<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยผลตรวจกระสุนปืนคนร้ายยิงรถสินค้าที่สายบุรีดับ 3 ศพ โยงกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่กว่า 5 คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืบหน้าเหตุยิง-เผารถขนส่งสินค้าที่สายบุรี จ.ปัตตานี&amp;nbsp;จนมีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย ล่าสุดผลการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ ชี้ชัดเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่พบใช้ก่อเหตุมาแล้วกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คดี ขณะที่กลุ่มแนวร่วมขบวนการออกมาปฏิเสธ บิดเบือนใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ หวังสร้างความแตกแยกในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - พันเอกเกียรคิศักดิ์&amp;nbsp;ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;และมีการประณามพฤติการณ์ของกลุ่มร้ายที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ในวงกว้าง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนขยายผล โดยเฉพาะการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน โดยใช้รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน กำลังขยายผลติดตามตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระบอกในการก่อเหตุ ประกอบด้วย อาวุธสงคราม ปืน&amp;nbsp;AK 102 , M 16&amp;nbsp;และ ปืนสั้นขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระบอก ใช้กระสุนรวมกันถึง&amp;nbsp;52&amp;nbsp;นัด โดยเฉพาะ ปืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;AK 102&amp;nbsp;ที่มีประวัติใช้ก่อเหตุมาแล้ว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คดี ที่สำคัญประกอบด้วย คดีกราดยิงสถานียุทธศาสตร์มะนังดำลำ ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.พ.61,&amp;nbsp;คดียิงนาย คอเดร์ มะแดเสียชีวิตในร้านน้ำชาที่ ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คดียิงรถบรรทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้อ ส่งสินค้าเหตุเกิดในพื้นที่ ตงละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;และยิงทหารพรานได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต.ค.63&amp;nbsp;ส่วน ปืนสั้น อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระบอก ใช้ก่อเหตุรวมกัน 8&amp;nbsp;คดี เป็นเหตุการณ์ความมั่นคง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คดี ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมขบวนการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ที่ได้ปฏิบัติการตอบโต้เจ้าหน้าที่ จากกรณียิงปะทะกลุ่มคนร้ายที่ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลูโบะบายะ ในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จนคนร้ายเสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน และถูกจับได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน เมื่อช่วงค่ำของวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ฝั่งแนวร่วมขบวนการ ได้ออกมาปฏิเสธการกระทำดังกล่าวทันที โดยได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์อ้างว่า กลุ่ม&amp;nbsp;BRN&amp;nbsp;เพิ่งสูญเสียทหารในการปฏิบัติการที่ผ่านมา และอยู่ในช่วงไว้อาลัยให้ครบ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน และมีคำสั่งให้หน่วยกำลังหยุดปฏิบัติการในห้วงเวลาดังกล่าว พร้อมได้บิดเบือนให้เข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำ เพื่อหวังใส่ร้ายเจ้าหน้าที่และสร้างความแตกแยกในสังคมระหว่างไทยพุทธและมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เม.ย.64&amp;nbsp;เกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้ระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ขว้างใส่ จุดบริการประชาชน ทำให้ เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาย และ ได้รับบาดเจ็บอีก จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาย ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะนี้ ได้สวนทางกับที่เผยแพร่ ทางเพจเฟสบุ๊คของ&amp;nbsp;BRN&amp;nbsp;ที่ออกมาระบุว่าจะหยุดปฏิบัติการ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันเพื่อไว้อาลัยให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สน. จึงขอให้พี่น้องประชาชนโปรดได้ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสาร ในขณะนี้ด้วยการวิเคราะห์ และประมวลผลจากช่องทางที่มีความน่าเชื่อถือ&amp;nbsp;เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อจากการปฏิบัติการข่าวสารจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและแนวร่วมที่มุ่งหวังสร้างความเข้าใจผิดและความแตกแยกให้เกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;ประกอบกับในห้วงเวลานี้ เป็นห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก เป็นช่วงเวลาแห่งการทำความดีละเว้นความชั่วทั้งปวง แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุกลับมุ่งที่จะสร้างสถานการณ์ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ด้วยความโหดเหี้ยม อันเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับหลักคำสอนของศาสนาอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100829</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปัตตานี, สถานการณ์ความไม่สงบ, เหตุรุนแรงภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086c631198b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหาร-ฝ่ายปกครองตรึงกำลังเข้มญาติรับศพ 5 ผู้ก่อเหตุรุนแรงถูกวิสามัญบนเทือกเขาตะเว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.63 - ที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้มีเครือญาติของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต 5 ศพบนเทือกเขาตะเว บ้านไอสะเตียร์ ม.8 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.10 น.ของวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา เดินทางมาทยอยมารับศพ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่โรงพยาบาลดังกล่าว มีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.อ.เอกพล เลขนอก ผู้บังคับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารมารักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกกับญาติที่ต้องการรับศพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะที่บริเวณประตูทางเข้าโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เฉพาะของญาติของผู้เสียชีวิตเท่านั้น นำเอกสารหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตเข้าไปรับศพ ส่วนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆที่เดินทางมากับญาติของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะให้รออยู่ภายนอกเขตโรงพยาบาล เพื่อเป็นการป้องกันความวุ่นวายและเหตุร้ายจากมือที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้สร้างความไม่พอใจแก่เครือญาติของผู้เสียชีวิต ที่ได้แสดงออกทางสีหน้าและจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน&amp;nbsp;และต้องการจะรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวานนี้ และหลังแพทย์เสร็จสิ้นชันสูตรศพ ทางญาติได้ทยอยกันรับศพ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศพตามหลักศาสนาในพื้นที่ต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนศพของผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายเจ๊ะลีมา ลาเต๊ะบือริง มีภูมิลำเนา ม. 5 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 2.นายกายี เวาะงอย มีภูมิลำเนา ม. 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 3.นายสารีปู เจ๊ะลีเย๊าะ มีภูมิลำเนา ม. 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 4.นายมะกะลูติง อูเซ็ง มีภูมิลำเนา ม. 4 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ส่วนศพที่ 5 อยู่ระหว่างการพิสูจน์และประสานเครือญาติมายืนยันตัวบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการตรวจยึดอาวุธปืนและสิ่งของรวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนหลายรายการนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว โดยมีอาวุธปืน 9 กระบอก แยกเป็นอาวุธปืน เอ็ม.16 จำนวน 5 กระบอกคือ 1. อาวุธปืน M16 หมายเลขปืน 9496923 เป็นของกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ถูกปล้นไปเมื่อวันที่ 4 ม.ค.47 2. อาวุธปืน M16 หมายเลขปืน 5278608 เป็นของหน่วยทักษิณพัฒนาที่ 5 ที่ถูกปล้นไปจากฐานปฏิบัติการณ์ บ้านลูโบ๊ะสะนิแย ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2546 3.อาวุธปืน M16 หมายเลขปืน 9544699 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 4. อาวุธปืน M16 แบตัดสั้นพานท้ายสไลด์ หมายเลขปืน 9548605 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 5. อาวุธปืน M16 แบบตัดสั้นพานท้ายสไลด์ กระบอกนี้หมายเลขถูกขูดลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระบอกที่ 6. เป็นอาวุธปืน HK33 จำนวน 1 กระบอก หมายเลขปืน 151523 เป็นอาวุธปืนที่คนร้ายได้ไปจากเหตุการณ์บุกโจมตี ฐาน ชคต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63 กระบอกที่ 7. เป็นอาวุธปืนลูกซอง 5 นัด จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบหมายเลขปืนที่มีสภาพตัวเลขเลือนลาง กระบอกที่ 8. อาวุธปืนพก CZ ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก หมายเลข A284352 และอาวุธปืนกระบอกที่ 9. เป็นอาวุธปืนพกลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ไม่มีหมายเลขปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 8 ลูก ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเป้สนาม รวมทั้งวิทยุติดต่อสื่อสาร จำนวน 2 เครื่อง ที่คนร้ายใช้ในการดักฟังความเคลื่อนไหวการทำงานของเจ้าหน้าที รวมไปถึงซองกระสุนปืน เสื้อผ้าและอุปกรณ์ดำรงชีพในป่าจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 25 ก.พ.&amp;nbsp;2563 เวลา 09.00 น. ทางกอ.รมน.ภาค 4 จะมีการแถลงข่าวกรณีปะทะกลุ่มคนร้ายบนเขาตะเว ที่สภ.เจาะไอร้อง โดยจะมี พล.ท.สมพล ปานกุล รอง.ผอ.รมน.ภาค 4 สน. เป็นผู้แทนแม่ทัพภาค 4 แถลงกรณีเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความกระจ่างและความเข้าใจ ต่อการปฎิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58030</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, วิสามัญ 5 ศพ, สถานการณ์ชายแดนใต้, เทือกเขาตะเว, เหตุรุนแรงภาคใต้, โจรใต้ก่อความไม่สงบ, โรงพยาบาลเจาะไอร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e536c76bc418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทบ.ฮึ่ม!เอาผิด&#039;Fake News&#039;ตัดต่อภาพ-ข้อความผบ.ทบ.โยงไฟใต้ทำปชช.เข้าใจผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15พ.ย.62-ที่กองบัญชากการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียด้วยการนำภาพ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปประกอบข้อความที่ไม่เป็นจริง เกี่ยวกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาพประกอบข้อความดังกล่าวอาจส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดและเข้าข่ายในลักษณะ Fake News (ข่าวปลอม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า กองทัพบกยืนยันว่า พล.อ.อภิรัชต์ ไม่เคยให้ความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหรือส่งต่อเพราะเป็นการสร้างข้อความเท็จ และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกองทัพบกจะพิจารณาส่งข้อมูลให้ Anti Fake News Center ดำเนินการตามกระบวนการตามกฏหมาย รวมทั้งสืบหาต้นตอของการกระทำผิดต่อไป
