<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หิ้ว&#039;เสี่ยอ้วน&#039;ฟ้องศาลพัทยา อ้างยอมเสีย 7 ล้านแต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.61 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี และชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 332/2561 ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร มาทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวฝากขังส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังได้ร่วมกับพวกรวม 6 คน ก่อเหตุร่วมสังหารยิงฆ่าโหด 2 ศพ คือ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย &amp;nbsp;จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นคู่รักกัน เสียชีวิตอย่างอนาถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.61 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนำตัวส่งฟ้องศาล เสี่ยอ้วน ได้เปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งสุดท้ายว่า ขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่าเงินจำนวน 7 ล้านบาท มีการโอนจริง และมีหลักฐานการโอนเงินให้กับน้องสปาย และผู้เป็นพ่อ พร้อมบอกกับทุกคนว่า เขาชีจรรย์ศักดิ์สิทธิ์จริง ที่ยิงปืนถึง 3 กระบอกไม่ลั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยถึงความในใจ กับการที่ตนยอมเสียเงินถึง 7 ล้านบาท เพราะถือให้เป็นสัญญาใจที่จะแต่งงานกันในอนาคต แต่มารู้ตัวว่าถูกหักหลัง ด้วยการที่น้องสปาย หนีไปอยู่กับคนรักใหม่เสียก่อน เดิมทีคิดเพียงจะฟ้องร้องทางกฎหมาย เพื่อเรียกร้องเงินคืน แต่ด้วยความที่ตนหลงรัก และโกรธแค้นอย่างมาก จึงไม่ยอมที่จะเสียศักดิ์ศรี และไม่ขอให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน ยอมทิ้งอนาคตและธุรกิจนับล้าน ขอเลือกใช้ความตายตัดสินปัญหาปมรักปมแค้น ให้ปัญหาทั้งหมดได้จบสิ้นลง และนับเป็นความโชคดีของผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ที่เกือบจะต้องมาจบชีวิตไปด้วย แต่หากันไม่เจอจึงรอดหนี้แค้นนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ขณะนำตัวเสี่ยอ้วน ทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ได้เกิดเหตุชวนขนหัวลุกขึ้น เมื่อดวงวิญญาณของ น้องฟอส ที่มีความโกรธแค้นได้เข้าสิงห์ร่าง นายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน ขณะคุ้มกันการทำแผน สร้างความแตกตื่นต่อประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้ารอชมดูการทำแผนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอภินันท์ภูศิต เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังยืนรักษาความปลอดภัย ระวังแนวป้องกันโดยรอบที่เกิดเหตุก่อนถึงเวลาทำแผนเพียงไม่ถึง 10 นาที ได้เกิดมีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติรับรู้อีกเลย เมื่อส่งถึงมือหมอสติก็กลับคืนมา และผลตรวจก็ออกมาว่าปกติ ตรวจหาสาเหตุไม่พบ และตนก็ไม่เคยมีอาการเช่นนี้ เนื่องจากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี โดยเพื่อนตำรวจที่เข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ฉี่ราดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด และขับร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน รวมถึงมีการฟ้อนรำ ซึ่งตนและคนอื่น ๆ ต่างมีความเชื่อว่า เป็นดวงวิญญาณของน้องฟอส ที่มาเฝ้ารอ เสี่ยอ้วน และคงมีความสุขใจที่เห็น เสี่ยอ้วน ถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ขณะเกิดเหตุ รวมถึงที่โรงพยาบาล ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นเน่าเหม็นตลอดเวลา จนสร้างความหวาดกลัวขนหัวลุก ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก ทำให้ต่างพากันเชื่อถึงความอาฆาตแค้นของดวงวิญญาณ ที่มีต่อการกระทำของเสี่ยอ้วน แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16022</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปัญญา ยิ่งดัง, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง, สภ.