<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันสูบบุหรี่เสี่ยงสูง ติดโควิดมีสิทธิ์ตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผลวิจัยสูบบุหรี่เพิ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ป่วยรุนแรง รักษายาก ส่งผลกระทบระยะยาว และเสียชีวิตมากกว่า พบร้อยละ 10 ที่สูบบุหรี่ป่วยโควิดต้องรักษาตัวในไอซียู แย้มผลทดลองสารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่ในหนู เปรียบกับการเปิดประตูเชิญเชื้อไวรัสให้เข้าสู่ร่างกายง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมภาคีบุหรี่นานาชาติถกประเด็นร้อน &amp;ldquo;บุหรี่กับโควิด-19&amp;rdquo; งานวิจัยหลายชาติย้ำ ยิ่งสูบยิ่งเสี่ยงทั้งตาย-ติดเชื้อโควิดมากกว่าคนไม่สูบ แนะทุกประเทศเร่งสื่อสารเตือนประชาชนควรเลิกสูบทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นายกสมาคมอุรเวชฯ เผย คนสูบบุหรี่ติดโควิด ระยะยาวเสี่ยงป่วยโรคพังผืดที่ปอด โรคปอด และทางเดินหายใจเรื้อรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนายกสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทย กล่าวในการประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 (13th Asia Pacific Conference on Tobacco or Health: APACT 2021 Bangkok) จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีก 12 องค์กรพันธมิตร ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเก็บข้อมูลผู้ผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ระลอกแรก เมื่อปี 2563 พบผู้ติดเชื้อโควิดที่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ทั้งในกลุ่มอายุน้อยกว่า 35 ปี และกลุ่มที่อายุมากกว่า 35 ปี ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งเคยมีประวัติการสูบบุหรี่ และมีผู้ติดเชื้อราว 10% ที่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู ตัวเลขกลุ่มผู้ติดเชื้อในระลอกแรกของไทยมีจำนวนน้อย แต่ผลการเก็บข้อมูลทำให้ทีมวิจัยทราบว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เคยมีประวัติสูบบุหรี่จะมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งขณะนี้ทีมวิจัยกำลังเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิดในช่วงการระบาดระลอกใหม่นี้เพื่อทำการศึกษาต่อไป เพราะมียอดผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการปอดอักเสบที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 การออกมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงถึงความเชื่อมโยงของเชื้อไวรัสและพฤติกรรมการสูบบุหรี่เป็นเรื่องจำเป็น เพราะบุหรี่ทำให้เกิดการติดเชื้อปอดด้านล่างได้ง่าย เชื้อโควิดทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ยิ่งคนสูบบุหรี่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก็จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่อาจจะต้องเผชิญมีปัญหาโรคพังผืดที่ปอด โรคปอดและทางเดินหายใจเรื้อรังได้ในระยะยาวหากติดเชื้อโควิด แม้ว่าจะได้รับการรักษาหายแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ในภาวะที่คนส่วนใหญ่ รวมทั้งนักสูบ ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการล็อกดาวน์ หรือต้องรักษาตัวอยู่บ้าน อาจจะทำให้เกิดความเครียดได้ หากมีโครงการดูแลให้คำปรึกษาผู้สูบบุหรี่ เยียวยาทางจิตใจ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้สูบสามารถเลิกบุหรี่ได้ในอนาคต&amp;rdquo; นพ.นิธิพัฒน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.คอนสแตนติน วาร์ดาวาส (Constantine Vardavas) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า จากการศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิดกว่าพันรายในสหรัฐเมริกา ทำให้ทราบว่าบุหรี่มีส่วนเชื่อมโยงกับสาเหตุการเสียชีวิตจากโควิด-19 ร่วมกับโรคที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่อื่นๆ คือ โรคปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มนักสูบเพศชาย ทั้งผู้มีเคยมีประวัติการสูบบุหรี่แต่เลิกแล้ว และผู้ที่ยังสูบอยู่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุทำให้อาการติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงขึ้น และรักษายากขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สแตนตัน แกลนซ์ (Stanton