว่าเป็นการให้ความเห็นที่ขาดหลักเกณฑ์ทางกฎหมายรองรับ เป็นการชี้นำ เพราะทุกครั้งที่นายวิษณุพูดการตัดสินขององค์กรอิสระมักออกมาในทิศทางเดียวกันกับที่นายวิษณุเคยให้ความเห็นไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกรณีเดียวกัน ข้อกฎหมายเดียวกัน และในรัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่าการกระทำของ ส.ส.พรรคจะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคมีความผิดเช่นเดียวกัน หากสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง กรรมการบริหารพรรคการเมืองต้องรับโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปี เพราะกดบัตรแทนกัน ไม่ว่ากรณีไหนก็คือความผิดเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อยกเว้น&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรค พท. กล่าวเช่นกันว่า สังคมจับตามอง เพราะกระทบกระบวนการเสนองบประมาณแล้ว เขายังดูว่าระบบรัฐสภาไทยและระบบประชาธิปไตยไทยเป็นไปตามกระบวนการหรือไม่ หากเรื่องนี้มีการให้ความเห็นทางกฎหมายที่ผิดเพี้ยนจากมาตรฐานที่เคยมีจะทำลายบรรทัดฐานทางการเมือง ถ้าไปถึงองค์กรอิสระที่พิจารณาเรื่องนี้ก็กระทบกระบวนการยุติธรรมทางการเมือง ทุกฝ่ายต้องทำให้เกิดความชัดเจนตรงไปตรงมา เพราะหากทำให้สังคมเห็นว่ามีการดำเนินการหลายมาตรฐาน จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ระบบรัฐสภาและกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นายวิษณุควรแสดงความเห็นให้น้อยลงจะเกิดประโยชน์กับประเทศมากกว่า เพราะความเป็นทางกฎหมายของท่านในระยะหลัง บางทีเป็นการแสดงทัศนะส่วนตัวมากเกินไป ควรปล่อยให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
ด้านนายโภคิน พลกุล ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร แต่เห็นว่าหากเป็นกรณีที่กระบวนการตราไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ร่าง พ.ร.บ.ต้องตกไปทั้งฉบับ เพราะถือว่าเป็นการขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญในสาระสำคัญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีแนวคำวินิจฉัยเมื่อปี 2557 มาแล้ว และไม่สามารถนำมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญมาปรับใช้ได้ เพราะเป็นคนละกรณีกัน &amp;nbsp;
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการหัวใจไม่หยุดเต้น ว่าหลังจากนี้ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์คงระวังตัวกันแจ ยี่ห้อนายอนุทินและนายเนวิน ชิดชอบ คงไม่ปล่อยให้ใครเตะกินเปล่าง่ายๆ ซึ่งหลายคนบอกว่าถ้าเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเชื่อขนมกินได้ว่าไม่รอด ส่วนรัฐบาลชุดนี้ผลจะเป็นอย่างไรนั้น ถ้าฟังนายวิษณุยังไงก็รอด กฎหมายมีอภินิหาร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, พ.ร.บ.งบประมาณ, วินิจฉัย, ศาลรัฐธรรมนูญ, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2b08e4dfecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.พิชาย&#039;ชี้ผลเสียหายสส.เสียบบัตรแทนต้องขจัดออกจากสภาฯพร้อมแนวทางแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

24ม.ค.63-รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) โพสต์ข้อความบนโพสต์บุ๊ก Phichai Ratnatilaka Na Bhuket&amp;nbsp; เรื่อง เสียบบัตรแทน พฤติกรรมที่ต้องขจัดออกให้สิ้นซากจากสภาผู้แทนราษฎร มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การเสียบบัตรแทนส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งแก่ประเทศและสถาบันการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
๑. ประเทศเสียหาย เพราะ พ.ร.บ. งบประมาณล่าช้าไปอีกอย่างน้อยหนึ่งเดือน จักรกลทางเศรษฐกิจไม่อาจขับเคลื่อนได้อย่างเต็มกำลัง อันเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้ว ให้แย่ยิ่งขึ้นไปอีก
๒. รัฐบาลเสียหาย เพราะ ประชาชนจะมองว่า รัฐบาลขาดสมรรถนะในการจัดการกำกับดูแลพฤติกรรมของสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลให้เป็นไปในทางที่ถูกต้องเที่ยงธรรม ปล่อยให้กระทำการที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น จนกลายเป็นปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง
๓. สภาผู้แทนราษฎรเสียหาย เพราะว่า ประชาชนจะมองว่า สภาฯ ไม่สามารถจัดระบบการลงคะแนนที่รัดกุม รวมทั้งขาดระบบการตรวจสอบการลงคะแนนที่มีประสิทธิภาพ จนเปิดช่องให้ ส.ส.สามารถกระทำพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญได้
๔. พรรคการเมืองเสียหาย โดยเฉพาะพรรคที่ ส.ส.ผู้นั้นสังกัด ประชาชนจะมองว่า พรรคการเมืองคัดเลือกคนที่ไร้ความรับผิดชอบ และขาดสติปัญญาในการจำแนกแยกแยะจัดลำดับความสำคัญของการทำหน้าที่ให้มาเป็น ส.ส.