นาจอมเทียน, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7e8672577fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดคดี&#039;เสี่ยอ้วน&#039; จับยกแก๊ง10ราย ลั่นเลือกตันไม่เลือกตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภาค 2 (ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) ร่วมกันสอบปากคำ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน&amp;nbsp; ผู้บงการวางแผนและใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ปวีณา นาเมือง หรือสปาย และ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส เสียชีวิตที่ลานจอดรถหน้าเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้จำนวน 5 คน ประกอบไปด้วย นายสายันต์ ศรีสุข หรือ ยัน ทำหน้าที่แฝงเป็นแฟนของเพื่อนผู้เสียชีวิต เพื่อสืบข่าวและชี้เป้าหมายตลอดเส้นทาง , นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ หรือ บอล ทำหน้าที่ขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว เพื่อพานายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว มือปืน พร้อมนำพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน มาจากจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งถอดเปลี่ยนป้ายทะเบียนเพื่อตบตา และขับรถจอดปิดท้าย เพื่อให้นายปัญญา และนายรณรงค์ ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต , นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ป๊อบ เดินทางมาพร้อมนายปัญญา&amp;nbsp; เพื่อทำหน้าที่ในการขับรถเช่า ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว เพื่อสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายกฤษณะ สีสุข หรือ มด ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp; ในการสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว ทำหน้าที่มือปืนผู้ลั่นไกสังหารผู้เสียชีวิต ส่วนนายปัญญา หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาเพื่อติดตามจับกุมตัวไว้ได้ที่ จังหวัดปรีเวง ประเทศกัมพูชา ขณะเตรียมหลบหนีไปที่ประเทศเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการสืบสวนพบว่าได้มีผู้ให้การช่วยเหลือนายปัญญา&amp;nbsp; พาข้ามพรมแดนหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลแขวงพัทยาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 คนประกอบด้วย 1.นายนิเวศน์ ยิ่งดี 2.นายโกวัน ศิลปาโน 3.นายวินัย ศิลปาโน&amp;nbsp; และ4.นายภูธร สิงห์ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; กระทั่งสามารถจับกุมไว้ได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังสอบปากคำประมาณ 20 นาที พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปัญญา ให้ความร่วมมือดีและให้การรับสารภาพ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุอยู่ในสำนวน แต่เบื้องต้นเป็นเรื่องชู้สาว ผู้ต้องหามีอาการค่อนข้างเครียด แต่ยังไม่ได้มีการร้องขอเรื่องแพทย์ คดีนี้สามารถจับกุมได้ครบทุกตัวละคร จำนวน 10 คนแล้ว ร่วมก่อเหตุ 6 คน และพาหลบหนี 4 คน ต่อไปนี้ฝากเป็นอุทาหรณ์ด้วย ใครจะยิงใครหรือใครที่พาหลบหนีถูกดำเนินคดีหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การประสานขอตัวจากประเทศกัมพูชาคดีนี้ยากหรือไม่ถึงมีการส่งตัวช้า ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ถึงกับยาก เพราะมีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบ ๆ ไทยทุกประเทศอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับคดีอื่น คดีนี้ตัวละครหมดแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการพาหลบหนีนั้นไม่มี ผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการถูกจับหมดแล้ว ในการสอบปากคำครั้งนี้ ยังได้ถามผู้ต้องหาทำไมต้องทำที่หน้าเขาชีจรรย์ ผู้ต้องหาบอกว่าไม่รู้นึกว่าเป็นรูปพระแกะสลักเฉยๆ เมื่อรู้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่สำคัญก็รู้สึกเสียใจ กลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน เพราะขณะเกิดขึ้นปืนไม่ลั่น 2-3นัด แต่การก่อเหตุครั้งนี้มีการเตรียมการมานานหรือไม่ ขอไม่เปิดเผยอยู่ในสำนวน เอาเท่าที่พอพูดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;หลังก่อเหตุผู้ต้องหายังติดตามข่าวตัวเองอยู่ตลอด เปิดกูเกิ้ลดูทราบที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ &amp;ldquo;ไม่ตายก็ตัน&amp;rdquo; ส่วนคดีเก่าที่เสี่ยอ้วนเคยอ้างว่าจ่าย 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านจบคดีไม่ต้องติดคุกนั้น ผมยังไม่เห็นเอาทีละคดีก่อน หลังจากนี้จะมมอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp; นำตัวไปทำแผน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวกลับเพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ที่ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ &amp;ldquo;ไม่ตันก็ตาย&amp;rdquo; เมื่อเห็นข่าวแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง นายปัญญา เผยว่า &amp;ldquo;รู้สึกกลัว แต่ผมไม่เลือกตายเลือกตัน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าน้องสปาย, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์, เขาชีจรรย์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7cf5a2a2728.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับ‘เสี่ยอ้วน’ส่งให้จักรทิพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เตรียมรับตัว &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; คาดกัมพูชาส่งตัวให้จันทร์นี้ ผบช.ภ.2 เผยทันทีที่ได้ตัวส่งขึ้น ฮ.เข้ากรุงให้ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; เปิดแถลงข่าวด้วยตัวเอง ขณะที่รองโฆษก สตช.ปัดแลกนักโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีตำรวจกัมพูชาสามารถจับกุมตัวนายปัญญา ยิ่งดี หรือเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาฆ่าน้องสปายและน้องฟอส เสียชีวิตคาที่บริเวณลานจอดรถเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังไปจับตัวได้ที่ จ.ปรีเวง ฝั่งตะวันออกของกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ทางการไทยกำลังประสานขอรับตัวกลับมาดำเนินคดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกัมพูชาและฝ่ายความมั่นคงพยายามเค้นข้อมูลจากเสี่ยอ้วนว่าทำความผิดแล้วหลบหนีเข้าเมืองมาได้อย่างไร &amp;nbsp;เพื่อหาเส้นทางและบุคคลให้ความช่วยเหลือ นำไปสู่การจับกุมเพิ่มเติมต่อไป ทำให้ขณะนี้ตัวเสี่ยอ้วนเครียดจัด เพราะโดนสอบสวน แม้กระทั่งใช้เงินไปเท่าไหร่เพื่อว่าจ้างให้คนพาหลบหนีเข้าประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การที่ยังไม่สามารถนำตัวนายปัญญากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ เนื่องจากติดขั้นตอนทางธุรการ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จต้นสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ยังไม่ขอให้รายละเอียดการถูกดำเนินคดีข้อหาอื่นๆ ของเสี่ยอ้วนในกัมพูชา และข่าวทางการไทยขอแลกเปลี่ยน 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมกับเสี่ยอ้วน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญ พรล็อค อายุ 21 ปี อดีตนักศึกษาแพทย์ และนายฮวน เวียดนา อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาชาวกัมพูชาที่หลบหนีหมายจับในคดีฆาตกรรมแฟนสาวมาอยู่ในประเทศไทย และถูกจับกุม โดยทางกัมพูชาประสานขอทางการไทยร่วมมือจับกุมในพื้นที่ สภ.ท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.คลองลึก จังหวัดสระแก้ว โดยมีกระแสข่าวว่าทางการไทยเตรียมแลกตัวผู้ต้องหาทั้งสองกับนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาบงการฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี โดยทั้งคู่ยังอยู่ในห้องขังของโรงพัก หลังถูกนำตัวมาส่งและต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.