<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหมืองหยกเมียนมาถล่ม ดับอย่างน้อย 126 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดโศกนาฏกรรมดินถล่มหลังฝนตกหนักที่เหมืองหยกในรัฐกะฉิ่นของเมียนมาเมื่อวันพฤหัสบดี หน่วยดับเพลิงยืนยันกู้ศพขึ้นมาได้แล้วอย่างน้อย 126 ศพ ยังไม่รู้ว่าสูญหายอีกเท่าใด ตำรวจเผยเตือนให้คนอยู่ห่างบ่อเหมืองก่อนวันเกิดเหตุ มิเช่นนั้นอาจมีคนตายหลายร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Myanmar Fire Services Department Facebook &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หายนภัยในเหมืองหยกของเมียนมาครั้งล่าสุดนี้เกิดในเมืองผากัน รัฐกะฉิ่น ทางภาคเหนือของเมียนมาติดชายแดนจีน ซึ่งเคยเกิดเหตุเหมืองถล่มมาแล้วหลายครั้ง รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 กล่าวว่า เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังฝนตกหนักทำให้ดินและหินที่เหลือจากการทำเหมืองอุ้มน้ำไว้แล้วพังถล่มลง ก่อคลื่นดินโคลนและน้ำโคลนถล่มใส่ผู้คนด้านล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ในเฟซบุ๊กของกรมดับเพลิงเมียนมาช่วงเย็นวันพฤหัสบดีกล่าวว่า คนงานเหมืองโดนคลื่นโคลนกลบฝัง และถึงขณะนี้สามารถกู้ศพขึ้นมาได้แล้วอย่างน้อย 126 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจท้องที่กล่าวกับเอเอฟพีว่า ผู้เสียชีวิตเหล่านี้ฝ่าฝืนคำเตือนของตำรวจไม่ให้ทำงานในเหมืองเปิดที่มีอันตรายจากดินถล่มระหว่างฝนตก คำแถลงของตำรวจในช่วงเที่ยงเผยว่ากู้ศพได้แล้ว 99 ศพ และมีคนบาดเจ็บอีก 20 คน ก่อนที่การค้นหาและกู้ชีพต้องหยุดชั่วคราวเนื่องมีฝนตกหนักลงมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยเก็บกู้ศพขึ้นจากทะเลสาบโคลนตลอดช่วงเช้า ดึงร่างจากใต้โคลนโดยใช้ล้อยางรถทำเป็นแพ ภาพถ่ายในเฟซบุ๊กของกรมดับเพลิงเผยให้เห็นทีมค้นหาและกู้ภัยเดินลุยหุบเขาที่เต็มไปด้วยโคลน สภาพพื้นดินแถบนั้นอ่อนยวบยาบโดยเป็นผลจากการขุดเหมือง ศพถูกห่อด้วยผ้าใบแล้วหามออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดินถล่มและอุบัติเหตุอื่นๆ เกิดขึ้นเป็นประจำที่เหมืองในเมืองผากันซึ่งการควบคุมหย่อนยาน สื่อของเมียนมารายงานว่ามีคนเสียชีวิตในพื้นที่นี้จำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนที่ตายส่วนมากเป็นพวกชาวบ้านที่มาร่อนหยกจากกองดินหินที่เหมืองทิ้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่านี้มาก หากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกคำเตือนชาวบ้านก่อนหน้านั้น 1 วัน ให้อยู่ห่างจากบ่อเหมืองแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัน วิน อ่อง นายตำรวจท้องที่กล่าวกับเอเอฟพีว่า อาจมีคนตายมากกว่านี้หลายร้อยคน แต่คำเตือนช่วยชีวิตคนไว้ได้ส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุดินถล่มเกิดขึ้นเป็นประจำในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะระหว่างฤดูมรสุมรุนแรง คนงานที่มาขุดดินร่อนหยกแถบนี้มักมาจากชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีฐานะยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เกิดเหตุเหมืองถล่มครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน และเมื่อปีที่แล้ว มีคนงานสังเวยเหมืองถล่มอีกมากกว่า 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมาเป็นหนึ่งในแหล่งแร่หยกแหล่งใหญ่ของโลก อุตสาหกรรมนี้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยความต้องการไม่จบสิ้นจากจีน ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมนี้ถูกปิดเป็นความลับ แต่องค์กรโกลบอลวิตเนสอ้างว่า ผู้ดำเนินกิจการเหมืองมีความเชื่อมโยงกับคนในรัฐบาลทหารชุดก่อน, พวกนายทหาร และวงศ์วานว่านเครือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรเอกชนแห่งนี้ประเมินว่า อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่า 31,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 963,324 ล้านบาท) เมื่อปี 2557 แต่มีรายได้น้อยมากที่ส่งเข้ารัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70358</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, เมียนมา, เหมืองหยกถล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efde941c3baa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
