<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้อน&#039;เหตุการณ์6ตุลา&#039;เตือนสติคนไทย อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp; ปีนี้เป็นปีครบรอบ 45 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แม้วันนี้จะเลยวันที่ 6 ตุลาคมมาแล้ว แต่คงยังไม่ช้าเกินไปที่จะกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ช่วงนี้ใครต่อใครทั้งที่เกิดทันและเกิดไม่ทันมักเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น การ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; กันเกือบทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเกิดทัน หรือเกิดไม่ทันเหตุการณ์ 6 ตุลาไม่ใช่เป็นประเด็นว่าจะวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์เดือนตุลาได้หรือไม่ แต่การกล่าวถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา ว่าเป็นการ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; นักศึกษาประชาชนผู้บริสุทธิ์และปราศจากอาวุธ แม้เกิดการสังหารกันจริง แต่ดูจะเป็นการพูดแบบง่ายและรวบรัดเกินไป เพราะสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 มีความซับซ้อนเกินกว่าที่จะนิยามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; เพียงเท่านั้น การ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันที แต่มีที่มาที่ไป บางอย่างอาจเป็นความลับที่ไม่มีใครทราบ ในที่นี้จึงอยากจะให้ทำความเข้าใจกันว่า การ&amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; ที่ว่านั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเข้าใจสาเหตุของเหตุการณ์ 6 ตุลา เราจะต้องมองย้อนกลับไปที่สถานการณ์ก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 จนเกิดเหตุการณ์ที่เราเรียกกันว่า &amp;quot;วันมหาวิปโยค&amp;quot; และมองว่ามีการพัฒนาการอย่างไรหลังจากนั้น จนกระทั่งในที่สุดเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2516 รัฐบาลที่ดำรงอยู่ในขณะนั้นเป็นรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งเป็นรัฐบาลที่สืบทอดมาจากรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่มาจาการทำรัฐประหารรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพล ถนอมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อจอมพล สฤษดิ์ ถึงแก่อสัญญกรรมในปี 2506 ใช้เวลาถึง 5 ปีจึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จ เมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2512 พรรคสหประชาไทยที่จอมพลถนอม และจอมพลประภาส จารุเสถียร ก่อตั้งขึ้น ชนะการเลือกตั้ง จอมพลถนอม จึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่แล้วในปี 2514 จอมพล ถนอมก็ทำรัฐประหารรัฐบาลตัวเอง เช่นเดียวกับที่รัฐบาลจอมพล ป. เคยทำ ครั้งนี้การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็ค่อยเป็นค่อยไปตามเคย จนมีอาจารย์ นักศึกษา และประชาชน 13 คน ออกแจกใบปลิวเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญ ทั้ง 13 คนถูกจับกุมในข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน และอีกหลายข้อหา รวมทั้งข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เหตุการณ์นี้นำไปสู่การชุมนุมประท้วงจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2&amp;nbsp; ในช่วงสงครามเย็น รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้พยายามผลักดัน และสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่รัฐบาลจอมพล ป. เป็นต้นมา และยิ่งเข้มข้นในยุครัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ และจอมพลถนอม ดังนั้นจึงได้มี พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 และได้มีการพยายามสร้างภาพลัทธิคอมมิวนิสต์ให้ดูน่ากลัวเกินกว่าความเป็นจริง โดยไม่แยกแยะระหว่าง ระบอบการปกครองแบบสังคมนิยมประชาธิปไตย กับระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์สุดโต่ง เช่นประเทศจีนยุคเหมา เจ๋อ ตุง ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งมีอำนาจเผด็จการได้ทำการปราบปรามผู้ที่มีแนวคิด