<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วมุ้งมิ้งสาดสีตร. เอาคืนสลายม็อบหน้าสภา25พ.ย.ลุยสนง.ทรัพย์สินฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตร.สรุปเหตุผู้ชุมนุมปะทะกันหน้ารัฐสภา เจ็บ 55 ราย ถูกยิง 2 ราย แจงภาพยาเสพติดในรถตู้อาจถูกนำมาวางภายหลัง ตร. 7 นายตรวจสารเสพติดผลเป็นลบ ให้ไปแจ้งความแล้ว &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เห็นใจ ตร.ทำหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม แต่มีการใช้กำลังจนได้รับบาดเจ็บ ลั่นใครทำผิด กม. ตามได้ทุกคน&amp;nbsp; สั่งให้บังคับใช้ กม.เข้มงวด โอดกระทบความเชื่อมั่นการลงทุน &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; โทษ ตร.ใช้ความรุนแรงก่อน &amp;quot;พท.&amp;quot; จี้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; รับผิดชอบด้วยการลาออก โถ! กิจกรรมแบบเบิ้มๆ ม็อบ 3 นิ้วแค่หมื่นคน พ่นสีสเปรย์ตามพื้นถนน สาดสีใส่ป้ายและกำแพง ตร. เขียนข้อความหยาบคายระบายความโกรธ นัดบุกสำนักทรัพย์สินฯ 25 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 18 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงสรุปสถานการณ์ชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา และการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุมในวันเดียวกัน โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า แนวทางการปฏิบัติในวันนี้ ตร.ให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมที่ถูกกฎหมาย และทำหน้าที่ปกป้องความสงบเรียบร้อยของสังคม อะไรที่ทำให้สังคมไม่สงบเรียบร้อย ตำรวจมีหน้าที่ระงับยับยั้งเหตุ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเป็นขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ตำรวจไม่มีการใช้กระสุนยาง กระสุนจริงในปฏิบัติงานแต่อย่างใด สำหรับยอดความเสียหายที่เกิดขึ้น มีรถฉีดน้ำสกัดผู้ชุมนุม 4 คัน, รถน้ำ 2 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหา 2 คัน, รถบัส 3 คัน, รถตู้ 13 คัน, รถกระบะ 3 คัน และรถอเนกประสงค์ 3 คัน ซึ่งวันนี้ทางกองพิสูจน์หลักฐานจะทำการตรวจพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะรถฉีดน้ำแรงดันสูง (จีโน่) ซึ่งมีราคาแพง เป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้ถูกทำลายด้วยการตัดแผงวงจรควบคุม มีการนำทราย เศษอาหาร เศษเหล็กไปใส่ไว้ในเครื่องยนต์กลไก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า จากการประสานกับศูนย์เอราวัณ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะทั้งหมด 55 คน นอกจากนี้ยังมีกรณีผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมถูกยิงจำนวน 2 ราย มาจากกลุ่มทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งกลุ่มราษฎรถูกยิงที่ต้นขาซ้าย และอีกกลุ่มที่ถูกยิงบริเวณสะโพกขวา ส่วนปลอกกระสุนปืนที่ถูกเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ยังไม่มีใครส่งมอบให้ตำรวจ ซึ่งหากประชาชนพบหลักฐานใดในพื้นที่ชุมนุม สามารถนำส่งให้เจ้าพนักงานท้องที่ได้ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลางได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวด้วยว่า กรณีที่พบมีภาพยาเสพติดอยู่ในรถตู้ตำรวจที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ได้นำตำรวจทั้ง 7 นายที่โดยสารรถคันนี้ไปตรวจทดสอบสารเสพติดแล้ว ซึ่งพบว่าทั้งหมดผลเป็นลบ ไม่พบสารเสพติด ได้มีการตรวจสอบรถคันดังกล่าว พบว่าสิ่งของสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัวสูญหายหมด เหลือเพียงยาเสพติดอยู่ตามภาพเท่านั้น เชื่อได้ว่าวัตถุยาเสพติดนั้นอาจถูกนำมาวางภายหลัง ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้นำยาเสพติดเข้าไปในการชุมนุมและการปฏิบัติหน้าที่ เบื้องต้นได้ให้ตำรวจทั้ง 7 นายแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.พื้นที่ ในข้อหาทำให้ทรัพย์สินส่วนราชการเสียหาย และทรัพย์สินส่วนตัวสูญหาย