๕. ระบอบประชาธิปไตยเสียหาย เพราะพฤติกรรม ส.ส. ที่ไร้ความรับผิดชอบ และขาดวิจารณญาณในการตัดสินว่าสิ่งใดสำคัญมากสิ่งใดสำคัญน้อย จนสร้างความเสียหายแก่ประเทศ ทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายเสื่อมศรัทธาต่อสภาผู้แทนราษฎร และเป็นเหตุให้มีการนำไปเป็นเงื่อนไขของการทำรัฐประหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การแก้ปัญหาควรทำอย่างไร
๑. นักการเมืองทั้งหมดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ควรแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกจากการเป็น ส.ส. และแถลงขอโทษประชาชน ที่กระทำอันเป็นการสร้างความเสียหายแก่ประเทศ
๒. หากนักการเมืองที่มีพฤติกรรมเช่นนั้นไม่ลาออก พรรคที่สังกัดก็ต้องแสดงความรับผิดชอบโดยลงมติขับออกจากพรรค เพื่อให้พ้นสภาพการเป็น ส.ส. พร้อมกับแถลงขอโทษประชาชน ที่ ส.ส.ในพรรคสร้างปัญหาแก่ประเทศ
๓. หากพรรคการเมืองนั้นไม่ขับออก ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส. อื่น ๆ ที่อยู่ในสภา โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้าน ควรดำเนินการทั้งมาตรการทางกฎหมายและสังคม เพื่อกดดันให้ ส.ส.เหล่านั้นพ้นสภาพ
๔. และที่ควรดำเนินการควบคู่กันไปคือ รัฐบาล นายกรัฐมนตรีและแกนนำรัฐบาลต้องกดดันให้ พรรคร่วมรัฐบาลที่มี ส.ส.เหล่านั้นสังกัด ดำเนินมาตรการใดก็ตามที่ทำให้ ส.ส. ทั้งหมดที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนจนสร้างปัญหาแก่ประเทศ พ้นสภาพจากการเป็น ส.ส. และรัฐบาลต้องขอโทษประชาชนต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
๕. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ต้องออกมาแถลงขอโทษประชาชน และต้องปรับปรุงระบบการทำงานในเรื่องการลงมติ เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเช่นนี้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55363</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ 63, รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, ระบอบประชาธิปไตย, เสียบบัตรแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมต้อง &quot;กดบัตรแทนกัน&quot;?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมัยก่อน.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือสำเภา มีหินเป็น &amp;quot;ตัวอับเฉา&amp;quot; ถ่วงท้องเรือ กันเรือโคลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมัยนี้......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาธิปไตยเลือกตั้ง มี ส.ส.เป็น &amp;quot;ตัวอับเฉา&amp;quot; ถ่วงประเทศ กันบ้านเมืองเจริญ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ตุลา.๖๒ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้านเมืองพัฒนาผ่านโครงการลงทุนอะไรไม่ได้ เพราะงบประมาณ ปี ๖๓ อยู่ในช่วง สะดุดขั้นตอนประชาธิปไตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ก็ผ่านเข้ามามกรา.๖๓ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กว่าสภาผู้แทนราษฎรจะปล้ำผีลุก-ปลุกผีนั่ง พ.ร.บ.งบประมาณเสร็จ ผ่านวุฒิสภาตามขั้นตอนเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นึกว่า &amp;quot;งบผ่าน-โครงการเดิน-เงินมา&amp;quot; ซะที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงทุน การจัดซื้อ-จัดจ้าง ผ่านโครงการลงทุนภาครัฐทั้งหลาย จะได้เป็นตัวฉุดกระชากลากระบบเศรษฐกิจที่ติดแหง็ก ให้เขยื้อนซะที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไหนได้ พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันนั่นแหละ ด้วย &amp;quot;ภูมิใจไทยรำ-ประชาธิปัตย์ร้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไอ้นั่น-อีนี่ &amp;quot;เสียบบัตรแทนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งบประมาณแผ่นดิน &amp;quot;ไฟตัน-น้ำมันชอร์ต&amp;quot; ขึ้นมาทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงขั้นต้องหามส่งให้ &amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; วินิจฉัยด่วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุจาก &amp;quot;จิตสำนึกคนเจริญไม่ถึงประชาธิปไตย&amp;quot; แต่อยากเป็นประชาธิปไตยอย่างตะวันตกเขาเป็นนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณี &amp;quot;เสียบบัตรแทนกัน&amp;quot; นี้ ผลก็จะมี ๒ สถาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑.แท้ง คือโมฆะทั้งฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒.ไม่แท้ง ต้องกลับไปซ่อมบางมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะสถานไหน ก็ขึ้นอยู่กับวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตามคำร้อง ตามเอกสาร-หลักฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และตามคำให้การของ ส.ส.ที่จะต้องเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองตอนสุดท้าย ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นเข็มชี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปแล้ว &amp;quot;ทั้งขึ้น-ทั้งล่อง&amp;quot; ไม่ว่าจะด้านไหน งบปี ๖๓ ที่ช้าอยู่แล้ว จะต้องช้าต่อไปอีก ๓-๔ เดือนแน่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาษีที่เก็บๆ ไป ที่จะใช้จ่ายในปี ๖๓ ได้แค่เอาไปเลี้ยงระบบราชการ รวมทั้งพวก ส.