<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันเดือด ประท้วงตำรวจยิงชายผิวดำที่มินนีแอโพลิสอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอเมริกันประท้วงตำรวจเมืองมินนิแอโพลิสเมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังหนุ่มผิวดำรายหนึ่งโดนตำรวจเรียกหยุดฐานทำผิดกฎจราจรแต่สุดท้ายเขาโดนยิงตาย จุดเกิดเหตุห่าง 16 กม.จากจุดที่จอร์จ ฟลอยด์ ตายเมื่อปีที่แล้วซึ่งจุดชนวนประท้วงก่อจลาจลทั่วสหรัฐนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงขึ้นไปยืนบนรถตรวจการณ์ของตำรวจ ภายหลังเกิดเหตุตำรวจยิงดอนเต ไรต์ ชายผิวดำตายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 ที่เมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ รัฐมินนิโซตา (Photo by Stephen Maturen/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 12 เมษายน กล่าวว่า การเสียชีวิตของหนุ่มผิวสีรายล่าสุดที่เมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ ชานเมืองมินนีแอโพลิส ทำให้ผู้คนหลายร้อยคนออกมาประท้วงด้านนอกกองบัญชาการตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์เมื่อคืนวันอาทิตย์ และเจ้าหน้าที่ในชุดปราบจลาจลต้องใช้กระสุนยางและระเบิดแสงวาบขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติของเขาและผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ทิม วอลซ์ ระบุว่าเขาคือ ดอนเต ไรต์ อายุ 20 ปี วอลซ์กล่าวในแถลงการณ์ว่ากำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ไม่สงบที่บรูคลินเซ็นเตอร์ และว่า รัฐของเราเศร้าโศกของชีวิตชายผิวดำอีกหนึ่งชีวิตที่ตายเพราะเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้จุดที่ไรต์โดนยิง ผู้ประท้วงตะโกนอย่างโกรธแค้นด้านหน้าแถวตำรวจปราบจลาจลที่ถือไม้กระบองยาว มีรถยนต์ตำรวจโดนทำลาย 2 คัน โดยผู้ประท้วงบางคนใช้ก้อนหินโยนใส่และขึ้นไปกระโดดย่ำ ตำรวจยิงกระสุนยางโดนผู้ประท้วงอย่างน้อย 2 คน คนหนึ่งมีเลือดไหลที่ศีรษะ ก่อนที่ฝูงชนจะเคลื่อนไปที่กองบัญชาการตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ เอลเลียต นายกเทศมนตรีบรูคลินเซ็นเตอร์ ทวีตว่า เหตุยิงครั้งนี้ &amp;quot;น่าเศร้า&amp;quot; และเขาขอให้ผู้ประท้วงประท้วงต่อไปอย่างสันติ และผู้ประท้วงอย่างสันติจะไม่โดนจัดการด้วยกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังจากนั้น มีผู้ประท้วงอีกกลุ่มจำนวนหลายร้อยคนมารวมตัวกันอีกที่ด้านนอกกองบัญชาการตำรวจ แต่โดนแก๊สน้ำตาและระเบิดแสงวาบสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น กองกำลังของเนชันแนลถูกส่งลงพื้นที่ ตำรวจประกาศว่าการชุมนุมเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นายกเทศมนตรีบรูคลินเซ็นเตอร์ประกาศเคอร์ฟิวทั่วเมืองจนถึงเวลา 06.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองมินนีแอโพลิสเผชิญการประท้วงต่อต้านตำรวจในช่วงหลายวันมานี้ ระหว่างมีการพิจารณาคดีของดีเร็ก โชวิน อดีตตำรวจผิวขาว ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 เจ้าหน้าที่วางแนวกั้นรอบศาลและวางกำลังทหารจากเนชันแนลการ์ดรักษาการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชวินโดนตั้งข้อหาฆาตกรรมและทำให้คนตายโดยไม่เจตนาฆ่า จากเหตุการณ์ที่เขาใช้เข่ากดคอของฟลอยด์อยู่นานจนขาดอากาศหายใจ ขณะทำการจับกุมฟลอยด์ใส่กุญแจมือเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว จุดเกิดเหตุครั้งนั้นห่างจากจุดเกิดเหตุเมื่อวันอาทิตย์ราว 16 กิโลเมตร วิดีโอการควบคุมตัวฟลอยด์ ซึ่งเป็นชายผิวดำอายุ 46 ปี