<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสินอดีตตร.ใช้เข่ากดคอ&#039;จอร์จ ฟลอยด์&#039;มีความผิดทุกข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจผิวขาวจากเมืองมินนีแอโพลิสของสหรัฐ ถูกคณะลูกขุนตัดสินเมื่อวันอังคารว่ามีความผิดทั้ง 3 ข้อหาฐานทำให้จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำ ถึงแก่ความตายด้วยการใช้เข่ากดคอเขานานกว่า 9 นาทีจนขาดอากาศหายใจ ศาลนัดพิพากษาโทษอีก 8 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอเมริกันเดินขบวนที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ภายหลังคำพิพากษาว่าเดเร็ก ชอวิน มีความผิด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 (Photo by Megan Varner/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า การพิจารณาคดีนี้ได้รับความสนใจทั่วโลกและถือเป็นบททดสอบสำคัญกรณีความรับผิดชอบของตำรวจสหรัฐในคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสีผิวและการปฏิบัติต่อชาวแอฟริกันอเมริกัน การไต่สวนเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม โดยศาลเปิดให้ซักถามพยาน 45 คน ที่มีตั้งแต่คนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ก่อนที่คณะลูกขุนจะมีคำตัดสินในวันอังคารที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุน 12 คน ซึ่งประกอบด้วยหญิงผิวขาว 4 คน, ชายผิวขาว 2 คน, ชายผิวดำ 3 คน, หญิงผิวดำ 1 คน และหญิงหลายเชื้อชาติ 2 คน ลงความเห็นภายหลังการพิจารณาไตร่ตรองนานกว่า 10 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ว่า เดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจผิวขาวอายุ 45 ปี มีความผิดทั้ง 3 กระทง ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และทำให้คนตายโดยไม่เจตนาฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำวัย 46 ปี กับตำรวจที่เมืองมินนีแอโพลิส ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 มีผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกวิดีโอไว้ โดยชอวิน ที่เป็นตำรวจมานานถึง 19 ปี ใช้เข่ากดคอฟลอยด์ที่โดนจับใส่กุญแจมือนอนคว่ำบนพื้น นาน 9 นาที 29 วินาที แม้เขาจะร้องบอกว่าหายใจไม่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอวินกับตำรวจอีก 3 นายในเหตุการณ์นี้ พยายามจับกุมฟลอยด์หลังได้รับแจ้งว่าเขาใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอม ซื้อบุหรี่ที่ร้านของชำ ตำรวจทั้ง 4 นายนี้โดนไล่ออกทันทีในวันถัดมา อีก 3 นายเตรียมถูกพิจารณาคดีต่อไปในปีนี้ ฐานสนับสนุนผู้กระทำผิดอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังผู้พิพากษาปีเตอร์ เคฮิลล์ แห่งศาลเฮนเนพินเคาน์ตี อ่านคำตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ของคณะลูกขุนว่าเขามีความผิดทุกข้อกล่าวหา ชอวินซึ่งสวมสูทสีเทาผูกเนคไทสีน้ำเงินและสวมหน้ากากอนามัยสีฟ้า พยักหน้ารับและไม่ได้แสดงอารมณ์ใดให้เห็นชัดเจน เขาลุกขึ้นยืนทันทีที่ผู้พิพากษาตัดสินว่าเขาถูกเพิกถอนประกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่พาตัวเขาซึ่งถูกใส่กุญแจมือออกจากห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอกศาลซึ่งวางกำลังรักษาการณ์อย่างแน่นหนา ผู้คนหลายร้อยคนแสดงความยินดี บางคนหลั่งน้ำตาแห่งความปีติ บรรยากาศนี้เกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วสหรัฐ รถยนต์บีบแตร ชุมนุมปิดกั้นถนนและร้องตะโกนชื่อ &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์&amp;quot; ส่วนที่จัตุรัสจอร์จฟลอยด์ในเมืองมินนีแอโพลิส สถานที่เกิดเหตุที่ภายหลังตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ฟลอยด์ ผู้คนพากันกรีดร้องปรบมือด้วยความดีใจ บางคนโยนแบงก์ดอลลาร์เพื่อฉลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำตัดสินครั้งนี้ หลายเมืองทั่วสหรัฐอยู่ในภาวะเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่สงบ และทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดถูกเรียกมารักษาการณ์ในเมืองมินนีแอโพลิส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน โทรศัพท์พูดคุยกับสมาชิกครอบครัวฟลอยด์เพื่อบอกว่าเขา &amp;quot;โล่งอก&amp;quot; กับคำตัดสินนี้ ต่อมาไบเดนพร้อมด้วยคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีหญิงผิวสี แถลงทางโทรทัศน์ว่า คำตัดสินนี้เป็นการก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่ในการเดินขบวนสู่ความยุติธรรมในอเมริกา และเรียกร้องให้ชาวอเมริกันรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแฮร์ริสกล่าวกับครอบครัวฟลอยด์ว่า วันนี้คือวันแห่งความยุติธรรมในอเมริกา และประวัติศาสตร์จะมองย้อนกลับมาที่ช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดสูงสุดตามข้อหาของชอวินมีโทษจำคุกไม่เกิน 40 ปี ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน ที่เป็นความผิดฐานฆ่าคนตายในระดับ 2 ของสหรัฐ ผู้พิพากษาเคฮิลล์กล่าวว่า การพิพากษาโทษจะมีขึ้นใน 8 สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำตัดสินนี้ เมืองมินนีแอโพลิสอยู่ในภาวะตึงเครียดจากการประท้วงหลายคืนติดต่อกัน นับแต่ดอนเต ไรต์ หนุ่มผิวดำอายุ 20 ปี โดนตำรวจหญิงผิวขาวยิงเสียชีวิตห่างจากจุดเกิดเหตุคดีฟลอยด์ไม่กี่กิโลเมตร หลังจากเขาโดนเรียกหยุดรถฐานทำผิดกฎจราจรเมื่อวันที่ 11 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อค่ำวันอังคาร ตำรวจในรัฐโอไฮโอเผยแพร่วิดีโอจากกล้องติดลำตัวตำรวจนายหนึ่งที่ยิงสังหารวัยรุ่นหญิงผิวดำที่ดูเหมือนว่ากำลังใช้มีดข่มขู่คนผู้หนึ่ง ไมเคิล วูดส์ ผู้บัญชาการตำรวจโคลัมบัส กล่าวว่า เขาต้องการเผยแพร่ภาพวิดีโอเหตุการณ์นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน, จอร์จ ฟลอยด์, มินนีแอโพลิส, ศาลพิพากษาว่ามีความผิด, เดเร็ก ชอวิน, เหยียดเชื้อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607feb44803ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเด็กบิ๊กป้อมแฉประเทศเรียกร้องสิทธิมนุษยชนแต่โหวตไม่รับรองต่อต้านเหยียดผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วย รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ดูกันชัดๆโฉมหน้าปีศาจถูกกระชากออกมาแล้ว&amp;rdquo; ยูเอ็นเสนอมติให้มีการร่วมมือกันทั่วโลก เพื่อต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสรุปการลงมติ...เห็นชอบ - 106 ปท. &amp;nbsp;ไม่เห็นชอบ - 14 ปท. งดออกเสียง - 44 (อยู่ในที่ประชุม แต่ไม่ลงคะแนนเสียง) ไม่ลงคะแนนเสียง - 29 (อาจไม่เข้าประชุม) จำนวน ปท.สมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง - 193&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มากกว่า 100 ปท.เห็นชอบ..ลองทายซิว่า ปท.ใดที่ออกเสียงคัดค้าน...สหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปท.เหล่านี้ คือ ปท.ที่เรียกร้องให้ ปท.อื่นรักษาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ...555...ช่างหน้าไหว้ หลังหลอกดีแท้...