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ซัดม็อบใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ตำรวจไม่เข้าควบคุมสถานการณ์มีมวลชน 2 กลุ่มมาปะทะกันบริเวณแยกเกียกกาย พล.ต.ต.ปิยะได้อธิบายเรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่มวลชนกลุ่มราษฎรฝ่าแนวตำรวจ จนตำรวจต้องถอยร่นมาอยู่ด้านหน้ารัฐสภา ส่วนจุดที่มีการปะทะกันอยู่ห่างจากจุดชุมนุมแยกเกียกกาย 300 เมตร เรามีเจ้าหน้าที่จำนวนจำกัด และมีผู้ชุมนุมพยายามจะเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งตำรวจต้องควบคุมดูแลพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นหลัก เนื่องจากเป็นจุดสำคัญของประเทศ มีความจำเป็นต้องใช้กำลังไปรักษาพื้นที่ในจุดนั้น มันเป็นพื้นที่กว้าง เราไม่สามารถดูแลทุกๆ ตารางนิ้วได้ แต่เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมจากสื่อต่างๆ และการรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พบปะหารือกันเพื่อหาแนวทางที่ปลอดภัยให้กับคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย และให้ความเป็นธรรมในเรื่องของสิทธิการชุมนุม ก็ขอให้ทำถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งเรื่องการขออนุญาต การอนุมัติ และจะต้องไม่มีการใช้ความรุนแรง ท่านก็เห็นแล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด ทั้งนี้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะพิจารณาเองในการดำเนินการ ส่วนเรื่องในสภาก็เป็นเรื่องของสภา ตนเป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งรัฐบาลนี้มีหน้าที่ในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะแก้อย่างไรให้ว่ากันมา ไม่ใช่ว่านายกฯ จะไปสั่งใครได้ทั้งหมด เป็นเรื่องกลไกของรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ดูสถานการณ์น่าจะทวีความรุนแรงขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่า ก็นั่นน่ะสิ ทุกคนก็เห็นอยู่ เพราะฉะนั้นความเข้มข้นและเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องมีมากขึ้น เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ต้องไม่มีการใช้ความรุนแรงใส่กัน แต่วันนี้มีประจักษ์พยานชัดเจน มีรูปถ่ายทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ วันนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะเขาพยายามที่จะทำด้วยความนุ่มนวลละมุนละม่อม แต่ก็มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บหลายนาย ก็ขอให้เข้าใจว่าสถานการณ์จำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจจะทำไม่ได้ในระหว่างที่มีการชุมนุมที่มีคนจำนวนมาก แต่กฎหมายสามารถตามได้ทุกคนที่กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวตอบทันทีว่า &amp;quot;ไม่มี ไม่จำเป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่น ต่อไปใครจะไปจะมา หรือใครจะกล้าเข้ามาลงทุนถ้ายังมีการใช้ความรุนแรงเป็นอยู่แบบนี้ ความเชื่อมั่นของเราในสายตาต่างประเทศก็ลดลง และทำให้การค้าระหว่างประเทศต่อไปจะทำกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราจะต้องเร่งเสริมในเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คนที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่า เราต้องคำนึงถึงคนทั้งประเทศด้วย เขาเดือดร้อนมากในเรื่องของความเป็นอยู่ อาชีพรายได้ ซึ่งรัฐบาลกำลังหามาตรการดูแลอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายกฯ ถึงกับร้องอ้าว พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;นี่ไงทำงานมาให้ถึงวันนี้ การที่จะบริหารราชการแผ่นดิน มันต้องใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้ มันไม่ใช่&amp;quot;
ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าอาจมีการยกระดับการชุมนุมเพื่อเพิ่มแรงกดดันไปที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ให้ลาออกจากตำแหน่งตามข้อเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องกี่ข้อก็ต้องไปดู สื่อต้องหารายละเอียดบ้างว่า แต่ละข้อเรียกร้องทำได้หรือไม่ได้ หรือทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทำแล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะว่าอย่างไร ตนก็ต้องพิจารณาจากหลายมิติ และหลายประเด็น ตนไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ไม่ว่าจะอย่างไรสังคมจะไม่ทำตามข้อเรียกร้องโดยเฉพาะข้อที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของสังคม จะมาถามอะไรผม ไม่ว่าผมจะมั่นใจหรือไม่มั่นใจ อยู่ที่คนไทยทั้งประเทศ คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า เป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมด เพราะเราเป็นประเทศประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นอะไรก็ตามต้องอยู่ภายในกรอบและกลไก และกระบวนการที่ถูกต้อง ตนยืนยันในหลักการของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราไม่อยากให้เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเสียใจกับผู้บาดเจ็บทุกคน และอยากให้ชุมนุมโดยสันติ ลดอารมณ์ลงมา ส่วนความคิดต่างเกิดขึ้นได้ แต่อย่าใช้อารมณ์ ตนก็เป็นห่วงการเผชิญหน้ากัน และฝากเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด และไม่อยากให้มีการใช้อาวุธอะไร กรณีที่มีข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมสองฝ่ายปะทะกัน เจ้าหน้าที่ก็ดูแล แต่ผู้ชุมนุมมีหลายฝ่าย หลายข้าง และไม่รู้จะเกิดขึ้นตรงไหน ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ จะขยายเวลาต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 45 วัน ว่ารัฐบาลไม่เคยคิดที่จะปราบปรามคนไทยด้วยกันเอง เราพยายามรักษากฎหมาย เคารพกฎหมายด้วยกันทุกฝ่ายเพื่อผ่านไปให้ได้ เหตุการณ์ปะทะกันตนมีความเป็นห่วงอย่างมาก ขออย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยกันทุกๆ คนในขณะที่มาชุมนุม และพยายามชุมนุมกันด้วยความสงบก็เข้าใจ แต่ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่ด้านหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่าเมื่อไหร่ที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงก่อนก็มีแต่ความรุนแรงที่ตอบกลับมา ส่วนผู้ชุมนุมพยายามตัดรั้วลวดหนามและทำลายแบริเออร์ ก็เป็นธรรมชาติของการชุมนุมทางการเมืองที่มีการตั้งเป้าว่าจะมาที่อาคารรัฐสภา แต่เมื่อมีการขวางก็พยายามหาทางมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นการชุมนุมใช้กดดันผู้มีอำนาจไม่ได้ กรณีการปะทะกันระหว่างกลุ่มราษฎรกับกลุ่มเสื้อเหลืองตำรวจอยู่ที่ไหน ทำไมปล่อยให้มีการปะทะขึ้น เราเห็นความหย่อนยานการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพบอุปกรณ์เสพยาไอซ์บนรถตำรวจ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นของตำรวจ แต่เมื่อปรากฏบนรถตำรวจ ทางตำรวจต้องรีบหาคำตอบให้กับสังคมที่ตั้งคำถาม ซึ่งรูปที่ปรากฏเจ้าหน้าที่ของตนเป็นคนถ่ายเอง ไม่ใช่เอามาจากอินเทอร์เน็ต ส่วนที่มองว่าเป็นการจัดฉาก ตนก็อยากเชื่อแบบนั้น แต่มีปรากฏภาพแบบนั้น คำถามคือเราจะปล่อยผ่านหรือให้ตำรวจหาคำตอบเพื่อสร้างความกระจ่าง และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่คงไม่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ระหว่างการควบคุมการชุมนุม