และชักจูงให้คนนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง หนังสือและตำราที่เกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ถูกห้ามจำหน่าย การปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ สร้างความอึดอัดแก่นักวิชาการ และนิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ อย่างมาก แต่เข้าทำนองยิ่งห้ามยิ่งยุ นิสิต นักศึกษาจึงเริ่มหันไปนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังมีความรู้สึกว่า ลัทธินี้มิได้เลวร้ายจนน่ากลัวอย่างที่มีการพยายามวาดภาพไว้แต่อย่างใด ตรงข้ามระบอบการปกครองแบบคอมิวนิสต์อาจเป็นคำตอบ ที่จะทำให้ประเทศไทย และประชาชนไทยหลุดพ้นจากความยากจน และสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 นิสิต นักศึกษาที่เคยถูกปิดกั้นไว้ จึงเริ่มมีเสรีภาพในการแสดงออก และมีการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ต่อผู้สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำนิสิต นักศึกษา ที่รวมกันจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่า ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ดูเหมือนจะมีความคิด &amp;quot;เอียงซ้าย&amp;quot; ถึง &amp;quot;ซ้ายจัด&amp;quot; กันเป็นส่วนใหญ่ ช่วงเวลานี้ป็นยุคเฟื่องฟูของขบวนการนักศึกษา เนื่องจากผู้นำนักศึกษา ในนามศูนย์กลางนิสิตนักศึกษามีบทบาทสูงมากทางการเมือง มีการนำการประท้วงของผู้ใช้แรงงาน ชาวนา เกษตรกร และกลุ่มอื่นๆบ่อยครั้ง จนกระทั่งเราเรียกยุคนี้ว่า ยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนิสิต นักศึกษา มีบทบาทสูง ทั้งยังมีความโน้มเอียงไปทางฝ่ายซ้ายมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือ พคท. จะเริ่มมีการจัดตั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่มีความคิดเป็นซ้ายจัด ให้เข้าสังกัดและให้ทำการเผยแพร่ความคิดของฝ่ายซ้ายให้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย นี่เป็นเรื่องจริงที่ยอมรับกันเป็นการภายใน ในกลุ่มคนที่อยู่ในวงในจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อฝ่ายซ้ายเริ่มมีกิจกรรมมากขึ้น คนอีกกลุ่มที่จัดได้ว่าเป็นฝ่ายขวา ถึงขวาจัดก็เริ่มรู้สึกว่า กำลังถูกภัยคุกคามจากฝ่ายซ้าย จนไม่สามารถอยู่นิ่งเฉย จึงมีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้นต่อต้าน เช่นกลุ่มนวพล กลุ่มกระทิงแดง และยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่เปิดเผยตัว และไม่เปิดเผยตัวอีกมากมายหลายกลุ่ม สถานีวิทยุที่เป็นกระบอกเสียงที่ต่อต้านฝ่ายซ้ายอย่างรุนแรงและเปิดเผย คือสถานีวิทยุยานเกราะ ซึ่งทำหน้่าที่ปั่นกระแสให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังของฝ่ายขวาต่อฝ่ายซ้ายอย่างต่อเนื่อง มีการเปิดเพลงปลุกใจกันอย่างกว้างขวาง เช่น เพลงหนักแผ่นดิน เพลงเราสู้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า ผู้ที่แวดล้อมใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ย่อมต้องรู้สึกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กำลังถูกภัยคุกคามเช่นกัน จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มที่เรียกว่า ลูกเสือชาวบ้าน เพื่อสร้างกิจกรรมให้รักชาติ และต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ คำว่า &amp;quot;ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;quot; จึงเริ่มใช้กันมากในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน ผู้นำนิสิต นักศึกษาที่มีบทบาทสูง และมีแนวโน้มว่าอาจได้รับการจัดตั้งจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก็เริ่มรู้สึกว่ากำลังถูกติดตามความเคลื่อนไหวจากฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ผู้นำนักศึกษาชื่อดังคนหนึ่งเล่าว่า เขาต้องตัดสินใจเข้าป่าไปร่วมกับพคท.