ส.เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จะเอาไปลงทุนพัฒนาประเทศไม่ได้เลย จนกว่า พ.ร.บ.จะประกาศใช้ คร่าวๆ ก็โน่นแหละ ไม่หนีพฤษภา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ต้องกลัว ในทางเทคนิคแก้ไขได้ การลงทุนตามโครงการต่างๆ ไม่สะดุดแน่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คำว่า &amp;quot;งบฯ ไม่ผ่าน&amp;quot; มันสร้างบรรยากาศลบต่อการลงทุนของภาคเอกชนทุกด้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต่างกับ &amp;quot;เงินไม่มา-กาไม่เป็น&amp;quot; สักเท่าไรนัก คือคนเรา เมื่อบรรยากาศไม่อำนวย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำว่า &amp;quot;ความเสี่ยง&amp;quot; มันจะเข้ามาแทนคำว่า &amp;quot;ความมั่นใจ&amp;quot;!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วจะโทษใคร........?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล้นทอง ก็โทษประยุทธ์ ฝุ่นคลุ้ง ก็โทษประยุทธ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน&amp;quot;.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะไม่โทษประยุทธ์ มันก็เสียหมา &amp;quot;แดงอมส้ม-ส้มอดแดง&amp;quot; น่ะซี!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โลกนี้ ไม่มีอะไรบังเอิญ อะไรจะเป็นไป มันก็ต้องเป็นไป ฉะนั้น อย่าไปเสียหัวกับมัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และไม่ต้อง &amp;quot;เถียง-ทะเลาะ-อวดรู้&amp;quot; ให้มากความกันไป พ.ร.บ.งบฯ จะแท้ง-ไม่แท้ง รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างนี้ เรามาดูตามหลัก &amp;quot;ผลย่อมมาจากเหตุ&amp;quot; ดีกว่า ว่าทำไม ส.ส.จึง &amp;quot;หนังหนา&amp;quot; กันขนาดนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเรื่อง &amp;quot;เสียบบัตรแทนกัน&amp;quot; ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องเหนือสำนึกพื้นฐานระดับคนใน &amp;quot;สถาบันนิติบัญญัติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยมี ส.ส.ทำอย่างนี้ กฎหมายโมฆะไปแล้ว ถูกตัดสิทธิ์การเมืองไปแล้ว อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา &amp;quot;โทษคุก&amp;quot; รออยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.ทุกคน ไม่รู้-ก็ต้องรู้ ในกรณีนี้.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น ต้องสำเหนียก สังวร ระวัง ที่จะไม่เสียบบัตรแทนกัน หรือกระทำในลักษณะโหวตแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทำไมยังเหมือนวัวควายที่ไม่ระคายปฏัก มันต้องมีสาเหตุ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เลยไปศึกษาหาความรู้ ได้ข้อเท็จจริงอันเป็น &amp;quot;ส่วนหนึ่ง&amp;quot; ของเหตุ มาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส. ๕๐๐ ขณะนี้ อยู่ในลักษณะ &amp;quot;สัมภเวสี&amp;quot; คือพวกผีเร่ร่อน ไม่มีสถานที่สิงสู่เป็นหลักแหล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะห้องประชุมในความเป็น &amp;quot;สภาผู้แทนราษฎร&amp;quot; ที่สัปปายะสภาสถาน เกียกกาย ยังไม่เสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาศัยห้องประชุม &amp;quot;วุฒิสภา&amp;quot; เป็นที่ประชุมชั่วคราว!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วุฒิสมาชิกหรือ ส.ว.มีเพียง ๒๕๐ คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เครื่องลงคะแนน&amp;quot; จึงมีน้อยกว่าจำนวน ๕๐๐ ส.ส.ที่มาใช้ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้มาอาศัยใช้สถานที่ เท่ากับทุกคน &amp;quot;ไม่มีที่นั่งประจำ&amp;quot; สุดแต่ใครเลือกนั่งตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเครื่องลงคะแนน ไม่ได้มีติดอยู่กับทุกที่นั่งเหมือนสภาเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.มี ๕๐๐ คน เวลา &amp;quot;กดบัตร&amp;quot; จะแสดงตนก็ดี โหวตมติใดๆ ก็ดี ที่จะให้ &amp;quot;กดปุ๊บ-ติดปั๊บ&amp;quot; ในเวลาอันรวดเร็ว มันจึงเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็คิดดู มีเครื่องกดบัตร ๓๐๐ เครื่อง แต่ ส.ส.ต้องใช้กดพร้อมๆ กัน ในเวลาเดียวกัน ๕๐๐ คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวลาเป็นวินาที หรือไม่เกินนาที ที่ขานกันว่า &amp;quot;ครบครับ...เรียบร้อยครับ&amp;quot; ตามที่ได้ยิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมชักสงสัย การเช็กชื่อ-การโหวต ทุกครั้งที่ผ่านมาของ ส.ส.ที่สัปปายะสภาสถาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่หรือ ที่ไม่ &amp;quot;กดบัตรแทนกัน&amp;quot;!?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝากเป็นคำถามทิ้งไว้ก่อน และเท่าที่ผมไปศึกษา ก็ยังได้ความเพิ่มเติมว่า ตามปกติ ที่สภาผู้แทนราษฎรเดิม ส.ส.