กระพือความโกรธแค้นและจุดชนวนการประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวและความโหดเหี้ยมของตำรวจทั่วสหรัฐนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคที ไรต์ แม่ของหนุ่มที่ตาย บอกกับนักข่าวว่า เธอได้รับโทรศัพท์จากลูกชายช่วงบ่าย เขาบอกว่าโดนตำรวจเรียกหยุดรถ เพราะทำผิดกฎจราจรของรัฐ จากการนำน้ำหอมปรับอากาศห้อยไว้ที่กระจกมองหลัง เธอได้ยินเสียงตำรวจบอกให้ลูกชายลงจากรถ เสียงความชุลมุน และเสียงตำรวจบอกว่า &amp;quot;ดอนเต อย่าหนี&amp;quot; จากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกตัด เธอโทรไปอีกครั้ง แฟนสาวของดอนเตรับสายและบอกว่าเขาตายอยู่ตรงที่นั่งคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์กล่าวในแถลงการณ์ว่า ตำรวจเรียกหยุดรถชายคนหนึ่งฐานทำผิดกฎหมายจราจรเมื่อเวลาก่อนบ่ายสองโมง แล้วก็พบว่าชายคนนี้มีหมายจับค้างอยู่ ตำรวจจึงพยายามจับกุมเขา เขากลับเข้าไปในรถ ตำรวจนายหนึ่งยิงชายผู้นี้ซึ่งแถลงการณ์ไม่ระบุชื่อ เขาขับรถหนีไปหลายช่วงตึก ก่อนที่จะชนรถอีกคันและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า กล้องติดลำตัวเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายบันทึกเหตุการณ์ไว้ สำนักงานจับกุมคดีอาญาของรัฐกำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันประจำมินนิโซตากล่าวว่า ควรมีหน่วยงานอิสระแห่งอื่นทำการสอบสวน พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเผยแพร่วิดีโอเหตุการณ์ทันที กลุ่มนี้กล่าวด้วยว่า น่ากังวลอย่างยิ่งที่ตำรวจที่นี่ใช้น้ำหอมปรับอากาศห้อยรถเป็นข้ออ้างในการเรียกหยุดรถ ซึ่งบ่อยครั้งเหลือเกินที่เป้าหมายเป็นคนผิวดำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99287</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, ดอนเต ไรต์, ตำรวจยิงคนผิวสี, บรูคลินเซ็นเตอร์, ประท้วงตำรวจ, มินนีแอโพลิส, อเมริกันประท้วง, เหยียดผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_607413cfe44e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควีนเอลิซาเบธทรงเสียพระทัยกับ&#039;แฮร์รี-เมแกน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอังกฤษออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มีความโทมนัสต่อสิ่งที่เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนต้องเผชิญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และจะทรงจัดการกับคำกล่าวหาเหยียดสีผิว &amp;quot;อาร์ชี&amp;quot; เป็นการภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทอดพระเนตรพิธีสวนสนามจากสีหบัญชรพระราชวังบักกิงแฮม พร้อมด้วยเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ และพระบรมวงศ์อีกหลายพระองค์ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 (Photo by Max Mumby/Indigo/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาจากพระราชวังบักกิงแฮมมีออกมาภายหลังรายการสัมภาษณ์พิเศษดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ โดยโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรหญิงผิวสีชาวอเมริกัน ถูกนำมาออกอากาศซ้ำทางสถานีไอทีวีของอังกฤษเมื่อคืนวันจันทร์ และก่อกระแสถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนภายในสหราชอาณาจักร กรณีคำกล่าวหาจากเมแกนที่โจมตีว่ามีสมาชิกในราชวงศ์วินเซอร์พระองค์หนึ่งเหยียดสีผิวโอรสของเธอกับเจ้าชายแฮร์รี และความเมินเฉยต่อคำร้องขอความช่วยเหลือของเธอภายหลังโดนสื่อวิจารณ์อย่างรุนแรงจนทำให้เธอคิดฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ในพระนามของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ที่มีออกมาภายหลังสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์ทรงประชุมหารือรับมือวิกฤติครั้งนี้ กล่าวว่า สมาชิกในราชวงศ์ทุกพระองค์มีความเสียพระทัยที่ได้รับรู้เกี่ยวกับความท้าทายทั้งปวงที่แฮร์รีและเมแกนต้องเผชิญในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นที่ถูกกล่าวถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเชื้อชาติ เป็นเรื่องที่น่ากังวล ในขณะที่ความทรงจำบางอย่างอาจผิดแผกไป แต่สิ่งเหล่านี้จะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและจะได้รับการจัดการโดยครอบครัวเป็นการส่วนพระองค์ แฮร์รี, เมแกน และอาร์ชีจะเป็นที่รักของสมาชิกในครอบครัวเสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวในราชสำนักว่า บักกิงแฮมเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในครอบครัว และสมาชิกในราชวงศ์ควรได้รับโอกาสปรึกษาหารือประเด็นเหล่านี้เป็นการส่วนพระองค์ในฐานะคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้สัมภาษณ์กับสื่ออเมริกันของดยุคและดัชเชส ที่สละฐานันดรศักดิ์เมื่อปีที่แล้ว และยกเลิกการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะพระบรมวงศ์ โดยหาเลี้ยงชีพเองและไม่พึ่งพาเงินภาษีของชาวอังกฤษ ทำให้ราชวงศ์อังกฤษถูกวิจารณ์รุนแรงที่สุดนับแต่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ภายหลังโดนปาปารัซซีไล่ติดตามที่กรุงปารีสเมื่อปี 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแฮร์รีตรัสกับโอปราห์ด้วยว่า พระองค์ผิดหวังกับวิธีที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา ทรงรับมือกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทรงรู้สึกสงสารพระบิดาและพระเชษฐาที่ต้องติดกับอยู่ภายในระบบของสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหนึ่ง เมแกนซึ่งมีบิดาผิวขาว มารดาผิวดำ กล่าวว่า อาร์ชี ซึ่งจะอายุครบ 2 ปีในเดือนพฤษภาคม ไม่ได้รับพระยศเจ้าชาย เพราะมีความกังวลในหมู่สมาชิกราชวงศ์ว่า สีผิวของเขาจะเข้มแค่ไหนเมื่อประสูติออกมา เธอกล่าวว่า เจ้าชายแฮร์รีเล่าเรื่องนี้กับเธอว่าสมาชิกคนหนึ่งของราชวงศ์กล่าวเช่นนั้น ทั้งคู่ไม่เปิดเผยว่าคือใคร แต่ต่อมาโอปราห์ยืนยันว่า ไม่ใช่พระราชินีหรือเจ้าชายฟิลิป พระราชสวามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซี สื่ออังกฤษ กล่าวว่า ภายใต้กฎมณเฑียรบาลที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2460 ทายาทของเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 6 ของการสืบราชสันตติวงศ์ กับเมแกน จะไม่ได้รับยศเจ้าชายหรือเจ้าหญิงโดยอัตโนมัติ เว้นแต่สมเด็จพระราชินีจะทรงประดับยศให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการที่ออกอากาศทางไอทีวีของอังกฤษมีผู้ชมถึง 12.4 ล้านราย ส่วนของสถานีซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์นั้นมีผู้ชม 17.1 ล้านราย ผลสำรวจที่จัดทำอย่างรวดเร็วของยูกอฟภายหลังรายการออกอากาศในอังกฤษ โดยสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 4,656 คน พบว่า 32% หรือเกือบหนึ่งในสามเห็นว่าทั้งคู่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม แต่ผลสำรวจในสัดส่วนเท่ากันเห็นตรงกันข้าม คนส่วนใหญ่ที่เห็นใจเจ้าชายและเมแกนเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควีนเอลิซาเบธที่ 2, พระราชวังบักกิงแฮม, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ, อาร์ชี, เจ้าชายแฮร์รี, เมแกน, เหยียดผิว, โอปราห์ วินฟรีย์, ให้สัมภาษณ์โอปราห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_60486e8174254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 23:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันในแอลเอประท้วงตำรวจยิงผิวดำดับอีกราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ชุมนุมรวมตัวกันทางใต้ของนครลอสแองเจลิสเมื่อวันอังคาร เรียกร้องขอคำตอบจากตำรวจภายหลังเกิดเหตุตำรวจยิงชายผิวดำวัย 29 ปีเสียชีวิตรายล่าสุดเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจเทศมณฑลลอสแองเจลิสแถลงว่า ชายที่โดนตำรวจยิงเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 1 กันยายน ชื่อดีจอน คิซซี อายุ 29 ปี เขากำลังขี่จักรยานเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจะหยุดเขาเพราะทำสิ่งผิดกฎหมาย แต่คิซซีวิ่งหนี เมื่อตำรวจไล่ตามเขาทัน เขาต่อยหน้าตำรวจนายหนึ่งแล้วทิ้งกองผ้าที่ถือมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ท.แบรนดอน ดีน แห่งสำนักงานตำรวจเทศมณฑลลอสแองเจลิสแถลงกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจที่วิ่งไล่ตามจับคิซซีสังเกตเห็นว่าภายในกองผ้าที่ชายคนนี้ทิ้งมีปืนพกกึ่งอัตโนมัติสีดำ 1 กระบอก หลังจากนั้นเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงชายคนนี้ และยังไม่ทราบว่าชายคนนี้ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาพาหนะในข้อหาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุเมื่อวันจันทร์ ประชาชนกว่า 100 คนออกมาชุมนุมบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อขอคำตอบจากตำรวจว่าทำไมต้องยิงชายคนนี้เสียชีวิต และมีการชุมนุมกันอีกครั้งในที่เกิดเหตุเมื่อเย็นวันอังคาร มีการเดินขบวนอย่างสงบและมีขบวนรถแล่นไปที่สถานีตำรวจเทศมณฑลลอสแองเจลิสที่อยู่ใกล้กัน ผู้ประท้วงบางคนถือป้ายเขียนว่า &amp;quot;หยุดตำรวจนักฆ่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบน ครัมป์ ทนายความสิทธิพลเรือนซึ่งเป็นตัวแทนของครอบครัวคิซซี โพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า คิซซีโดนตำรวจยิงมากกว่า 20 นัด ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเขาวิ่งหนีตำรวจ, ทิ้งกองเสื้อผ้าและปืนพก เขาไม่ได้หยิบปืนขึ้นมา แต่เจ้าหน้าที่ยิงเขาจากด้านหลังมากกว่า 20 นัด และปล่อยร่างเขาทิ้งไว้หลายชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดจา หญิงที่เห็นเหตุการณ์ เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า เธอตะโกนบอกตำรวจที่พยายามจะจับคิซซีว่าอย่ายิงเขา&amp;nbsp; ตำรวจใช้ปืนชอร์ตไฟฟ้ายิงที่ขาของเขาจากด้านหลัง เมื่อเขาหันกลับมาตำรวจก็ยิงเขา ตอนที่ดิซซีโดนยิง เธอเห็นว่าเขาไม่ได้ถือปืน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ใส่กุญแจมือเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปดูความเสียหายที่เกิดขึ้นในเมืองเคโนชา รัฐวิสคอนซิน หลังเกิดการจลาจลจากเหตุตำรวจยิงเจค็อบ เบลค ชายผิวดำจากทางด้านหลัง ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส ทรัมป์ประณามผู้ชุมนุมต่อต้านการเหยียดผิวที่ก่อเหตุรุนแรงว่าเป็นการก่อการร้ายในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจฆ่าผิวสี, ลอสแองเจลิส, สหรัฐ, เหยียดผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fc2091aa7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 23:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสหรัฐดำเนินคดีหญิงผิวขาวแจ้งเท็จใส่ความชายผิวดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอาให้เข็ด ทางการสหรัฐดำเนินคดีหญิงผิวขาวฐานแจ้งความเท็จ จากเหตุการณ์ที่เธอโทรศัพท์แจ้งตำรวจกล่าวหาชายผิวดำนักดูนกว่าคุกคามเธอในสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คของนิวยอร์ก