<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการวิตก!แนวคิดส้มหวานแทรกซึมกลุ่มเยาวชนหวั่นซ้ำรอย&#039;ยุวชนเรดการ์ด&#039;มุมมืดของ&#039;เหมาอิสต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 62 - พัฒน์ เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pat Hemasuk ว่า ผมดูข่าวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งวันนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าความคิดบางอย่างได้ถูกปลูกฝังลงไปลึกในหมู่เยาวชนไปมากแล้ว และคนกลุ่มนี้มีวัยที่เด็กลงไปเรื่อยๆ เด็กพวกนี้คือผ้าขาวที่จะย้อมเป็นสีอะไรก็ได้แบบง่ายๆ ผมบอกได้เลยว่าสิ่งแบบนี้ถ้าไม่ทำกันเป็นระบบจะทำไม่ได้ในเวลาอันสั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ความคิดที่โดนปลูกฝังแบบนี้ถูกแทรกซึมเข้าไปทุกกลุ่มของเยาวชน แม้กระทั่งเว็บเกมส์ออนไลน์ที่เด็กนิยมเข้าไปก็ยังโดนคนกลุ่มนี้เข้าแทรกซึมไปปลูกฝังแนวความคิด น่ากลัวไหมครับกับความคิดที่เป็นระบบที่เวลานี้เองรัฐบาลและหน่วยงานก็คิดไม่ถึง หรือเวลารัฐบาลและหน่วยงานก็ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าแนวความคิดแบบนี้ใช้เส้นทางทุกเส้นทางที่เข้าถึงเยาวชน และเวลานี้ได้เจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ลึกมากขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากให้อ่านเรื่องหนึ่ง ซึ่งคนที่เคยผ่านวันเวลาแบบนั้นและเคยเห็นเหตุการณ์นั้นมาแล้ว จะรู้สึกกลัวกับสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเดินไปในแนวทางเกือบไม่ต่างกัน เพียงแต่ในอดีตนั้นพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำเพื่อรักษาอำนาจและเก้าอี้ของตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดใหม่นี้พรรคการเมืองพรรคหนึ่งทำเพื่อสร้างอำนาจและเก้าอี้ของตัวเอง สักวันเขาอาจจะทำในสิ่งที่เขาเคยพูดเอาไว้ว่าในอนาคตเขาจะพูดกับสถาบันสูงสุดในระดับเดียวกันกับเขา ไม่ใช่สูงกว่าเขาแบบทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;********************************************&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุวชนเรดการ์ดนั้นน่ากลัวมากและเป็นมุมมืดของเหมาอิสต์ที่คนจีนไม่อยากจะพูดถึง เพราะสิ่งที่หล่อเลี้ยงเก้าอี้ของแก็งค์ออฟโฟร์ ( 四人幫) นางเจียง ชิง, จาง ชุนเฉียว, หวัง หงเหวิน, เหยา เหวินหยวน ที่มีบทบาทสำคัญในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนนั้นทำลายสิ่งที่เป็นจีนและรากเหง้าเสียจนคนรุ่นปัจจุบันไม่ให้อภัยเลยก็ว่าได้ ทุกวันนี้คนที่เป็นวัยรุ่นที่เป็นสมาชิกของยุวชนเรดการ์ดนั้นไม่กล้าพูดให้ลูกหลานฟังว่าตัวเองคือหนึ่งในคนที่ทำลายประเทศในยุคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวทีวีย้อนหลังไปเมื่อต้นปีจะเห็นผู้หาเสียงพรรคใหม่ที่ชูความใหม่ ความทันสมัย จับตลาดคนหนุ่มสาวแล้วผมเห็นว่าความจริงนั้นไม่ได้ใหม่อะไรเลย เป็นแนวคิดย้อนหลังไปในยุค &amp;quot;เหมาอิสต์&amp;quot; เสียด้วยซ้ำไป มันเลื่อนลอยตกยุคมานานแล้วไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี ถ้าเหมาอิสต์ยังอยู่ในประเทศจีนผมบอกได้เลยว่าจีนจะไม่มีทางยิ่งใหญ่แบบวันนี้ และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับจีนในยุค แก็งค์ออฟโฟร์ นั้นใหญ่หลวงนักกับนโยบาย ทำลายรากเหง้าของจีน นิสัยเก่า, ความคิดเก่า, ประเพณีเก่า, และวัฒนธรรมเก่า แบบถอนรากถอนโคนที่แม้แต่ประธานเหมาเองก็ไม่คิดว่าจะทำไปไกลถึงขนาดนี้ แต่แก็งค์ออฟโฟร์ของนางเจียงจิงกล้าที่จะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 6 ตุลาคม ที่ตรงกันโดยบังเอิญนั้นทั้งประเทศไทยและประเทศจีนมีเรื่องตรงกันอยู่อย่างหนึ่งคือแนวความคิดแบบเหมาอิสต์ในสังคมของคนหนุ่มสาวโดนกวาดทิ้งไปจากประเทศ ขณะที่ไทยเองก็เป็นวันที่น่าเศร้าอีกวันที่เรามีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเหตุการณ์นี้ในเมืองไทยแต่จะข้ามไปพูดเรื่องของจีนแทน เพราะเรากับจีนเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งที่ช่วงเวลานั้นมีการใช้มือของคนหนุ่มสาวและเยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพียงแต่ของจีนนั้นสร้างความเสียหายยาวนานกว่าเรา