<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 23:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางสู่ภาวะปกติ...  ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมตั้งวงสนทนากับทั้งนายแพทย์และนักวิชาการที่เกาะติดเรื่องวิกฤติโควิด-19 หลายวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในนักวิชาการที่ผมได้สนทนาด้วยคือ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกูลชัย ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากได้แลกเปลี่ยนกันทาง Suthichai Live หลายรอบ อาจารย์วรศักดิ์ได้เขียนถึง &amp;ldquo;เส้นทางสู่ภาวะปกติของประเทศไทย&amp;rdquo; ในเฟซบุ๊กของท่านได้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านบอกว่า จากการประมวลความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายสำนัก รวมทั้งแมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี (McKinsey &amp;amp; Company) การจะเข้าสู่สภาวะปกติของแต่ละประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ (เฟส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1) เฟสที่ 1 คือ เฟสที่สัดส่วนประชากรที่ฉีดวัคซีนแล้วมีน้อยกว่า 50% ซึ่งยังสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการระบาดรอบใหม่ๆ รัฐจำเป็นต้องแทรกแซงด้วยการออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดการสัมผัสระหว่างคนต่อคนให้มากที่สุด เช่น การปิดประเทศ การห้ามชุมนุมคน การเว้นระยะห่าง และการใส่แมสก์ เป็นต้น ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในระยะต้นๆ ของเฟสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฟสนี้บางทีเรียกว่า Hammer &amp;amp; Dance คือ การกดค่า Effective Reproductive Rate (R) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1.0 แล้วค่อยผ่อนคลายบ้างเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจพอมีอากาศหายใจ ที่สำคัญคือ ในเฟสนี้ ระหว่างที่กดๆ คลายๆ รัฐจะต้องเร่งระดมฉีดวัคซีนปูพรมแก่ประชากรให้ได้เร็วที่สุด ในสหรัฐอเมริกา เขาใช้คำว่า Warp Speed&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (2) เฟสที่ 2 คือ เฟสที่สัดส่วนประชากรผู้ฉีดวัคซีนมีเกิน 50% และสามารถประคองค่า R ต่ำกว่า 1.0 ได้นานเกิน 30 วัน เฟสนี้รัฐอาจพิจารณาให้ธุรกิจส่วนใหญ่เปิดดำเนินการได้ตามปกติ ยกเว้นการเปิดประเทศที่ยังต้องมีเงื่อนไข คือ ให้เฉพาะนักเดินทางที่มีประกาศนียบัตรรับรองการได้ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประเทศไทย การจะฉีดวัคซีนให้ประชากรได้ถึง 50% (ประมาณ 35 ล้านคน) จะต้องใช้วัคซีนจำนวน 70 ล้านโดส วันนี้ (22 พฤษภาคม) ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2.81 ล้านโดส จึงเหลืออีก 67.19 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนเฉลี่ย 400,000 โดสต่อวัน จะต้องใช้เวลาฉีดอีก 168 วัน (5.6 เดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น วันที่ประเทศไทยจะเข้าสู่เฟส 2 ได้เร็วที่สุด คือ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (3) เฟสที่ 3 คือ เฟสที่ประเทศสามารถฉีดวัคซีนให้ประชากรได้มีสัดส่วนเกิน 75% โดยอนุโลมว่า ประเทศได้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว (แม้สายพันธุ์ใหม่ที่จะทำให้ค่า Threshold สูงกว่า 75% ก็ตาม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประเทศไทย ถ้ายังสามารถฉีดวัคซีนในอัตรา 400,000 โดสต่อวันตามสมมติฐาน การฉีดวัคซีนจำนวน 35 ล้านโดสให้ประชากรอีก 25% (17.5 ล้านคน) จะต้องใช้เวลาอีก 87.5 วัน ดังนั้น วันที่ประเทศไทยทั้งประเทศหวังจะเข้าสู่ภาวะปกติ คือ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคำถามต่อมาว่าจะต้องประเมิน &amp;ldquo;ประสิทธิผล&amp;rdquo; หรือ efficacy ของวัคซีนด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์วรศักดิ์บอกว่า ใช่, มีประเด็นอื่นที่ต้องนำมาพิจารณาพร้อมกันด้วย เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1) Efficacy ของวัคซีนประเภทต่างๆ ซึ่งอาจลดลงอีกถ้าเจอสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (2) วัคซีนสายพันธุ์ใหม่ที่ค่า R0 สูงขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม ซึ่งค่า 75% ที่จะได้ภูมิคุ้มกันหมู่อาจไม่เพียงพอ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (3) ภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่งมาจากผู้เคยติดเชื้อแล้วหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลและ ศบค.จะต้องร่วมกันคิดอย่างหนักก็คือ การที่จะต้องเร่งฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ อัตราการฉีดที่เห็นอยู่ขณะนี้จะไม่สามารถจัดการกับความรวดเร็วของการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ต่างๆ ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นภารกิจของรัฐบาลที่จะต้องระดมสรรพกำลังและความคิดเห็นทุกแนวทางเพื่อปรับยุทธศาสตร์ใหม่ให้ทันกับแนวทางของ &amp;ldquo;สงครามโควิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การใช้ &amp;ldquo;อาวุธ&amp;rdquo; ที่ถูกต้องแม่นยำและเหมาะกับสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาจึงเป็นหัวใจของการเอาชนะสงครามนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104295</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, เส้นทางสู่ภาวะปกติ...  ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