หลังจากวิดีโอมัดว่าเขาเพียงทักท้วงที่เธอทำผิดกฎนำสุนัขเข้าในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพนิ่งจากวิดีโอของคริสเตียน คูเปอร์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เผยภาพเอมี คูเปอร์ คู่กรณีของเขาที่พาสุนัขมาเดินเล่นในสวนสาธารณะโดยไม่สวมสายจูง จนเป็นเหตุโต้เถียงแล้วฝ่ายหญิงแจ้งตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงการณ์ของไซรัส แวนซ์ จูเนียร์ อัยการเขตแมนฮัตตัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กล่าวว่า อัยการจะดำเนินคดีกับเอมี คูเปอร์ สตรีผิวขาวรายนี้ ฐานแจ้งความเท็จ ความผิดนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และออกหมายศาลให้เธอมารับฟังข้อกล่าวหาในวันที่ 14 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูเปอร์ วัย 41 ปี โทรศัพท์แจ้งตำรวจเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม กล่าวหาคริสเตียน คูเปอร์ วัย 57 ปี นักดูนกผิวดำ ว่าเขาคุกคามเธอและสุนัขของเธอ ขณะที่เธอนำสุนัขมาเดินเล่นบริเวณโซนป่าของสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค ซึ่งเป็นบริเวณที่มีผู้นิยมมาดูนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎของพื้นที่นั้นกำหนดว่าผู้ที่นำสุนัขมาบริเวณนี้จะต้องใส่สายจูงตลอดเวลา แต่เอมีไม่ได้ใส่สายจูงสุนัข คริสเตียนจึงขอให้เธอใส่สายจูงสุนัข แต่เธอกลับโทรศัพท์แจ้งตำรวจกล่าวหาเขา ขณะเกิดเหตุคริสเตียนถ่ายวิดีโอไว้และนำมาโพสต์ทางทวิตเตอร์ ซึ่งมีผู้มาชมวิดีโอนี้เกือบ 45 ล้านครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอเหตุการณ์นี้โพสต์วันเดียวกับที่จอร์จ ฟลอยด์ โดนตำรวจใช้เข่ากดคอระหว่างจับกุมที่เมืองมินนีแอโพลิสและเสียชีวิตในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70811</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายผิวดำ, ดำเนินคดีหญิงผิวขาว, เซ็นทรัลพาร์ค, เหยียดผิว, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f049ec53e098.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;ลงนามคำสั่งปฏิรูปตำรวจ ลดการใช้ความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารกำหนดแนวทางปฏิรูปตำรวจสหรัฐเมื่อวันอังคาร ซึ่งรวมถึงห้ามใช้การล็อกคอที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ขณะประธานสภาล่างชี้ คำสั่งนี้ไม่ครอบคลุมเรื่องการเหยียดผิวและความโหดร้ายของตำรวจที่ทำให้ชาวอเมริกันประท้วงกันทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงคำสั่งฝ่ายบริหารที่เขาเพิ่งลงนามเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีลงนามที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายน มีตัวแทนตำรวจและ ส.ส.พรรครีพับลิกันส่วนหนึ่งเข้าร่วมด้วย แต่ไม่มีนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองผิวดำและนักการเมืองฝ่ายค้านเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสหรัฐมีอำนาจอย่างจำกัดเหนือการทำงานของตำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในการดูแลของรัฐบาลระดับมลรัฐและท้องถิ่น แต่ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะใช้การเข้าถึงกองทุนของรัฐบาลกลางเป็นแรงจูงใจให้ตำรวจยอมรับมาตรฐานความเป็นมืออาชีพในระดับสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ฉบับนี้ส่งเสริมการฝึกเพื่อลดการใช้ความรุนแรงในการระงับเหตุ, ปรับปรุงการคัดเลือกเข้าเป็นตำรวจ, แบ่งปันข้อมูลตำรวจที่มีประวัติไม่ดี และให้เงินสนับสนุนเพิ่มแก่ตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ที่มีความซับซ้อน เช่น รับมือกับผู้เป็นโรคประสาทหรือติดยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่เป็นไฮไลต์ของข้อเสนอของทรัมป์คือการห้ามตำรวจใช้วิธีการล็อกคอผู้ต้องสงสัย