จะมีบัตรคนละ ๒ ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใบหนึ่ง ติดตัว อีกใบ เจ้าหน้าที่รัฐสภาเก็บไว้ เหมือนโรงแรม ถึงเราได้กุญแจห้อง แต่โรงแรมก็ต้องมีเก็บสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อย้ายมาสภาใหม่ ยังไม่มีห้องประชุมของตัวเอง ส.ส.แต่ละคนไม่มีที่นั่งประจำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.จึงมี &amp;quot;บัตรใบเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ในรัฐสภา ซึ่งไม่ใช่ ส.ส.บอกผมว่า ทางเจ้าหน้าที่รัฐสภาบอก......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แหย่บัตรคาไว้ได้ เลิกแล้วเขาจะมาเก็บเอง&amp;quot;!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาฟังที่ &amp;quot;นายสรศักดิ์ เพียรเวช&amp;quot; เลขาฯ สภา บอกว่าตรวจสอบสอบแล้ว เหตุเกิดขึ้นได้ใน ๓ กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑.บาง ส.ส.เสียบบัตรค้างไว้ มีคนมากดลงมติแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒.บาง ส.ส.เบิกบัตรสำรองไปให้คนอื่นเสียบบัตรลงมติแทน ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้เข้าร่วมการประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๓.เสียบบัตรแทนกัน เนื่องจากเครื่องลงคะแนนไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบัน ส.ส.ใช้ห้องประชุมของ ส.ว. ซึ่งมีเครื่องลงคะแนนเพียง ๓๑๘ เครื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ครบตามจำนวน ส.ส. ๔๙๘ คนในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขาดไป ๑๘๐ เครื่อง ทำให้ ส.ส.ต้องใช้เครื่องในการลงคะแนนซ้ำกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เป็นข้อมูลต่างกัน ผู้ให้ข้อมูลผม บอกตอนนี้ มีบัตรใบเดียว แต่เลขาฯ สภาผู้แทนบอก &amp;quot;มีบัตรสำรอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประเด็น &amp;quot;เสียบคา&amp;quot; นายสรศักดิ์ไม่ได้บอกให้เคลียร์ว่า ทางเจ้าหน้าที่สภา บอกให้เสียบคาไว้ได้ ช่วง &amp;quot;ห้องประชุมยืมใช้&amp;quot; หรือฝ่าย ส.ส.เสียบคาไว้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เสียบคา&amp;quot; นี่ ต้องอธิบายถึงเจตนาให้เคลียร์นะ เพราะมันมีผล &amp;quot;ถึงขั้นคุก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งใครใช้กฎหมายแบบ &amp;quot;หัวลูกเต๋า&amp;quot; โดยไม่ไล่เรียงที่มา-ที่ไป ไม่คำนึงด้าน &amp;quot;เจตนา&amp;quot; เป็นฐาน จะอันตรายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะมองตามเหตุผล อย่างกรณี &amp;quot;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ&amp;quot; อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสดงหลักฐาน ส.ส.ภูมิใจไทย ตัวไม่อยู่ในที่ประชุม แต่มีชื่อโหวตมาตราต่างๆ ของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ด้วย &amp;quot;เสียบบัตรแทนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างนั้น ชัดเจน &amp;quot;กดบัตรแทนกัน&amp;quot; ด้วยเจตนาทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างกรณี โทรทัศน์ช่อง ๗ ถ่ายตอน ส.ส.กดบัตร แล้วนำสรุปทันใด ว่าที่ &amp;quot;กดหลายใบ&amp;quot; คือทุจริต &amp;quot;กดบัตรแทนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยยังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหมือนกรณีคุณนิพิฏฐ์นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจไม่เป็นธรรมกับ ส.ส.เขาก็ได้.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกว่าได้ตรวจสอบว่า ที่กดแทนกันนั้น กดแทนในลักษณะและด้วยเหตุผลใด?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะต้องคำนึงด้วยว่า........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑.ส.ส.มีมากกว่าเครื่องลงคะแนน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒.บางที่นั่งไม่มีเครื่อง ต้องลุกมากดตรงจุดที่มีเครื่องพร้อมกันหลายคน จึงให้คนเดียวกดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๓.ต้องพิสูจน์ให้ชัดก่อนว่า เจ้าของบัตรมีตัวตนอยู่ที่นั้นด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเฉพาะคำว่า &amp;quot;กดแทนกัน&amp;quot; มันผิด ๑๐๐% อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อดูข้อเท็จจริง-ดูเจตนา เพียงกดแทนกัน ด้วยเหตุเพราะคนใช้มากกว่าเครื่อง และที่กดนั้น เจ้าของบัตร ตัวตนอยู่จริงในสถานที่ตรงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ &amp;quot;สุจริตในเจตนา&amp;quot; ผิดที่กระทำ คือ &amp;quot;กดบัตรแทนกัน&amp;quot; ซึ่งตรงนี้ วิญญูชนวินิจฉัยได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าเถรตรง ในกรณี &amp;quot;ห้องประชุมยืมใช้&amp;quot; ใครกดแทน ทุบโต๊ะ &amp;quot;ผิดหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมว่า ที่โหวตกันมาในสภาใหม่ อาจ &amp;quot;โมฆะ&amp;quot; หมดก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดดูทางเป็นจริงซี ส.ส.