<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WWF ชื่นชมกรมอุทยานฯ บุกตรวจสอบ &quot;ฟาร์มเสือมุกดา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - นาวสาวพิมพ์พาวดี พหลโยธิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลสำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) กล่าวแสดงความชื่นชมต่อปฏิบัติการเชิงรุกและความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการสืบสวนอย่างเข้มข้น รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพกรณีการเข้าตรวจสอบกิจการฟาร์มเสือโคร่ง &amp;ldquo;มุกดาสวนเสือและฟาร์ม&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564กรณีดังกล่าว จะส่งผลดีต่อการทำงานอนุรักษ์เสือโคร่ง สัตว์ป่าคุ้มครองที่กำลังตกอยู่ในภาวะอันตรายใกล้สูญพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจัยคุกคามชีวิตของเสือโคร่งไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า หากแต่อยู่ที่การล่าสัตว์จากความต้องการบริโภคชิ้นส่วนของเสือโคร่งในท้องตลาดทั้งในและต่างประเทศที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน เสือโคร่งจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อการล่าเพื่อการค้าทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันเมื่อประชากรเสือโคร่งในป่าลดน้อยลงประกอบกับมาตรการในการปกป้องสัตว์ป่าและพื้นที่ป่า ทำได้อย่างเข้มแข็งมากขึ้น การล่าก็ทำได้ยากขึ้นธุรกิจสวนเสือ หรือสวนสัตว์จึงถูกทำให้เข้าใจว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้าชิ้นส่วนของเสือโคร่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้แถลงความคืบหน้าจากการตรวจสอบกิจการของมุกดาสวนเสือและฟาร์มเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 โดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ตรวจยึดเสือโคร่งจำนวน 5ตัว และได้ตรวจสอบรหัสพันธุกรรมลูกเสือโคร่ง จำนวน 3 ตัวพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับเสือโคร่งที่ถูกแจ้งว่าเป็นพ่อ และ แม่แต่อย่างใดโดยกรณีดังกล่าวทำให้มีการพักใบอนุญาตประกอบกิจการของมุกดาสวนเสือและฟาร์มเบื้องต้น 30 วัน เมื่อวันที่21 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว นำไปสู่การเข้าดำเนินการตรวจสอบกิจการสวนสัตว์มุกดาสวนเสือ ในระยะเวลา 90 วันซึ่งพบความเชื่อมโยงในการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน กับความเป็นไปได้ในการลักลอบนำเข้าหรือปลอมแปลงที่มาของเสือโคร่ง เป็นการกระทำความผิดตามประราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 ฐาน &amp;ldquo;มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;และเป็นการถูกพักใบอนุญาตเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 365 วัน นำไปสู่การต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจษฎา ทวีกาญจน์ ผู้จัดการโครงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย WWF ประเทศไทยกล่าวแสดงความชื่นชมต่อการทำงานของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยการแถลงข่าวความผิดกรณีสวนเสือมุกดาถือเป็นก้าวแรกในการตรวจสอบความโปร่งใสของธุรกิจฟาร์มเสือในประเทศไทยและการทำงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำงานอย่างหนัก และเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายซึ่งจะเป็นมาตรฐานที่ดีไม่ใช่แต่เฉพาะในประเทศไทย แต่สำหรับประเทศอื่นๆ ที่ยังคงมีธุรกิจฟาร์มเสือโคร่งชี้ให้เห็นว่าเรื่องของการผสมพันธุ์เสือในกรง ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ เป็นไปเพื่อตอบโจทย์ด้านธุรกิจในส่วนขององค์กรอนุรักษ์ เรามั่นใจว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นตามขั้นตอนเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)ทำงานกับเครือข่ายทั่วโลกในการป้องปรามและหยุดยั้งธุรกิจค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายรวมทั้งปกป้องเสือโคร่งในป่าที่เหลืออยู่ทั่วโลกเพียง 3,900 ตัวนอกจากนั้นยังส่งเสริมให้มีการตรวจสอบธุรกิจฟาร์มเสือโคร่งที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน โดยเชื่อว่าเป็นหนึ่งในช่องทางการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ส่งผลคุกคามต่อชีวิตของเสือโคร่งในป่าและการอนุรักษ์เสือโคร่งการมีอยู่ของฟาร์มเสือหรือสวนเสือเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ทางธุรกิจจากเสืออย่างไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากตามรูปแบบของการดำเนินธุรกิจสวนสัตว์ดังกล่าวจำเป็นต้องทำกำไรให้ได้มากที่สุด ดังนั้นกลุ่มธุรกิจบางส่วนอาจมีการสนับสนุนให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากเสือในกรงในรูปแบบต่างๆ เช่นการลักลอบค้าผลิตภัณฑ์จากเสือ หรือการวางยาเสือเพื่อให้เสือสามารถถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวได้ เป็นต้นWWF เรียกร้องให้ธุรกิจฟาร์มเสือค่อยๆ ยุติหรือปิดลง เพราะการมีอยู่อาจนำไปสู่อาชญากรรมค้าสัตว์ป่าและเป็นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการการใช้ผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนของเสือโคร่งซึ่งทั้งหมดนี้อาจนำไปสู่ภัยคุกคามทำให้เกิดการล่าเสือโคร่งที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผสมพันธุ์เสือในกรง ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ อาจมีเป้าหมายในเชิงธุรกิจและการค้า&amp;rdquo;นายเจษฎากล่าว และเสริมว่า การจัดทำฐานข้อมูลของสัตว์ที่เป็นระบบและมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อความโปร่งใส โดยหากการขยายพันธุ์เป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านการวิจัยทางวิชาการก็ควรมีการชี้แจงและทำเอกสารทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ WWF ยินดีที่จะสนับสนุนกรมอุทยานแห่งชาติฯในการตรวจสอบรหัสพันธุกรรมของเสือโคร่ง 1500 ตัว ในฟาร์มเสือที่มีอยู่ในประเทศไทยกว่า 39 แห่ง&amp;rdquo;นายเจษฎากล่าวสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95695</URL_LINK>
                <HASHTAG>WWF, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พิมพ์พาวดี  พหลโยธิน, เจษฎา ทวีกาญจน์, เสือโคร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604986173a0a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอน &#039;บิ๊กตู่&#039; หนุนแก้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า ยุติวงจรเสือในกรงเลี้ยง ชี้อันตรายผสมสายพันธุ์ข้ามถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วอน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; หนุนแก้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ยุติวงจรเสือในกรงเลี้ยง ชี้อันตรายผสมสายพันธุ์ข้ามถิ่น ตอบสนองธุรกิจท่องเที่ยว หวั่นเป็นเครื่องมือส่งเสริมขบวนการค้าสัตว์ป่า&amp;nbsp;พบแอบลักลอบผสมพันธุ์หวังขายลูกเสือในตลาดมืด ในฟาร์มก็ยังผสมพันธุ์ไขว้กันเองส่งผลให้เกิดภาวะเลือดชิด สุขภาพอ่อนแอหรือพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.63 - นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชาชนเข้าชื่อ 10,400 รายชื่อ ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เนื่องจากกังวลว่ากฏหมายฉบับนี้ มีช่องว่างที่อาจตกเป็นเครื่องมือส่งเสริมกระบวนการค้าสัตว์ป่าอย่างถูกกฏหมาย โดยเฉพาะ ม.28 ที่ให้อำนาจอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีอำนาจออกใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง แม้กำหนดไว้เพื่อการศึกษาวิจัยหรือขยายพันธุ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ก็ตาม อีกทั้งอนุสัญญาไซเตสมีการส่งจดหมายเตือนมายังรัฐบาลไทยให้ลดจำนวนเสือในกรงเลี้ยง ดังนั้นรัฐบาลควรแก้กฏหมายนี้เพื่อยกเลิกการออกใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อยุติวงจรเสือในกรงเลี้ยง และสนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการให้บริการสวนสัตว์ ให้ไปตามกระแสการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่า เพื่อตัดตอนกระบวนการเพาะพันธุ์เสือเพื่อการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช กล่าวว่า ขอเรียกร้องต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เห็นความสำคัญของเสียงประชาชนกว่า 1 หมื่นคนที่ลงชื่อให้แก้กฏหมาย เรากังวลว่าร่างกฏหมายจะถูกตีตก เพราะล่าสุด สภาฯ มองว่าเป็นร่างแก้กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน คืออาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการยกเลิกการออกใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า จึงต้องส่งให้นายกฯ รับรอง ขณะเดียวกันกระแสโลกให้ความสำคัญเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ ดังนั้นไทยอาจต้องสูญเสียเม็ดเงินจากการถูกคว่ำบาตรด้านการท่องเที่ยว หากปล่อยให้มีการแสดงโชว์เสือหรือสัตว์ป่าเพื่อความบันเทิง หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์ เช่น กรณีลิงเก็บมะพร้าว ที่ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยมาแล้ว ดังนั้นกรณีของเสือในกรงเลี้ยงทั้งการลักลอบเพาะพันธุ์เพื่อการค้าและการนำสัตว์มาบังคับให้แสดง จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าจะมีผลกระทบตามมา จึงหวังว่านายกฯ จะพิจารณาให้ ร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้ ได้เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในลำดับต่อไปเพื่อแก้ปัญหาอย่างยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ หนึ่งในคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างสวนสัตว์หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ป่า มีความต้องการเสือสูงมาก โดยเฉพาะเสือโคร่ง ชนิดพันธุ์ที่นิยมคือ เสือไซบีเรีย เสือเบงกอล และกลุ่มเสือสายพันธุ์เฉพาะหรือที่เรียกว่าเสือแปลก เช่น เสือขาว หรือเสือลูกผสม เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แถบเอเชียและนักท่องเที่ยวไทยอยากสัมผัสใกล้ชิดกับเสือ ไทยจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนสวนสัตว์ และเสือในกรงเลี้ยงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์ กล่าวอีกว่า กลุ่มสัตว์หายากหรือสัตว์แปลกจะมีราคาแพงกว่าสัตว์สายพันธุ์ปกติ เช่น การเอาเสือขาวจากซีกโลกเหนือมาผสมพันธุ์กับเสือเบงกอล แต่ในธรรมชาติสัตว์ป่าไม่มีการผสมข้ามถิ่น แต่ด้วยความต้องการทำให้มีการนำเข้าสัตว์กลุ่มนี้เพื่อตอบสนองธุรกิจท่องเที่ยว โดยไม่ได้คำนึงถึงการควบคุมสายพันธุ์ เสือบางตัวราคาหลายล้านบาท เมื่อถูกนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศ แม้จะมีกฏหมายควบคุมแต่ยังพบว่ามีการแอบผสมพันธุ์ และลูกเสืออาจถูกขายต่อไปในตลาดมืด นอกจากนี้ฟาร์มที่ลักลอบเพาะพันธุ์เพื่อการค้ามักจะเป็นการผสมไขว้กันเอง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาวะเลือดชิดในสัตว์ป่า ภาวะสุขภาพอ่อนแอหรือความพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86522</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก, เสือโคร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd20dae22373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯ ยึดเสือโคร่ง 5 ตัว รหัสพันธุกรรมไม่ตรงพ่อแม่ ตั้งข้อหาหนักเจ้าของสวนสัตว์ดังภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. สั่งการให้ หน่วยฯพญาเสือ ปฎิบัติการกวาดล้าง ขบวนการ ล่า ครอบครอง และค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง อย่างเฉียบขาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข จนท.พญาเสือ/หน.อุทยานฯพุเตย นางสาวเนตรนภา งามเนตร จนท.พญาเสือ/หน.วนอุทยานฯเขานางพันธุรัต นำกำลัง จนท.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) จนท.หน่วยเฉพาะกิจฯพญาเสือ จนท.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า จนท.ชุดเหยี่ยวดง จนท.สปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จนท.ตร. กก.3 บก.ปทส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง บริเวณหน้า &amp;quot;มุกดาสวนเสือและฟาร์ม&amp;quot; เลขที่ 200 หมู่ที่ 10 ถนนชยางกูล ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9 พร้อมนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.หน่วยพญาเสือ ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ ค 158 /2563 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ความอาญาให้ค้นสถานที่ เข้าตรวจสอบภายในบริเวณ มุกดาสวนเสือและฟาร์ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบตามกรงที่ขังเสือโคร่ง พบว่า มีเสือโคร่ง จำนวน 3 ตัว ประกอบด้วย ข้าวกล่ำ ข้าวยำ และข้าวจ้าว จากผลการตรวจหารหัสพันธุกรรม พบว่าไม่มีความสัมพันธ์ความเป็นพ่อ แม่ ลูก กันกับเสือโคร่งชื่อ ให้ลาภ (พ่อ) และให้ทอง (แม่) ตามที่สวนสัตว์ได้แจ้งไว้กับกรมอุทยานฯ และตรวจพบอีกว่าลูกเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว ไม่มีความสัมพันธ์เป็นลูก กับเสือโคร่งตัวอื่นใดในกิจการสวนสัตว์ &amp;ldquo;มุกดาสวนเสือและฟาร์ม&amp;rdquo;จึงทำการตรวจยึด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อพบว่า มีเสือโคร่ง อีกจำนวน 2 ตัว ชื่อข้าวเม่า และข้าวเปลือก รวมทั้งพบซากหัวเสือโคร่ง ชื่อข้าวเหนียว จึงทำการตรวจยึดเพื่อตรวจพิสูจน์หารหัสพันธุกรรม (DNA) ว่า มีความสัมพันธ์ตรงกับพ่อพันธุ์/แม่พันธุ์ &amp;nbsp;ที่สวนสัตว์ได้แจ้งไว้กับกรมอุทยานฯ หรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ในการกระทำความผิดกฎหมาย ต่อเจ้าของกิจการ ดังนี้ 1.ฐานมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย 3. แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จ ลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ จนท.จึงจัดทำบันทึกเรื่องราว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเสือโคร่งที่ทำการตรวจยึด และอายัด ได้นำไปดูแลที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85635</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, จังหวัดมุกดาหาร, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, พญาเสือ, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9, เสือโคร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc6199f91286.