เรืองเดช ธรรมนันท์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับตัวเสี่ยอ้วนว่า ผู้บังคับบัญชายังไม่ได้มีการสั่งการใดๆ มา ตม.จว.สระแก้วยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อีกทั้งยังไม่มีคำสั่งให้มีการเตรียมพร้อมรอรับการส่งตัวเสี่ยอ้วนมาทางด่านพรมแดนอรัญประเทศแต่อย่างใด และคาดว่าภายในวันนี้คงยังไม่มีการส่งตัวเสี่ยอ้วนจากกัมพูชามาให้ทางการไทยทางด่านพรมแดนอรัญประเทศอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จากการสอบถามชุดทีมงานติดตามรับตัวเสี่ยอ้วน ของ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ที่เดินทางไปประสานงานเพื่อรับตัวเสี่ยอ้วนมาดำเนินคดีในประเทศไทย ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ทราบว่าเช้าวันเสาร์ทางตำรวจฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาได้ดำเนินการทำเอกสารเพื่อส่งให้ รมต.มหาดไทยกัมพูชาเซ็นอนุมัติ หลังจากตำรวจฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาได้นำตัวเสี่ยอ้วนส่งฟ้องศาลกัมพูชาคดีหลบหนีเข้าเมืองและข้อหาความมั่นคงแล้ว ซึ่งศาลกัมพูชาได้ตัดสินว่าเสี่ยอ้วนหลบหนีเข้าเมืองกัมพูชาโดยผิดกฎหมายแล้ว ฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาจึงได้ทำเรื่องเสนอ รมต.มหาดไทยกัมพูชาเพื่อเซ็นอนุมัติ ก่อนส่งให้ ตม.กัมพูชาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของ ตม.กัมพูชา ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตม.กัมพูชาหยุดทำการ ดังนั้นคาดว่า ตม.กัมพูชาจะดำเนินการทำเรื่องผลักดันเสี่ยอ้วนส่งให้ฝ่ายไทยได้อย่างเร็วประมาณเย็นวันจันทร์ที่ 20 ส.ค. และเจ้าหน้าที่ไทยจะนำตัวเสี่ยอ้วนกลับประเทศไทยได้ประมาณเช้าวันอังคารที่ 21 ส.ค. แต่ต้องดูว่าภายในวันนี้ ฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาจะส่งเรื่องไปให้ รมต.มหาดไทยกัมพูชา เซ็นอนุมัติทันในวันนี้หรือไม่ หากไม่ทันอาจต้องเลื่อนออกไปอีกเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ชุดทีมงานของ พล.ต.อ.สุชาติแจ้งว่า บ่ายวันเสาร์ พล.ต.อ.สุชาติได้เดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบิน ส่วนทีมงานจะเดินทางกลับโดยรถยนต์มาทางด่านพรมแดนปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังทราบว่าทางการกัมพูชายังทำเอกสารการส่งตัวเสี่ยอ้วนให้ไทยไม่เรียบร้อย อีกทั้งยังติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คาดว่าทางการกัมพูชาจะดำเนินการเรื่องเอกสารต่อในวันจันทร์ และอาจส่งตัวเสี่ยอ้วนให้ฝ่ายไทยได้ในวันอังคาร จึงต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อน โดย พล.ต.อ.สุชาติอาจจะเดินทางไปกัมพูชาอีกครั้ง เพื่อรับตัวเสี่ยอ้วนในเย็นวันจันทร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าเสี่ยอ้วนน่าจะออกเดินทางจากประเทศกัมพูชาในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 20 ส.ค. โดยใช้วิธีคุมตัวขึ้นรถยนต์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ระยะทาง 500-600 กิโลเมตร ก่อนจะมาถึงชายแดนปอยเปตในช่วงกลางดึก ซึ่งเป็นช่วงที่ด่านปิด ต้องคุมตัวเสี่ยอ้วน ไปขังไว้ที่โรงพักแถบชายแดนกัมพูชา จากนั้นช่วงเช้าวันอังคารที่ 21 ส.ค. ด่านเปิด จึงส่งตัวถึงมือทางการไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 ได้เดินทางมาเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก เพื่อเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและรับตัวเสี่ยอ้วน โดยมี พ.ต.อ.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พร้อมนายตำรวจระดับสูงของ สภ.คลองลึก ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จการประชุม พล.ต.ท.จิตติเผยว่า การเดินทางมาที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ในครั้งนี้ เพื่อเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัย และการเตรียมพร้อมรับตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วนที่ทางการกัมพูชาจะควบคุมตัวมาส่งให้ทางการไทย ทางด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในวันจันทร์ที่ 20 ส.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากรับตัวนายปัญญาจากเจ้าหน้าที่กัมพูชาแล้ว จะมีการนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน เดินทางโดยรถยนต์ไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มารอรับที่สนาม ฮ. หน้า กก.ตชด.12 อรัญประเทศ แล้วนำตัวเสี่ยอ้วนไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดแถลงข่าวด้วยตนเอง&amp;quot; พล.ต.ท.จิตติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน ได้ตรวจยึดรถมาสด้า 2 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กจ 761 สระแก้ว ซึ่งเป็นรถของนายภูธร สิงห์ดี หรือน้อย อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่พาเสี่ยอ้วนหลบหนีออกประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้ขับรถคันดังกล่าวมารับต่อจากรถกระบะตอนเดียว นิสสัน ทะเบียน บก 9899 สระแก้ว ซึ่งเป็นรถของนายโกวัน หรือวัน ศิลปาโน เพื่อที่จะข้ามไปเที่ยวบ่อนการพนัน แต่พอไปถึงชายแดน จังหวัดสระแก้ว ประมาณ 3 ทุ่มของวันที่เกิดเหตุ ด่านปิดแล้ว แต่เสี่ยอ้วนไม่มีใบผ่านแดน ก็เลยพากันกลับ จากนั้นนายโกวัน ก็ได้ติดต่อนายภูธร สิงห์ดี หรือน้อย ให้ช่วยพาเสี่ยอ้วนข้ามชายแดนทางช่องทางธรรมชาติ เพราะนายภูธรมีแฟนสาวเป็นชาวกัมพูชา จึงรู้เส้นทางเป็นอย่างดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15678</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจกัมพูชาและฝ่ายความมั่นคง, นายปัญญา ยิ่งดี, ผู้ต้องหาฆ่าน้องสปายและน้องฟอส, หนังสือพิมพ์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b780d218b691.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!เขมรหิ้ว &#039;เสี่ยอ้วน&#039; ฟ้องศาล  เตรียมส่งตัวกลับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61 - พ.ต.ท.เรืองเดช &amp;nbsp;ธรรมนันท์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับตัวเสี่ยอ้วน หรือนายปัญญา ยิ่งดัง ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;จากกัมพูชามาดำเนินคดีในประเทศไทย ว่า ผู้บังคับบัญชายังไม่ได้มีการสั่งการใดๆมา ตม.จว.สระแก้ว ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อีกทั้งยังไม่มีคำสั่งให้มีการเตรียมพร้อมรอรับการส่งตัวเสี่ยอ้วนมาทางด่านพรมแดนอรัญประเทศฯแต่อย่างใด และคาดว่าภายในวันนี้คงยังไม่มีการส่งตัวเสี่ยอ้วนจากกัมพูชามาให้ทางการไทยทางด้านพรมแดนอรัญประเทศอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จากการสอบถามชุดทีมงานติดตามรับตัวเสี่ยอ้วน ของ พล.ต.อ.สุชาติ &amp;nbsp;ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ที่เดินทางไปประสานงานเพื่อรับตัวเสี่ยอ้วนมาดำเนินคดีในประเทศไทย ที่กรุงพนมเปญ &amp;nbsp;ประเทศกัมพูชา ทราบว่าเช้าวันนี้ทางตำรวจฝ่ายความมั่นคงกัมพูชา ได้ดำเนินการทำเอกสารเพื่อส่งให้ รมต.มหาดไทยกัมพูชา เซ็นอนุมัติ หลังจากตำรวจฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาได้นำตัวเสี่ยอ้วนส่งฟ้องศาลกัมพูชา คดีหลบหนีเข้าเมืองและข้อหาความมั่นคงแล้ว ซึ่งศาลกัมพูชาได้ตัดสินว่าเสี่ยอ้วนหลบหนีเข้าเมืองกัมพูชาโดยผิดกฎหมายแล้ว ฝ่ายความมั่นคงกัมพูชาจึงได้ทำเรื่องเสนอ รมต.มหาดไทยกัมพูชา เพื่อเซ็นอนุมัติ ก่อนส่งให้ ตม.กัมพูชา ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของ ตม.กัมพูชา ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตม.กัมพูชาหยุดทำการ ดังนั้นคาดว่า ตม.กัมพูชา จะดำเนินการทำเรื่องผลักดันเสี่ยอ้วนส่งให้ฝ่ายไทย ได้อย่างเร็วประมาณเย็นวันจันทร์ที่ 20 ส.ค.61 และเจ้าหน้าที่ไทยจะนำตัวเสี่ยอ้วนกลับประเทศไทยได้ประมาณเช้าวันอังคารที่ 21 ส.ค.61 แต่ต้องดูว่าภายในวันนี้ ฝ่ายความมั่นคงกัมพูชา จะส่งเรื่องไปให้ รมต.มหาดไทยกัมพูชา เซ็นอนุมัติทันในวันนี้หรือไม่ หากไม่ทันอาจต้องเลื่อนออกไปอีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 12.30 น.วันที่ 18 ส.ค.61 ชุดทีมงานฯของ พล.