<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นข่าวดียุติปมเหมืองอัคราฯคิงส์เกตมีแนวโน้มถอนฟ้อง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 2564 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเหมืองทองคำอัครา ระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย กับรัฐบาลไทย ที่อยู่ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ว่า ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ช่วงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดยผลการเจรจากับ บริษัท คิงส์เกตฯ ค่อนข้างมีความชัดเจนว่า จะจบลงด้วยดี มีแนวโน้มการถอนฟ้องรัฐบาลไทย และกลับมาลงทุนในไทยอีกครั้ง ภายใต้นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ พ.ศ. 2560 โดยบริษัท คิงส์เกตฯ อาจจับมือกับนักลงทุนไทยเพื่อลงทุนครั้งใหม่นี้ด้วย แต่ต้องรอผลการเจรจาในภาพรวมอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวโน้มการเจรจาเป็นไปด้วยดี และคาดว่า จะได้ข้อยุติช่วงกลางปีนี้ จากเดิมจะได้ข้อยุติต้นปีนี้ เพราะต้องมีการประสานงานในบางละเอียดเพิ่มเติมและรอบด้าน ทั้งนี้หากการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ หลักการในการต่อสู้ของกระทรวงอุตสาหกรรมมาจากความต้องการดูแลประชาชนคนไทยไม่ให้รับผลกระทบจากการทำเหมืองดังกล่าว ดังนั้นจะไม่มีการจ่ายค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นในทุกกรณี&amp;quot;รายงานข่าวระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขั้นตอนล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาหาข้อยุติตามกรอบที่รัฐบาลได้ให้ไว้หลังจากได้ส่งเอกสารอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศทั้ง 2 ฝ่ายเรียบร้อยแล้ว หากเจรจาประสบผลสำเร็จจะได้ข้อยุติคดีก่อนที่อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศจะมีคำสั่ง แต่ถ้าเจรจาไม่ได้ข้อยุติ ก็ต้องรอฟังคำสั่งของอนุญาโตตุลาการต่อไป ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ยืนยันต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศว่า ไม่เคยออกคำสั่งระงับการดำเนินกิจการของบริษัทอัคราฯ หรือสั่งปิดเหมืองเลย เพียงแต่ไม่ต่อใบอนุญาตประกอบโลหกรรม หรือโรงแต่งแร่ทองคำ และประทานบัตรบางแปลงที่หมดอายุลง เนื่องจากมีข้อร้องเรียนจากชาวบ้านถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง จึงชะลอการต่ออายุจนกว่าจะได้ข้อยุติเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องดำเนินการเพื่อปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเป็นสิทธิ์ที่รัฐบาลทำได้เพื่อปกป้องคนในประเทศ แต่ในกรณีเหมืองทองคำของอัคราฯ ไม่ได้สำรวจตรวจวัดค่าโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม และในเลือดของประชาชนในพื้นที่มาก่อน จึงไม่มีค่าเดิมมาอ้างอิงกว่าโลหะหนักที่พบเกิดจากการทำเหมืองได้ ไม่ได้ข้อสรุปถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้ถ้าอัคราฯ ต้องการกลับมาทำเหมืองแร่ สามารถทำได้ ให้มายื่นตามพ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ซึ่งมีการกำหนดให้ผู้ขอประทานบัตรและโรงแต่งแร่จะต้องตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อทำเป็นค่ากลางสำหรับตรวจสอบว่าเหมืองแร่ได้ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งจะตรวจสอบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพทุกปีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อชุมชน&amp;rdquo;แหล่งข่าว กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89420</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด, เหมืองทองคำ, เหมืองอัครา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5c07f47f67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก &#039;บิ๊กตู่’ &#039;ถอยเรือดำน้ำ&#039; เจอ &#039;เหมืองอัครา&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องบอกพระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก ซึ่งถือเป็นวิถีของทุกรัฐบาลที่อยู่ในช่วง &amp;ldquo;ขาลง&amp;rdquo; ไม่ว่าประเด็นอะไร เก่าหรือใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามารถนำมาขยี้รัฐบาลได้หมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนกลับไปในช่วงปลายสมัย รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องเผชิญกับม็อบ กปปส. นอกจากประเด็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยแล้ว ยังเจอกรณีการใช้งบประมาณในโครงการรับจำนำข้าว ที่ก่อหนี้มหาศาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คล้ายคลึงกับ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงนี้ ที่นับตั้งแต่เจอม็อบเยาวชน ไม่ว่าจะถูกขุดเรื่องอะไร กลายเป็นประเด็นร้อนแรงหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า ต้องยอมถอยมาแล้วหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลต้องยอมไฟเขียวให้มีพรรคร่วมรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ค่ายกลสำคัญอย่างมาตรา 256 ที่กำหนดขั้นตอนรายละเอียดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้จนทำให้แก้ไขได้ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อยมาถึงเรื่องการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ยอมให้มีการแต่งตั้งขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า