เกือบ ๕๐๐ คน พอประธานให้กดบัตรลงคะแนนปุ๊บ ไม่ถึง ๓๐ วินาทีมั้ง ผลออกมาแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเครื่อง ๓๑๘ เครื่อง คนใช้ร่วม ๕๐๐ คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเป็นไปได้ทางปฏิบัติจริงหรือ.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ส่วนเกินเครื่องกดอีก &amp;quot;เกือบ ๒๐๐ คน&amp;quot; เข้าคิวกดต่อได้ทุกคน เบ็ดเสร็จไม่ถึง ๓๐ วิ. สูงสุดไม่เกิน ๑ นาที?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายน่ะ ต้องยึด แต่ถ้ายึด โดยไม่คำนึง &amp;quot;ข้อเท็จจริง&amp;quot; กฎหมายจะเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ส.ส.ฝ่ายค้านร่วม ๒๐๐ คน &amp;quot;งดออกเสียง&amp;quot; แสดงว่าเครื่องลงคะแนนว่างจำนวนมากก็จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การจัดผังที่นั่งแบ่งซีกค้าน-ซีกรัฐบาล และยังแบ่งสัดส่วนเป็นแต่ละพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่น...ถึงเครื่องลงคะแนนว่าง ใครก็ไม่รู้เครื่องตรงไหนว่าง จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐสภาต้องคำนึงและเคลียร์ให้ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปทั้งหมด ถ้าเป็น ส.ส.ยังทุจริตตั้งแต่เรื่องกดบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วจะมีให้รกบ้าน-รกเมืองไปทำไม?.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55361</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนปลายซอย, ทำไมต้อง &quot;กดบัตรแทนกัน&quot;, เปลวสีเงิน, เสียบบัตรแทน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์หนายทุบโต๊ะห้ามเสียบบัตรแทนอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ส่งศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.บ.งบฯ 63 เชื่อไม่นานรู้ผล ยันเสียบบัตรแทนกันไม่ได้ทุกกรณี กรีดอยู่ที่จิตสำนึกของส.ส. พปชร.ปัดเสียบบัตรแทน แค่ช่วยลงคะแนนให้เพื่อน อ้างภาพในคลิปเป็นอุบัติเหตุ สภาล้อมคอกชงติดวงจรปิด-สแกนลายนิ้วมือ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถอนหายใจ ห่วงงบล่าช้ากระทบลงทุนทำ ศก.ชะงัก พท.กระทุ้งเสียงหายเหลือ 249 ถือว่าผ่านสภาหรือไม่ บี้นายกฯ ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่าสภาต้องตรวจสอบทุกกรณี ไม่เช่นนั้นจะไม่ยุติธรรม และไม่ว่าจะเสียบบัตรแทนกันในกรณีใดก็ทำไม่ได้ แม้เครื่องลงคะแนนในห้องประชุมมีไม่เพียงพอ ส.ส.ไม่สามารถฝากบัตรเสียบแทนกันได้ ซึ่งโดยทั่วไป ส.ส.เขาจะไม่ยุ่งกับบัตรของคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำร้องที่ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขั้นตอนการตราร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายชวนกล่าวว่า คาดว่าฝ่ายเลขาธิการสภาฯ จะตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดแล้วเสร็จ จะส่งกลับมาที่ตนเพื่อทำเรื่องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในวันนี้ เพราะต้องรีบ อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถวินิจฉัยอะไรแทนศาลรัฐธรรมนูญได้ คงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าใด เชื่อว่าไม่นานคงจะรู้ผล เพราะศาลทราบดีว่าจะต้องรีบพิจารณาเรื่องนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 เป็นโมฆะจริง จะมีทางออกอย่างไร นายชวนกล่าวว่า ตามปกติถ้างบประมาณปีใหม่ยังไม่เริ่มใช้ ให้ใช้งบประมาณเดิมไปก่อน ดังนั้นเงินเดือนของข้าราชการก็เป็นไปตามปกติ เพียงแต่โครงการพัฒนาต่างๆ ไม่สามารถเดินหน้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาเสียบบัตรแทนกันในอนาคตนั้น คิดว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับทุกพรรคการเมืองและทุกคน แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองไม่มีใครเจตนาให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่เกิดขึ้นเพราะมีสมาชิกบางคนไม่ระวัง ทั้งที่ย้ำไปแล้วว่าวันเด็กนั้น ส.ส.ไปร่วมกิจกรรมไม่ได้เพราะติดภารกิจพิจารณางบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าสภาแห่งนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการประชุม ส.ส. เนื่องจากที่นั่งยังไม่มีที่นั่งประจำของตัวเอง เพราะยังต้องยืมห้องประชุมจันทราของวุฒิสภาใช้ และหาก ส.ส.มีที่นั่งประจำก็จะทราบว่าใครลงคะแนนอย่างไร เพราะเป็นเครื่องประจำเหมือนกับห้องประชุมวุฒิสภาตอนนี้ก็รู้ว่าใครนั่งตรงไหน แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล&amp;rdquo; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวนทำหน้าที่ประธานการประชุม นายไกลก้อง ไวทยาการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้หารือต่อที่ประชุมสภาฯ ขอให้ได้เร่งแก้ไขปัญหาการใช้บัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.ว่า ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 3 ระยะ ดังนี้ 1.ระยะเฉพาะหน้า ปัจจุบันมีโปรแกรมแสดงผลการลงคะแนนที่จะแสดงชื่อและตำแหน่งของที่นั่งของ ส.ส. แต่ข้อเสียของระบบนี้ คือไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้ ดังนั้น ควรมีโปรแกรมบันทึกการลงคะแนน เพื่อที่เวลามีปัญหาจะนำมาตรวจสอบ 2.ระยะกลาง เมื่อย้ายการประชุมสภาฯ ไปห้องประชุมแห่งใหม่หรือห้องพระสุริยัน ควรติดกล้องวงจรปิด และ 3.ระยะยาว ในปี 2564 ควรมีระบบยืนยันตัวตนร่วม เช่น การพิมพ์ลายนิ้วมือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวนกล่าวว่า ขอขอบคุณสำหรับความคิดเห็น และจะหาโอกาสหารือกับนายไกลก้อง
