<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำเตือน!ก่อนย้ายประเทศกันเถอะ ตรวจสอบการเสียภาษีก่อน โหดกว่าที่คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ World Economic Forum&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 พ.ค.64 - หลังเพจย้ายประเทศกันเถอะ ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ในไทย &amp;nbsp;เปิดมาเข้าวันที่ 4 มีสมาชิกเกือบ 7 แสนคน &amp;nbsp;ซึ่งมีความคิดอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตามการย้ายไปทำงาน หรืออยู่อาศัยต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรปนั้น มีความแตกต่างจากไทยมากโดยเฉพาะภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว็บไซต์ World Economic Forum เปิดเผยรายงาน การจัดอันดับประเทศที่จัดเก็บภาษีประชาชนมากที่สุดในโลก (Which countries tax their citizens the most?) ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นข้อมูลจาก KPMG บริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ของโลก ที่จัดทำรายงานเปรียบเทียบอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จาก 150 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศที่จัดเก็บภาษีประชาชนมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก ในปี 2562 ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 สวีเดน 57.19%
อันดับ 2 ญี่ปุ่น 55.95%
อันดับ 3 เดนมาร์ก 55.89%
อันดับ 4 ออสเตรีย 55.00%
อันดับ 5 ฟินแลนด์ 53.75%
อันดับ 6 อารูบา 52.00%
อันดับ 7 เนเธอร์แลนด์ 51.75%
อันดับ 8 เบลเยียม, อิสราเอล, สโลวีเนีย 50.00%
อันดับ 9 ไอร์แลนด์, โปรตุเกส, ซินต์มาร์เติน (Dutch part), ซินต์มาร์เติน &amp;nbsp;48.00%
อันดับ 10 กือราเซา 46.50% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประเทศข้างต้นล้วนเป็นเป้าหมายที่สมาชิกเพจย้ายประเทศกันเถอะต้องการย้ายไปทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศที่จัดเก็บภาษีเงินได้จากประชาชนมากที่สุดของเอเชีย ในปี 2562 ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 ญี่ปุ่น 55.95%
อันดับ 2 อิสราเอล 50.00%
อันดับ 3 จีน 45.00%
อันดับ 4 เกาหลี 42.00%
อันดับ 5 ไต้หวัน 40.00%
อันดับ 6 อาร์เมเนีย 36.00%
อันดับ 7 อินเดีย 35.88%
อันดับ 8 ฟิลิปปินส์, ไทย, เวียดนาม 35.00%
อันดับ 9 บังกลาเทศ, อินโดนีเซีย, จอร์แดน 30.00%
อันดับ 10 มาเลเซีย 28.00%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาษี, ย้ายประเทศกันเถอะ, เสียภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60910722cb3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศุลฯว่าอย่างไร อดีตส.ว.รสนา ถามดังๆนาฬิกาไม่เสียภาษี ต้องถูกยึดเป็นของแผ่นดินหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)กรุงเทพฯ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาฬิกาไม่เสียภาษีต้องถูกยึดเป็นของแผ่นดินหรือไม่!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่า ป.ป.ช จะตัดสินคดีนาฬิกาที่พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณสวมใส่ โดยเชื่อมั่นว่าเป็นนาฬิกายืมเพื่อนมา และได้คืนนาฬิกาให้เจ้าของไปแล้ว จึงมีมติว่าการยืมใช้คงรูปไม่ต้องรายงานในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่ง แต่คดีนี้ยังไม่จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างการสอบสวนเรื่องนาฬิกา มีข้อมูลว่านาฬิกาหรูเหล่านี้ไม่ได้ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย และป.ป.ช ไม่สามารถขอข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศว่านาฬิกาเหล่านี้ ใครเป็นผู้ซื้อ และกรมศุลกากรก็ไม่มีข้อมูลว่าใครเป็นผู้นำเข้านาฬิกาเพราะไม่มีรายการเสียภาษีนำเข้า จึงยากแก่การตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในเมื่อป.ป.ช เชื่อมั่นว่านาฬิกาที่พล.อ ประวิตร วงศ์สุวรรณสวมใส่เป็นของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ที่เสียชีวิตไปแล้ว และยุติการตรวจสอบหาเจ้าของนาฬิกา แต่กรณีนาฬิกาหรูที่นำเข้าโดยไม่เสียภาษีเป็นหน้าที่ของกรมศุลกากรที่ต้องดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อกรมศุลกากรไม่มีข้อมูลใครเป็นเจ้าของนาฬิกา เพราะไม่มีรายการเสียภาษีนำเข้านาฬิกาหรู 21 เรือนดังกล่าว จึงต้องถือว่าเป็นนาฬิกาที่นำเข้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งกรมศุลกากรมีหน้าที่ยึดนาฬิกาที่ไม่เสียภาษีให้ตกเป็นของแผ่นดิน และเจ้าของนาฬิกามีโทษทั้งจำและปรับตามพ.ร.บศุลกากร 2560 มาตรา 242 ในกรณีที่เจ้าของนาฬิกาสิ้นชีวิตแล้ว โทษอาญาถือว่าระงับไป แต่นาฬิกาเหล่านั้นยังคงต้องถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไปตามบทบัญญัติในพ.ร.บ ศุลกากร 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรา 242 ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 ม.ค 2561 ดิฉันได้ส่งหนังสือลงทะเบียนและเอกสารใบตอบรับไปยัง นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ในขณะนั้น ขอให้ตรวจสอบการเสียภาษีของนาฬิกาที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณสวมใส่ แต่จนบัดนี้ ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าแต่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมศุลกากร ยังไม่ได้มีการตรวจสอบและรายงานต่อสาธารณะว่านาฬิกาดังกล่าวเป็นนาฬิกาที่นำเข้าโดยไม่เสียภาษีกี่เรือน และในกรณีที่เป็นนาฬิกาที่ไม่ได้เสียภาษีนำเข้า จะต้องถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดิน ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ดิฉันจะทำหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่เพื่อให้ท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติในพ.ร.บ ศุลกากร 2560 มาตรา 242 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68556</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกา, รสนา โตสิตระกูล, เสียภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d679bec05192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
