<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอนก &#039;ลั่น&#039;อว.&#039;พร้อมเป็นกองทนุนระดมเทคโนโลยี ช่วยเหลือสถานการณ์ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7ก.ค.64- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตนได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ของ อว. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความรุนแรงจากเหตุระเบิดที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ต.ราชเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดย อว. ได้ระดมเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาร่วมดูแลสถานการณ์นี้ เช่น ให้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแบบทันต่อสถานการณ์ แผนที่แบบละเอียดถึงบริเวณเสี่ยง รวมทั้งทิศทางลม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ซึ่งล่าสุดได้เปิดเผยแผนที่ละเอียดการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของชุมชนบริเวณรอบๆ โรงงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และประชาชนเข้าใจ สามารถประเมินสถานการณ์ของโรงงาน ชุมชน หมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงได้ในเบื้องต้น หรือเตรียมการเคลื่อนย้ายได้ทันการณ์ นอกจากนี้ ยังได้ให้การสนับสนุนทีม &amp;ldquo;Novy โดรน&amp;rdquo; สตาร์ทอัพผู้ให้บริการโดรนเพื่อการเกษตร ที่สนับสนุนโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้เข้ามาร่วมทีมเฉพาะกิจ โดยการปล่อยโดรนบินเพื่อหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมีที่อยู่ใต้ดิน จนพบจุดสำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงฉีดโฟมเข้าสกัด และปิดวาล์วดังกล่าวได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้เข้ามาเป็นหน่วยให้ข้อมูลชนิดของสารเคมี ความเสี่ยง อันตราย ข้อควรระวังต่างๆ โดยเฉพาะการป้องกันและการทำงานสะอาดหากมีการสัมผัสสารสไตรีนโมโนเมอร์ (styrene monomer) และยังมีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ให้ข้อมูลความปลอดภัยทางรังสีจากการเข้าไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลใบอนุญาติมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีของโรงงานในบริเวณนั้นแล้ว พบว่าทั้งโรงงานหมิงตี้ฯ และโรงงานที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยรัศมี 5 กม.โดยรอบไม่มีการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี อีกทั้งรายงานตรวจวัดปริมาณรังสีในอากาศจากสถานีเฝ้าระวังทางรังสียังพบว่าอยู่ในระดับปกติอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น อว. ได้เตรียมการให้โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินหากมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องมือพร้อมในการดูแลในสถานการณ์ขนาดใหญ่ รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในพื้นที่ ก็ได้จัดเตรียมอาคารสถานที่ไว้รองรับ หากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายหรืออพยพคนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงออกมา ในส่วนของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรที่มีที่พักอาศัยหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียง ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ และจุดอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้เตรียมการที่จะดูแลให้สถานที่และที่พักสำหรับผู้ได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108944</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, เหตุการณ์ไฟไหม้, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076951a5e765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
