<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมเปิดบ้านรดนํ้า &#039;ตร.-ทหาร&#039;ตบเท้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านพักลาดพร้าว 71 ครึกครื้น &amp;quot;เสี่ยป้อม&amp;quot; เปิดบ้านให้รดน้ำดำหัว บิ๊กทหาร-ตร.ตบเท้าร่วมพรึ่บ! &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ควงภริยาอวยพรให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; เตือนใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการเลือกตั้งอันตรายไม่น้อยกว่าการซื้อเสียง ชี้ &amp;quot;ก๊วนสมคิด&amp;quot; ตั้งพรรคลงเลือกตั้งผลประโยชน์ทับซ้อน &amp;nbsp;&amp;quot;เฮียตือ&amp;quot; ย้ำปมยืนยันการเป็นสมาชิกสร้างปัญหาให้ทุกพรรค แนะ คสช.ใช้ ม.44 ผ่อนปรนบ้าง อดีต ส.ส.ตรัง ปชป.ซัด &amp;quot;พิชัย&amp;quot; ใจแคบคิดประโยชน์พวกพ้องก่อนส่วนรวม ตะเพิดอย่าลงเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ลาดพร้าว ซ.71 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เปิดบ้านพักทำบุญและให้ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักธุรกิจเข้ารดน้ำดำหัวขอพร เนื่องในวันสงกรานต์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวหรือเก็บภาพภายในบริเวณบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และ สน.โชคชัย และเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) มาดูแลความเรียบร้อยตั้งแต่ปากซอยลาดพร้าว 71 พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร เนื่องจากมีรถยนต์ส่วนตัวของผู้มาร่วมงานจอดเป็นแนวยาวบนถนนทั้งสองฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในเวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาพร้อมกับ อ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา เพื่อรดน้ำและรับพรจาก พล.อ.ประวิตรภายในบ้านพัก ก่อนจะกลับออกมาพรมน้ำให้แขกที่มาร่วมงานรวมถึงสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว &amp;nbsp;โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างครึกครื้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าขอให้มีความสุขตลอดไป ทำข่าวให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยขอให้ช่วยกันรักษาให้บ้านเมืองปลอดภัย ทั้งนี้ตนไม่ได้สอบถามอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร เพียงแต่ขอให้ท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวยืนยันว่าสุขภาพ พล.อ.ประวิตรแข็งแรงดี ซึ่งตนให้กำลังใจท่านทุกวันอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์มาร่วมพิธีสงฆ์ ก่อนจะรดน้ำอวยพรและรับพรจาก พล.อ.ประวิตร โดย พล.อ.ประวิตรขอให้ทุกคนมีความสุขในวันปีใหม่ไทย และท่านแข็งแรงดี สดใส แต่ยังไม่ได้คุยการทำงานของเหล่าทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคณะรัฐมนตรีทหารที่มาร่วมรดน้ำและรับพรจาก พล.อ.ประวิตร คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา &amp;nbsp;รมว.มหาดไทย, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งนายทหารและตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของนายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ประกาศจะเดินทางมาร่วมรดน้ำสงกรานต์ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรนั้น ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปควบคุมตัวตั้งแต่หน้าบ้านพักลาดพร้าว ซ.109 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และนำไปควบคุมตัวที่ สน.หัวหมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเมืองในประเทศไทยถ้าเราไม่ยึดตัวระบบถ่วงดุลให้เกิดความพอดี ถ้าพูดกันตรงๆ ตอนนี้มาตรา 44 &amp;nbsp;ใหญ่กว่าทุกอย่าง ซึ่งความจริงศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องตีความต่อว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ ก็ทำให้เราเริ่มสูญเสียตัวระบบว่าถ่วงดุลจริงหรือไม่ เวลามีพี่ใหญ่ใช้อำนาจเหนือทุกอย่างบางเรื่องก็ถูกใจ ตนก็ยอมรับ บางทีก็สะใจว่ามันง่าย รวดเร็ว แต่ความสะใจพอใจในกรณีนั้นเป็นการเปิดทางให้ไปทำอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งถึงวันนั้นเราอาจจะบอกว่าไม่ใช่ เมื่อเราจะไปต่อต้านก็อาจมีคนบอกว่าวันที่คุณสนับสนุนการที่เขาทำแล้วถูกใจก็จะมาค้ำอยู่ ดังนั้นโดยส่วนตัวถึงพยายามบอกว่าบางทีสังคมก็ต้องอดทน ระบบที่มีการถ่วงดุลอาจจะช้า ไม่สะใจเสมอไป แต่จะเป็นหลักประกันที่ดีกว่า
อันตราย! แทรกแซง กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าจะอยู่ขั้วไหนคิดว่าทุกคนน่าจะเห็นตรงกันว่า การเมืองไทยถ้าจะเดินไปข้างหน้า 1.ต้องมีเลือกตั้ง และ 2.ถ้าเริ่มจากเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์เที่ยงธรรม ผมว่าไม่มีทางที่การเมืองจะดีขึ้น บางยุคบางสมัยบอกว่าเราคิดแต่เรื่องการซื้อเสียง แต่การใช้อำนาจรัฐหรือการใช้อื่นเข้ามาแทรกแซงทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม เป็นปัญหาที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการซื้อเสียง และเหตุผลที่มี กกต.มาตั้งแต่ต้น เพราะทุกคนบ่นว่ารัฐเข้าไปเข้าไปมีส่วนได้เสียเพราะเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อมี กกต.ที่เขาบอกว่าเป็นอิสระ แล้วเรายังเปิดโอกาสให้คนใช้อำนาจบริหารเข้าไปแทรกแซง ชี้นำได้ สุดท้ายก็กลับไปสู่ปัญหาเดิมว่าการเลือกตั้งไม่สามารถปราศจากการแทรกแซงของการใช้อำนาจรัฐ ทำให้การเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม ก็จะกลายเป็นปัญหาความชอบธรรมของระบบประชาธิปไตยอีก&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการใช้มาตรา 44 &amp;nbsp;กับองค์กรอิสระโดยเฉพาะกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเมื่อมาตรา 44 ออกโดย คสช. การที่ คสช.จะลงเล่นการเมืองจะดูน่าเกลียดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าแม้ไม่มีส่วนในการเลือกตั้ง ตนก็ยังลังเลว่าจะสามารถใช้อำนาจมาแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระได้ เพราะทำให้ไม่เป็นอิสระ แต่ยิ่งบอกว่าคนที่ใช้อำนาจอาจจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งครั้งต่อไปก็ยิ่งเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น และรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัดว่าหากจะลงเล่นการเมือง ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ต้องลาออก 90 วันหลังรัฐธรรมนูญประกาศ ซึ่งก็ชัดเจนว่าป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีหัวหน้า คสช.ก็ลง ส.ส.ไม่ได้แล้ว แต่ตามตัวอักษรของรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯ 1 ใน 3 แล้วเจ้าตัวยินยอม แต่คงไม่ค่อยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเท่าไหร่ เพราะชัดอยู่แล้วว่าไม่ต้องการให้ฝ่ายบริหารมาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จึงทำให้มีความรู้สึกว่าข่าวจะมีการตั้งพรรคโดยเอารัฐมนตรีมาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นรูปแบบที่แปลกเพราะรัฐมนตรีทั้ง 2 คนไม่สามารถลง ส.ส.ได้ และไม่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ด้วย คำถามคือทำไมต้องเอาคนที่มีอำนาจอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ ในกระทรวงอุตสาหกรรม มาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ของรัฐบาล คสช.