ท้ายที่สุดจะมีหน้าตาและสัดส่วนเท่าไหร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การยอมเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทำให้กระแสคัดค้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์น้อยลงแต่อย่างใด เพราะในจังหวะเดียวกันมีเรื่องการพิจารณางบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ของคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และรัฐวิสาหกิจ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การพิจารณางบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำ ถือเป็นกำหนดการเดิมที่มีอยู่แล้ว มันจึงเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดรัฐบาลและกองทัพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะแต่เดิมเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำ ถือเป็นประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลโจมตีมาตลอด เพราะมาอยู่ในช่วงนี้จึงยิ่งทำให้ประเด็นนี้ร้อนแรงกว่าเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และโดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไม่ดี อันสืบเนื่องมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การมาจัดซื้อในช่วงนี้ยิ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียงดัง และมีน้ำหนักในการคัดค้านมากขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้รัฐบาลและกองทัพเรือพยายามจะชี้แจงความจำเป็น รวมถึงอธิบายว่า เป็นการจัดซื้อต่อเนื่องจากลำแรก ไม่ได้เพิ่งจะตั้งงบประมาณ แต่เมื่อประชาชนในประเทศยังตกระกำลำบาก การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในช่วงนี้จึงสวนกระแสความรู้สึกประชาชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จึงสั่งถอย โดยการเจรจากับทางการจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อชะลอการจัดซื้อไปอีก 1 ปี!!!!&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันไม่ใช่การพับแผน แต่เป็นการชะลอเพื่อลดกระแสร้อนของสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม การถอยก้าวที่ 2 นับจากประเด็นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาถึงเรือดำน้ำ ดูจะไม่ทำให้สถานการณ์ร้อนของรัฐบาลลดลง เพราะมีประเด็นเรื่องข้อพิพาท จากกรณีปิดกิจการ เหมืองแร่ทองคำ ของทางบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ของ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาต่อเรียบร้อย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีการเปิดงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทย กับบริษัท คิงส์เกต จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของอัครา ที่พบว่า ในปี 62 มีการใช้งบไป 60 ล้านบาท ปี 63 ใช้งบไป 218 ล้านบาท และในปี 2564 กำลังตั้งงบประมาณสำหรับเรื่องนี้ 111 ล้านบาท รวมแล้วเกิน 300 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นนี้มีการไปขุดคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ในอดีตที่ระบุว่า จะรับผิดชอบเอง มาทวงถาม พร้อมคัดค้านว่า ห้ามใช้ภาษีประชาชนไปชดใช้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ข้อเท็จจริงคือ ปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการต่อสู้กันในชั้นอนุญาโตตุลาการ ยังไม่มีใครแพ้หรือชนะ ฝ่ายรัฐบาล นำโดยกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเจรจาเพื่อหาทางออก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ฝ่ายต้านพยายามชี้ให้เห็นว่า การที่รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการต่อสู้คดีก็มีสาเหตุมาจากการตัดสินใจผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการปิดเหมืองอัคราเมื่อปลายปีก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องเหมืองอัครา แตกต่างจากเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรื่องเรือดำน้ำ เพราะเป็นคดีความ ไม่มีช่องให้ถอย นอกเสียจากการชนะคดี ที่ยังต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ มันกลายเป็นหนึ่งในบาดแผลที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาให้เห็นถึงความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็น &amp;ldquo;เผือกร้อน&amp;rdquo; เที่ยวล่าสุด ที่ต้องจับตาดูว่า รัฐบาลจะดีดตัวเองออกจากอุณหภูมิร้อนอย่างไร. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76109</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก &#039;บิ๊กตู่’ &#039;ถอยเรือดำน้ำ&#039; เจอ &#039;เหมืองอัครา&#039;, เรือดำน้ำ, เหมืองอัครา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d10548d93d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อุตฯยันเหมืองทองอัครายังไม่มีการตัดสินชี้ขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 พ.ค. 2563 - นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ชี้แจงว่า ตามที่มีประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ว่า &amp;ldquo;คำพิพากษาออกมาแล้วว่า ประยุทธ์กับคณะต้องจ่ายค่าเสียหาย 6 หมื่น 7 พันล้านบาทไทย เป็นการส่วนตัว และต้องจ่ายเป็นเหรียญทองคำ ภายใน 1 เดือน ถ้าผิดคำสั่ง ออกหมายจับทั่วโลกทันที&amp;rdquo; ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ กระบวนการระงับข้อพิพาทตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุดเมื่อเดือนก.