ต.อ.สุชาติ แจ้งว่า ช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยเครื่องบิน ส่วนทีมงานจะเดินทางกลับโดยรถยนต์มาทางด่านพรมแดนปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังทราบว่าทางการกัมพูชายังทำเอกสารการส่งตัวเสี่ยอ้วนให้ไทยไม่เรียบร้อย อีกทั้งยังติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คาดว่าทางการกัมพูชาจะดำเนินการเรื่องเอกสารต่อในวันจันทร์ และอาจส่งตัวเสี่ยอ้วนให้ฝ่ายไทยได้ในวันอังคาร จึงต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อน โดย พล.ต.อ.สุชาติ อาจจะเดินทางไปกัมพูชาอีกครั้ง เพื่อรับตัวเสี่ยอ้วนในเย็นวันจันทร์นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวีณา นาเมืองรักษ์, ปัญญา ยิ่งดัง, พ.ต.ท.เรืองเดช  ธรรมนันท์, อนันตชัย จริตรัมย์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b77c9fae5075.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยอ้วนรอดยาก! ผบ.ตร.ให้เลือก&#039;ตัน&#039;กับ&#039;ตาย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการติดตามจับกุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้สั่งการฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส ที่ขณะนี้หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุมได้เกือบทั้งหมดแล้วว่า ผู้ต้องหาที่หนีหมายจับมี 2 ทางเลือกเท่านั้นคือ ทางตันกับทางตาย มีแค่นั้นเอง และยิ่งคนร้ายมีปืนด้วย มอบตัวดีที่สุด ที่พูดไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ตนปากกับใจตรงกันอยู่แล้ว เขามีปืนฆ่าได้แม้กระทั่งผู้หญิงจะให้ทำอย่างไร ต้องบอกลูกน้องป้องกันตัวไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำงานของผมที่ผ่านมาก็อยู่ในสายงานนี้อยู่แล้ว มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมือดีเข้าร่วมทำงาน ส่วนจะใกล้ตัวเสี่ยอ้วนหรือไม่ขอไม่ตอบ ส่วนข้อมูลที่คนร้ายหลบหนีไปที่ประเทศกัมพูชา การประสานงานกับประเทศกัมพูชานั้นขอสงวนรายละเอียดไว้ก่อน ต้องดูว่าถึงขั้นตอนไหนแล้ว บางเรื่องไม่สามารถจะบอกได้ ถ้าบอกไปคนร้ายก็ขยับอีก ผมดูมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะไปทางไหน รวมถึงการติดตามตัวนายอัศยา ชัยภา หรือโก้ ที่ก่อเหตุฆ่า น.ส.ธิตมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ในพื้นที่ สน.โชคชัย ผมได้สั่งการไปทุกคดี&amp;quot; ผบ.ตร. ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14957</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องฟอส, น้องสปาย, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a7f50d4bbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบสมุนเสี่ยอ้วน ขับรถพานายหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับอีก 1 &amp;quot;บอล&amp;quot; คนพาเสี่ยอ้วนหลบหนี เผยได้ค่าจ้าง 1 แสนก่อนที่จะมีรถมารับเสี่ยอ้วนมุ่งสู่ชายแดนเขมร ครอบครัวเผาศพน้องสปายที่กาฬสินธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถกระบะซึ่งคาดว่าเป็นพาหนะพานายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาร่วมฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ และนายอนันตชัย จริตรัมย์ ที่ลานจอดรถตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หลบหนีและเสียหลักตกอยู่ข้างทางในจังหวัดสระแก้วเมื่อเช้ามืดวันพุธ ต่อมาเมื่อกลางดึกย่างเข้าวันพฤหัสบดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังบุกเข้าจับกุมนายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ หรือบอล อายุ 35 ปี หนึ่งในทีมฆ่าที่หนีมากบดานในบ้านแม่ ที่บ้านหนองนกกระเรียน ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเกียรติศักดิ์ให้การว่า ได้พาเสี่ยอ้วน กันนายสายันต์ ศรีสุข ไปก่อเหตุ โดยได้ขับรถมา 2 คัน สลับเปลี่ยนกัน หลังก่อเหตุเสี่ยอ้วนได้ให้ไปส่งที่บ้านคลอง 13 ต.เขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว จากนั้นมีคนเอารถมารับอีกต่อหนึ่งเพื่อหนีไปยังชายแดนกัมพูชา สำหรับการก่อเหตุดังกล่าว ตนเองไม่ได้เป็นคนยิง 2 ศพ หลังจากส่งเสี่ยอ้วนแล้ว เสี่ยอ้วนให้เงินมา 1 แสนบาท ซึ่งตนได้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บท 3631 ภูเก็ต เสียหลักตกถนนบริเวณด้านหลัง อบจ.สระแก้ว ใกล้กับวัดคาทอลิก บนถนนสาย 359 เส้นทางเขาหินซ้อน-วัฒนานคร ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว และได้หลบหนีมาที่บ้านแม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางไปนำตัวนายเกียรติศักดิ์เพื่อกลับไปสอบสวนขยายผลที่ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเช้าวันที่ 2 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้นำรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน กล 9444 ภูเก็ต ที่ตรวจยึดได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ และรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บท 3631 ภูเก็ต ที่ตกไปในป่าหญ้าข้างทางในเขตจังหวัดสระแก้ว มาไว้ที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อรวจสอบและพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงภายในรถทั้ง 2 คัน ทั้งมีรายงานว่า เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. จะแถลงข่าวความคืบหน้าทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดป่านาตาล จ.กาฬสินธุ์ บ่ายวันที่ 2 ส.ค. ครอบครัว น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย ได้ทำพิธีเผาศพน้องสปาย โดยนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย เล่าว่า ตั้งแต่ไปรับศพกลับมาบ้านก็ได้ยินเสียงสะอื้นเป็นระยะๆ และคล้ายกับมีคนมาสวมกอด จนเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ตัดสินใจเคาะโลงศพบอกลูกให้เข้มแข็ง อย่าร้องไห้ เสียงนั้นจึงเงียบไป สำหรับการสูญเสียที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวขาดเสาหลัก และจากนี้ยังมีภาระต้องผ่อนรถที่น้องสปายซื้อมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14602</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์, นายปัญญา ยิ่งดัง, นายสายันต์ ศรีสุข, นายอนันตชัย จริตรัมย์, นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ, หนังสือพิมพ์, เผาศพน้องสปายที่กาฬสินธุ์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b630c4b29b35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายจับ&#039;เสี่ยอ้วน&#039; ฆ่า2ศพเขาชีจรรย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบแล้วคนชี้เป้าฆ่าคู่รักหนุ่มสาวที่เขาชีจรรย์ สารภาพรับจ้าง &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; 2 หมื่นคอยส่งพิกัด ศาลออกหมายจับแล้วพร้อมสมุน คาดยังหลบอยู่ในประเทศ พบปมแค้นปรนเปรอให้ฝ่ายหญิงเป็นล้าน แต่กลับถูกเทเลยสั่งตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อบ่ายวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิง น.ส.ปวีณา หรือปราย นาเมืองรักษ์ และนายอนันชัย หรือฟอส จริตรัม เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถ บริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ขณะที่มีกระแสข่าวสะพัดว่าตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ 1 คน ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ร่วมกับ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรณะ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดแถลงข่าวว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเมื่อวันที่ 29 ก.ค.61 เวลาประมาณ 16.21 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียนได้รับแจ้งเหตุชาย-หญิงถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ศพ คือ น.ส.