ในช่วงนี้ว่า ถ้าจะบอกว่าเขาลงพื้นที่มันผิดก็คงสรุปไม่ได้ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินโดยปกติก็ต้องพยายามที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชน ก็หวังว่าประชาชนจะพึงพอใจ พูดง่ายๆ คือได้คะแนนทางการเมือง ถ้าลงไปเพื่อจะไปดูข้อเท็จจริง ทำให้การแก้ไขปัญหาตรงจุด เราก็ไปต่อว่าเขาไม่ได้ แต่ของอย่างนี้ดูไปสักพักก็จะดูออกเองว่าเป็นเรื่องของประสิทธิภาพของการบริหารราชการแผ่นดิน หรือเป็นเรื่องของการมีเป้าหมายทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่รัฐบาลทำไลน์ขึ้นมาโดยเอางบประมาณไปซื้อ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าการประชาสัมพันธ์ก็อยู่ที่หน่วยงานว่าจะรูปแบบไหน แต่ก็มีข้อสังเกตว่ารูปแบบที่จะทำไลน์ โดยเอาไลน์ออฟฟิเชียลมาทำจะประชาสัมพันธ์งานของรัฐได้ขนาดไหน เพราะนึกไม่ออกว่าเขาจะเขียนอะไรมา และไม่แน่ใจว่าจะมีคนติดตามมากมายแค่ไหน และงบที่ใช้ 7 ล้านบาทโดยมีการทำสติกเกอร์ไลน์ สันนิษฐานว่าเป็นรูปนายกฯ &amp;nbsp;และใครอยากได้สติกเกอร์นี้ฟรีก็ไปโหลดมาได้ โดยการมาติดตามตัวไลน์นี้ก็จะสามารถส่งข้อความได้ ซึ่งรัฐบาลสามารถทำได้ แต่เป้าหมายการประชาสัมพันธ์คืออะไร และเป็นข้อมูลแบบไหน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นี่ไม่ใช่ครั้งแรก รัฐบาลเคยทำตอนที่มีค่านิยม 12 ประการ แล้วบอกว่ามีสติกเกอร์ชุดหนึ่ง บังเอิญผมไม่ได้ไปติดตามและไม่ได้รับสติกเกอร์ชุดนั้นเลย จึงไม่รู้ว่าการทำอย่างนี้จะคุ้มค่าแค่ไหน ทั้งที่เป็นเงินภาษีอากรของประชาชน จะบอกว่า 7 ล้านบาทเล็กน้อย แต่ก็เป็นเงินภาษีประชาชน และการทำสติกเกอร์สวัสดี ขอบคุณ เป็นการประชาสัมพันธ์รัฐอย่างไร&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว
แนะใช้ ม.44 ผ่อนปรนพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาที่พรรคการเมืองประสบในการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคและชำระค่าบำรุงสมาชิกของสมาชิกพรรคที่สิ้นสุด 30 เม.ย.นี้ว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาของทุกพรรคการเมืองเนื่องจากมีเวลากระชั้นมาก การติดตามตัวตนและสถานะของสมาชิกพรรคการเมืองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะทำได้ภายในไม่กี่วัน โดยเฉพาะเรื่องค่าบำรุงสมาชิกพรรค ดังนั้นวันนี้จะเห็นว่าพรรคการเมืองกำลังเผชิญกับอุปสรรคดังกล่าวทั้งสิ้น ดังนั้นหาก คสช.และรัฐบาลต้องการเห็นทุกอย่างคลี่คลายและสามารถปฏิบัติได้จริงตามแนวทางของกระบวนการที่ควรจะเป็นมาตรา 44 ที่มีอยู่ในมือสามารถที่จะผ่อนปรนเมื่อรับรู้ปัญหาแล้วก็น่าจะคลี่คลายได้ หากมีเจตนาที่ดีต้องการเห็นพรรคการเมืองทำงานได้อย่างอิสระ ก็ควรจะได้ผ่อนปรนให้พรรคการเมืองบ้าง ซึ่งอำนาจมาตรา 44 ก็อยู่ในมือท่านแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองที่จะมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นแกนนำเพื่อรองรับ คสช. นายสมศักดิ์กล่าวว่าเรื่องนี้คงตอบไม่ได้ เพราะนายสมคิดเองก็ออกมาปฏิเสธ ไม่ได้แอ่นอกรับว่าได้ตั้งพรรคจริง ยังเป็นเพียงกระแสข่าว ดังนั้นต้องรอให้ทุกอย่างปรากฏความชัดเจนเป็นจริงเสียก่อนแล้วเราจึงจะรู้ วันนี้สิ่งที่นายสมคิดพูดตามตรรกะก็ยังเป็นไปตามนั้น แต่บนข้อเท็จจริงในทางการเมืองอาจจะมีข่าวกระเส็นกระสายออกมา เช่นการที่มีนักการเมืองเข้าไปพบนายสมคิดในทำเนียบรัฐบาล หรือการแสดงท่าทีบางอย่างย่อมทำให้คนอดคิดไปไม่ได้ว่า สิ่งที่นายสมคิดปฏิเสธกับความเป็นจริงอันไหนคือสิ่งที่ถูกต้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่าการปฏิรูปของ คสช.ยังสับสนว่า พวกเราก็มองเห็นความจริงกันอยู่ว่าจนกระทั่งวันนี้ ถามว่ามีใครปักใจเชื่อบ้างหรือไม่ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแมป และเมื่อปล่อยให้เหตุการณ์คืนสู่ภาวะปกติแล้ว เหตุการณ์ในอดีตจะไม่ย้อน เพราะขณะนี้เพียงแค่โหมโรงปี่กลองยังไม่ทันดัง เราก็ได้เห็นสงครามน้ำลายกันแล้ว แสดงให้เห็นว่าเรื่องการปฏิรูปการเมืองยังไม่ดี สะท้อนให้เห็นว่าเพิ่มความเบื่อหน่ายให้ประชาชนมากขึ้นไปอีก แต่ก็อาจจะเป็นความพึงพอใจของคสช.