ปท.ที่ลงคะแนนเสียงคัดค้าน ยังมีอีก 10 ปท.คือ.. 1.สาธารณรัฐเช็ก 2.สาธาณรัฐ ปชต.คองโก 3.ฝรั่งเศส 4.เยอรมนี 5.กิอาน่า 6.อิสราเอล 7.หมู่เกาะมาร์แชล 8.นาอูรู 9.เนเธอร์แลนด์ &amp;nbsp;และ 10.สโลเวเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาอำนาจอย่างญี่ปุ่น &amp;ndash; งดออกเสียง จีน &amp;ndash; เห็นชอบ ปท.ไทยลงคะแนนเสียง เห็นชอบ ปท.ในอาเซียนที่เหลืออีก 9 ปท. ลงคะแนนเสียงเห็นชอบทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97122</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยูเอ็น, อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, เหยียดเชื้อชาติ, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605a84775fa3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าชายวิลเลียมทรงยืนยันราชวงศ์อังกฤษไม่เหยียดผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายวิลเลียมทรงตอบคำถามนักข่าวระหว่างปฏิบัติพระกรณียกิจเมื่อวันพฤหัสบดี โดยทรงปกป้องราชวงศ์อังกฤษของพระองค์ว่า &amp;quot;พวกเราไม่ใช่ครอบครัวเหยียดเชื้อชาติ&amp;quot; หลังจากเจ้าชายแฮร์รี พระอนุชา และเมแกน มาร์เคิล ให้สัมภาษณ์โจมตีสมาชิกในราชวงศ์ว่าเหยียดผิวอาร์ชีลูกชายของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และแคเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยี่ยมโรงเรียน 21 ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 (Photo by Justin Tallis - WPA Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เสด็จพร้อมกับเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเยี่ยมโรงเรียนที่รับนักเรียนหลากเชื้อชาติในพื้นที่ขาดแคลนทางตะวันออกของกรุงลอนดอนเมื่อวันพฤหัสบดี ตอนหนึ่งพระองค์ถูกนักข่าวซักถามเกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของเมแกน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ใช่ครอบครัวเหยียดเชื้อชาติแน่นอน&amp;quot; เจ้าชายวิลเลียม ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 2 ของการสืบราชสมบัติ รับสั่งกับนักข่าว พร้อมตรัสด้วยว่า นับแต่รายการสัมภาษณ์ออกอากาศในสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พระองค์ยังไม่ได้พูดคุยกับพระอนุชาซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย แต่พระองค์จะพูดคุยหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้สัมภาษณ์กับโอปราห์ วินฟรีย์ ในรายการความยาว 2 ชั่วโมง ก่อวิกฤติต่อราชวงศ์วินด์เซอร์ครั้งรุนแรงที่สุดนับแต่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของเจ้าชายทั้งสองพระองค์ เมื่อปี 2540 นอกจากเมแกนจะกล่าวหาว่าสมาชิกในราชวงศ์พระองค์หนึ่งกล่าวถึงสีผิวของอาร์ชีก่อนการประสูติ เธอยังกล่าวด้วยว่า ช่วงที่ประสบกับวิกฤติสุขภาพจิตและคิดฆ่าตัวตาย เธอได้ขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์แต่กลับถูกปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังอังกฤษเมื่อวันอังคาร สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงแสดงความประนีประนอมต่อพระราชนัดดาของพระองค์ และชายาเลือดผสมผิวสีผิวขาวผู้นี้ แต่ทรงย้ำเช่นกันว่า &amp;quot;ความทรงจำบางอย่างอาจแตกต่างกันไป&amp;quot; และบักกิงแฮมจะสอบสวนเรื่องนี้เป็นการภายในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้าชายแฮร์รี