<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ยังตรึงพื้นที่เหตุปะทะเดือด โจรใต้ดับ 7 ศพ วางกำลังป้องกันขั้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63 - จากกรณีเหตุปะทะในหมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต ร่วม 7ราย เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งเตือนหน่วยความมั่นคงใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ใน จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด ได้แจ้งหน่วยงาน จนท.สามฝ่าย ในพื้นที่ให้มีการสนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้ ระดมกำลังเพิ่มมาตรการณ์เข้มงวดในการตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิด ที่ผ่านเข้า-ออกทางจุดตรวจต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้มีการเพิ่มความเข้มงวดเส้นทางเข้าเมืองปัตตานี 4 มุมเมืองเป็นหลัก รวมทั้งตั้งจุดตรวจรอง&amp;nbsp;จุดตรวจสกัดเฉพาะกิจเสริมอีกทางหนึ่งด้วย และมีการวางกำลังจุดตรวจร่วมตำรวจทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ตามแยกต่างๆ โดยด่านตรวจค้นต่างๆในจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ให้มีการตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดปัตตานีอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มีการตรวจตามบ้านต่างๆบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าวเช่นกัน เพื่อป้องกันการลอบเข้ามาก่อเหตุ หวังตอบโต้เจ้าหน้าทีในพื้นที่ ซึ่งได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่เกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งข่าวแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายมีการเคลื่อนไหวในการที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้ &amp;nbsp;จนท.ของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับความคืบหน้าหลังจากเหตุปะทะยืดเยื้อ 3 วัน เจ้าหน้าที่ได้วิสามัญคนร้ายรวม 7 ศพนั้น แม้ว่าเสียงปืนได้สงบลงแล้ว จนขณะนี้เข้าเป็นวันที่ 4 จนท.ยังคงมีการควบคุมพื้นที่โดยรอบ แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลังกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ตามยุทธวิธี โดยตรวจค้นตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่เกิดเหตุในรัศมี 1-5 กิโลเมตร เพื่อตรวจค้นและหาหลักฐานอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าในพื้นที่จุดปะทะไม่มีคนร้ายหลบซ่อนอยู่อีก หรือจนกว่าแน่ใจแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นปลอดภัยแล้ว จึงจะถอนกำลังออกจนท.ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74703</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, วิสามัญคนร้าย, เหตุปะทะกับคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a328a37e68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะเดือด! จนท.เด็ดหัวโจรใต้ 2 ศพ ยังหลบหนีอีก 3 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63 - จากกรณีเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้ายในพื้นที่ป่าละเมาะในหมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ขณะเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเข้าปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งเหตุปะทะครั้งนี้ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา 1 นายและ รพ.ยะรัง จ.ปัตตานี 2 นาย ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว เบื้องต้นหลังการปะทะเจ้าหน้าที่ยึดที่พักพิงและอุปกรณ์สนามจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุปะทะเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 สค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. พลตรีปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการ กองทัพภาคที่ 4 ในฐานะโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมรับฟังการรายงานสถานการณ์จาก พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พร้อมเปิดเผยว่า สถานการณ์ยังคงมีการปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลังเหตุปะทะครั้งแรกทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งในเวลานั้นพบว่าคนร้ายมีด้วยกัน 5 คนพร้อมอาวุธครบมือ สามารถหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเสริมกำลังเข้าปิดล้อมอย่างหนักเพื่อกดดันและช่วงที่มีการเจรจาให้คนร้ายออกมามอบตัวนั้น ปรากฏว่าเกิดการยิงปะทะขึ้นอีกครั้งที่ 2 กินเวลาร่วม 15 นาที เมื่อเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปเคลียร์พื้นที่ได้ในช่วงนั้นเพราะไม่แน่ใจว่า คนร้ายหลบซ่อนตัวจุดไหนเนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็นทุ่งนาและมีป่าละเมาะสูงและคนร้ายอาจจะฉวยโอกาสยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับเสมอว่าขอให้ปฏิบัติภารกิจจากเบาไปหาหนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการกระชับพื้นที่และกดดันต่อเนื่องเพื่อหวังให้คนร้ายมอบตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ชุดปฏิบัติการณ์จู่โจมได้เข้าไปเคลียร์พื้นที่จุดปะทะ ปรากฏว่าพบคนร้ายถูกวิสามัญ 2 ศพ พร้อมยึดอาวุธปืนคนร้าย 2 กระบอก ประกอบด้วย ปืนอาการ์ และปืนสั้น ขนาด 9 มม. จึงได้ประสานไปยังแพทย์ รพ.ยะรัง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าทำการชันสูตรพลิกศพ และจากการตรวจสอบของผู้ตายทั้ง 2 ศพทราบชื่อ นายมะสุกรี สารูเมาะ และนายอันวา กอแล แต่อย่างไรก็ตาม การปิดล้อมยังคงดำเนินต่อไปตามยุทธวิธี เพราะเชื่อว่า ยังคงมีคนร้ายที่เหลืออีก 3 คนหลบหนีอยู่ในพื้นที่นี้ และไม่สามารถหนีไปไหนได้ไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงตรึงพื้นที่และปิดล้อมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นการปฏิบัติต่อเนื่องของชุดจรยุทธในการไล่ล่ากลุ่มก่อความสงบที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดชุดคุ้มครองครูเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา รวมไปถึงการดำเนินการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายเพื่อกดดันและปิดช่องว่างไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบหรือแนวร่วมมีโอกาสออกมาก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4, จ.