พท.จี้นายกฯ รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการถอนกำลังออกและปล่อยให้มวลชน 2 กลุ่มปะทะกันจนเหตุการณ์บานปลาย ทำให้เกิดความสงสัยในความสองมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ที่จงใจเติมฟืนเข้ากองไฟ โดยเฉพาะการปล่อยให้ม็อบชนม็อบ มีการใช้กำลังและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนจริงด้วย ที่สำคัญมีเด็กและเยาวชนร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย เรื่องดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จนทำให้องค์การระหว่างประเทศต้องออกมาเรียกร้องการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยแก่เยาวชน รัฐมีหน้าที่ในการปกป้องและคุ้มครองผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอประณามการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุจนมีผู้บาดเจ็บ ทั้งในคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องและตั้งกระทู้ถามในสภา จะไม่ยอมปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เพราะเป็นเรื่องของชีวิตผู้คน&amp;rdquo; น.ส.อรุณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวเช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ข่าวการทำร้ายผู้ชุมนุมได้กระจายไปทั่วโลก ได้ทำลายความหวังของประเทศไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างหมดสิ้น คงไม่มีนักลงทุนจากประเทศไหนอยากจะมาลงทุนในประเทศที่มีรัฐบาลที่ป่าเถื่อน พล.อ.ประยุทธ์หมดความชอบธรรม ต้องไม่เป็นนายกฯ อีกต่อไปประเทศไทยถึงจะเดินหน้าได้ ในระหว่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องออกจากตำแหน่งนายกฯ ไป เพราะไม่มีใครเชื่อถือแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมและประชาชนที่เห็นต่างทุกฝ่ายควรเคารพสิทธิและเสรีภาพในความคิด ความเชื่อและการแสดงออก หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันที่สร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชัง รัฐบาลต้องเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้แนวทางสันติวิธีในการเจรจาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างเป็นธรรมกับผู้ชุมนุมทุกฝ่าย ควรนำมาตรฐานสากลมาปรับใช้ตามสมควรแก่กรณี ควรเร่งเยียวยาทุกฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรวดเร็วและเสมอภาค เพิ่มมาตรการป้องกันการปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุม เร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บมาดำเนินคดีโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มไทยภักดีออกแถลงการณ์ว่า จากเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. กลุ่มไทยภักดีได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งการขออนุญาตและพื้นที่อนุญาตให้ชุมนุม ม็อบคณะราษฎรนอกจากไม่ได้ขออนุญาตแล้วยังเป็นการชุมนุมยั่วยุเพื่อให้เกิดความรุนแรง ทำร้ายประชาชนใส่เสื้อเหลือง ใช้อาวุธปืนยิง ใช้ระเบิดควัน หวังไปสู่การเกิดจลาจล การวินาศกรรม และจบด้วยสงครามประชาชน เพื่อนำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ จึงขอเรียกร้องเคารพความศรัทธาของประชาชนผู้เห็นต่าง โปรดหยุดยั่วยุในสิ่งที่จะทำให้เกิดความรุนแรง และใช้แนวสันติจริงๆ ในการต่อสู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้เตรียมความพร้อมที่กลุ่มมวลชนจะบุก ตร. จัดกิจกรรมแบบเบิ้มๆ เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่จากเหตุปะทะกันที่รัฐสภา โดยภายใน ตร.