​&amp;ldquo;หากจะติดตามข่าวสารของกองทัพบก ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือจากแหล่งที่มาที่เป็นทางการ เช่น ข่าวสารที่มาจากผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือส่วนงานที่มีหน้าที่ เช่น ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก ทีมงานโฆษกกองทัพบก เป็นหลัก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสับสนและให้การรับทราบข้อมูลข่าวสารอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง รวมทั้งหากมีข้อสงสัยหรือพบเห็นข้อมูลใดที่ไม่มั่นในว่าเป็นเรืองจริง สามารถแจ้งตรวจสอบได้ที่ FB &amp;ldquo;ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก&amp;rdquo; และ ทวิตเตอร์ Armypr_News&amp;rdquo;รองโฆษกกองทัพบก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50338</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์, เหตุรุนแรงภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce293dd77f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.3ฝ่ายสนธิกำลังตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เกิดเหตุปะทะคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บและมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนท.สามฝ่ายทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองได้รติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 16.00 น.&amp;nbsp;จนท.กำลัง3ฝ่ายได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมายหลายจุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณหมู่&amp;nbsp;2 บ้านบากง ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;หลังทราบข่าวจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีการเคลื่อนไหวของบุคคลไม่ทราบกลุ่ม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมที่บ้านเลขที่ 41&amp;nbsp;ม.2 บ้านบากง ต.บางเขา&amp;nbsp;และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน และกระโดดหลบหนีออกจากบ้านไป 2 คน หนีเข้าป่าโกงกาง 1 คน ส่วนอีก 1 คนระหว่างหลบหนีเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ประมาณ 5 นาที ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 คนยังไม่ทราบชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;1 นายคือ ดต.ยอดชาย เกตุแก้ว ผบ.หมู่.กก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บก.ส.1 ได้นำส่ง รพ.หนองจิก &amp;nbsp;และส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี เบื้องต้นอาการปลอดภัย ส่วนคนร้ายเสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นใคร พร้อมทั้งเรียกผู้นำในพื้นที่มาดูว่าเป็นคนในพื้นที่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุพร้อมทั้งใช้เฮลิคอปเตอร์บินวนเวียนเพื่อติดตามคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ พล.ท.จตุพร กลัมพสุต รอง ผอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า พร้อมนำกำลังเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมได้กำชับให้ จนท.ปฏิบัติด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักกับกลุ่มคนร้ายที่เหลือ สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34964</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, สถานการณ์ชายแดนใต้, เจ้าหน้าที่สามฝ่าย, เหตุรุนแรงภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccad64181d7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.3ฝ่ายสนธิกำลังตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เกิดเหตุปะทะคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บและมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนท.สามฝ่ายทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองได้รติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 16.00 น.&amp;nbsp;จนท.กำลัง3ฝ่ายได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมายหลายจุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณหมู่&amp;nbsp;2 บ้านบากง ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;หลังทราบข่าวจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีการเคลื่อนไหวของบุคคลไม่ทราบกลุ่ม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมที่บ้านเลขที่ 41&amp;nbsp;ม.2 บ้านบากง ต.บางเขา&amp;nbsp;และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน และกระโดดหลบหนีออกจากบ้านไป 2 คน หนีเข้าป่าโกงกาง 1 คน ส่วนอีก 1 คนระหว่างหลบหนีเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ประมาณ 5 นาที ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 คนยังไม่ทราบชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;1 นายคือ ดต.ยอดชาย เกตุแก้ว ผบ.หมู่.กก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บก.ส.1 ได้นำส่ง รพ.หนองจิก &amp;nbsp;และส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี เบื้องต้นอาการปลอดภัย ส่วนคนร้ายเสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นใคร พร้อมทั้งเรียกผู้นำในพื้นที่มาดูว่าเป็นคนในพื้นที่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุพร้อมทั้งใช้เฮลิคอปเตอร์บินวนเวียนเพื่อติดตามคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ พล.ท.จตุพร กลัมพสุต รอง ผอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า พร้อมนำกำลังเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมได้กำชับให้ จนท.ปฏิบัติด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักกับกลุ่มคนร้ายที่เหลือ สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34963</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, สถานการณ์ชายแดนใต้, เจ้าหน้าที่สามฝ่าย, เหตุรุนแรงภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccad64181d7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
