<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศาลฎีกา&#039; สั่ง 2 ส.ส.ภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2564 ที่ผ่านมาศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 3/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ยื่นร้อง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์&amp;nbsp;คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทยเรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ชั้นรับคำร้อง) ในคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่นับ แต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับ แต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน10 ปีตามรธน. 2560 มาตรา 235 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 6-8,11,17 และ 27&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาพร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้และผู้ร้องดำเนินการตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องเเละสั่งผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาตาม รธน.60 มาตรา 235 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ให้มีผลตั้งแต่วันที่รับคำร้อง 3 ก.ย. 2564 โดยศาลมีเอกสารแจ้งไปยังรัฐสภาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, พรรคภูมิใจไทย, ภูมิศิษฎ์ คงมี, ศาลฎีกา, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61377221e78dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่หมด! ปปช. จ่อเชือดอีกรอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนกันระหว่างประชุมร่างกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีศาลฎีการับคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูล น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง จากกรณีเสียบบัตรแทนกัน และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ว่า นอกจากของ น.ส.ธณิกานต์แล้ว ยังมีอีก&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;รายที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีติชี้มูลกรณีเสียบบัตรแทนไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114269</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, ปปช., ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f0dce653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนิกานต์&#039;ลั่นพร้อมพิสูจน์ตัวเองคดีเสียบบัตร ฉะปปช.ด่วนตัดสินไม่เป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีเสียบบัตรแทนกัน ว่า การชี้มูลของ ป.ป.ช. ไม่เป็นธรรม ไม่ได้ค้นหาหลักฐาน และไม่ได้ให้โอกาสชี้แจง ด่วนตัดสิน ทั้งๆ ที่ข้อมูลหลักฐานต้องสืบค้น ไม่ใช่เป็นการรวบรัดและรีบชี้มูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 สองปีที่แล้ว เป็นวันที่มีการใช้เครื่องลงคะแนนจริงเป็นครั้งแรก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล มีการประท้วงเรื่องระบบการลงคะแนนมีปัญหาตลอดครึ่งเช้า และมีงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยไม่ได้ดึงบัตรออกจากเครื่อง ตอนนั้นเป็นเหตุการณ์ 2 ปีที่แล้ว น่าจะกังวลเพราะเครื่องมีปัญหา ก็เลยคิดว่ารีบไปรีบกลับ และต้องกลับมาลงมติต่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ป.ป.ช.ชี้มูล โดยไม่สืบค้นหลักฐานว่าใครเป็นคนกด และก็ไม่เคยฝากบัตรและไม่เคยยินยอมให้ใครนำบัตรไปใช้กดแทน พร้อมพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการ&amp;rdquo; น.ส.ธณิกานต์ กล่าวยืนยัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์, ป.ป.ช., ศาลฎีกา, ส.ส.พปชร., หยุดปฏิบัติหน้าที่, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61230fc89c44f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาสั่ง &#039;ธณิกานต์&#039; ส.ส.พปชร. หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลัง ปปช.ยื่นร้องฝ่าฝืนจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 2/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นร้อง น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ชั้นรับคำร้อง) ในคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่นับ แต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 235 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 6-8,11,17 และ 27&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาพร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้และผู้ร้องดำเนินการตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้คัดค้านไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นเห็นว่ากรณีตามคำร้องของผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุผลเพียงพอสมควรที่จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นโดยให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจึงให้ยกคำร้องผู้คัดค้านย่อมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 235 วรรคสาม นัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 11 พ.