<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม&#039; ซัมมิต &#039;ปูติน&#039; เดือนนี้ - จีนจีบเกาหลีเหนือเข้าทางสายไหมใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบเครมลินเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คิม จองอึน จะเดินทางเยือนรัสเซียเดือนเมษายนนี้เพื่อพูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อีกด้านรัฐบาลจีนเชิญผู้แทนเกาหลีเหนือร่วมการประชุมเส้นทางสายไหมใหม่สัปดาห์หน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำประกาศของทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 มีออกมาในช่วงยามที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือทวีคูณขึ้น และคล้อยหลังเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธชนิดใหม่ที่สามารถติดหัวรบทรงอานุภาพ แล้วต่อมายังเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐถอดไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พ้นจากคณะเจรจานิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า การประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับปูติน จะเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างทั้งคู่ ทำเนียบเครมลินเผยว่า ปูตินเชื้อเชิญคิมมาซัมมิตที่รัสเซียช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนเมษายน แต่คำแถลงไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตครั้งสุดท้ายระหว่างผู้นำรัสเซียกับผู้นำเกาหลีเหนือเกิดเมื่อปี 2554 ปีนั้น คิม จองอิล บิดาของคิม จองอึน เดินทางมายังเขตไซบีเรียของรัสเซีย เพื่อพบกับดมิตรี เมดเวเดฟ ประธานาธิบดีรัสเซียในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของรัสเซีย, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รายงานในสัปดาห์นี้่ว่า รัสเซียกำลังเตรียมการสำหรับซัมมิตนี้ที่ภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย โดยหนังสือพิมพ์อิซเวสเตียของรัสเซียกล่าวว่า การประชุมจะจัดที่เมืองวลาดิวอสต็อกสัปดาห์หน้า ก่อนที่ปูตินจะเดินทางไปจีนเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วันที่ 26-27 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันศุกร์ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ แถลงว่า รัฐบาลจีนได้เชิญผู้แทนของเกาหลีเหนือมาร่วมการประชุมความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ซึ่งจะมีผู้แทนอีก 37 ชาติเข้าร่วม ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 25-27 เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่อยู่ในรายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน รวมถึงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปตะวันออกที่เคยเป็นสมาชิกสหภาพโซเวียต แต่เมื่อต้นเดือนนี้ อิตาลีกลายเป็นสมาชิกจี 7 ชาติแรกที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของเกาหลีเหนือนั้น หวังกล่าวว่า เกาหลีเหนือเป็นประเทศเพื่อนบ้านของจีน และเป็นเรื่องปกติมากๆ ที่จะเชิญเกาหลีเหนือมาร่วมการประชุมด้วย เพราะนี่คือความริเริ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ประเทศไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาขัดขวางไม่ให้ประเทศอื่นส่งผู้แทนเข้าร่วม เขาไม่ได้เผยว่า คิมจะมาด้วยตนเองหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34014</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, จีน, ซัมมิต, วลาดิมีร์ ปูติน, เกาหลีเหนือ, เส้นทางสายไหมใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9d7a64bbeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีชาติแรกจี 7 ร่วมโครงการ &#039;เส้นทางสายไหมใหม่&#039; ของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิตาลีเป็นสมาชิกจี 7 ชาติแรกที่ลงนามความตกลงที่ไม่มีผลผูกมัด เพื่อเข้าร่วมในโครงการ &amp;quot;เส้นทางสายไหมใหม่&amp;quot; ของจีน ที่เป็นความริเริ่มเชื่อมโยงการค้าและการคมนาคมจากเอเชียสู่ยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง, เหอ ลี่เฟิง ประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน, ลุยจิ ดิ มาโย รองนายกฯ อิตาลี และนายกฯ จูเซปเป กอนเต ในพิธีลงนามความตกลง ที่กรุงโรม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลีและจีนลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ทั้งสิ้น 29 ฉบับ ที่กรุงโรมเมื่อวันเสาร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และนายกรัฐมนตรีจูเซปเป กอนเต ของอิตาลี ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย รายงานของสื่ออิตาลีกล่าวว่า ความตกลงที่ไม่ผูกมัดที่ลงนามกันในครั้งนี้มีมูลค่า 5,000-7,000 ล้านยูโร (179,627-251,478 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนอย่างมโหฬารของจีนมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ถูกเรียกว่า เส้นทางสายไหมใหม่ หรือความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ที่เลียนแบบเส้นทางสายไหมโบราณที่เชื่อมเส้นทางการค้าจีนกับยุโรป การลงนามความตกลงครั้งนี้ทำให้อิตาลีเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกในกลุ่มจี 7 ชาติแรกที่เข้าร่วมบีอาร์ไอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐและสหภาพยุโรปไม่สบายใจกับความทะเยอทะยานแผ่อิทธิพลของจีนนี้นัก นักวิจารณ์หลายรายกล่าวว่า การลงทุนมหาศาลของจีนในธุรกิจด้านท่าเรือ, ทางรถไฟ และถนน เป็นการปล้นชิงและฉกฉวยประโยชน์ให้แก่จีนและบริษัทของจีนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของมิเคเล เจราชี รัฐมนตรีเศรษฐกิจของอิตาลี ที่ยอมรับว่า การลงนามเอ็มโอยูเหล่านี้ เป็นทั้งความเสี่ยง และเป็นทั้งโอกาสเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนเตมีกำหนดจะเดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน ซึ่งจะมีการลงนามความตกลงเพิ่มเติมด้วย โดยรองนายกฯ ลุยจิ ดิ มาโย กล่าวว่า เป้าหมายการเยือนของกอนเตคือการปรับแก้ความไม่สมดุลทางการค้า ที่สินค้าของจีนส่งมาขายที่อิตาลี มากกว่าของที่อิตาลีส่งไปขายจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์การเงินรายวัน อิลโซเล24โอเร กล่าวว่า การลงทุนของจีนอาจเพิ่มมูลค่าเป็น 20,000 ล้านยูโรในอนาคต แต่ขณะนี้จะจำกัดอยู่เฉพาะที่ท่าเรือเจนัวและตริเอสเต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทของอิตาลีหลายบริษัทได้รับประโยชน์จากการลงทุนของจีน อาทิ กลุ่มบริษัทอันซัลโด ที่ได้สัญญาสร้างกังหัน และกลุ่มบริษัทดานิเอลี ที่ได้สัญญามูลค่า 1,100 ล้านยูโร เพื่อสร้างโรงงานเหล็กที่อาเซอร์ไบจาน ขณะเดียวกัน ความตกลงนี้ยังเปิดตลาดจีนรับส้มของอิตาลี รวมถึงความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทซีทริป ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32129</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง, อิตาลี, เส้นทางสายไหมใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97942305b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