เสียบบัตรแทนผิดแน่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.30 น. ในระหว่างที่ประชุมสภาเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ในช่วงการลงมติรายมาตรา วาระ 2 ในมาตรา 3 ของร่างประมวลจริยธรรมฯ ส.ส.หลายคนได้พากันซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียบบัตรลงคะแนนที่กำลังมีปัญหาถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ นายชาดา ไทยเศรษฐ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย สอบถามว่า หากเป็นกรณีที่มีบัตรเสียบคาไว้ในเครื่องลงคะแนนอยู่แล้ว มี ส.ส.ไปดึงบัตรดังกล่าวออก แล้วไปเสียบบัตรลงคะแนนของตัวเองเข้าไปแทน บังเอิญถูกกล้องจับภาพไว้ได้ จะถูกกล่าวหาว่าเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันหรือไม่ นายชวนจึงชี้แจงว่า ต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ซักถามว่า ถ้าสมมติว่า ส.ส.นั่งกันอยู่ 3 คนในพื้นที่ แต่อีกคนเอื้อมไปเสียบบัตรลงคะแนนไม่ถึง แล้วให้ตนไปกดลงคะแนนแทนให้ ถือว่าจะผิดหรือไม่ นายชวนตอบด้วยน้ำเสียงขึงขังทันทีว่า &amp;ldquo;ผิดแน่ๆครับ&amp;rdquo; ทำให้ ส.ส.หลายคนต่างอึ้งเมื่อได้ยินคำตอบ แล้วหันหน้าไปมองกันเลิ่กลั่ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการลงมติเป็นรายข้อของร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร มี ส.ส.หลายคนที่เข้ามาลงคะแนนไม่ทัน ใช้วิธีขานชื่อในการแสดงมติ เพราะไม่กล้าให้เพื่อนเสียบบัตรให้ จนกระทั่งพิจารณาลงมติวาระ 2 เสร็จสิ้นครบทุกข้อแล้ว ที่ประชุมจึงลงมติวาระ 3 เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมด้วย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ส.ที่ปรากฏภาพข่าวในสื่อมวลชนว่าได้กดบัตรลงคะแทน ส.ส.คนอื่นในระหว่างที่ประชุมสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ร่วมกันแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชัยวุฒิกล่าวว่า ในวิปรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐไม่มีแนวทางให้ ส.ส.กดบัตรลงคะแนนแทนกัน ถ้าใครไม่มาจะไม่มีการลงคะแนนแทนกัน อย่างไรก็ตาม มีปัญหาในเรื่องของสถานที่ประชุม เนื่องจากช่องลงคะแนนของพรรคมี 68 ช่อง แต่พรรคมี ส.ส. 117 คน ในหนึ่งช่องย่อมมีการเสียบสองสามใบเป็นปกติอยู่แล้ว ส.ส.จะลงมาเสียบกันเอง แต่ภาพที่เกิดขึ้นอาจเป็นอุบัติเหตุ
ภาพในคลิปแค่อุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการเสียบแทนกัน แต่เพียงครั้งเดียว ถ้าไม่ได้เข้าไปนั่งด้วยตัวเองจะไม่มีทางรู้เลยว่าการกดมันยากจริงๆ เป็นอุบัติเหตุ ส่วนเรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องของการตีความ เราไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนแทนกัน แต่เป็นการช่วยกันลงคะแนน&amp;quot; นายชัยวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภริมกล่าวว่า เหตุการณ์ในวันนั้น ตนได้ลงคะแนนไปแล้ว ปรากฏว่านายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในห้องประชุมได้นำบัตรของตัวเองมาให้ตนกดลงคะแนน เพราะไม่สามารถเข้าไปที่นั่งเพื่อกดบัตรคะแนนด้วยตัวเองได้ ซึ่งยืนยันได้ว่าการลงคะแนนได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายทวิรัฐ โดยไม่ได้ลงคะแนนไปตามเจตนารมณ์ของตนเองแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ แถลงในประเด็นเดียวกันว่า ขอเรียกร้องให้ประธานสภาฯเปลี่ยนระบบการลงคะแนนด้วยการใช้บัตรมาเป็นการแสดงอัตลักษณ์ควบคู่ไปด้วย เช่น การสแกนม่านตาและลายนิ้วมือ ซึ่งคิดว่ายังน่าจะเปลี่ยนแปลงระบบได้ เนื่องจากอาคารรัฐสภาแห่งใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาของเรามีช่องกดบัตรจำนวนน้อยมีเพียง 300 ช่อง แต่มี ส.ส. 500 คน ทำให้ต้องมีการดึงบัตรออกและเสียบบัตรเข้าไปใหม่ โดยกรณีที่เจ้าตัวอยู่ในห้องแล้วให้คนอื่นเสียบแทน เช่นนี้ยอมรับได้เพราะตัวยังอยู่ แต่หากตัวไม่อยู่ย่อมผิดแน่นอน พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นกับฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะช่องการลงคะแนนไม่พอจริงๆ&amp;quot; น.ส.รังสิมาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้รัฐสภาถูกออกแบบสำหรับแก้ไขปัญหาการกดบัตรแทนกัน โดยตั้งใจจะใช้เครื่องลงคะแนนแบบสแกนลายนิ้วมือแทนการเสียบบัตรแบบเดิม แต่ปรากฏว่าในปี 2560-2561 รัฐบาลกลับตัดลดงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากที่เสนอขอไป 8,000 ล้านบาท เหลือเพียง 3,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณจัดซื้อเครื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปัญหาการเสียบบัตรแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ขณะนี้ พบว่าเกิดขึ้นใน 3 กรณีคือ มี ส.ส.บางคนเสียบบัตรค้างไว้และมีคนมากดลงมติแทน 2.มี ส.ส.