ย.64 เวลา 9.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, ปปช., ศาลฎีกา, ส.ส.พลังประชารัฐ, หยุดปฏิบัติหน้าที่, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cb3fb3ef63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน4ส.ส.-น้องบิ๊กตู่ ปปช.ชี้3ภท.1พปชร.ผิดอาญาฝ่าจริยธรรมเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ชี้มูล 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน &amp;quot;ภท.&amp;quot; โดน 3 คน &amp;quot;พปชร.&amp;quot; 1 คน ชงอัยการส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฟันอาญา พร้อมเชือดจริยธรรมร้ายแรง &amp;quot;โฆษก ป.ป.ช.&amp;quot; เผยมติบอร์ดเอกฉันท์ 9ต่อ 0 แจ้งข้อกล่าวหา &amp;quot;พล.อ.ปรีชา&amp;quot; จงใจแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ &amp;quot;น้องบิ๊กตู่&amp;quot; ยันแจงทุกอย่างหมดแล้ว &amp;quot;จตุพร-นกเขา&amp;quot; เดินสายบี้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลาออก &amp;quot;ส.ส.พปชร.&amp;quot; ค้านเปลี่ยนตัวเลขาฯ พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. มีรายงานจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีการพิจารณากรณี ส.ส. 8 ราย ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย 4 ราย คือ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง นางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ นายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง,&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ 3 ราย คือ นางภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. และนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา, พรรคพลังท้องถิ่นไท 1 รายคือ นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายฉลอง, นายภูมิศิษฏ์,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางนาที กรณีเสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ที่บัญญัติไว้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยคดีอาญา ป.ป.ช.จะส่งให้อัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีความผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่ง ป.ป.ช.จะส่งให้ศาลฎีกาโดยตรงเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ภริมและนายทวิรัฐ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน ไม่มีพฤติการณ์ เนื่องจากพยานระบุว่าเห็นแค่ถือบัตร 2 ใบแต่ไม่เห็นว่ามีการเสียบบัตรแทนกัน จึงไม่ผิดทั้งอาญาและไม่ผิดจริยธรรม แต่ผิดเฉพาะข้อบังคับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งเรื่องไปยังประธานรัฐสภาดำเนินการ ส่วนอีก 2 รายคือนายสมบูรณ์และนายโกวิทย์ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูล น.ส.ธนิกานต์ กรณีฝากบัตรให้ผู้อื่นเสียบแทนระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10&amp;nbsp; แม้ น.ส.ธนิกานต์จะอ้างว่าเหตุที่ไม่อยู่ในห้องประชุมเพราะไปร่วมงานเสวนารายการหนึ่งที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง แต่เหตุผลไม่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้ จึงมีมติชี้มูลในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ที่บัญญัติไว้ว่า เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยคดีอาญา ป.ป.ช.จะส่งให้อัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีความผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่ง ป.ป.ช.จะส่งให้ศาลฎีกาโดยตรงเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาฯ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 แจ้งข้อกล่าวหา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกวุฒิสภา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ถูกกล่าวหาจงใจบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะเปิดโอกาสให้ พล.อ.ปรีชามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้าง หลังจากชี้แจงเสร็จค่อยมาสรุปเพื่อวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ปรีชา ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ทุกอย่างตนชี้แจงไปหมดแล้ว ก็แล้วแค่เขาตนยังไม่ทราบว่าเขาจะให้ทำอะไรบ้าง ส่วนมติที่ออกมาเป็นเอกฉันท์ก็แล้วแต่เขาจะมีมติอย่างไร หากข่าวออกมาอย่างนี้ตนก็จะชี้แจงต่อไป และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขั้นตอนจากนี้จะเป็นอย่างไร พล.อ.ปรีชากล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะไม่ใช่ ป.ป.ช. ตนทำตามขั้นตอน และได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ตั้งแต่เมื่อเดือน ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา เขาจะว่าทำอย่างไรตนก็พร้อมทำตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มไทยไม่ทน &amp;quot;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;quot; นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ลาออกจากตำแหน่ง
นายจตุพรกล่าวว่า ประเด็นที่ยื่นในวันนี้ เพื่อชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดการบริหารงานของรัฐบาลซึ่งมีการผูกขาด เศรษฐกิจและการเมือง ฉ้อฉลอำนาจเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ทั้งนี้ ในวันที่ 9 มิ.ย.จะไปรัฐสภา ยื่นหนังสือผ่านประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ ส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมดลาออกจากการเป็น ส.ส. เพราะไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลและปกครองผลประโยชน์ประเทศชาติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ตัวแทนกลุ่ม &amp;quot;ประชาชนคนไทย&amp;quot; ยื่นหนังสือผ่านตัวแทนเจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง โดยนายนิติธรอ่านแถลงการณ์ระบุว่า ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งก่อนวันที่ 24 มิ.ย.2564 เนื่องจากขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์เดินมาจนสุดทางการเมืองแล้ว และทางกลุ่มไม่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นแม่ทัพที่จะเข้าลักษณะการเปลี่ยนม้ากลางศึกท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และยังมองว่าสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้ แพทย์และพยาบาล สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ที่ผ่านมารัฐบาลมักอ้างว่าประชาชนเป็นต้นเหตุแห่งการแพร่ระบาดโควิด-19 ประกอบกับที่ผ่านมาการฉีดวัคซีนยังมีปัญหาไม่ทั่วถึงประชาชน
&amp;ldquo;หลังจากนี้วันที่ 9 มิ.ย. จะไปยื่นหนังสือถึงวุฒิสภา และวันที่ 10 มิ.ย. จะไปยื่นหนังสือที่ศาลฎีกา จากนั้นในวันที่ 11 มิ.ย. จะลงพบปะประชาชนในชุมชนต่างๆ เพื่อรับฟังปัญหา และในวันที่ 24 มิ.ย. จะเดินทางกลับมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถามคำตอบจากนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง&amp;rdquo; นายนิติธรกล่าว
ขณะที่นายอนุชา บูรพาชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดูข้อกฎหมายและศึกษากฎระเบียบการออกกฎหมาย เพื่อควบคุมเนื้อหาในสื่อออนไลน์และการนำเสนอในโซเชียลมีเดีย โดยศึกษาจากในต่างประเทศที่มีการใช้กฎหมายดังกล่าว เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงใช้ในประเทศไทยก่อนที่จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค พปชร. ทำหน้าที่ประธานการประชุมพรรค พปชร. โดยตอนหนึ่งมี ส.ส.บางส่วนสอบถามไปถึงกระแสข่าวเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค ซึ่ง ส.ส.หลายคนเห็นตรงกันว่าหากต้องการให้พรรคเข้มแข็ง มั่นคง ไม่ควรมีการเปลี่ยนม้ากลางศึกบ่อยครั้ง หากคนในพรรคหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเห็นว่านายอนุชาบกพร่องเรื่องใด ก็ควรมีการสอบถามและเปิดโอกาสชี้แจงภายในพรรคก่อน ที่สำคัญพรรคต้องดำเนินการใดๆ โดยยึดเสียงข้างมาก ต้องไม่ให้มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมามีอำนาจครอบงำพรรค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ฝ่าจริยธรรมเสียบบัตรแทนกัน, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf814fde51b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. ชี้มูล​ 4​ ส.ส.​เสียบบัตรแทนกัน​ ส่งฟันอาญา-ผิดจริยธรรมร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า​ ที่ประชุมคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.​ เมื่อวันที่​ 8​ มิ.ย.ได้มีการพิจารณากรณี ส.ส. 8 ราย​ ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย 4 ราย คือ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง​ นางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ นายสมบูรณ์ ซารัมย์​ ส.ส.บุรีรัมย์ นายภูมิศิษฐ์ คงมี ส.ส.พัทลุง, ​ พรรคพลังประชารัฐ 3 ราย คือ นางภริม พูลเจริญ​ ส.