ต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาล ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาเสียด้วยซ้ำ เพราะเริ่มมีความรู้สึกว่าอยู่ในเมืองไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความแตกแยกในสังคมระหว่างซ้ายกับขวา เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความเกลียดชังระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแตกหักระหว่างซ้ายกับขวากันเกิดขึ้นเมื่อ จอมพลถนอม กิตติขจร บวชเป็นสามเณร แอบเข้ามาในประเทศอย่างเงียบๆ ในวันที่ 19 กันยายน 2519 แล้วจึงบวชเป็นพระภิกษุที่วัดบวรนิเวศวิหาร ผู้นำนิสิต นักศึกษาเมื่อทราบข่าว จึงเรียกร้องยื่นคำขาดให้รัฐบาลนำตัวพระถนอมออกนอกประเทศ แต่รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ซึ่งเพิ่งกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญ ศูนย์กลางนิสิตจึงจัดชุมนุมขึ้นที่ท้องสนามหลวง ภายหลังย้ายเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อประท้วง ขับไล่จอมพลถนอม ให้ออกไปนอกประเทศโดยทันที
&amp;nbsp;
ก่อนการชุมนุม มีข่าวว่าพนักงานการไฟฟ้าที่จัดหวัดนครปฐม ออกทำการปิดโปสเตอร์เชิญชวนคนให้มาชุมนุม ถูกฆ่า และนำศพมาแขวนคอประจาน ในวันที่ 24 กันยายน ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ฆ่าพนักงานการไฟฟ้าดังกล่าว และถูกดำเนินคดี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ประเเทศชาติมีความแตกแยกและประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายมีความเกลียดชังซึ่งกันและกันมากเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 4 ตุลาคม 2519 แกนนำการชุมนุมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เลื่อนสอบ เพื่อให้นักศึกษามาร่วมชุมนุมได้มากขึ้น มีการจัดแสดงละครที่ลานโพธิ์ โดยชุมนุมศิลปะและการแสดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อจำลองเหตุการณ์ฆ่าแขวนคอที่นครปฐม ตัวละครที่ต้องแสดงการแขวนคอ ต้องใช้หลายคนเพื่อสลับสับเปลี่ยนกัน มีผู้แสดงคนหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นนักกรีฑา&amp;nbsp; มีโครงหน้าคล้ายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แต่ตัวเล็กกว่ามาก แต่คนจำนวนมากที่ชมการแสดงสดวันนั้น ไม่มีใครรู้สึกอะไร จนกระทั่งวันที่ 5 ตุลาคม หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และ Bangkok Post นำรูปนี้ ไปลงหน้า 1 ซึ่งดูจากรูปในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ฉบับแล้วกลับคล้ายสมเด็จพระบรมฯ มาก&amp;nbsp; หนังสือพิมพ์ดาวสยาม พาดหัวข่าวว่า &amp;quot;ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เหยียบหัวใจคนไทยทั้งชาติ&amp;quot; สถานีวิทยุยานเกราะก็ยิ่งกระโหมกระพือยุยงเพิ่มความเกลียดชังให้มากขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันที่ 6 ตุลาคม มีกลุ่มกระทิงแดง และประชาชนประมาณ 2,000 คน มารวมตัวกันที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชาชนกลุ่มนี้กำลังโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เพราะนอกจากจะเห็นว่าศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว ยังถูกป้อนข้อมูลว่ามวลชนที่ประท้วงอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ล้วนเป็นพวกคอมมิวนิสต์ และส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กว้างขวางในจังหวัดเพชรบุรีท่านหนึ่งเล่าว่า เช้าวันที่ 6 ตุลาคม มีการระดมบรรดามือปืนที่เพชรบุรี มาขอยืมรถของท่าน บอกว่าจะใช้บรรทุกคนไปยิงพวกคอมมิวนิสต์ ท่านนั้นรีบไปห้ามคนขับรถไม่ให้ไป แต่ในที่สุดก็ไม่ทราบว่าคนกลุ่มนี้ได้ไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนั้น รอบๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีตำรวจท้องที่และหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองปราบมาประจำการ ตั้งแต่เช้าเช่นกัน ประชาชนพยายามจะขับรถชนประตูมหาวิทยาลัย แต่ตำรวจห้ามไว้ จากนั้นมีการยิงโต้ตอบกันระหว่างผู้ที่อยู่ด้านในมหาวิทยาลัย กับผู้ที่อยู่นอกมหาวิทยาลัยรวมทั้งตำรวจ แต่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ผู้หนึ่งยืนยันว่า มีการยิงโต้ตอบมาจากทางผู้ร่วมชุมนุม แต่เบาบางกว่าที่ยิงเข้าไปข้างในค่อนข้างมาก ต่อมากำลังตำรวจตระเวนชายแดนจากค่ายนเรศวร ได้เข้ามาสลายการชุมนุม เมื่อประตูพัง กลุ่มคนที่กำลังกระเหี้ยนกระหือรือ ก็บุกเข้าไปกระทำการอันเหี้ยมโหดตามสัญชาติญานดิบ เถื่อน ดังที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมโดยพลังบริสุทธิ์หรือไม่ ก็ขอตอบว่าคนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมมาร่วมชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่หากถามว่า การชุมนุมครั้งนี้มีจุดหมายเพียงขับไล่จอมพลถนอม และไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ เลยจริงหรือไม่ ก็ขอตอบว่า ไม่แน่นัก เพราะเป็นการแน่ชัดว่า การชุมนุม 6 ตุลา ต่างกับการชุมนุม 14 ตุลา ตรงที่หลัง 14 ตุลา 16 เริ่มมีนิสิต นักศึกษา และประชาชนกลุ่มหนึ่ง ได้รับการจัดตั้งโดย พคท.แล้ว ในขณะที่ก่อนการชุมนุม 14 ตุลา ไม่มีการจัดตั้ง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดการแสดงละครจำลองเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าการไฟฟ้าถูกฆ่าแขวนคอเล่าว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคืนวันที่ 5 ตุลาคม หลังจากที่หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และ Bangkok Post นำรูปการแสดงไปลงหน้า 1 และแกนนำบางคนถูกตำรวจเรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหา ได้มีการถกเถียงกันระหว่างแกนนำที่เหลือว่า ควรจะประกาศสลายการชุมนุมหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงว่าจะมีการใช้กำลังสลายการชุมนุม และจะเกิดความรุนแรงขึ้น แกนนำคนหนึ่งกล่าวว่า &amp;quot;หากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็อาจต้องยอมให้เกิดการสูญเสียบ้าง&amp;quot;&amp;nbsp; ในที่สุดก็ไม่ได้มีการประกาศสลายการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ผู้ชุมนุมปราศจากอาวุธจริงหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ไม่จริง เพราะมีรายงานว่ามีการยิงตอบโต้จากด้านผู้ชุมนุม ข่าวบางกระแสว่ามีเสียงปืนกลยิงออกมาจากด้านใน แต่จะอย่างไรอาวุธของผู้ชุมนุมไม่มีทางเทียบได้กับอาวุธของตำรวจกองปราบ และ ตชด. อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา สาเหตุมาจากการแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายโจมตีกัน เกลียดชังกัน ทั้งอาจมีผู้อยู่เบื้องหลังที่ต้องการผลทางการเมือง ดูๆ ไปบรรยากาศในปัจจุบันชักคลับคล้ายกับบรรยากาศก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาเข้าไปทุกที&amp;nbsp; ยิ่งมีกระแสการนำเพลงปลุกใจมาทำใหม่ เผยแพร่ใหม่ ยิ่งรู้สึกว่า บรรยากาศยิ่งน่ากลัวขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็หวังว่า ทุกคน ทุกฝ่ายจะอยู่กันอย่างมีสติ ทำอะไรกันอย่างมีสติ มองเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นบทเรียน อย่าให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีก ก่อนที่จะสายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเล่าถึงเหตุการณ์ของบุคคลต่างๆ ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อในข้อเขียนชิ้นนี้ ผู้เขียนได้รู้จักบุคคลเหล่านี้เป็นส่วนตัว และได้รับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตัวเองโดยตรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120039</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการมธ., เหตุการณ์6ตุลา, เหตุสังหารหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60938aa10bdf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักประวัติศาสตร์&#039;ย้อนถาม&#039;6ตุลาฯ19&#039;จะไปแก้แค้นใคร คู่กรณีก็ถึงอนิจกรรมไปหมดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ต.