พ. 2563 เพิ่งดำเนินกระบวนการสืบพยานที่ประเทศสิงคโปร์ และยังมีขั้นตอนที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการตามกำหนดการเพื่อยื่นเอกสารต่อคณะอนุญาโตตุลาการ ดังนั้น กระบวนการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการจึงยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่มีคำชี้ขาดแต่อย่างใด รวมทั้งยังไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่ชัดว่าจะมีคำชี้ขาดเมื่อใดเช่นกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์, บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด, เหมืองอัครา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eabe192579ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิงส์เกตกลับลำ พร้อมเจรจารบ. หย่าศึกเหมือง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;คิงส์เกต&amp;quot; ลั่นพร้อมเจรจารัฐบาล หาข้อยุติฟ้องร้องปิดเหมืองอัครา ย้ำอยากให้เยียวยาแก้ไขพร้อมพูดคุยอย่างจริงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิโรจ ประเสริฐผล กรรมการ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีไทยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ กับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ดคิงส์เกต ประเทศออสเตรเลีย ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งปิดเหมืองอัคราว่า บริษัทกำลังติดตามความชัดเจนว่าบุคคลใดจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เพื่อขอหารือในรายละเอียดอย่างจริงใจ เพื่อยุติการฟ้องร้องที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเงื่อนไขของการเจรจานั้น จะต้องมีทั้งประเด็นการชดเชยความเสียหายให้กับเหมืองอัคราตลอดเวลาที่ถูกสั่งปิด และประเด็นการให้ข้อยืนยันว่า หากคิงส์เกตจะลงทุนในไทยต่อไป ต้องไม่ถูกรัฐบาลสั่งปิดโดยไร้ข้อพิสูจน์ตามวิทยาศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราพร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาลถึงแนวทางยุติเรื่องดังกล่าว แต่อยากให้ฝ่ายรัฐเข้ามาคุยอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา แต่ด้านที่จะเปิดเหมืองทองตาม พ.ร.บ.แร่อันใหม่หรือไม่ อยากจะรอให้เรื่องนี้มีความชัดเจนก่อน ขณะที่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการยังคงเดินหน้าอยู่ เดือน พ.ย.นี้จะมีการนำเสนอข้อมูลหลักฐานในการต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ผ่านมาได้ส่งข้อมูลรายละเอียดไปแล้ว&amp;quot; นายสิโรจ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการเหมืองกล่าวว่า ประเมินตัวเลขความเสียหายของเหมืองอัคราโดยวัดจากปริมาณสำรองแร่ทอง 8.9 แสนออนซ์ คิดเป็นวงเงินปริมาณ 37,020 ล้านบาท และเงิน 8.3 ล้านออนซ์ คิดเป็นวงเงินประมาณ 3,984 ล้านบาท ซึ่งสามารถผลิตได้ในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า รวมมูลค่า 41,004 ล้านบาท นอกจากนี้ ปริมาณสำรองที่คาดว่าจะมี ประกอบด้วย ทอง 162 ล้านออนซ์ เงิน 28.4 ล้านออนซ์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คิงส์เกตได้ยื่นต่ออนุญาโตฯ ให้พิจารณาแล้ว ประกอบกับมีความเสียหายอื่นๆ ด้วย อาทิ การเยียวยาพนักงาน เพราะจนถึงปัจจุบันทางรัฐบาลก็ยังไม่มีข้อยุติทางวิทยาศาสตร์ว่าเหมืองอัคราปล่อยสารพิษจนกระทบต่อสุขภาพของประชาชนรอบเหมือง แต่ใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งปิดเหมือง ทางคิงส์เกตจึงฟ้องร้องว่าไทยละเมิดการค้าเสรีระหว่างไทยกับออสเตรเลีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการหารือกับคิงส์เกต ทราบว่าบริษัทพยายามขอเจรจากับรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรมหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่เตรียมร้องต่ออนุญาโตฯ แต่รัฐบาลส่งนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หารือแทน ทำให้ไม่มีความคืบหน้า&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม พบว่าตลอดระยะเวลา 15 ปีที่เหมืองอัคราเปิดดำเนินการ นับตั้งแต่ปี 2544-2559 ได้จ่ายเงินให้ภาครัฐจ้างเอกชน และดูแลประชาชนรวมเป็น 40,217 ล้านบาท แบ่งเป็น จ่ายค่าภาคหลวงแร่รวม 4,593 ล้านบาท, จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคล 1,145 ล้านบาท, ค่าจ้างพนักงาน 1,801 ล้านบาท และจากพนักงานรวม 992 คน ปัจจุบันเหลือ 36 คน นอกจากนี้ยังมีค่าจ้างบริษัท ซัพพลายเออร์ ผู้รับเหมาต่างๆ 32,363 ล้านบาท สนับสนุนชุมชนผ่านกองทุนต่างๆ 207.5 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 37 ล้านบาท และสนับสนุนชุมชนโดยตรงผ่านงานพัฒนาและกิจกรรมซีเอสอาร์ 101 ล้านบาท รวมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษา 60.2 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38328</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิงส์เกต, พูดคุยอย่างจริงใจ, หนังสือพิมพ์, หาข้อยุติฟ้องร้องปิดเหมืองอัครา, อยากให้เยียวยา, เหมืองอัครา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cffbb8953809.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
