<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นเสียใจอย่างยิ่งไทยประหารมือมีดฆ่าโหด ซัดไม่โปร่งใสตามระบอบประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.61- &amp;nbsp;สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) เสียใจอย่างยิ่งต่อการประหารชีวิต นาย ธีรศักดิ์ หลงจิ สหประชาชาติคัดค้านการใช้โทษประหารชีวิตในทุกสถานการณ์ดังที่เน้นย้ำโดยเลขาธิการสหประชาชาติในหลายวาระ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเย็นวานนี้ กรมราชทัณฑ์เผยแพร่แถลงการณ์ว่านายธีรศักดิ์ อายุ 26 ปี ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษ เขาถูกตัดสินประหารชีวิตจากเหตุทำร้ายและใช้มีดแทงบุคคลอื่นจนถึงแก่ความตายในภาคใต้ของประเทศไทย จนกระทั่งขณะนี้ เหตุผลของการดำเนินการประหารชีวิตนายธีรศักดิ์ยังไม่ปรากฏแน่ชัด โดยพิจารณาว่ารัฐบาลไทยมิได้ดำเนินการประหารชีวิตในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา พัฒนาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเนื่องจากประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่มีความก้าวหน้าสอดคล้องกับรัฐจำนวนมากที่ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การนำเอาโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ใหม่สวนทางกับคำมั่นสัญญาของประเทศไทยทั้งในระดับประเทศและนานาประเทศ ระหว่างการทบทวนสถานการณ์ภาพรวมด้านสิทธิมนุษยชนโดยสมาชิกสหประชาชาติ ตามกลไก Universal Periodic Review เมื่อปี 2559 ประเทศไทยได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิต&amp;rdquo; ซินเทีย เวลิโก้ ผู้แทนของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว &amp;ldquo;คำมั่นดังกล่าวได้รับการกล่าวย้ำอีกในแผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่สาม&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมมนุษยชนฯ ยังมีความกังวลด้วยว่า การประหารชีวิตได้ดำเนินการขึ้นโดยปราศจากการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ความโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประชาชาชนโดยทั่วไปที่จะได้รับทราบเพื่อการอภิปรายสาธารณะและความรับผิดตามระบบประชาธิปไตย ยิ่งไปกว่านั้น ประชาคมโลกซึ่งกำลังขับเคลื่อนไปด้วยความก้าวหน้าสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตก็มีความสนใจที่จะติดตามการเคารพและปกป้องสิทธิการมีชีวิตอยู่ทุกหนทุกแห่งด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้สรุปว่าการเข้าถึงข้อมูลของรัฐในเรื่องการใช้โทษประหารชีวิตถือเป็นผลประโยชน์อันชอบธรรมของสาธารณชน และส่งผลต่อการตระหนักว่าเป็นสิทธิทั่วไปที่จะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวนั้นภายใต้มาตรา 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมมนุษยชนฯ ยังคงกังวลใจจากการถอยหลังของการปฏิรูปโทษประหารชีวิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประหารชีวิตที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เป็นภาพสะท้อนอีกภาพหนึ่งของแนวโน้มข้อกังวลในเรื่องนี้ &amp;ldquo;เราเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ดำเนินมาตรการต่างๆ โดยเร่งด่วนเพื่อคืนสู่ภาวะการงดเว้นการใช้โทษประหารชีวิตในกระบวนการนำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยสมบูรณ์&amp;rdquo; ซินเทีย เวลิโก้ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11678</URL_LINK>
                <HASHTAG>OHCHR, ประหารชีวิต, สำนักข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาติ, เสียใจอย่างยิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28df9b87e13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; ออกแถลงการณ์เสียใจอย่างยิ่งที่ละเมิดความเชื่อใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.61 - บีบีซีไทยรายงานว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กออกมายอมรับว่าเฟซบุ๊ก &amp;quot;ทำผิดพลาด&amp;quot; ที่ปล่อยให้ข้อมูลของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คหลายล้านคนถูกนำเอาไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการเมือง &amp;quot;เคมบริดจ์ อนาลิติกา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เคมบริดจ์ อนาลิติกา ถูกกล่าวหาว่าใช้ข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กเพื่อตอบสนองกับลูกค้าที่เป็นหน่วยงานการเมืองหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ระบุในแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อคืนนี้ตามเวลาของไทยว่าเกิดการ &amp;quot;ละเมิดความเชื่อใจ&amp;quot; กันขึ้น และในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เขาบอกว่า &amp;quot;เสียใจอย่างยิ่ง&amp;quot; พร้อมกล่าวจะจัดการกับ &amp;quot;แอปฯ เกเร&amp;quot; ที่เข้ามาดึงข้อมูลผู้ใช้ทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาเพิ่มเติมอีกว่ายินดีที่จะไปให้ปากคำแก่รัฐสภา &amp;quot;หากว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในแถลงการณ์ของเขาที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก เขาให้คำมั่นว่าจะมีมาตรการออกมาเพื่อให้การเข้ามาเก็บเกี่ยว ข้อมูลของผู้ใช้โซเชียลมีเดียทำได้ยากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องข้อมูลของคุณ ถ้าเราทำไม่ได้ เราก็คงไม่สมควรที่จะให้บริการแก่คุณ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าเฟซบุ๊กจะสอบสวนหาข้อมูลจากบรรดาแอปพลิเคชันทั้งหลายของเฟซบุ๊กที่สามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับผู้ใช้ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มที่ลดการเข้าถึงข้อมูลครั้งใหญ่เมื่อปี 2014 ซึ่งจะลงไปดูข้อมูลเชิงลึกว่ามีแอปฯ ใดบ้างที่มีการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย รวมทั้งแบนผู้พัฒนาแอปฯ ที่ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบนผู้พัฒนาที่นำเอาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้อย่างผิดจุดประสงค์ &amp;quot;และให้ข้อมูลแก่ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากแอปฯ พวกนั้น&amp;quot; และในอนาคต ซัคเคอร์เบิร์ก บอกว่าเฟซบุ๊กจะปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาระบุด้วยว่า แม้ว่าปัญหาที่เกิดกับเคมบริดจ์ อนาลิติกาจะไม่เกิดขึ้นกับแอปฯ ใหม่ ๆ ในทุกวันนี้ แต่เราก็ไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อปี 2014 เฟซบุ๊กเชิญชวนบรรดาผู้ใช้ให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับบุคลิกภาพของตน ชื่อว่า &amp;quot;นี่คือชีวิตดิจิทัลของคุณ&amp;quot; ซึ่งทำขึ้นโดย ดร. อเลกซานดร์ โคแกน นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งแอปฯ นี้เก็บข้อมูลของผู้ใช้ราว 270,000 รายเอาไว้ และยังเลยไปถึงข้อมูลเพื่อนของผู้ใช้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟซบุ๊กช่วยจีนทำซอฟต์แวร์เซ็นเซอร์ข้อมูล ทำให้เฟซบุ๊กต้องเปลี่ยนแปลงกฎเพื่อให้ผู้พัฒนาแอปฯ เข้าถึงข้อมูลได้น้อยลง แต่คริสโตเฟอร์ ไวลี ซึ่งเป็นอดีตพนักงานของเคมบริดจ์ อนาลิติกา ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์แต่อย่างไร ออกมาบอกว่าบริษัทได้ซื้อข้อมูลของผู้ใช้ราว 50 ล้านราย ซึ่งถูกรวบรวมมาด้วยวิธีคล้ายกันนี้มาก่อนที่จะเฟซบุ๊กจะออกกฎที่เข้มงวดกว่าเดิมว่าแอปฯ ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้ก่อนเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไวลียังบอกด้วยว่าบริษัทใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์สภาพทางจิตใจของผู้ใช้ทั้งหลาย และส่งข้อมูลด้านดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ให้แก่พวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอื้อฉาวนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อ ช่อง 4 (Channel 4) ทำรายงานแบบสืบสวนสอบสวน โดยการแอบอัดเสียงของ อเล็กซานเดอร์ นิกซ์ ผู้บริหารของเคมบริดจ์ อนาลิติกา แล้วเอามาเปิดเผย โดยที่นิกซ์พูดว่าบริษัทแห่งนี้รับผิดชอบเรื่องการรณรงค์หาเสียงทางดิจิทัลให้กับโดนัลด์ ทรัมป์ในชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในปี 2016&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราทำการศึกษาข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งวิเคราะห์ ตั้งเป้าหมาย วางแผนการรณรงค์หาเสียงทั้งออนไลน์และโทรทัศน์ ยุทธศาสตร์ที่เราได้มานั้นมาจากข้อมูลที่รวบรวมได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้วุฒิสภาสหรัฐฯ เรียกตัวซัคเคอร์เบิร์ก เข้าไปให้ปากคำว่าเฟซบุ๊กจะปกป้องผู้ใช้อย่างไร ในขณะที่คณะกรรมการการพาณิชย์ของรัฐบาลกลาง ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่าจะดำเนินการสอบสวนเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านรัฐสภายุโรปก็บอกว่าจะสอบสวนด้วยว่ามีการใช้ข้อมูลอย่างผิด ๆ หรือไม่ ส่วนทางการอังกฤษก็กำลังพยายามขอหมายศาลเพื่อค้นสำนักงานทั้งหลายของเคมบริดจ์ อนาลิติกา ในขณะเดียวกันก็มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทแห่งนี้ในการเลือกตั้งที่เคนยา เมื่อปี 2013 อีกด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5581</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำผิดพลาด, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก, ละเมิดความเชื่อใจ, ออกแถลงการณ์, เฟซบุ๊ก, เสียใจอย่างยิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab360933f420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