ค.64-นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัว ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค้น 6 ตุลาคม 19 จะไปแก้แค้นกับใครรึ ใครสั่งใครสอนประวัติศาสตร์แบบนั้น คู่กรณีถ้าเป็นนายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์เสนีย์-คึกฤทธิ์ - อาจารย์สัญญา ก็ถึงอนิจกรรมไปหมดแล้ว มันคนละเวลาคนละเรื่องเชื่อมโยงมั่วไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119118</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทพมนตรี ลิมปพยอม, เหตุการณ์6ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615f906016c90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039; มอง &#039;6ตุลา&#039; ถูกสร้างสถานการณ์ เป็นบทเรียนรัฐที่จะต้องไม่ทำให้เกิดซ้ำรอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ลานประติมานุสรณ์ 6 ตุลาคม 2519 หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นตัวแทนของพรรคก้าวไกล เดินทางมาร่วมวางพวงมาลารำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เเละสดุดีเหล่าวีรชนคนกล้าผู้สละชีวิตต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในนามของพรรคก้าวไกล ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้ร่วมวางพวงมาลารำลึกเหล่าวีรชน ในนามคณะก้าวหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวว่า คงไม่มีเวลาไหนที่เหตุการณ์ 6 ตุลา จะเป็นเครื่องเตือนใจให้กับสังคมได้เท่าเวลานี้ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญหลายด้านและสำคัญสำหรับใครหลายคน บางคนจะมองเป็นตำนานการต่อสู้ บางคนอาจเป็นความทรงจำ หรือบางคนมองว่าคือประวัติศาสตร์&amp;nbsp;คิดว่าถึงเวลาเเล้วที่เราจะต้องเรียนรู้ถึงความอดทนอดกลั้นในสังคม ควรจะเรียนรู้ได้เเล้วว่า ไม่ว่าจะเห็นต่างทางการเมืองอย่างสุดโต่งมากเเค่ไหน ก็ไม่ใช่เป็นข้ออ้างที่รัฐจะก่อความรุนแรงอย่างมีระบบกับประชาชนที่อยู่ในชาติได้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม&amp;nbsp;เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ถือเป็นบทเรียนที่รัฐจะต้องไม่ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกโดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง ไม่ว่าจะยุคสมัยใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ 14 ตุลา 2516 หรือ 6 ตุลา 2519 และล่าสุด พฤษภา 2553 ดูเหมือนว่ารัฐจะยังไม่ตระหนักถึงบทเรียนในการตอบสนองเจตจำนงค์ของประชาชน โดยเฉพาะใน 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมือง แน่นอนว่าต้องมีคนเห็นต่าง แต่ความรุนแรงทุกครั้งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หรือ 6 ตุลา 2519 จนถึงพฤษภาคม 2553 ความรุนแรงจะมาจากผู้มีอำนาจทั้งสิ้น ถ้าได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา และสามารถสร้างความอดทนอดกลั้นทางการเมือง ( Political tolerence ) ได้ เหตุการณ์ที่เราต้องมากังวลว่ามันจะเกิดขึ้นทุกๆ 10 ปีหรือไม่ ก็จะไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง ในเรื่องของสถิติของสิ่งที่เกิดขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิต 6 ตุลา 2519 เท่าที่เราพอที่จะหาได้คือ 45 คน นี่เป็นตัวเลขทางการ มูลนิธิอื่นตัวเลขก็จะต่างกันไป คนบาดเจ็บ 145 เราก็ยังคงหาได้ แต่ตัวเลขที่สังคมไทยไม่เคยหาได้เลยคือ ผู้ยิง หรือผู้ใช้อาวุธ ไม่มีการได้รับผิดจากสถานการณ์นี้ กรณีแบบนี้หากเป็นในระดับสากลจะต้องมีกระบวนการตามหาข้อเท็จจริง (fact finding) ต้องมีทั้งการรับผิดและการปรองดอง แต่ในประเทศไทยเท่าที่เคยมีกระบวนการแบบนี้เมื่อ 4-5 ปีก่อน กระบวนการตามหาความจริงได้ข้ามไปที่ความปรองดอง โดยปราศจากการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ดังนั้นในทุกวันนี้ตัวเลขผู้กระทำผิดก็ยังเป็นศูนย์ และนี่คือ 2 ประเด็นสำคัญที่ว่า สิ่งที่รัฐควรเรียนรู้คืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมุมมองส่วนตัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายพิธากล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถูกทำขึ้นอย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยย่อมมีความคิดเห็นที่ขัดเเย้งกัน มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่เห็นต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ความรุนแรงจะเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มคนและสร้างวาทกรรมต่างๆ เพื่อกล่าวหากัน ดังในกรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ที่มารวมตัวกันในธรรมศาสตร์ไม่ใช่คนไทย มีผู้อยู่เบื้องหลังจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหล่านี้เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์และสามารถทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น