ปวีณา หรือปราย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันชัย จริตรัม อายุ 20 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. นอนเสียชีวิตคู่กันอยู่ข้างรถโตโยต้า อินโนวา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎง 6941 กทม. โดยพบปลอกกระสุนตกกระจัดกระจายรอบศพ จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุน จำนวน 3 นัด ในรถยนต์คันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2, กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี และ สภ.นาจอมเทียน ได้แสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคือ นายปัญญา หรืออ้วน ยิ่งดัง, นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน และนายสายันต์ หรือยัน ศรีสุข ได้ร่วมกันวางแผนและลงมือก่อเหตุร้ายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาเพื่อออกหมายจับบุคคลทั้งสาม ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายสายันต์ หรือยัน ศรีสุข ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 30 ก.ค.2561 โดยเป็นบุคคลที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวของผู้ตายทั้งสองให้นายปัญญา หรืออ้วน กับพวกทราบ จนกลุ่มนายปัญญาตามมาก่อเหตุร้ายดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน นายสายันต์นับเป็นผู้ต้องหาตัวแปรสำคัญในการนำไปสู่ผู้บงการสั่งฆ่า และมือลั่นไกที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศ โดยให้การรับสารภาพว่า รับเงินว่าจ้างชี้เป้าจำนวน 20,000 บาท จากนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ &amp;quot;เสี่ยอ้วน บางลา&amp;quot; เจ้าพ่อเมืองภูเก็ต เจ้าของสถานบันเทิงหลายแห่ง เพื่อคอยส่งพิกัดที่อยู่ทางไลน์ให้เสี่ยอ้วนรู้ความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ในการจะมาอุ้มตัวน้องปราย แต่กับพลิกลิ้นรัวยิงทั้งคู่ดับดิ้นแทน ขณะนี้สืบทราบมีผู้ร่วมทีมอีก 1 ราย คือ นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน เบื้องต้นได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 334/2561 ลงวันที่ 30 ก.ค.61 ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; ซึ่งอยู่ในระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนผู้ใดเป็นคนลงมือยิงนั้นอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ และคาดว่าจะยังมีผู้ร่วมทีมสังหารมากกว่า 3 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลเชิงลึก เจ้าหน้าที่พอทราบชนวนเหตุของการลงมือสังหารมาจากความหึงหวง และโกรธแค้นน้องสปายที่ไม่ยอมตกลงปลงใจในความรักที่มีให้ แถมยังนำเงินที่ส่งเสียดูแลนับล้านบาทไปปรนเปรอแฟนหนุ่ม หลังถูกโดนเทจึงเกิดเป็นชนวนแค้น วางแผนตามมาลงมือสังหารปิดฉากของชีวิตทั้งคู่ที่คบหากันมายาวนานตั้งแต่เรียนชั้น ม.3 ขณะพากันมาเที่ยวฉลองวันเกิดของน้องสปาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ตนพร้อมด้วยพนักงานสอบสวนจะนำตัวนายสายันต์ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพยังจุดเกิดเหตุ และอีกหลายแห่งตามคำให้การของผู้ต้องหา ส่วนผู้ต้องหารายอื่นนั้น เชื่อว่าขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ภายในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ อายุ 41 ปี แม่ของ น.ส.ปวีณา เปิดเผยว่า ลูกสาวได้ไปทำงานที่ภูเก็ตตั้งแต่ปี 2559 โดยมีคนในหมู่บ้านแนะนำ ต่อมาเสี่ยอ้วนได้มาบอกว่าต้องการได้ลูกสาวเป็นภรรยา ตนจึงบอกว่าให้มาทำพิธีสู่ขอ แต่พอลูกรู้เรื่องก็ไม่ยินยอม บอกว่าเสี่ยอ้วนเป็นคนอารมณ์รุนแรง เคยแสดงอาการหึงหวงเมื่อเห็นตนอยู่ในหมู่เพื่อนด้วยการเข้าฉุดกระชาก บางครั้งก็บีบคอ ทำร้ายร่างกาย จนปลายปี 60 ลูกสาวได้หนีไปทำงานที่ จ.นครปฐม แต่เสี่ยอ้วนสืบรู้และตามไปพบพากลับไปทำงานที่ภูเก็ตอีกครั้ง นอกจากนี้ เสี่ยอ้วนยังเคยโอนเงินเข้าบัญชีถึง 1 ล้านบาท บอกว่าให้ไปซื้อรถ หลังทราบว่าลูกสาวจะซื้อ แม้จะปฏิเสธไปแล้วก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14460</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรณะ, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b60698db558a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