Glanz, PhD) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและศึกษาด้านการควบคุมยาสูบ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงกรณีประเด็นข่าวที่ประเทศฝรั่งเศสพบสารนิโคตินมีส่วนป้องกันการเกิดอาการของโควิด-19 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ผู้เชี่ยวชาญในเวทีประชุมในครั้งนี้ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษานั้นยังไม่มากพอ และรายงานดังกล่าวยังไม่ผ่านการกลั่นกรองและยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ รวมทั้งมีข้อสังเกตว่านักวิจัยที่ออกมาตั้งสมมติฐานนี้ มีประวัติว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทบุหรี่มาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงคาดว่าบริษัทบุหรี่คือผู้อยู่เบื้องหลังการกระพือข่าวการสูบบุหรี่และนิโคตินป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าการสูบบุหรี่ป้องกันโควิด-19 แต่มีหลักฐานจากงานวิจัยที่ยืนยันชัดในระดับนานาชาติ เป็นผลการศึกษาในสัตว์ทดลองกับบุหรี่ไฟฟ้า พบว่าสารนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่ส่งผลต่อปอด และส่งผลให้ร่างกายเพิ่มตัวรับบทผิวเซลล์ ACE2 receptor ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นประตูรับไวรัสเข้าสู่เซลล์ในร่างกาย ตามทฤษฎีแล้วยิ่งร่างกายมีตัวรับ ACE-2 มาก จะส่งผลให้ร่างกายรับเชื้อไวรัสโคโรนาได้ง่าย ทำให้การติดเชื้อโควิดเกิดได้ง่ายขึ้น&amp;rdquo; ดร.สแตนตันกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ไซมอน แชปแมน มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย กล่าวว่า การสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดาถือเป็นการด่วนสรุป ซึ่งเกิดจาก Public Health England เผยแพร่รายงานว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา 95% ซึ่งเป็นข้อมูลเมื่อปี ค.ศ.2013 ที่ผู้วิจัยได้ออกมายอมรับข้อจำกัดของรายงานดังกล่าวว่า ยังมีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ข้อเท็จจริงคือ ขณะนั้นทั่วโลกยังมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียง 5-6 ปี หากดูจากกรณีบุหรี่ธรรมดาที่ต้องใช้เวลากว่า 60 ปี กว่าที่จะยอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีอันตรายร้ายแรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ามักอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้อัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาของอังกฤษลดลง ข้อเท็จจริงคือ อัตราการสูบบุหรี่ของอังกฤษลดลงมาก่อนหน้าจะมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว และกราฟการลดลงยังอยู่ในแนวเดิมหลังจากมีบุหรี่ไฟฟ้า สะท้อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้คนอังอังกฤษลดการสูบบุหรี่ลงแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่คนอังกฤษสูบบุหรี่ลดลงเป็นผลมาจากอังกฤษมีการขึ้นภาษีบุหรี่ทุกปีต่อเนื่อง ประกอบกับการใช้มาตรการควบคุมยาสูบอื่นๆ อย่างเข้มข้น&amp;rdquo; ศ.ไซมอนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115700</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผลวิจัยสูบบุหรี่, ร้อยละ 10, สารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า, สูบบุหรี่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสี่ยงติดเชื้อโควิด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effb68e85e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สส.ก้าวไกล&#039;ย้ำเตือนรถเมล์คนแน่นเสี่ยงติดโควิดจี้รมว.คมนาคมทำหน้าที่ตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;30 เม.ย.64 - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสในโลกออนไลน์เรื่องรถเมล์คนแน่นมาก ดังที่บางคนระบุพร้อมโชว์ภาพว่า &amp;ldquo;แน่นไปจนถึงบันไดประตูรถเมล์เลยค่ะ ชีวิตมีความเสี่ยงมากค่ะ กลัวจะติดเชื้อโควิดค่ะ ให้ภาพเล่าเรื่องดีกว่านะคะ เพราะมันสวนทางกับที่ทาง ศบค. หรือทางรัฐบาล อยากให้รักษาระยะห่าง social distacing มากเลยค่ะ ... คือตอนแรกที่ดิฉันขึ้นรถเมล์ โชคดีที่ได้ขึ้นต้นทางค่ะ จึงได้นั่งและบนรถก็ยังโล่งอยู่ แต่ต่อมาคนเริ่มทยอยขึ้นรถเมล์คันนี้เพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพวกเราทุกคนต่างก็อยากเดินทางกลับบ้านเพื่อนอนพักผ่อนเช่นเดียวกัน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมากจากการทำงาน จึงจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์คันเดียวกันดังกล่าว&amp;nbsp; คนบนรถเบียดกันจนดิฉันนึกถึงเพลงของวงซาซ่าอยู่เพลงหนึ่งคะ ชื่อเพลง &amp;lsquo;เลือกได้ไหม?