<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้คนโวยพระตีระฆังเข้าข่ายเหยียดศาสนา ซัดกทม.ไม่คุมอาคารสูงก่อขัดแย้งวัดชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเขตบางคอแหลมได้มีหนังสือไปถึงวัดไทร เพื่อขอให้ลดเสียงของการตีระฆังลง เนื่องจากมีผู้พักอาศัยอยู่ในคอนโดฯข้างเคียงมาร้องเรียน ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ขัดต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนคนไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากการตีระฆังหรือตีกลองเพล กลองย่ำค่ำ เป็นกิจของสงฆ์ที่ทุกวัดยึดถือปฏิบัติกันมานับพันปีแล้ว ซึ่งปุถุชนชาวพุทธทั่วไปย่อมรู้และเคารพในจริยวัฒน์ที่พึงกระทำของวัดอันเป็นอัตลักษณ์ในทางพุทธศาสนา ซึ่งวัดไทรดังกล่าวก็มีอายุมากกว่า 300 ปีและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาโดยชอบด้วยกฎหมายมานานแล้ว ย่อมมีอำนาจในการประกอบสังฆกรรมได้ทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่มีผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯ ซึ่งเป็นชุมชนแปลกปลอมยุคใหม่ในสังคมเมืองรับสภาพปัญหาดังกล่าวไม่ได้ ถึงขนาดต้องไปร้องเรียนวัดและกดดันสำนักงานเขตจนต้องดราม่ามีการออกหนังสือเตือนนั้น อาจเข้าข่ายการ &amp;ldquo;เหยียดหยามศาสนา&amp;rdquo; ตาม ป.อาญา มาตรา 206 ที่บัญญัติว่า &amp;quot;ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กฎหมายนี้มีเจตนารมณ์เพื่อปกป้องความรู้สึกของประชาชนในการนับถือศาสนา ซึ่งการพิจารณาความผิดตามมาตรานี้จึงต้องนำความรู้สึกของคนทั่วไปที่นับถือศาสนามาประกอบการพิจารณา หากคนทั่วไปเห็นว่าการกระทำนั้นเป็นการเหยียดหยามศาสนา ก็ต้องถือว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนา แม้ผู้กระทำจะอ้างว่าตนไม่ได้มีเจตนาเหยียดหยามศาสนาแต่กระทำไปด้วยเจตนาอื่นก็ตาม ดังนั้นหากผู้กระทำได้กระทำด้วยประการใดๆ อันคนทั่วไปเห็นว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนา ซึ่งเป็นที่เคารพทางศาสนาของหมู่ชนใดและไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นศาสนาใด โดยผู้กระทำรู้อยู่ว่าวัตถุหรือสถานที่นั้นเป็นที่เคารพในทางศาสนาแต่ได้กระทำการดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนาก็ถือว่าเป็นความผิดตามมาตรานี้แล้ว ผู้กระทำจะอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาเหยียดหยามไม่ได้&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นการที่กระทรวงมหาดไทยหรือ กทม.ไม่ยอมใช้อำนาจในการออกประกาศหรือออกกฎกระทรวงตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 กำหนดบริเวณห้ามการก่อสร้างอาคารสูงที่อยู่ใกล้วัดในรัศมีเกินกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป และไม่กำหนดให้อาคารที่ปลูกใกล้วัดต้องมีวัสดุป้องกันเสียงในการก่อสร้างอาคารด้วย จึงกลายเป็นปัญหาจนเกิดความขัดแย้งขึ้นมาในปัจจุบันนั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คอนโดข้างวัดไทร, คอนโดพระราม3, พระตีระฆังดัง, วัดไทรพระราม3, หญิงร้องเรียนวัดไทร, เขตบางคอแหลม, เหยียดหยามศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb579993e9c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