ไม่ทรงตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ระหว่างการเสด็จเยือนโบสถ์คริสต์ของไนจีเรียที่กรุงลอนดอนเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำประทานสัมภาษณ์ เจ้าชายแฮร์รีกล่าวด้วยว่ารู้สึกผิดหวังกับการรับมือของเจ้าชายชาร์ลส์ และยังสงสารพระบิดากับพระเชษฐาที่ต้องติดกับอยู่ภายในระบบของราชวงศ์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95778</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชวงศ์อังกฤษ, อาร์ชี, เจ้าชายวิลเลียม, เจ้าชายแฮร์รี, เมแกน มาร์เคิล, เหยียดสีผิว, เหยียดเชื้อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604a16747ad5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจกลุ่ม3นิ้วแสดงความเสียใจม็อบหน้าสน.ปทุมวันเหยียดเชื้อชาติต่อพลเมืองไทยเชื้อสายลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.พ.64 - เพจเฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากการชุมนุมในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมทั้งหมดที่ถูกจับกุม ที่หน้าสถานีตำรวจปทุมวันนั้น ได้ปรากฏภาพสีสเปรย์พ่นข้อความบริเวณประตูรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่ไม่เหมาะสม โดยเป็นการแสดงออกในลักษณะการเหยียดเชื้อชาติต่อพลเมืองลาว และพลเมืองไทยเชื้อสายลาว
.
ราษฎรขอแสดงความเสียใจและขอยืนยันว่า สังคมที่เรากำลังต่อสู้เพื่อให้ได้มา จะต้องเป็นสังคมที่เราทุกคนมีสิทธิเสรีภาพและความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะฐานะใด เพศใด หรือชนชาติใด
.
ทั้งนี้ราษฎรขอความร่วมมือแก่ผู้ชุมนุมให้หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความที่ลักษณะเป็นการเหยียดหยามหรือด้อยค่า เชื้อชาติ ศาสนา เพศ และรูปลักษณ์ภายนอก เพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยและหลักการมนุษยชนสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, สน.ปทุมวัน, เหยียดเชื้อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_6025c5d7cefe6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนตะเพิด3นักข่าว WSJ ฉุนเหยียดเชื้อชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนมีคำสั่งเนรเทศนักข่าว 3 คนของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างสื่ออเมริกันฉบับนี้พาดหัวบทความเหยียดเชื้อชาติจีนกรณีไวรัสโคโรนาระบาดที่อู่ฮั่น เอาคืนที่วันก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐเพิ่งขึ้นบัญชีสื่อทางการจีนรายใหญ่รวมถึงซินหัวว่าเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อให้ปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของเกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าพาดหัวบทความหน้าคู่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ว่า &amp;quot;จีนคือคนป่วยตัวจริงของเอเชีย&amp;quot; นั้นเป็นพาดหัวที่กระทบความรู้สึกและเหยียดเชื้อชาติ จีนขอประณามหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ด้วยที่ไม่ขอโทษจีนอย่างเป็นทางการ และนับจากวันนี้เป็นต้นไป จีนจะเพิกถอนใบอนุญาตของนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัล 3 คนที่ประจำกรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) เปิดเผยว่า นักข่าว 3 คนของตน ได้แก่ ชาวอเมริกัน 2 รายคือ จอช ชิน รองหัวหน้ากองประจำปักกิ่ง และจ้าว เติ้ง นักข่าว