รวมแล้วเป็นสิบปี ขณะที่ไทยที่มีเวลาสั้นๆ เพียงสามปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 6 ตุลาคม 1976 นั้นคือวันที่จีนล้มแนวคิดเก่าแล้วก้าวไปสู่จีนใหม่ วันนั้น นายเติ้ง เสี่ยวผิง นายหวาง ตง ชิง นายพล เย่ เจิ้น อิง ได้ล้มระบบเหมาอิสต์แปรรูปแปลงร่างที่นางเจียงจิง ภริยาประธานเหมาเอามาเชิดร่วมกับแก็งค์ออฟโฟร์ ตั้งแต่ปลายยุคเหมาโดยใช้เยาวชนเรดการ์ดเป็นมือเท้าโดยเริ่มใช้ความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การใช้มือเยาวชนนั้นเป็นเรื่องง่ายเพราะเด็กพวกนี้ไม่มีประสพการณ์ ไม่เคยมีอำนาจเหนือผู้ใหญ่ เมื่อไรที่เสพติดอำนาจที่ตัวเองไม่คิดว่าจะมี เด็กพวกนี้ก็พร้อมจะยอมทำทุกอย่าตามแต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่อำนาจบางส่วนอยู่ในมือของแกงค์ออฟโฟร์ของนางเจียงจิงจะบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กพวกนี้โดนล้างสมองและถูกยื่นอำนาจที่ตัวเองไม่เคยมีให้ กล้าแม้จะลากแม้กระทั่ง ครู พ่อ แม่ ออกมาประจานในที่ชุมชน ถ้าทำตัวผิดจากนโยบายทำลาย 4 สิ่งเก่าของพรรคคอมมิวนิสต์ ทำลายวัดและสุสาน ที่เป็นตัวแทนของสิ่งเก่า แม้กระทั่งสุสานของขงจี้อและห้องสมุดของขงจื้อที่อยู่มานับพันปีก็ถูกทำลาย สิ่งเคารพต่างๆ ถูกทุบเผาทิ้ง บัญฑิตในสังคมที่ยึดถือแนวจีนเก่าถูกลากออกมาทำโทษ หรือแม้กระทั่งฆ่าทิ้งกลางถนนโดยฝีมือเยาวชน ห้องสมุดเก่าตามวัดที่เก็บหนังสือทางศาสนาอายุย้อนไปเป็นพันปีทั่วประเทศก็ถูกรื้อเอามาเผาทิ้ง เรียกว่าในช่วงเวลานั้นจีนสูญเสียวัตถุทางวัฒนธรรมไปมหาศาล เสียหายไม่ต่างกับห้องสมุดอเล็กซานเดียของอียิปต์โดนเผาในอดีตเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองนั้นรู้ว่าความคิดแนวนี้รุนแรงและอิมแพคกับคนหนุ่มสาวเพียงใด เพราะเวลานั้นตัวผมเองในวัยหนุ่มก็ยังอินกับความคิดแบบนี้ จะบอกว่าเวลานั้นผมยังอยู่ในกระสวนทางความคิดของคนหนุ่มสาว &amp;quot;ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย&amp;quot; และแนวทางของเหมาอิสต์แปลงร่างในยุคนางเจียงจิงนั้นเข้าใจง่าย จับตลาดเยาวชน ดูเป็นรูปธรรมกว่าแนวคิดอื่น จะบอกว่าต่อให้คนโง่ที่สุดอ่านแล้วก็เข้าใจ ซึ่งการเข้าใจง่ายแบบนี้ไม่ใช่เลยกับหนังสือด้านสังคมนิยมและเศรษฐศาสตร์มวลชนที่อ่านยากของ อาดัม สมิธ, ทอมัส มอร์, คาร์ล มาร์กซ์, ฌ็อง-ฌัก รูโซ, ปิแอร์ โจเซฟ ปรูดอง ฯลฯ ที่ผมเองกว่าจะเข้าใจข้อความจากหนังสือพวกนี้อย่าถ่องแท้ก็อายุเกินสามสิบไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวคิดซ้ายจัดนั้นเป็นภัยพอๆ กับขวาจัด บ้านเมืองเราก็เคยผ่านยุคขวาจัดหรือขวาพิฆาตซ้าย &amp;quot;เปรี้ยงๆ คือเสียฟ้าฟาด&amp;quot; ของสถานีวิทยุยานเกราะในช่วงปี 2519 มาแล้ว เวลานั้นผมเองต้องฟัง อุทาน อุทิศ สมัคร สามผู้จัดรายการตัวหลักทุกเย็นเพราะบ้านในซอยจะเปิดดังๆ กันทุกบ้าน และถึงวันนี้ทุกอย่างก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า &amp;quot;ขวาจัดนั้นเลวร้ายไม่ต่างกับซ้ายจัด&amp;quot; เพราะแนวคิดทั้งคู่สร้างความเสียหายแก่ชาติรุนแรงและฝังลึกเป็นบาดแผลของชาติไม่ต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถึงได้บอกว่าผมดูข่าวทีวีวันนี้ แนวคิดหลงยุค เก่าและล้าสมัย ได้กลับมาในกล่องใหม่และไหลออกจากปากของนักการเมืองหน้าใหม่ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ อ้างว่ามีความคิดแบบใหม่ อ้างว่าจะสร้างอนาคตใหม่ให้แก่ชาติ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย เพราะที่หลุดออกมาจากปากคือวาทะกรรมหลงยุคล้าสมัยไปห้าสิบปีแล้วทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เด็กที่เกิดไม่ทัน ไม่เคยฟังแบบนี้มาก่อน นั้นไม่ใช่เลย สิ่งนี้กระทบใจแบบรุนแรงไม่ต่างกับคนรุ่นผมที่เคยโดนวาทะกรรมแบบนี้กระทบใจมาแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38525</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒน์ เหมสุข, ยุวชนเรดการ์ด, เหมาอิสต, ไหว้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d02f59bd39d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