เป็นการโหมฟืนเข้ากับกองไฟทุกครั้งไป ซึ่งหากกลับไปแก้ไขสิ่งที่ง่ายที่สุดคือ หลักการที่ว่า รัฐมีหน้าที่คุ้มครองประชาชน ไม่ใช่คุกคามประชาชน ถ้ารัฐเห็นภาพตรงนี้เเละยอมถอย เพื่อทำตามข้อเรียกร้องในการแก้รัฐธรรมนูญ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเปลี่ยนผ่านไปตามกระบวนการที่ประชาธิปไตยควรจะเป็น ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกทางตันอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้จากนิทรรศการแขวนที่จัดแสดงอยู่ธรรมศาสตร์ในเวลานี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการมีมติจะเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชี้แจง นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการเชิญจากทางคณะกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมฝ่ายค้านมีข้อสังเกตว่า การตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าวคือการประวิงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่จริงใจต่อประชาชน และตนยังไม่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล เพราะจากกระทำของรัฐบาลที่ผ่านมามีลักษณะย้อนเเย้ง ดังจะเห็นได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองในหลายกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะ ร่วมวางพวงมาลาเรียบร้อยเเล้ว ยังได้ร่วมชมนิทรรศการ &amp;ldquo; แขวน 6 ตุลา On site Museum ที่จัดแสดงข้อมูลและภาพถ่ายที่ทางโครงการบันทึก 6 ตุลารวบรวมหลักฐานและความทรงจำของบุคคลเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มาดำเนินการบอกเล่า โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการ &amp;lsquo;แขวน&amp;rsquo; ซึ่งสะท้อนเป็นภาพถ่ายคนถูกแขวนคอบนต้นไม้และถูกเก้าอี้ฟาดของนีล ยูเลวิช (Neal Ulevich) ช่างภาพสำนักข่าวเอพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้นำเอาหลักฐานหลายชิ้นมาจัดแสดงเพื่อบอกเล่าข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าภาพถ่าย หนังสือพิมพ์เก่า สิ่งของต่างๆในเหตุการณ์ เช่น ลำโพงของนักศึกษาที่พรุนไปด้วยรอยกระสุนปืน สมุดบันทึกของบิดาผู้เสียชีวิต และเสื้อผ้าของนักศึกษาผู้เสียชีวิต ประตูเหล็กสถานที่เเขวนผู้เสียชีวิต หนึ่งในชนวนเหตุ 6 ตุลา มาจัดเเสดงเพื่อเป็นการตอกย้ำความสูญเสีย เเละสดุดีเหล่าวีรชนผู้กล้าที่เสียสละชีวิตต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79639</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รำลึก44ปี6ตุลา, เหตุการณ์6ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bfb0d5663b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระวังซ้ำรอยซีเรีย! &#039;ไพศาล&#039;เตือนใช้ม็อบชนม็อบผลที่ได้ไม่เหมือน6ตุลา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เมื่อครั้ง 6 ตุลาคม มียานเกราะ ดาวสยามและกระทิงแดง วันนี้แม้มีดาวสยามใหม่ ยานเกราะใหม่และกระทิงแดงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ 1. เมื่อครั้ง 6 ตุลาคม มีจุดชุมนุมแค่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งเดียว แต่ปัจจุบันนี้ จุดชุมนุมพลิกแพลงในลักษณะทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อครั้ง 6 ตุลาคม ไม่มีปัญหาเศรษฐกิจ ไม่มีคนตกงาน ไม่มีคนอดอยาก และไม่มีปัญหาข้าราชการชั้นผู้น้อยที่คับข้องหมองใจมากมายเหมือนปัจจุบันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เมื่อครั้ง 6 ตุลาคมไม่มีกองแทรก กองซ้อน กองซ้ำ แต่วันนี้ มีสิ่งแทรกซ้อนมากมาย ดังนั้นถ้าใครคิดที่จะใช้ม็อบชนม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่เกิดขึ้นจะไม่เหมือน 6 ตุลาคม แต่จะเป็นแบบเวียดนามยุคโงดินเดียมหรือเกาหลียุค ปักจุงฮี หรือไม่ก็จะเป็นแบบซีเรีย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ม็อบชนม็อบ, เหตุการณ์6ตุลา, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe57d634fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