กับฟิลิป เหวิน นักข่าวชาวออสเตรเลีย ได้รับคำสั่งจากทางการจีนให้ออกนอกประเทศภายใน 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าว 3 คนนี้ทำงานด้านข่าวและไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบทความบรรณาธิการหรือบทความทัศนะ ในขณะที่บทความทัศนะหน้าคู่บทบรรณาธิการที่ทำให้จีนโกรธเคืองนี้ เขียนโดยวอลเตอร์ รัสเซลล์ มีด อาจารย์มหาวิทยาลัยบาร์ดคอลเลจ วิจารณ์การตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาช่วงเริ่มต้นของจีน กล่าวถึงรัฐบาลอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการระบาดว่าปกปิดความลับและสนใจแต่เรื่องของตนเอง และเห็นว่าความพยายามระดับประเทศของจีนไม่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า วลี &amp;quot;คนป่วยแห่งเอเชีย&amp;quot; เดิมใช้เรียกขานจีนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จีนโดนมหาอำนาจต่างชาติแสวงหาประโยชน์ในยุคที่ถูกเรียก &amp;quot;ศตวรรษแห่งความอัปยศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้งกล่าวว่า บทความชิ้นนี้ใส่ร้ายความพยายามของรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนในการต่อสู้กับโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันพุธ โควิด-19 คร่าชีวิตผู้ป่วยในจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 2,000 คนแล้ว และมีคนติดเชื้ออีกมากกว่า 74,000 คน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในไม่ต่ำกว่า 25 ประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งเนรเทศนักข่าวของหนังสือพิมพ์อเมริกันฉบับนี้มีออกมาไล่หลังรัฐบาลจีนประณามการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มความเข้มงวดกับองค์กรสื่อของทางการจีนในสหรัฐ ว่าไม่มีเหตุผลและยอมรับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร สหรัฐจัดจำพวกสื่อของทางการจีน 5 แห่งใหม่ว่าเป็น &amp;quot;คณะผู้แทนต่างชาติ&amp;quot; ในสหรัฐ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สื่อ 5 รายนี้ซึ่งรวมถึงสำนักข่าวซินหัวและสถานีไชน่าโกลบอลเทเลวิชันเน็ตเวิร์ก เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือ &amp;quot;โฆษณาชวนเชื่อ&amp;quot; ที่กำลังเติบโต้ขึ้นเรื่อยๆ ของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของจีนสะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงของจีนในกรณีนี้ด้วยว่า จีนขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในจีน (FCCC) กล่าวว่า การเพิกถอนใบอนุญาตของนักข่าว 3 รายเป็นรูปแบบการตอบโต้ที่ไม่เคยมีมาก่อน นับแต่ปี 2556 เป็นต้นมามีนักข่าว 9 คนที่ถูกจีนเนรเทศโดยตรง หรือโดยอ้อมผ่านการไม่ต่อวีซ่าให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างนักข่าวต่างชาติที่โดนขับพ้นจีนก็เช่น เมกา ราชาโกปาลัน หัวหน้าโต๊ะข่าวประจำปักกิ่งของบัซฟีดนิวส์ จีนไม่ต่อวีซ่าให้เธอภายหลังเธอรายงานข่าวเกี่ยวกับเขตซินเจียง ที่ชาวอุยกูร์และมุสลิมชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ถูกกักกันในค่ายราว 1 ล้านคน นักข่าววอลล์สตรีท 3 รายนี้ก็รายงานข่าวเรื่องซินเจียงเช่นกัน ทั้งประเด็นการบังคับใช้แรงงาน, การสอดแนมและค่ายปรับทัศนคติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57658</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, วอลล์สตรีทเจอร์นัล, เนรเทศนักข่าว, เหยียดเชื้อชาติ, ไวรัสระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d3cd5af1e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสิงคโปร์โวย