หรือรัฐบาลก็ได้ ที่ได้เห็นฝ่ายการเมืองไม่สามัคคีกันและอยู่ในสภาพอย่างนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีความมั่นใจว่าจะได้เลือกตั้งตามโรดแมป เว้นเสียแต่มีอุกกาบาตตกใส่ประเทศไทย นายสมศักดิ์กล่าวว่าความมั่นใจของนายมีชัยกับความมั่นใจของ คสช.และรัฐบาลเป็นคนละอันกัน ความมั่นใจของนายมีชัยในฐานะเป็นคนที่วางกติกา ย่อมเป็นคนที่อยากจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ได้วางเอาไว้ แต่วันนี้ต้องไม่ลืมว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตีความออกมาอย่างไรกับการพิจารณา พ.ร.ป. 2 ฉบับ ซึ่งหากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมาไม่เป็นอย่างที่นายมีชัยคิด ถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นแล้วตัวนายมีชัยเองจะทำอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการสำนักงาน กกต. รักษาการเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงข้อห่วงใยเกี่ยวกับการยืนยันสถานะสมาชิกพรรคภายใน 30 วันว่า เรื่องดังกล่าว กกต.ได้ประสาน คสช.ไปแล้วถึงข้อห่วงใยต่างๆ ของพรรคการเมือง และทราบว่า คสช.จะมีการแก้ไขคำสั่ง 53/2560 อีกทั้งเรื่องคำสั่งดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องการประชุมของพรรคการเมืองนั้นยังเกี่ยวโยงกับความมั่นคงและการชุมนุม คสช.คงยังไม่อนุญาต ส่วนกลุ่มการเมืองที่ขอจดแจ้งตั้งพรรคก็ได้ทยอยส่งคำขอประชุมพรรคไปยัง คสช.แล้ว เพียงแต่ต้องรอการอนุญาต&amp;nbsp;
ปชป.ซัด &amp;#39;พิชัย&amp;#39; ใจแคบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ แม้ว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาตีความ สำนักงาน กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ระหว่างนี้จึงมีการเตรียมร่างประกาศและระเบียบต่างๆ ควบคู่กับการรอกฎหมายออกมา เมื่อกฎหมายออกมาครบทั้ง 4 ฉบับทุกอย่างก็จะสมบูรณ์ เริ่มนับหนึ่งการเลือกตั้งได้ทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การทำงานของสำนักงาน กกต.ยังยึดตามโรดแมปของรัฐบาลและ คสช.ที่จะให้มีการเลือกตั้งช่วงเดือน ก.พ.62 ส่วน กกต.ใหม่ทั้ง 7 คนนั้น ถ้ามีการเลือกตั้งในช่วงดังกล่าวคาดว่าจะมาทัน และถ้ามาแล้วก็ต้องเรียนรู้ให้ไว โดยใช้เวลา 1-2 เดือนน่าจะเพียงพอ ซึ่งถ้ามองภาพรวมไม่ยาก หากมีการเลือกตั้ง มีการร้องเรียน ก็จะบังคับใช้กฎหมายทั่วไป ไม่น่ามีปัญหา และเท่าที่เห็นรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหาก็เคยทำงานเลือกตั้งมาบ้างก็มี&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวพาดพิง ส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ว่ายากจนจึงขายงบให้ &amp;nbsp;ส.ส.ภาคอื่น และโจมตี ส.ส.ภาคใต้ไม่พัฒนาพื้นที่ภาคใต้ว่า เป็นการพูดดูถูกประชาชนและคนจน เข้าใจว่านายพิชัยไม่เข้าใจถึงคนเป็น ส.ส.ระบบเขต เพราะนายพิชัยเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 124 &amp;nbsp;ของพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้เหตุที่ได้ขึ้นมาเป็น รมว.พลังงาน เพราะรวยและอุดหนุนพรรค แต่ถามว่าระหว่างอยู่ในตำแหน่งมีผลงานอะไรเป็นรูปธรรมหรือไม่ ซ้ำยังถูกชาวบ้านรวมตัวชุมนุมปิดหน้ากระทรวงจากการบริหารกระทรวงพลังงาน แต่กลับไม่ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทางเลือกหรือไบโอดีเซล กลับเอื้อบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ที่สุด และถูกนายใหญ่สั่งให้พ้นจากตำแหน่ง หลังบริหารไม่ถึงปีก็ตกเก้าอี้เพราะไร้ผลงานที่เป็นรูปธรรม การจะแจ้งเกิดสร้างผลงานให้เข้าตานายไม่จำเป็นต้องพูดบิดเบือนความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อกล่าวหาการขายงบก็ไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่ ส.ส.ใต้ยากจนแล้วต้องไปขายงบ แต่การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ในยุครัฐบาลทักษิณและยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภาคใต้ถูกตัดงบประมาณเพื่อการพัฒนาและซ่อมสร้างจริง เกิดจากการเลือกปฏิบัติของผู้นำรัฐบาลที่จิตใจคับแคบ มุ่งเน้นแบ่งแยกภาค แบ่งแยกประชาชน เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ หากระบอบทักษิณไม่ใช้วิธีเลือกปฏิบัติตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ปัจจุบันความเจริญจะต้องกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย&amp;rdquo; นายสมบูรณ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า การแบ่งแยกประชาชนที่ยุคทักษิณและยิ่งลักษณ์ทำสะท้อนผ่านการปราศรัยที่ จ.นครสวรรค์และเชียงใหม่ ที่ว่าถ้าไม่เลือกพรรคเขา เขาไม่ดูแล ไม่ให้งบ ชัดเจนสุดคือที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี พูดที่เชียงใหม่ว่าไม่ให้งบสร้างศูนย์การประชุมนานาชาติที่ จ.ภูเก็ต โดยระบุว่า &amp;quot;วันหน้าจะทำให้ ถ้าเลือกคนของเรา วันนี้ไม่มีอารมณ์ให้&amp;quot; ทั้งๆ ที่มีการตั้งงบประมาณจัดสร้างไว้แล้ว จนวันนี้ภาคใต้ก็ไม่มีศูนย์ดังกล่าว จึงขอฝากถึงนักการเมืองประเภทจิตใจคับแคบ ไร้จิตสาธารณะ ว่าหากยังคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ ความจน ความรวย และช่วยพวกพ้องก่อนผลประโยชน์ของชาติและส่วนรวม ก็ไม่ควรมาลงเล่นการเมือง อย่าลงเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7230</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., บิ๊กตู่, บ้านพักลาดพร้าว 71, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, มาร์ค, รดน้ำดำหัว, ส.ส., สมคิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสี่ยป้อม, เอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad4b5f5239af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื้อเวลานาฬิกาเพื่อน ปปช.อ้างข้อมูลไม่สมบูรณ์ ป้อมแจงยืม&#039;คราม&#039;ทุกเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ป.ป.ช.ยื้อสอบแหวนเพชร-นาฬิกาหรู &amp;quot;เสี่ยป้อม&amp;quot; อ้างข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ สั่งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง ขอซีเรียลนัมเบอร์จากบริษัทผู้ผลิตให้ครบทั้ง 22 เรือนจากทั้งหมด 25 เรือน แต่บางเรือนซ้ำซ้อนกัน เผยเจ้าตัวแจงยืมเพื่อนทุกเรือนไม่มีของตัวเอง ส่วนแหวนเพชรราคาไม่ถึง 2 แสนไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ไม่ห่วงหาก ป.ป.ช.เรียกไปชี้แจง ยันว่าไปตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 29 มีนาคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งพิจารณาผลการรายงานเบื้องต้นของคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง กรณีการครอบครองแหวนเพชรและนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ จากการสรุปรายงานเรื่องดังกล่าว ทางสำนักงาน ป.ป.ช.ได้ให้ พล.อ.ประวิตรชี้แจงที่มาของทรัพย์สินแล้ว 4 ครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อมูลนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร แจ้งว่ายืมจากเพื่อนมา จากนั้น ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบความมีอยู่จริงของนาฬิกาทั้งหมด พบว่ามีนาฬิกาดังกล่าวอยู่จริง แต่ยังขาดรายละเอียดของที่มาซึ่งยังไม่ครบถ้วน อีกทั้ง นาฬิกาเหล่านี้จะมีหมายเลขประจำเครื่อง หรือซีเรียลนัมเบอร์ จึงมีความจำเป็นที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องให้สำนักตรวจสอบทรัพย์สินซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้ไปตรวจสอบว่าผู้ครอบครองนาฬิกาเหล่านี้เป็นเจ้าของที่แท้จริงหรือไม่ และจากนี้ยังจะต้องสอบสวนพยานบุคคลและบริษัทเอกชนที่จำหน่ายนาฬิกาเพิ่มเติมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ จึงมีมติให้สำนักงาน ป.