<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกเพื่อไทย&#039; รำลึก 11 ปีสลายชุมนุมนปช. ระวังกงล้อประวัติศาสตร์จะหมุนกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 11 ปี เหตุสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 2553 ในนามของโฆษกพรรคเพื่อไทยและประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ขอร่วมรำลึกและสดุดีวีรชนที่เสียชีวิตและยังมีชีวิตอยู่ทุกท่านมา ณ ทีนี้&amp;nbsp;แม้ผ่านมา 11 ปี ผู้ก่ออาชญากรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมกลางกรุงยังลอยนวลพ้นผิด ชนชั้นนำยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่การเรียกร้องให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยยังคงดำเนินอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนคนทั่วไป เยาวชน และคนรุ่นใหม่เชื่อมั่นว่าระบอบการปกครองที่ดีจะนำมาซึ่งชีวิตที่ดีขึ้น แต่ผ่านมา 11 ปี การเรียกร้องประชาธิปไตยยังคงดำเนินต่อไป ความยุติธรรม ความเสมอภาค และความเท่าเทียมยังไม่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจ มองให้เห็นถึงรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งแล้วเร่งแก้ไข เริ่มต้นด้วยการสะสางความจริงการสลายการชุมนุมของ นปช.และการชุมนุมในหลายครั้ง ทำให้มนุษย์มีความเป็นคนเท่ากัน กฎหมายต้องเป็นใหญ่กว่าคนที่บังคับใช้กฎหมาย เคารพและรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย และหาทางออกร่วมกัน สร้างประเทศให้น่าอยู่สำหรับคนทุกรุ่น หากผู้มีอำนาจไม่เริ่มทำสิ่งเหล่านี้ กงล้อประวัติศาสตร์แห่งความสูญเสียจะหมุนกลับมาวนซ้ำ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนจะยังออกมาชุมนุม และในที่สุดจะเกิดความสูญเสียที่ไม่มีวันจบสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การรำลึกของ นปช.ทุกปี เป็นไปเพื่อระลึกถึงการต่อสู้ อีกนัยหนึ่งก็เพื่อกระตุ้นเตือนให้รัฐมอบความยุติธรรมในการสะสางความจริงให้ เมื่ออดีตคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพื่อทำปัจจุบันให้ดีขึ้น แต่รัฐไม่เคยเรียนรู้มัน ความขัดแย้งในสังคมก็จะยังคงดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่รุ่น ความยุติธรรมก็จะยังถูกตั้งคำถาม เพราะรัฐไม่เคยให้คำตอบ &amp;rdquo;นางสาวอรุณีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102800</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสลายชุมนุมเสื้อแดง, พรรคเพื่อไทย, อรุณี กาสยานนท์, เหตุการณ์สลายชุมนุมปี 53</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b37047591c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;งัดหลักฐานแจงยิบ&#039;อภิสิทธิ์&#039;ไม่ได้สั่งฆ่าปชช.เหตุสลายชุมนุมปี 53 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63- นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. เรื่องการสลายการชุมนุมทำให้คนเสียชีวิตว่า บุคคลกลุ่มที่ออกมากล่าวหาใส่ร้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นการสร้างวาทะกรรมเพื่อทำลายนายอภิสิทธิ์ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทั้งๆที่เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิสูจน์จากกระบวนการยุติธรรมจนสิ้นกระแสความว่านายอภิสิทธิ์ ไม่ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลักฐานจากรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ยืนยันชัดเจนในเรื่องการชุมนุมเมื่อ ปี 2553 การชุมนุมครั้งนั้นเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจน และในบริเวณการชุมนุมดังกล่าวก็มีกลุ่มชายชุดดำแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมมีการใช้อาวุธสงคราม รายงานของ คอป. มีรายละเอียดเป็นจำนวนมากที่ยืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่อยากจะชี้แจงให้เห็นคือมีข้อเท็จจริงอีกมุมหนึ่งที่สำคัญคือการพิสูจน์ความจริงผ่านกระบวนการยุติธรรม ที่มีการยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ ต่อศาลอาญาในข้อหาเจตนาฆ่าผู้ชุมนุม ได้ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการใช้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยต่างๆ เข้าปฏิบัติการผลักดันผู้ชุมนุม สลายการชุมชุม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 เป็นข้อหาที่หนักหนาเอาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เพราะไม่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ความหมายคือยกฟ้องตามศาลชั้นต้น คดีขึ้นสู่ศาลฎีกาศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตราม คดีนี้ยังไม่จบเหตุเพราะเมื่อคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญา อำนาจการพิจารณาคดีก็ตกไปอยู่กับ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจโดยตรง มีการยื่นคำร้องให้เอาผิดทั้งหมด 3 คน คือ 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า ผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. รับฟังเป็นยุติว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยให้เหตุผลไว้น่าสนใจคือ &amp;ldquo;อยู่ในช่วงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลว่าการชุมนุมของกลุ่มนปช. มิใช่การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ และมีบุคคลที่มีอาวุธปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมนปช. จึงมีเหตุจำเป็นที่ ศอฉ. ต้องใช้มาตรการขอพื้นที่คืน เพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมืองโดยมีคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำอาวุธติดตัว หากมีความจำเป็นสามารถนำมาใช้เพื่อระงับยับยั้งได้ไปตามสถานการณ์ หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือป้องกันตนเองได้ อันเป็นไปตามหลักสากล ตามนัยคำพิพากษาศาลแพ่ง ในคดีหมายเลขดำที่ 1433/2553&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุไว้ชัดเจนว่าทั้งนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพพล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา และศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้ในคดีเลขที่1699/2560 &amp;ldquo;ว่าการกระทำของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง&amp;rdquo; ก็เป็นข้อเท็จจริงที่สอดคล้องต้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องดังกล่าวนี้ควรจะยุติ เพราะได้ผ่านการค้นหาความจริงด้วยกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรที่จะมาใช้วาทะกรรมในการปลุกปั่นให้ประชาชนเข้าใจผิดในข้อมูล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรค ปชป. ระบุว่า ข้อเท็จจริงปรากฏผ่านกระบวนการยุติธรรมในหลายคดีเช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2560 คดีอาญาที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ &amp;ldquo;หน้าที่ 9 บรรทัดที่ 1-4 ระบุไว้ชัดตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ในตอนค่ำมีชายชุดดำใช้อาวุธปะปนอยู่ในกลุ่ม นปช. และซุ่มอยู่บนอาคารในบริเวณดังกล่าวด้วย มีการยิงกันด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด M79 จากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย มีเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก&amp;rdquo; นี่คือผลการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ชัดเจนตามคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำพิพากษาศาลฎีกา เลขที่ 6646-6674/2561 คดีแพ่งที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเผาอาคารพาณิชย์ของประชาชน ศาลพิพากษาให้แกนนำชดใช้ค่าเสียหาย 19,347,000 บาท โดยให้เหตุผลในหน้าที่54 บรรทัดที่ 6-10 ระบุเหตุผลไว้ชัดว่า &amp;ldquo;ผลแห่งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่อาคารและทรัพย์สินของโจทก์ทั้ง 4 ที่ถูกบุคคลผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช. วางเพลิงเผาทำลายนั้น เป็นผลที่เกิดจากคำปราศรัยของจำเลยที่ 6 &amp;nbsp;ถึง ที่ 8 โดยเข้าลักษณะเป็นผู้ยุยงส่งเสริมในการละเมิดของบุคคลผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช. ที่ร่วมกันเผาอาคาร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66157</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายราเมศ รัตนะเชวง, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปชป., เหตุการณ์สลายชุมนุมปี 53</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7c0676bc65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