โฆษณาจับดาราทาผิวเข้มแทนคนเชื้อชาติอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สังคมสิงคโปร์ระอุ โฆษณาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของทางการสิงคโปร์จับนักแสดงหนุ่มเชื้อสายจีนเมคอัพให้สีผิวเข้มขึ้นเพื่อแสดงเป็นคนเชื้อชาติอื่น ก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์เผ็ดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักแสดงโดนจับแต่งตัวและเมคอัพเป็นชายเชื้อสายอินเดีย, หญิงมาเลย์, ชายเชื้อสายจีน และหญิงเชื้อสายจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมว่า ประเด็นเชื้อชาติเป็นเรื่องอ่อนไหวในสิงคโปร์ ซึ่งมีคนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกัน เช่น จีน, อินเดีย, มาเลย์มุสลิมและชาวต่างชาติจากทั่วโลกที่เข้ามาทำงานหรือพักอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเดียคอร์ป สื่อวิทยุและโทรทัศน์ของทางการสิงคโปร์ เผยแพร่โฆษณาชิ้นใหม่รณรงค์ให้ประชาชนทำธุรกรรมโดยไม่ต้องใช้เงินสด โดยให้เดนนิส ชิว ดีเจและนักแสดงชาวสิงคโปร์ที่มีเชื้อสายจีนและเคยแสดงเป็นหญิงวัยกลางคนในรายการวาไรตี้โชว์ แสดงเป็นคนสิงคโปร์ 4 เชื้อชาติ สร้างความไม่พอใจต่อชาวสิงคโปร์บางส่วน เนื่องจากเขาต้องเมคอัพผิวให้เข้มขึ้นเพื่อแสดงเป็นชายชาวอินเดียและหญิงมุสลิมเชื้อสายมาเลย์สวมฮิญาบ นอกจากนี้เขายังแสดงเป็นชายเชื้อสายจีนและหญิงเชื้อสายจีน โดยทั้งหมดถือจานอาหารของแต่ละเชื้อชาติ และสมาร์ทโฟนเพื่อสแกนจ่ายค่าอาหารหรือบัตรจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งของชาวสิงคโปร์ที่ไม่พอใจโฆษณารณรงค์ชิ้นนี้ เช่น รูบี เทียการาจัน บรรณาธิการนิตยสารในสิงคโปร์ฉบับหนึ่งที่โพสต์ทางทวิตเตอร์ว่าเป็นโฆษณาที่เกินเลยไป และผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งเห็นว่าน่าจะจ้างนักแสดงของแต่ละเชื้อชาติ แต่ความเห็นทางโซเชียลมีเดียบางคนไม่ได้คัดค้านโฆษณาชิ้นนี้ บอกอย่าอ่อนไหวเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเดียคอร์ปแถลงขอโทษที่โฆษณาชิ้นนี้อาจสร้างความไม่พอใจโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยอ้างว่าสารที่ต้องการสื่อจากโฆษณาชิ้นนี้คือทุกคนสามารถใช้จ่ายผ่านทางอี-เพย์เมนต์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42239</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทาหน้าดำ, เดนนิส ชิว, เหยียดเชื้อชาติ, โฆษณาสิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3effecbc5a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวก &#039;ทรัมป์&#039; เหยียด ส.ส.หญิงผิวสี ทวีตไล่กลับถิ่นเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเสียงประณามขรมว่า &amp;quot;เหยียดเชื้อชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;เกลียดคนต่างชาติ&amp;quot; เมื่อทวีตโจมตี ส.ส.หญิงผิวสีหัวก้าวหน้าจากพรรคเดโมแครตหลายคน โดยบอกให้พวกเธอกลับไปประเทศบ้านเกิด แม้เกือบทั้งหมดจะเกิดในสหรัฐแต่มีเชื้อสายต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้อยคำที่ประธานาธิบดีสหรัฐผรุสวาทผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 ยังทำให้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง วิจารณ์ว่า &amp;quot;ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม กล่าวว่า ทรัมป์ไม่ได้ระบุชื่อเป้าหมายของเขา แต่พาดพิงถึง &amp;quot;สมาชิกคองเกรสสตรีพรรคเดโมแครตหัวก้าวหน้า&amp;quot; ซึ่งน่าจะหมายถึงกลุ่ม ส.