ปัตตานี, วิสามัญคนร้าย, เหตุปะทะกับคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f368b06ecab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘PERMAS’ผวา ‘บีอาร์เอ็น’แค้น เอาคืนถูกยิงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.ที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะกับคนร้ายที่ จ.ปัตตานี &amp;nbsp;&amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า&amp;quot; ยันปฏิบัติหน้าที่ตาม กม. หลัง ปชช.แจ้ง 3 คนร้ายประวัติก่อเหตุรุนแรงเข้าพื้นที่ &amp;quot;กลุ่มเปอร์มัส&amp;quot; ห่วงบีอาร์เอ็นล้างแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานให้แก่ ส.ต.ท.กวินทร์ ไชยนุราช ผบ.หมู่ กก.ปพ.ภ.จว.ปน. ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จว.ปน. ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.6 บ้านปะกาลือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) แถลงชี้แจงเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะกับคนร้ายในพื้นที่บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ว่าเมื่อวันที่ 30 เม.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบเพื่อบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ซึ่งปัจจุบันอาการปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบคนร้ายเสียชีวิต 3 ราย สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้จำนวน 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืนลูกซอง ปืนเล็กยาว เอเค 102 และปืนพกขนาด 38 สำหรับอาวุธที่ตรวจยึดได้ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จะนำไปตรวจสอบประวัติและความเชื่อมโยงทางคดีที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย พบมีประวัติหมายจับรวม 10 หมาย ก่อคดีที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.นายยูโต๊ะ แมะตีเมาะ บุคคลตาม ป.วิอาญา 7 หมายที่สำคัญจากเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนเมื่อปี 2559 และเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4303 เมื่อปี 2560&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 2.นายมะตามีซี สาอิ บุคคลตามหมายจับคดีปล้นร้านทองสุธาดา อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 และ 3.นายอับดุลอาซิ ปากียา บุคคลตามหมายจับจากเหตุระเบิดห้างบิ๊กซีปัตตานีเมื่อปี พ.ศ.2560 ทั้ง 3 คนยังเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุโจมตีจุดตรวจบ้านกอแล และอำเภอเมืองฯ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีที่กลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คนได้ก่อขึ้นล้วนเป็นคดีที่มีความรุนแรง อุกฉกรรจ์ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนรวมทั้งผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของวางระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน คดีวางระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี คดีปล้นร้านทองในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา&amp;quot; พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ส่วนหน้ายืนยันว่า การปฏิบัติในครั้งนี้เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับอาชญากรที่กระทำผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนและความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติได้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนแจ้งข่าวพบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้กำลังเข้าพิสูจน์ทราบ แต่ถูกกลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่ จึงได้เกิดการปะทะและเกิดการสูญเสียดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.00 น. พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้านปะการือสง และบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมวัตถุพยานรวมไปถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีบุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้เสียชีวิต 3 คนอยู่ หรือเคยมาบ้านหลังนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุปะทะ ซึ่งผลการตรวจค้นพบเป้สนาม 3 ใบ ภายในบรรจุอุปกรณ์ยังชีพ และพบปลอกกระสุนต่างๆ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มสหพันธ์นิสิต นักศึกษา นักเรียน และเยาวชนปาตานี Permas ได้ออกหนังสือแถลงการณ์เปิดผนึกขอให้คู่สงครามเคารพหลักมนุษยธรรมในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า ได้รับข่าวดีเมื่อ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทย ได้ประกาศต่อสาธารณชนถึงการยุติกิจกรรมทางอาวุธชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 ได้อย่างสุดความสามารถบนเงื่อนไขว่าต้องไม่ถูกโจมตีจากรัฐไทยก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย.เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้เข้าโจมตีกองกำลังปฏิวัติแห่งชาติปาตานี ณ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เสียชีวิต 3 ราย &amp;nbsp;สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS เป็นองค์กรเคลื่อนไหวการเมืองของเยาวชนปาตานี ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าจะเกิดการตอบโต้กลับของ BRN เนื่องจากรัฐไทยได้ละเมิดเงื่อนไขสำคัญในการยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธของ BRN
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น PerMAS จึงเสนอข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.ขอให้รัฐไทยยกเลิกนโยบายปราบปรามและยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธทุกกรณี และหันมาแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมือง โดยสันติวิธี 2.ขอให้ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทย อดทนอดกลั้น และไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการแก้ปัญหาไวรัส COVID-19 3.ขอเรียกร้องให้ ส.ส.ปาตานีผลักดันให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการแก้ปัญหาปาตานีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, จนท.ที่บาดเจ็บ, บีอาร์เอ็น, พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหตุปะทะกับคนร้าย, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac1eca46ebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