เว้นแต่ในกรณีที่ชีวิตของตำรวจผู้นั้นอยู่ในความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรคเดโมแครต วิจารณ์คำสั่งปฏิรูปตำรวจของทรัมป์ว่า เป็นคำสั่งที่อ่อนและไม่ครอบคลุมถึงเรื่องความอยุติธรรมทางเชื้อชาติและการกระทำทารุณของตำรวจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, เหยียดผิว, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5eea3dfa49b97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รัศมีแข’ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ ประเด็นการเหยียดผิวที่กำลังดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาทีนี้ประเด็นของการเหยียดผิวกำลังเป็นที่พูดถึงทั่วโลก ด้านดาราผิวสีอย่าง รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ก็ออกมาโพสต์ว่าตนไม่ได้นิ่งนอนใจในประเด็นดังกล่าว เพราะตนก็เจอมาไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย รัศมีแข โพสต์ผ่านอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;หลังจากกรณีผิวสีที่เกิดขึ้นในอเมริกาผมไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ... ผมคิด.. คิดเป็นอาทิตย์ๆ จะถามผมว่าจริงเหรอ ... ที่คนจะทำแบบนั้นผมก็เถียงไม่ออก ... เพราะผมเจอกับตัวมาเต็มๆทั้งชีวิตจนตอนนี้ก็ยังคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์เรา อะไรที่ทำให้เรามองข้ามความเท่าเทียมที่แตกต่างแล้วเลือกที่จะปฏิบัติหรือ ... มนุษย์บางคนไม่สามารถจัดการกับความ, ไม่ชอบ, เกลียดชังหรือไม่ถูกใจกับคนนั้นทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้จากเรื่องนี้มันทำให้ผมยิ่งรักคุณพ่อที่เป็นผิวสี ครอบครัว เพื่อนๆ กัลยาณมิตรที่ดีๆที่รู้จักตัวตนจริงๆของผมแล้วรักผมในแบบที่ &amp;quot;มนุษย์อย่าง.. ผมเป็น&amp;quot;&amp;rdquo; พร้อมแคปชั่นต่อท้ายว่า &amp;ldquo;บางทีคำตอบของทุกๆเรื่อง...ควรจะต้องถาม&amp;quot;ผู้กระทำ&amp;quot;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวโพสต์ข้อความดังกล่าวไปนั้น ก็มีเพื่อนๆและแฟนๆเข้ามาให้กำลังใจมากมาย โดยเฉพาะเพื่อนและพี่สาวคนสนิท ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ที่เข้ามาบอกว่า &amp;ldquo;ชั้นรักเธอที่เธอเป็นเธอไม่ว่าเธอจะสีอะไร...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม rusameekae&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผิวสี, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, เหยียดผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9b550decc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรส.-คสรท.บุกสสถานทูตสหรัฐจี้ยุติการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติกับคนผิวสี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.63&amp;nbsp; -&amp;nbsp; เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มิ.ย. ที่หน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) และ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสรส.ยื่นหนังสือต่อ นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เอกอัคราชทูตประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยุติการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติกับคนผิวสี เพื่อแสดงความสมานฉันท์สากลต่อต้านการเหยียดสีผิวกรณีตำรวจทำเกินกว่าเหตุจนทำให้นายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำอายุ 46 ปี จนเกิดกระแสต่อต้านการเหยียดผิวและการกระทำที่รุนแรงละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