ได้เสริมแนวลวดหนามหีบเพลงเพิ่มเติม และเตรียมแท่งปูนแบริเออร์ 3 คันรถ ใช้ปิดกั้นจุดที่อาจมีการเผชิญหน้า ส่วนบริเวณพื้นที่ประตูทางออกฝั่งถนนพระรามที่ 1 ได้นำรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน และปิดประตูทางเข้า-ออกทั้งหมด และให้เข้า-ออกทางเดียว ประตูฝั่งถนนอังรีดูนังต์ นำรถบรรทุก 10 ล้อปิดทางเข้า-ออก พร้อมกับยกดัมพ์เพื่อป้องกันสิ่งของที่มวลชนจะโยนเข้ามา ยังมีการวางกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ภายใน ตร. 14 กองร้อย และมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ และเจ้าหน้าที่ภายใน ตร.ออกจากพื้นที่ก่อนเวลา 14.00 น. และยังมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนไว้อีก 6 กองร้อย
3 นิ้วนัดบุกสาดสีใส่ ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในช่วงเช้า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมกับ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนคณะราษฎร 2563 ช่วงบ่าย เริ่มทยอยเข้าพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ โดยมีรถกระบะหลายคันติดลำโพงกระจายเสียง พร้อมมวลชนของเสื้อแดง เข้าจับจองพื้นที่ด้านหน้าฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ กระทั่งเวลา 15.50 น. มวลชนได้ลงถนนเพื่อปิด 4 แยกราชประสงค์ ส่งผลให้การจราจรติดขัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา? 15.55 น.? หลังจากมวลชนลงถนนราชดำริ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง? ผกก.สน.ลุมพินี ได้เข้ามาเจรจากับการ์ดผู้ชุมนุม เพื่อขอให้เปิดทางจราจรสำหรับระบายรถ พร้อมกับนำประกาศคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะมาแจ้งให้กับตัวแทนการ์ดผู้ชุมนุม ให้เลิกการชุมนุมในเวลา 16.15 น. โดยระหว่างที่มีการอ่านคำสั่งเจ้าพนักงาน? มวลชนต่างตะโกนขับไล่และด่าทอว่าเป็นขี้ข้าเผด็จการเป็นระยะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ขึ้นปราศรัยว่า ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยในการชุมนุมในวันนี้ เท่าที่ทราบข่าว ตร.เตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้หลายคัน ยี่ห้อจีโน่ เมื่อวานก็เดี้ยงไปหลายคัน วันนี้ถ้าออกมา เราก็จะสู้กับเจ้าจีโน่ และจะจัดให้หนักกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชณะที่ผู้ชุมนุมได้ใช้รถยนต์ขนน้ำเปล่า? นมสด? ตลอดจนเสื้อกันฝน?เข้ามาในพื้นที่ชุมนุมสี่แยกราชประสงค์? พร้อมกับแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุม?เพื่อเตรียมพร้อมกรณีหากเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. แกนนำ อาทิ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ เดินทางมาสมทบกับมวลชนราษฎร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.30 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้เดินทางมาตรวจกำลังและรับฟังแผนรับมือการชุมนุมจาก พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง รอง ผบก.น.5 ภายใน ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 17.50 น. มวลชนที่อยู่บริเวณแยกราชประสงค์ เริ่มทยอยเดินเท้าบนถนนพระราม 1 และบนสกายวอล์กมุ่งหน้าไปสู่หน้า ตร. เพื่อทำกิจกรรมตามที่แกนนำประกาศให้เตรียมน้ำและสีมาให้พร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ใช้โทรโข่งแจ้งต่อมวลชนที่ชุมนุมบริเวณประตูติดกับสำนักเลขานุการ ตร.