&amp;rsquo; ... แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย เลือกให้เธอไม่ไปได้หรือเปล่า ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะได้เคยเตือนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว แต่ท่านไม่ฟัง ท่านต้องเข้าใจเสียใหม่ว่า ขสมก. เป็นบริการสาธารณะ อย่ามองเรื่องกำไรหรือขาดทุน&amp;nbsp; ในกรณีนี้ต้องเพิ่มความถี่เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างคน ไม่ใช่ลดเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถ และนี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องกำกับดูแลไม่ให้ไปซ้ำเติมสถานการณ์ทางสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ท่านต้องทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องเข้าใจหัวอกประชาชนบ้างว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถหยุดอยู่บ้านเฉยๆแล้วมีเงินใช้ได้ และไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะซื้อรถยนต์ส่วนตัว เรียกแท็กซี่ หรือขึ้นรถไฟฟ้าราคาแพง อย่าลืมว่าโควิดรอบนี้รัฐบาลที่ท่านนั่งร่วมอยู่ ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วมีแต่คำสั่งบังคับให้ประชาชนทำนั่นทำนี่ แต่มาตรการเยียวยาช่วยเหลือกลับไม่มีให้เห็นออกมาเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายสุรเชษฐ์ ได้เคยแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กถึงกรณี ขสมก.ปรับลดเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยระบุว่า การลดเที่ยววิ่ง เป็นการลด &amp;lsquo;ความถี่&amp;rsquo; ของการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการต้องรอนานขึ้น ส่วนการที่รถโล่งขึ้นก็เป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้วในช่วงโควิด เพราะเป็นการรักษาระยะห่างระหว่างคน รัฐมนตรีควรเข้าใจว่า รถเมล์เป็นบริการสาธารณะที่รัฐควรอุดหนุนโดยไม่ลดระดับการให้บริการความถี่ ซึ่งก็คือการใช้เงินภาษีอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เขายังแนะนำว่า เมื่อรัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน ประชาชนก็ต้องดูแลตัวเอง โดยแนะนำให้ใช้ &amp;lsquo;Via Bus&amp;rsquo; แอปติดตามรถเมล์บนมือถือที่อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชนเดินทางอย่างมีความหวังขึ้น เพราะสามารถทราบพิกัดรถเมล์แบบเรียลไทม์ได้ด้วย GPS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101282</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถเมล์คนแน่น, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, เสี่ยงติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec1fb188e5c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเหรียญทอง&#039; ถึงกับอึ้ง! ชาวบ้านกรูรับของบริจาคหน้าวัดดอนเมือง จวกหน่วยงานในพื้นที่ปล่อยคนเสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 - จากกรณีเหตุการณ์ที่บริเวณวัดดอนเมือง ซึ่งประชาชนจำนวนมากได้ออกมาต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรับการแจกเงินและถุงยังชีพ&amp;nbsp;แต่พบว่า ไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่มีการจัดระเบียบของผู้ที่มาเอาข้าวของดังกล่าว จนมีเสียงวิจารณ์ในโลกโซเชียลว่า การมารวมตัวกันจำนวนมากจะทำให้เกิดความเสี่ยงการติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย&amp;nbsp;นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีช่วยเหลือคนเดือดร้อนใกล้วัดดอนเมืองจนมีประชาชนไปชุมนุมแออัด การช่วยเหลือในลักษณะเช่นนี้มันเป็นการทำลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่กำลังต้องการการรักษาระยะห่างทางสังคมนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.เขตดอนเมือง , ผกก.สน.ดอนเมือง และหรือหน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบใกล้วัดดอนเมืองปล่อยปละละเลยกันได้อย่างไร ใช้ไม่ได้ ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้รับผิดชอบโปรดแสดงตนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63455</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดดอนเมือง, เว้นระยะห่าง, เสี่ยงติดเชื้อโควิด, เหรียญทอง แน่นหนา, แจกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e997ea24e223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