ส.สมุทรปราการ น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์​ ส.ส.กทม. และนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ​ ส.ส.นครราชสีมา, พรรคพลังท้องถิ่นไท 1 ราย คือ นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายฉลอง นายภูมิศิษฐ์ นางนาที​ กรณีเสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท​ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ที่บัญญัติไว้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ​ โดยคดีอาญา​ ป.ป.ช.จะส่งให้อัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง​ นอกจากนี้​ ยังมีความผิดจริยธรรมร้ายแรง​ ซึ่ง​ ป.ป.ช.จะส่งให้ศาลฎีกาโดยตรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่​ น.ส.ภริม และนายทวิรัฐ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า​ ไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน ไม่มีพฤติการณ์ เนื่องจากพยานระบุว่า เห็นแค่ถือบัตร 2 ใบแต่ไม่เห็นว่ามีการเสียบบัตรแทนกัน จึงไม่ผิดทั้งอาญาและไม่ผิดจริยธรรม​ แต่ผิดเฉพาะข้อบังคับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งเรื่องไปยังประธานรัฐสภาดำเนินการ​ ส่วนอีก​ 2​ รายคือนายสมบูรณ์ และนายโกวิทย์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ที่ประชุมคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูล​ น.ส.ธนิกานต์ กรณีฝากบัตรให้ผู้อื่นเสียบแทนระหว่างการพิจารณาร่าง​ พ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ​ รัชกาลที่​ 10​ &amp;nbsp;แม้​น.ส.ธนิกานต์จะอ้างว่า เหตุที่ไม่อยู่ในห้องประชุมเพราะไปร่วมงานเสวนารายการหนึ่งที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง​ แต่เหตุผลไม่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้​ จึงมีมติชี้มูลในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ที่บัญญัติไว้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ​ โดยคดีอาญา​ ป.ป.ช.จะส่งให้อัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง​ นอกจากนี้​ ยังมีความผิดจริยธรรมร้ายแรง​ ซึ่ง​ ป.ป.ช.จะส่งให้ศาลฎีกาโดยตรงเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8237a6f94b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;มอบ กมธ.กิจการสภาฯสอบเสียบบัตรแทนกัน จ่อชงฟันจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.63 - ที่สถาบันพระปกเกล้า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการเสียบบัตรแทนกัน ว่า ได้รับรายงานการตรวจสอบเรื่องเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน กรณีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิไทย เรียบร้อยแล้ว โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทำหนังสือตอบกลับยืนยันเวลาที่นางนาที เดินทางออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2563 ซึ่งเวลาดังกล่าวยังปรากฎว่า มีบันทึกการลงคะแนนของนางนาทีอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้ให้คณะกรรมการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับผิดชอบ ตรวจสอบการเสียบบัตรแทนกันในทุกกรณี แต่เชื่อว่าผลการตรวจสอบจะไม่ต่างจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ถือหลักฐานและข้อมูลทั้งหมด นอกจากนี้ จะนำเรื่องทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมจะเป็นประธาน โดยเตรียมจะแต่งตั้งขึ้นในเร็ววันนี้ และจะดำเนินการทุกอย่างไม่ให้เกิดความล่าช้า &amp;nbsp;เพราะเรื่องต่างๆขยายเวลามานานมากแล้ว รวมถึงกรณีร้องเรียนที่น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นเรื่องก่อนหน้านี้ด้วย&amp;quot; ประธานสภาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาการลงมติในมาตรา 6 ของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในวาระ 2 ได้รับรายงานรายละเอียดทั้งหมดเมื่อวานนี้ และตนมีส่วนที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการลงมติดังกล่าว เพราะปิดการลงคะแนนเร็วเกินไป ภายหลังปรากฏว่ามีสมาชิกเสียบบัตรลงคะแนนหลังปิดการลงคะแนนไปแล้ว โดยมีบันทึกรายชื่อครบถ้วน จึงขอยืนยันว่าในการลงมติดังกล่าวมีองค์ประชุมครบ แต่เมื่อหลายฝ่ายมีความกังวลว่า อาจจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในภายหลังจึงให้มีการลงมติใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57252</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชวน หลีกภัย, ประชุมสภา, รัฐสภา, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e4773e95ebbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