ว่า &amp;quot;ขอให้กลับไปชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ เพราะตรงนี้ใกล้กับโรงพยาบาลตำรวจ ถ้าใครโยนระเบิดหรืออะไรเข้าไปก็จะโทษพวกเราที่ชุมนุมอย่างสงบได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอรรถพล บัวใหญ่ หรือครูใหญ่ กล่าวว่า วันนี้เราจะไปค้างคืนที่ ตร. เราจะมาทำให้เปียกโดยทั่วกัน ถือเป็นน้ำใจของประชาชนที่หยิบยื่นให้กับตำรวจ เราเห็นตำรวจเป็นเพื่อนร่วมชาติ และไม่เคยคิดจะทำร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภาณุพงศ์ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า &amp;quot;วันนี้ผมจะเป็นแนวหน้าให้ดู สะกดคำว่าถอยไม่เป็นแน่นอน&amp;quot; จากนั้นนายภาณุพงศ์ได้นำมวลชนเดินทางไปที่ ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเคลื่อนขบวนมวลชนไปหน้า ตร. ทางแกนนำได้ให้มวลชนเตรียมพร้อมเรื่องอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตา โดยเฉพาะน้ำเปล่า นอกจากนี้ยังเตรียมปืนฉีดน้ำที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองไว้ยิงตอบโต้รถฉีดน้ำด้วย
นัด 25 พ.ย.บุกสำนักทรัพย์สินฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภายใน ตร. พบว่าทั่วบริเวณภายในได้มีการปิดไฟเพื่อไม่ให้กลุ่มมวลชนทราบความเคลื่อนไหวตามยุทธวิธี ขณะที่กลุ่มมวลชนที่อยู่บนสกายวอล์กได้พยายามส่องไฟฉายและเสียงเลเซอร์รบกวนเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.00 น. ขณะแกนนำกลุ่มราษฎรได้นำมวลชนเคลื่อนย้ายจากแยกราชประสงค์ไปยังตลอดเส้นทาง ผู้ชุมนุมได้ใช้สีสเปรย์พ่นตามพื้นถนนกำแพงของ ตร. เสาสกายวอล์ก ด้วยข้อความต่างๆ เต็มไปหมด อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภาณุพงศ์ได้นำมวลชนเดินเลี้ยวซ้ายมาปักหลักปราศรัยด้านข้าง ตร. ฝั่งถนนอังรีดูนังต์ ประกาศล้อมเจ้าหน้าที่ด้านในไว้เพื่อรอปฏิบัติการเอาคืน จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฉีดน้ำสลายชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมมาถึงประตูทางเข้าฝั่งถนนอังรีดูนังต์ ได้ตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคายว่าเป็น &amp;quot;ลูกกะหรี่&amp;quot; พร้อมกับใช้เลเซอร์ส่องรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะภายใน ตร.ปิดไฟทั่วบริเวณ และพยายามยั่วยุอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางเข้าประตูดังกล่าวเจ้าหน้าที่ใช้แบริเออร์ปูนกีดขวางพร้อมลวดหนามหีบเพลงและแผงหล็ก โดยมีรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้เตรียมความพร้อม สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นมาเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.50 น. ผู้ชุมนุมต่างสาดสีที่เตรียมมาบนป้าย ตร. และบนพื้นผิวถนน รวมถึงเสา กำแพงสองข้างทาง พร้อมถ้อยคำหยาบคาย ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนปาสีข้ามรั้วกำแพง ตร. เนื่องจากรู้สึกโกรธแค้นเจ้าหน้าที่ที่ฉีดน้ำสีใส่ที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางการโห่ร้องให้เอาอีกๆ ของผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.18 น. ภายหลังเทสี ปาสี สาดสี ใส่ป้าย ตร.และพื้นที่รอบข้างจนเป็นที่พอใจแล้ว แกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยนายภาณุพงศ์ จาดนอก ประกาศนัดมวลชนไปเจอกันวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อทวงคืนภาษีของเราโดยให้เตรียมตัว ป้องกันตัว จัดเตรียมหน้ากากแก๊สน้ำตา พร้อมประกาศยุติชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายอานนท์ นำภา โพสต์ว่า ประกาศราษฎร&amp;nbsp; 25 พฤศจิกายนนี้ เจอกันที่ &amp;ldquo;สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสารเสพติด, ผู้ชุมนุมปะทะกัน, สาดสี, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหตุผู้ชุมนุมปะทะกันหน้ารัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb537c8c2402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