บางคนเบิกบัตรสำรองไปให้คนอื่นมาเสียบบัตรลงมติแทน ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้เข้าร่วมการประชุม และ 3.มีการเสียบบัตรแทน เนื่องจากเครื่องลงคะแนนไม่เพียงพอ ซึ่งกรณีนี้เกิดจากปัจจุบัน ส.ส.ใช้ห้องประชุมของ ส.ว.ทำให้เครื่องลงคะแนนของสมาชิก มีเพียง 318 เครื่อง ขณะที่ปัจจุบันมี ส.ส.ทั้งหมด 498 คน ซึ่งเท่ากับขาดไป 180 เครื่อง ทำให้ ส.ส.ต้องใช้เครื่องในการลงคะแนนซ้ำกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่า ได้มีการหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีโดยตลอด แต่ต้องดูว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร ในส่วนของรัฐบาลมีหน้าที่ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่น่าจะมาถามตนวันนี้ คือจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งต้องไปดูและหารือกับกระทรวงการคลัง และคุยกับสำนักงบประมาณว่าจะทำอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ต้องหารือกันอีกครั้งว่าเราจะแก้ไขในส่วนของการบริหารราชการอย่างไร ในส่วนของงบบุคลากร คงไม่มีปัญหามากนัก แต่จะมีปัญหาในเรื่องของงบลงทุน ซึ่งมีจำนวนหลายแสนล้านบาท หากทำไม่ได้จะส่งผลให้เศรษฐกิจของเราไม่ดีขึ้นมากนัก ต้องหามาตรการอื่นเข้ามาเสริมเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าไม่มีเงินลงไป เดือดร้อนกันทั้งหมด แต่ตนเคารพในกติกาในกฎหมายทุกฉบับ เรื่องนี้ขอให้ติดตามกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คาดว่างบประมาณ 2563 จะล่าช้าไปถึงเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะพิจารณานานหรือไม่ ซึ่งปกติเรื่องแบบนี้ก็นานพอสมควร นานเป็นเดือน ก็ทำให้ล่าช้า งบประมาณก็มีปัญหา สมมติว่าการใช้จ่ายงบประมาณล่าช้าไปอีก 3 เดือน จะใช้ทันหรือเปล่าสำหรับเวลาที่เหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะออกเป็นพระราชกำหนดการกู้เงิน นายกฯ กล่าวปฏิเสธทันทีว่า ไม่สมควร ได้ปรึกษากันแล้วสำหรับเวลานี้
ห่วงงบช้ากระทบเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแผนสำรองรับมือนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดไปแล้วว่าต้องทำ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการประชุมในเรื่องของงบประมาณฯ ว่าจะต้องทำอย่างไรกันต่อไป ถ้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องเลื่อนออกไป เราจะทำตรงไหนได้บ้าง การใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐ ในส่วนที่สามารถใช้ได้ไปพลางๆ ก่อน จะทำอย่างไร ปัญหาวันนี้ที่ติดอยู่เรื่องเดียวคือปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องของงบการลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการมองไปถึงความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองออกมาเปิดเผยข้อมูล จนทำให้กลายเป็นปัญหาต่อเนื่องมาถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ จะพรรคไหน พรรคไหน ผมไม่รู้&amp;rdquo; ก่อนที่จะถอนหายใจ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ปัญหาวันนี้เป็นเรื่องของ ส.ส.ขุดคุ้ยกันเอง นายกฯ ถึงกับถอนหายใจอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ต้องไปถามคนฟ้องดู อย่ามาถามผม ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย สรุปก็คือว่า ไม่ควรไปกระทำ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ก็ไม่ควรจะกระทำ ถ้ารู้ว่ามันผิดกติกาของสภา เอาอย่างงี้ ผมก็ตอบแบบนี้ก็แล้วกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์กันในโซเชียลว่านายวิษณุบอกว่าการเสียบบัตรเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เป็นอะไรนั้นว่า ยืนยันว่าไม่เคยพูด แต่ตรงกันข้ามได้ระบุว่าเรื่องดังกล่าวให้แยกออกเป็น 2 เรื่องคือ การเสียบบัตรแทนกันหรือไม่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง และเรื่องผลของ พ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น จะเกิดอะไรขึ้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งกรณีการเสียบบัตร ไม่ว่าเสียบแทนกันหรือไม่แทนกันนั้น เป็นการเสียหายร้ายแรง และมีความผิด มีโทษด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บอกว่าจะไม่เกิดผลกระทบน่ากลัวรุนแรง ที่ใช้คำว่าไม่ถึงขั้นวิบัตินั้น เป็นเรื่องของผลร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งเมื่อกระบวนการไม่ถูก การจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมีสองอย่าง คือ 1. เนื้อหา และ 2.กระบวนการ ซึ่งในกรณีนี้เป็นเรื่องกระบวนการ เพราะฉะนั้นการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงดีที่สุดว่ากระบวนการอย่างนี้ชอบหรือมิชอบ ถ้าไม่ชอบแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร นั่นคือผลจะเป็นอย่างไร ส่วนคำว่าไม่ชอบก็จะค้างอยู่เท่านั้นว่าจะเกิดอะไร สำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2556 และ 2557 ข้อเท็จจริงในตอนนั้นมีอย่างหนึ่ง แต่ในครั้งนี้เรายังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างเดียวกันหรือไม่ และไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงคนละอย่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยืนยันว่าประเด็นเรื่องการเสียบบัตรแทนกันมีความผิด มีโทษร้ายแรง เกิดความเสียหายทั้งต่อภาพพจน์และสภาด้วย แต่ผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น ไม่น่าจะร้ายแรงแต่อย่างใด ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้หมด ทั้ง 1.