<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.เฮ!ศาลปค.สูงสุดยกฟ้องคดีขอให้เพิกถอนมติครม. กรณีกำหนดพื้นที่แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 &amp;nbsp;ก.ย. 61 - ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่นายเฉลียว ทิสาระ กับพวกรวม 18 ราย ซึ่งเป็นประชาชนที่มีภูมิลำเนารอบเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ ฟ้องขอให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีกรณีกำหนดพื้นที่แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์ในพื้นที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า มติคณะรัฐมนตรี (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2547 ที่กำหนดพื้นที่ซากหอยขมดึกดำบรรพ์แม่เมาะเป็นพื้นที่อนุรักษ์เนื้อที่ 52 ไร่ โดยเป็นพื้นที่แหล่งหอยขมดึกดำบรรพ์ 18 ไร่ รวมพื้นที่อื่นอีก 34 ไร่ ซึ่งมีผลเป็นการเพิกถอนมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 ที่กำหนดพื้นที่ซากหอยขมดึกดำบรรพ์แม่เมาะเป็นพื้นที่ 43 ไร่ เป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) ก็ได้ตรวจสอบและทำการรังวัดกันเขตพื้นที่ประทานบัตรเลขที่ 24349/15341 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ./ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4) ออกจากพื้นที่อนุรักษ์ซากหอยขมดึกดำบรรพ์ดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp;ดังนั้น การทำเหมืองของ กฟผ. จึงเป็นการกระทำนอกพื้นที่อนุรักษ์แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์ตามมติของคณะรัฐมนตรีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ซากหอยขมดึกดำบรรพ์ส่วนที่เหลือเนื้อที่ 18 ไร่ในพื้นที่อนุรักษ์ยังคงตั้งอยู่ได้ จึงยังไม่มีเหตุที่ศาลจะกำหนดคำบังคับให้ กฟผ.ดำเนินการจัดทำสิ่งป้องกันมิให้เกิดการพังทลายของซากหอยขมดึกดำบรรพ์อันเกิดจากการทำเหมือง ซึ่งหากมีเหตุการณ์พังทลายเช่นว่านั้นเกิดขึ้นจริง ผู้ฟ้องคดีก็ชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้ต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17479</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., จังหวัดลำปาง, นายเฉลียว ทิสาระ, พื้นที่แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์, สิ่งแวดล้อม, เหมืองแม่เมาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e1c513b8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ลุงตู่ระทึก!ศาลปค.ตัดสินคดีซากฟอสซิลหอยแม่เมาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ https://www.chiangmainews.co.th/page/wp-content/uploads/2017/03/DSC_4707.jpg&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 13 &amp;nbsp;กันยายน 2561 เวลา 10.00 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 459/2548 คดีหมายเลขแดงที่ 1203/2550 ระหว่าง นายเฉลียว ทิสาระ ที่ 1 กับพวกรวม 18 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายเฉลียวและพวกได้ฟ้อง ครม.และพวกที่มีมติ ครม.วันที่ 21 ธันวาคม 2547 ให้อนุรักษ์แหล่งซากหอยขมน้ำจืดดึกดำบรรพ์เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปางน้อยกว่าจำนวนที่ควรจะอนุรักษ์ และละเลยปล่อยให้มีการไถทำลายซากหอยดังกล่าวที่อยู่นอกเขตมติ ครม. ตามประทานบัตรเลขที่ 24349/16341 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติของ ครม.เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2547 และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพิกถอนประทานบัตรเลขที่ 24349/15341 ในส่วนที่เป็นพื้นที่แหล่งซากฟอสซิลหอยขมดึกดำบรรพ์จำนวนเนื้อที่ 43 ไร่ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และที่ 3 ควบคุมและสั่งการให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตรเลขที่ 24349/15341 โดยจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมกรณีแหล่งซากฟอสซิล หอยขมดึกดำบรรพ์เพิ่มเติมเพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ และกำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ดำเนินการจัดทำสิ่งป้องกันมิให้เกิดการพังทลายของซากฟอสซิลอันเกิดจากการทำเหมืองหินลิกไนต์และภัยธรรมชาติและให้ ครม.สั่งการให้กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนแหล่งซากฟอสซิลหอยขมดึกดำบรรพ์เป็นเขตโบราณสถาน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17152</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., คำพิพากษา, ลำปาง, ศาลปกครองสูงสุด, เฉลียว ทิสาระ, เหมืองแม่เมาะ, แหล่งซากหอยขมน้ำจืดดึกดำบรรพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03eac35bc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
