<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;ควง&#039;เสี่ยโป้&#039;แจ้งกองปราบเอาผิด&#039;บิณฑ์&#039;4ข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค. 63 - ที่กองบังคับการปราบปราม ( บก.ป. ) ถนนพหลโยธิน นายสันธนะ ประยูรรัตน์ พร้อมด้วยนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ หรือเสี่ยโป้ เดินทางเข้าพบ เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อดีตนักแสดงชื่อดัง ใน 4 ข้อหา คือความผิดฐานพยายามฉ้อโกง , เรี่ยไรเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต , ความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และความผิดที่เกี่ยวกับการแอบอ้างสถาบัน ที่ขอรับบริจาคเงินซื้อเสื้อสีชมพู ของโรงพยาบาลศิริราช เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ หลังได้รับข้อมูลการเปิดรับบริจาคเงินเพื่อจัดทำเสื้อสีชมพูไปแจกจ่ายให้ประชาชนในโอกาสต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันธนะ กล่าวว่า แม้ว่าตนเองจะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง และไม่ได้ปล่อยให้โอนเงิน 2 ล้านบาท ตามที่มีคนมาขอยืมเพื่อไปบริจาค แต่เห็นว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติ และต้องการให้นายบิณฑ์ออกมาชี้แจง แต่ที่ผ่านมานายบิณฑ์กลับนิ่งเฉย ประกอบกับพยานหลักฐานที่ตนมี ทำให้เชื่อได้ว่าอาจมีการกระทำผิดจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานให้ตำรวจดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ได้พาพยานบุคคลจำนวนหนึ่งที่ทราบข้อเท็จจริง มาให้ตำรวจสอบสวนปากคำ ส่วนนายนิรันดร ซึ่งถูกพาดพิงว่าเป็นผู้จัดทำเสื้อ ได้พูดคุยกันแล้ว ก็ยืนยันว่าพร้อมจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจในฐานะพยานเช่นกัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่า สิ่งที่ตนออกมาเคลื่อนไหว ตนเองไม่ได้รับผลประโยชน์แต่อย่างใด และมองว่าสิ่งที่ทำจะทำให้สังคมได้รับประโยชน์มากว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเสี่ยโป้ กล่าวว่า มาในฐานะที่เป็นคนติดต่อจะบริจาคกับนายบิณฑ์ ยืนยันว่าตนมาให้การกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยานเท่านั้น ไม่ได้มาแจ้งความในฐานะผู้เสียหาย ซึ่งจะส่งผลกระทบกับรูปคดีหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ยอมรับว่าหนักใจกับเรื่องนี้ เพราะฝ่ายหนึ่งคือคนที่ตนเคารพ อีกฝ่ายคือคนที่รู้จัก ซึ่งไม่รู้ว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ แต่ที่ทำไป เพราะต้องการทำบุญเท่านั้น และวันนั้นก็บอกกับนายบิณฑ์ไปแล้วว่า ไม่ต้องการให้เปิดเผยชื่อของตนต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่าในอนาคตจะเลือกทำบุญด้วยตัวเอง ข้อเท็จจริงต่างๆ ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไปแล้ว ส่วนพยานหลักฐานต่างๆ ที่นายสันธนะมี ผมเคยเห็นแค่ในวันแถลงข่าว ไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมพร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย ไม่ได้อยากจะเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องของสูงเกี่ยวกับสถาบัน และรู้สึกลำบากใจ ที่ต้องมาอยู่ตรงกลางระหว่างนายสันธนะ และนายบิณฑ์ เพราะจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนที่เสีย&amp;quot; นายเสี่ยโป้ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รับว่าก็ยังคงติดใจในเรื่องที่นายบิณฑ์ ทำเสื้อสีชมพูมาถึง 3 แสนตัว แต่คุณหมอที่เป็นเจ้าของโครงการ เปิดเผยว่าทำมาเพียงแค่ 2 แสน 4 หมื่นตัวเท่านั้น ประเด็นนี้เห็นได้ว่ายอดจัดทำเสื้อไม่ตรงกัน ส่วนตัวจึงต้องการต้องการให้นายบิณฑ์ ออกมาอธิบายให้สังคมได้เข้าใจในประเด็นนี้ หลังจากนี้หากนายบิณฑ์ มีโครงการรับบริจาคอะไรอีก ตนเองจะไม่ไปร่วมทำบุญด้วย หากตนเองจะทำบุญก็ทำเอง ทำแบบเงียบๆ ไม่บอกใคร และถ้าในอนาคตจะติดต่อนายบิณฑ์ ก็จะติดต่อเองไม่ผ่านใครทั้งสิ้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86807</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, บิณฑ์, ศิริราช, สันธนะ, เสี่ยโป้, เสื้อสีชมพู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd6f5a35cc6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