ตกทั้งฉบับ 2.เสียไปเฉพาะมตินั้น และ 3.เสียไปเฉพาะหักคะแนนที่จับได้ว่าเป็นการเสียบบัตรแทนกัน ตรงนี้ก็สุดแท้แต่ หรืออาจจะมีข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ซึ่งผมก็ไม่ทราบ แต่ก็ไม่ควรพูดชี้นำ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯ เป็นกฎหมายที่แปลกกว่ากฎหมายอื่น จึงได้เกิดมาตรา 143 (รัฐธรรมนูญ) ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษต่างหาก จึงยังไม่รู้ชัดว่าจะนำมาตรา 143 มาใช้ได้อย่างไร ซึ่งได้เห็นคำร้องของ ส.ส. ที่ยื่นผ่านประธานสภาฯ ถึงศาลรัฐธรรมนูญ โยงถึงมาตรา 143 ด้วยก็ดี เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยในส่วนนี้ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แสดงว่า พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่มีทางที่จะไม่ผ่านใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่พูดเช่นนั้น แต่บอกว่าไม่ทำให้เกิดวิกฤติ วิบัติ เสียหาย อย่างที่ไปตีข่าวว่าแย่แล้ว ไม่ใช่ถึงขั้นอย่างนั้น เพราะมีทางแก้ไข อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่มีแน่ๆ คือยืดเยื้อและใช้เวลา ตามที่เคยคาดว่างบประมาณจะออกได้ต้นหรือกลางเดือน ก.พ. ก็ไม่เป็นเช่นนั้น&amp;nbsp;
พปชร.นัดถกล้อมคอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ปรากฏภาพ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเสียบบัตรแทนกันว่า มีการประชุมพรรคทุกวันอังคารอยู่แล้ว ฉะนั้นจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ส่วนจะต้องมีการกำหนดบทลงโทษหรือไม่นั้น ยังไม่ถึงอย่างนั้น ขอให้มีความชัดเจนก่อนว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร สำหรับมาตรการป้องกันจะมีการหารือกันในวันที่ 24 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือหรือไม่ ว่าหากงบประมาณออกมาล่าช้าจะทำอย่างไร นายอุตตมกล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการ ซึ่งกระทรวงการคลังได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนจะออกเป็นพระราชกำหนดหรือไม่นั้น ต้องขอดูก่อน เพราะต้องดูฝ่ายกฎหมายด้วย กระทรวงการคลังเป็นเรื่องของเงินที่จะต้องใช้จ่าย และวินัยการคลัง โดยจะต้องนำมาประกอบกัน แต่ฝ่ายกฎหมายจะต้องดูในเรื่องของรายละเอียด และสำนักงบประมาณต้องดูกฎหมายวิธีการงบประมาณด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในหลักการเป็นเรื่องที่กำชับกันอยู่แล้ว และ ส.ส.ก็รับทราบในเรื่องเหล่านี้ เพราะถือว่าเป็นหลักปฏิบัติโดยทั่วไป ทั้งนี้ ได้สอบถามเป็นบางคน และได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้อยู่ว่ามีการเสียบบัตรแทนกันหรือไม่ เท่าที่ทราบพบว่าเครื่องเสียบบัตรมีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ จึงได้เชิญผู้อำนวยการสำนักการประชุม สภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจงและรับทราบมติของคณะกรรมาธิการฯ โดยเสนอให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จัดซื้อและติดตั้งทีวีวงจรปิด (CCTV) จำนวนกว่า 10 ชุด เพื่อติดตั้งในห้องประชุมสุริยัน ซึ่งจะเปิดใช้สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมรัฐสภา ในสมัยประชุมสามัญครั้งหน้า เพื่อจับภาพและตรวจสอบการลงมติทุกครั้ง ซึ่งจะเป็นวิธีการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการกดบัตรลงคะแนนแทนกันเกิดขึ้นอีกในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลโหวตลงมติวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีมติเห็นด้วย 253 ต่อ 0 เสียง หากตรวจสอบแล้วไม่ใช่ 253 เสียง ที่เกินกึ่งหนึ่งมาเพียง 3 เสียง แต่กลายเป็นเพียง 249 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง อันเกิดจากกรณีเสียบบัตรแทนกัน 4 เสียง จาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 2 เสียง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 2 เสียง ยังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาอย่างถูกต้อง และหากตรวจสอบลึกลงไปอาจพบมากกว่านี้อีกก็ได้ ดังนั้นความรับผิดชอบทางการเมือง สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ล่าช้า จนทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส พล.อ.ประยุทธ์ควรลาออก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55357</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตสำนึก, ช่วยลงคะแนนให้เพื่อน, ติดวงจรปิด, รัฐสภา, ส่งศาลรธน.วินิจฉัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามเสียบบัตรแทนอีก, เสียบบัตรแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ab80809a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