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกยึดลูกเสือ พบสวนสัตว์ สวมทะเบียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุทยานฯ ตรวจสอบสวนสัตว์มุกดาฯ จ.มุกดาหาร ยึดลูกเสือโคร่ง 5 ตัว พบแล้ว 3 ตัวไม่มีหลักฐานการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เข้าแจ้งความดำเนินคดี 3 ข้อหา มีโทษทั้งจำ-ปรับ เผยอยู่ระหว่างตรวจดีเอ็นเอเสืออีก 1.5 พันตัวจากสวนสัตว์ 32 แห่งทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมด้วยนายสมปอง ทองสีเข้ม ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมแถลงข่าวการตรวจสอบกิจการสวนสัตว์มุกดาสวนเสือและฟาร์ม ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;โดยนายประกิตกล่าวว่า ตามนโยบายของนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้กำชับให้คุมเข้มเรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่า ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้ดูแลในส่วนของสวนสัตว์เกี่ยวกับการให้อนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ได้ ซึ่งทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ได้ร่วมกับทีมเฉพาะกิจเหยี่ยวดง และพญาเสือ เข้าตรวจสอบสวนสัตว์มุกดาฯ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.62 เข้าตรวจยึดจับกุมสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ เต่าเหลือง และสัตว์ป่าต่างประเทศ 10 ชนิด รวม 44 ตัว อาทิ แพนดาแดง ค่าง 4 &amp;nbsp;สี เป็นต้น แต่เนื่องจากกฎหมายตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ที่กรมอุทยานฯ บังคับใช้ในขณะนั้นไม่ได้คุ้มครองสัตว์ป่าจากต่างประเทศ ศาลจึงยกฟ้อง แต่ปัจจุบันกรมอุทยานฯ ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่สามารถครอบคลุมถึงสัตว์ป่าจากต่างประเทศได้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประกิตกล่าวว่า การเข้าตรวจยึดดังกล่าว กรมอุทยานฯ ได้เก็บตัวอย่างเลือดของลูกเสือโคร่ง 5 ตัว เพื่อตรวจสอบพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ โดยเจ้าของสวนสัตว์มุกดาฯ ให้ข้อมูลว่า พ่อให้ลาภ และแม่ให้ทอง มีลูก 4 ตัว ชื่อข้าวยำ ข้าวกล่ำ ข้าวเจ้า และข้าวเหนียว เกิดเมื่อ 11 ส.ค.58 แต่ข้าวเหนียวได้ตายไปเมื่อวันที่ 12 ก.พ.62 โดยสวนสัตว์ยังเก็บซากข้าวเหนียวไว้ ส่วนลูกเสืออีก 3 ตัว ได้เจาะเลือดไปตรวจดีเอ็นเอแล้ว ผลการตรวจจากศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มีผลรายงานตรงกันว่า ลูกเสือโคร่ง ชื่อ ข้าวยำ ข้าวกล่ำ และข้าวเจ้า ไม่มีความสัมพันธ์เป็นลูกเสือโคร่งของให้ลาภและให้ทอง ตามที่เจ้าของสวนสัตว์กล่าวอ้างแต่อย่างใด รวมทั้งนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของเสือโคร่งตัวอื่นภายในสวนสัตว์อีก 20 ตัว พบว่าไม่มีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า จึงถือได้ว่าลูกเสือโคร่ง 3 ตัว ไม่มีหลักฐานได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 17 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 137 และฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จตามมาตรา 267 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท&amp;nbsp;ส่วนลูกเสืออีก 2 ตัว คือ ข้าวเม่า และข้าวเปลือก เป็นลูกของพ่อโตโต้ และแม่มะเฟือง ขณะนี้ยังรอผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออยู่ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือนน่าจะทราบผล อย่างไรก็ตาม ทางกรมอุทยานฯ ได้อายัดลูกเสือของกลางทั้ง 5 ตัว ไปดูแลรักษาที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมทั้งร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมปองกล่าวว่า ปัจจุบันมีสวนสัตว์อยู่ทั้งหมด 49 แห่งทั่วประเทศ อยู่ในกรุงเทพฯ 4 แห่ง และต่างจังหวัดอีก 45 แห่ง โดยมีสวนสัตว์ 32 แห่งที่มีเสือโคร่งอยู่ รวมทั้งสิ้น 1,511 ตัว ทางกรมจะเร่งตรวจสอบดีเอ็นเอเสือโคร่งในสวนสัตว์ทั้งหมด ซึ่งกรมอุทยานฯ มีฐานข้อมูลอยู่แล้วว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ หากไม่เชื่อมโยงกันก็แปลว่านำเสือจากธรรมชาติมาสวมรอย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85539</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานฯ, ธัญญา เนติธรรมกุล, สมปอง ทองสีเข้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสือโคร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4e6b36318d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