ป.ช.เร่งรัดตรวจสอบเพื่อยืนยันข้อมูลให้สิ้นกระแสความโดยเร็ว ก่อนสรุปข้อเท็จจริงเพื่อเสนอที่ประชุมอีกครั้ง วันนี้คณะทำงานฯ ได้รายงานผลการดำเนินงาน เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ต้องการทราบข้อมูลว่าได้เรื่องถึงไหนแล้ว ดังนั้นทางสำนักงาน ป.ป.ช.ต้องรายงานผลการดำเนินการทั้งหมดให้ทราบ และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ช่วยพิจารณาแนะนำแนวทาง จึงให้ไปรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อน ตามระเบียบไม่ได้กำหนดว่าเรื่องนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด แต่จากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง เชื่อว่าจะต้องตรวจสอบอีกไม่มาก&amp;rdquo; นายวรวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.จะสอบพยานอีกกี่ราย เอกชนอีกกี่บริษัท นายวรวิทย์กล่าวว่า ตอนนี้เราถามบริษัทไปแล้ว 13 แห่ง แต่ตอบกลับเพียง 3 แห่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ ป.ป.ช.ต้องการ และต้องสอบพยานบุคคลใหม่อีก 2 ราย คิดว่าจะใช้เวลาไม่นาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนเดียว ทั้ง 25 เรือนที่ปรากฏตามสื่อนั้น มีซ้ำกัน 3 เรือน ส่วนเพื่อนที่ พล.อ.ประวิตรยืมนาฬิกามานั้น จะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว สื่อมวลชนรู้ๆ กันอยู่&amp;quot; นายวรวิทย์กล่าวเมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่านาฬิกาทั้งหมดเป็นของเพื่อนคนเดียวหรือหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเพื่อนเสียชีวิตจริง จะต้องเชิญทางญาติมาให้ข้อมูลหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า คิดว่าจะต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องหรือครอบครองนาฬิกามาให้ข้อมูลทั้งหมด โดยคณะทำงานฯ ได้เชิญมาสอบแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ป.ป.ช.จำเป็นต้องเชิญ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่พิจารณาในประเด็นนี้ แต่ให้คณะทำงานฯ ไปรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อน &amp;nbsp; เมื่อถามถึงกรณีที่เคยแถลงว่าถ้าเป็นนาฬิกาเพื่อน ไม่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. ยังเป็นเช่นนั้นหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ต้องรอให้ได้ข้อยุติก่อน จากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะเป็นผู้วินิจฉัยประกอบข้อกฎหมาย ส่วนการครอบครองแหวนเพชรนั้น พล.อ.ประวิตรได้ชี้แจงว่า แหวนเพชรเป็นของบิดา ที่มารดาเก็บไว้ ต่อมาได้มอบให้ พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร ที่อ้างว่าเป็นคนให้ยืมนาฬิกานั้น คือนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ หรือ &amp;quot;เสี่ยคราม&amp;quot; เจ้าของบริษัท คอม-ลิ้งค์ จำกัด ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ พล.อ.ประวิตร ตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ รร.เซนต์คาเบรียล และได้เสียชีวิตแล้วเมื่อต้นปี 2560&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อนเข้าสู่สาระการประชุมดังกล่าว พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวจากการร่วมประชุม จากนั้นกรรมการทั้ง 8 คนจึงได้เสนอชื่อนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ที่อาวุโสสูงสุดให้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมในการพิจารณาวาระดังกล่าว ซึ่งเมื่อคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงฯ รายงานข้อสรุปพร้อมรายละเอียดทั้ง 38 แผ่นให้ที่ประชุมกรรมการฯ ทราบ เพื่อขอความเห็นจากที่ประชุมว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า หลังจากประชุมนานถึง 1 ชั่วโมงเศษ ในที่สุดที่ประชุมกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นว่า ให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงไปดำเนินการหาข้อเท็จจริงต่อ เพราะข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะรายละเอียดของนาฬิกาหรูแบรนด์ต่างประเทศ ที่จะต้องมีหมายเลขประจำเครื่องนาฬิกา (ซีเรียลนัมเบอร์) ให้ครบทั้ง 22 เรือน เนื่องจากคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงฯตรวจสอบทั้ง 25 เรือนแล้วพบว่ามีนาฬิกาบางเรือนซ้ำกันอยู่ ทำให้เหลือตรวจสอบ 22 เรือน ซึ่งที่ประชุมได้ให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงไปหาข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาเรือนนั้นๆ ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่จะต้องเชิญตัว พล.อ.ประวิตรมาให้ถ้อยคำด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ที่ประชุมเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปถึงขั้นตอนดังกล่าว สำหรับประเด็นแหวนเพชรนั้น ได้ข้อยุติแล้วว่าเป็นแหวนที่มีมูลค่าไม่ถึง 2 แสนบาท จึงไม่จำเป็นต้องแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีคณะทำงานของ ป.ป.ช.ประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะเชิญไปให้ข้อมูลการครอบครองแหวนเพชรและนาฬิกาหรูว่า การประชุมดังกล่าวเป็นเรื่องของ ป.ป.ช. เขาจะประชุมก็เป็นเรื่องของเขา ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้า ป.ป.ช.มีมติเรียกไปชี้แจง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นห่วง เพราะตามระเบียบเขาดำเนินการอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการเผยแพร่คำวินิจฉัยกลางกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ว่า มาตรา 185 ของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่มีเนื้อหาเป็นการต่ออายุให้กับ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนครบ 9 ปี ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว &amp;nbsp; โดยสรุปว่า การที่ สนช.ซึ่งเป็นองค์กรผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 263 เป็นผู้พิจารณา เห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 185 &amp;nbsp;โดยกำหนดการดำรงตำแหน่งต่อไปของผู้ดำรงตำแหน่งในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามบทเฉพาะกาล จึงเป็นการได้พิจารณาตามหลักนิติธรรม และคำนึงถึงเหตุผล ความจำเป็น ความเหมาะสม ทั้งในองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเป็นการสอดคล้องกับหลักนิติธรรมและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสี่ยป้อม, แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcf6a773a74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยป้อม&#039;รู้แล้วใครเป็นเจ้าของหวย30ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;27 ก.พ.61- &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมกล่าวถึงกรณีหวย 30ล้านบาทที่จะมีการแถลงสรุปผลในวันที่ 28 ก.พ.นี้ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ตนทราบแล้วว่าผลเป็นอย่างไร รู้แล้ว แต่ถึงรู้ก็บอกไม่ได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าผลออกมาแล้วสังคมจะหมดข้อสงสัยใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า เจ้าหน้าที่ทำตามพยานหลักฐานทั้งนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล มีการนำมาเปรียบเทียบทั้งหมด ส่วนผลจะเป็นไปตามที่สังคมคาดการณ์ไว้หรือไม่นั้น ไม่รู้ สื่อคิดอย่างไรตนก็ยังไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ไม่ตอบว่าลอตเตอรี่ 