<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘เหนือ-อีสาน’ ค่าPM2.5สูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;คพ.&amp;quot; ห่วงคุณภาพอากาศหลายจังหวัดภาคเหนือ-อีสานเกินค่ามาตรฐาน เตือนประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง &amp;quot;เชียงใหม่&amp;quot; ยังติดอันดับเมืองใหญ่คุณภาพอากาศแย่ที่สุดติดต่อกันเป็นวันที่ 2 &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เผยทั่วประเทศอากาศร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวัน พบปริมาณ PM2.5 ในประเทศเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.ตาก และ จ.อุบลราชธานี โดยภาคเหนือเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 24-329 มคก./ลบ.ม., ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 19-65 มคก./ลบ.ม., ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 12-33 มคก./ลบ.ม., ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 14-26 มคก./ลบ.ม., ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 8-25 มคก./ลบ.ม. และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ.ร่วมกับ? ?กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 14-36 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศระบุว่า ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ ส่วนประชาชน?ที่อยู่?บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ? (พื้นที่สีแดง)? ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จากการจัดอันดับคุณภาพอากาศ 50 เมืองใหญ่ทั่วโลกของเว็บไซต์ www.airvisual.com พบเชียงใหม่ยังติดอันดับเมืองใหญ่ที่มีคุณภาพอากาศแย่ 1 ใน 3 ของโลก หลังขึ้นเป็นอันดับ 1 เมืองที่คุณภาพอากาศแย่ที่สุดติดต่อกัน 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิสด้าเปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP ของระบบ VIIRS พบจุดความร้อนรวมทั้งประเทศ 1,817 จุด โดยภาคเหนือพบจุดความร้อนมากที่สุด 1,505 จุด ซึ่งลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนมากถึง 418 จุด รองลงมาจังหวัดลำปาง 291 จุด และจังหวัดเชียงใหม่ 219 จุด ตามลำดับ ซึ่งพบมากสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 855 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 495 จุด พื้นที่เกษตร 54 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 50 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 49 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 2 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนทั้งประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากวันก่อน และยังคงมีการกระจุกตัวของจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จุดความร้อนเริ่มลดลง ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้านยังคงเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยสหภาพเมียนมามาเป็นอันดับหนึ่ง มีจุดความร้อนสูงถึง 6,029 จุด รองลงมาที่ราชอาณาจักรกัมพูชา 1,729 จุด ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาจได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและหมอกควัน ที่อาจลอยข้ามแดนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; ข้อมูลจากจิสด้าระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95429</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, คุณภาพอากาศ, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกินค่ามาตรฐาน, เหนือ-อีสาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604621ff9e631.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหนือ-อีสานจ่อหนาวสะท้านเย็นลดฮวบ7องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนาวระลอกใหม่มาอีกแล้ว ภาคเหนือ-อีสานเย็นลดฮวบ 7 องศา มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากจีนปกคลุม 8-12 ม.ค. ส่วนกรุงเทพฯ เย็นระดับนั่งในห้องแอร์ ส่วน 6 จังหวัดใต้ตอนล่าง เจอฝนตกหนัก เตือนอาจมีน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำไหลหลาก คลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไปว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว และจะแผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 8-12 ม.ค.64 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลง 5-7 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ คาดว่าภาคเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว มีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนภาคอีสาน อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส สูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านภาคใต้ คาดว่าจะเจอมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะพัดปกคลุมตั้งแต่อ่าวไทยลงมา โดยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภาคใต้ ฝั่งตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตรตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร แต่ทางฝั่งตะวันตกมีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฝนร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ออกรายงานเตือนสถานการณ์ฝนตกหนักทางภาคตอนล่างใต้ว่า&amp;nbsp; ให้ระวังภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.64 ถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 3 จังหวัด รวม 19 อำเภอ 98 ตำบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,024 ครัวเรือน ได้แก่ 1.นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี อำเภอรือเสาะ อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอจะแนะ อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอเมืองนราธิวาส รวม 56 ตำบล 318 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,680 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดยะลา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยะหา อำเภอกรงปินัง อำเภอเบตง อำเภอบันนังสตา อำเภอเมืองยะลา และอำเภอธารโต รวม 31 ตำบล 119 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,284 ครัวเรือน ส่วนจังหวัดสงขลา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสะบ้าย้อยและอำเภอนาทวี รวม 11 ตำบล 45 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60 ครัวเรือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89124</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 องศา, มวลอากาศเย็น, เหนือ-อีสาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff70692728dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนพายุฤดูร้อนยังถล่มต่อทุกภาค! เหนือร้อนจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป ประจำวันที่ 16 มีนาคม 2563 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทำให้มีฝนฟ้าคะนอง ดังนั้นการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า แต่ตอนบ่ายอากาศร้อนทำให้อากาศยกตัวได้ ทำให้มีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงมีการสะสมมากขึ้น ส่วนมากทางตอนบนของภาค และจะมีน้อยลงในตอนบ่าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศร้อนโดยทั่วไป ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นยังคงแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุฤดูร้อน, เหนือ-อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มังคุด&#039;สิ้นฤทธิ์!แต่อุตุฯเตือน&#039;เหนือ-อีสาน&#039;ยังต้องระวังฝนตกหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61- กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่าเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ &amp;nbsp;พายุดีเปรสชัน &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo; (MANGKHUT) บริเวณประเทศจีนตอนใต้ กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณมณฑลยูนนาน ประเทศจีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18-19 กันยายน 2561 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2561 โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระมัดระวังคลื่น ที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17832</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกหนัก, พายุมังคุด, เหนือ-อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba04ce53cefa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