&amp;nbsp;
โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า จากการเสียชีวิตของ &amp;ldquo;จอร์จ ฟลอยด์&amp;rdquo; ชายผิวสีชาวอเมริกันผู้ซึ่งเป็นพ่อ อายุ 46 ปีที่เสียชิวิตจากการฆาตกรรมโดยตำรวจผิวขาวโดยการใช้เข่ากดคอจนขาดอากาศหายใจอย่างช้า ๆ และเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ณ เมือง Minneapolis รัฐเมนิโซต้า ขณะที่วิดีโอความโหดร้ายของการเสียชีวิตของเขาในครั้งนี้ถูกบันทึกไว้เป็นระยะเวลากว่า 8 นาที 46 วินาที เป็นบันทึกวิดีโอการตายของจอร์จ ที่บาดหัวใจเป็นอย่างมาก และเป็นภาพที่เจ็บปวดไปทั่วโลก ขณะที่จอร์จร้องเรียกแม่ของเขาในขณะที่ตำรวจคนอื่น ๆ ไม่ช่วยเหลือปกป้องชีวิตและเสรีภาพของเขาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พวกเราได้รับแรงบันดาลใจจากการตอบรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา เราเห็นถึงพลังของประชาชนชาวสหรัฐและจากทั่วโลกหลายล้านคนที่ลงมาเดินขบวนบนท้องถนนเพื่อสนับสนุน &amp;ldquo;Black Lives Matter&amp;rdquo;เพื่อประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ การเหยียดสีผิว และการเลือกปฏิบัติในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การขับเคลื่อนของพวกเราในวันนี้ หน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พวกเราต้องการที่จะแสดงพลังสมานฉันท์ไปยัง AFL-CIO และประชาชนชาวอเมริกัน พี่น้องแรงงาน และคนผิวสีทุกคนที่ต้องเผชิญกับความอัปยศของการเหยียดสีผิวและความโหดร้ายจากการกระทำของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรงของตำรวจในการเหยียดสีผิว การเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำและกลุ่มคนผิวสีอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงชาว Hispanic และชาวเอเชีย ถือเป็นการต่อสู้ที่พวกเรายืนหยัดต่อสู้ไปด้วยเช่นกัน และในนามขององค์การสมาชิกสหภาพแรงงานในระดับสากลซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกันกับ AFL-CIO พวกเราขอร่วมยืนหยัดต่อต้านความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำในทุกรูปแบบ รวมทั้งความอยุติธรรมทางเศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งที่กลายเป็นการหยามเหยียดคนผิวดำที่ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับความยากจนและถูกเอารัดเอาเปรียบมากขึ้น พวกเราขอยืนหยัดอย่างภาคภูมิใจเพื่อให้ได้มาซึ่งความเท่าเทียมทางเชื้อชาติและความเสมอภาคทางเพศ และต่อต้านอำนาจเผด็จการทั้งหลายที่ขัดขวางการได้มาซึ่งสิทธิทางประชาธิปไตยของพวกเราทั้งในประเทศไทยและนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกายุติการกระทำต่อการเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำทันทีพร้อมทั้งปฏิรูปเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะไม่มีที่ว่างใดในระบอบประชาธิปไตยสำหรับตำรวจ ที่อาศัยการคุกคามและการข่มขู่สร้างความหวาดกลัว การครอบงำ การเหยียดสีผิวและความรุนแรง วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำจากอำนาจเผด็จการ ดังนั้น พวกเราจึงขอให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาใช้รูปแบบและมาตรการด้านความปลอดภัยที่สอดคล้องกับค่านิยมและหลักการตามแนวทางของประชาธิปไตยในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68480</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟรอยด์, สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.), สาวิทย์ แก้วหวาน, เหยียดผิว, ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee3000059a5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