30 ล้านเป็นของใคร ส่วนกระแสข่าวที่มีเจ้าหน้าที่กองปราบปรามไปขออนุมัติหมายจับ ก็ยังไม่ได้รับรายงาน ยังไม่ทราบ ตำรวจสอบสวนกลางยังไม่ได้ส่งเอกสารอะไรมา ส่วนความคืบหน้าของคดีเชื่อว่าคืบหน้ามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึง พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี (ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี) ที่มีคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตพรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) จากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร.ตอบว่า ก็ต้องดูเกี่ยวข้องตรงไหน มากน้อยเพียงใด &amp;quot;พรุ่งนี้มีคำตอบ&amp;quot; บ่ายโมงพบกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3975</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รู้แล้วใครเป็นเจ้าของ, หวย30ล้าน, เจ้าของหวย, เสี่ยป้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95119ac9870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; งดจ้อสื่อ 2 วันติด หวั่นถูกตีความจนเป็นเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 61- พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม &amp;nbsp; เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่กระทรวงกลาโหม เป็นวันที่ 2 &amp;nbsp;หลังจากเดินทางกลับจากประเทศสาธารณรัฐเกาหลี และเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว เมื่อเดินทางมาถึงกระทรวงกลาโหม และขึ้นไปรอต้อนรับ นาย เหวียน หาย บั่ง เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย และ &amp;nbsp;นาย แสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เข้าพบ เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ &amp;nbsp;ที่ห้องรับรองรมว.กลาโหมทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในช่วงเที่ยงได้ออกไปรับประทานอาหารกลางวันที่ มูลนิธิป่ารอยต่อ5 จังหวัดภาคตะวันออก ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ &amp;nbsp;และ เวลา 14.00 น. มีกำหนดการให้การต้อนรับ พล.ร.อ. แฮรี่ บี แฮร์ริส ผบ.กกล.สหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก เข้าพบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยว่า ช่วงนี้ พล.อ.ประวิตร จะลดการให้สัมภาษณ์ลง เพื่อไม่ให้มีการนำไป ขยายผล ตีความให้เกิดเป็นประเด็น &amp;nbsp;แต่จะพูดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเนื้องาน รวมถึง การขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;ในการดูแลงานด้านความมั่นคง &amp;nbsp;และการรักษาความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนยังเชื่อมั่นรัฐบาลในเรื่องนี้อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า &amp;nbsp;เหล่าทัพยังมีความเป็นเอกภาพในการสนับสนุนงานรัฐบาล พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า กองทัพเป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวกัน &amp;nbsp;พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล ในการขับเคลื่อนงานต่างๆ &amp;nbsp;โดยมีพล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ทำหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 26 ก.พ.นี้ จะมีการประชุม สภากลาโหม ที่มีพล.อ.ประวิตรเป็นประธาน ตามปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3670</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้อสื่อ, บิ๊กป้อม, ป้อม, พล.อ.ประวิตร, มูลนิธิป่ารอยต่อ5 จังหวัดภาคตะวันออก, รมว.กลาโหม, เสี่ยป้อม, เหล่าทัพ, โฆษกกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a7139a336b78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