ส.หญิงหน้าใหม่ที่ค่อนข้างอายุน้อย หัวเสรี และหลากเชื้อชาติ ได้แก่ อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ ส.ส.นิวยอร์ก, อิลฮาน โอมาร์ ส.ส.มินนิโซตา, ราชิดา ทาลิบ ส.ส.มิชิแกน และอยานา เพรสลีย์ ส.ส.แมสซาชูเซตส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวีตของทรัมป์กล่าวว่า แต่ดั้งเดิมคนเหล่านี้มาจากประเทศที่รัฐบาลพังพินาศอย่างสิ้นเชิง เป็นประเทศที่เลวร้ายที่สุด คอร์รัปชันที่สุด และไร้ความสามารถที่สุดในโลก ผู้หญิงกลุ่มนี้บอกกล่าวอย่างชั่วร้ายต่อประชาชนของสหรัฐ ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและมีอำนาจมากที่สุดบนปฐพีนี้ ว่ารัฐบาลของพวกเราควรบริหารอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่ได้ระบุชื่อ แต่ต่อมาทรัมป์ทวีตเจาะจงว่า ผู้หญิงกลุ่มนี้เกลียดอิสราเอลอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งบ่งบอกว่าเขาน่าจะหมายถึงโอมาร์และทาลิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 5 ก.พ. 2562 อิลฮาน โอมาร์ (ซ้าย) และราชิดา ทาลิบ มาฟังการแถลงนโยบายประจำปีของทรัมป์ ที่อาคารรัฐสภา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทาลิบเกิดที่ดีทรอยต์และเป็น ส.ส.อเมริกันคนแรกที่มีเชื้อสายปาเลสไตน์, โอมาร์เกิดที่โซมาเลีย ครอบครัวเธอพยพหนีสงครามมาขอลี้ภัยที่สหรัฐตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอเป็น ส.ส.มุสลิมผิวดำคนแรกของสหรัฐ, โอคาซิโอ-คอร์เตซ เกิดที่นิวยอร์กแต่มีเชื้อสายเปอร์โตริโก และเพรสลีย์ เกิดที่ซินซินเนติ เป็น ส.ส.หญิงแอฟริกันอเมริกันคนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสี่ตอกกลับทรัมป์ผ่านทางทวิตเตอร์เช่นกัน โดยทาลิบทวีตว่า เธอกำลังต่อสู้การคอร์รัปชันในประเทศ &amp;quot;ของเรา&amp;quot; เธอต่อสู้มันทุกวันกับรัฐบาลของทรัมป์ในฐานะที่เธอเป็น ส.ส. ส่วนโอมาร์ทวีตว่า ทรัมป์กระพือลัทธิชาตินิยมของคนผิวขาว เพราะเขาโกรธที่คนอย่างพวกเธอได้เป็นสมาชิกคองเกรสและต่อสู้กับวาระที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพรสลีย์ทวีตว่า นี่ก็คือการเหยียดเชื้อชาติสีผิว ส่วนพวกเราคือสิ่งที่เป็นประชาธิปไตย ด้านโอคาซิโอ-คอร์เตซทวีตว่า ทรัมป์โกรธเพราะเขารับไม่ได้ที่อเมริการวมคนอย่างพวกเธอไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้วทรัมป์เคยเรียกเสียงประณามเมื่อเขากล่าวถึงประเทศในแอฟริกาด้วยคำหยาบคายว่า &amp;quot;ชิตโฮล&amp;quot; และกล่าวถึงผู้อพยพที่ &amp;quot;รุกราน&amp;quot; สหรัฐ ทรัมป์ยังเป็นหัวขบวนของพวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดเรื่องสถานที่เกิดของบารัค โอบามา ว่าไม่ได้เกิดบนดินแดนของสหรัฐ จึงขาดคุณสมบัติที่จะเป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยานา เพรสลีย์ (ขวาสุด) ให้การต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กรณีนโยบายของทรัมป์ที่พรากเด็กจากครอบครัวผู้อพยพ พร้อมกับราชิดา ทาลิบ (กลาง)และอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ (ซ้าย) เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกนนำเดโมแครตหลายคนดาหน้าออกมาโจมตีทรัมป์ด้วย รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับทรัมป์ในปีหน้า กล่าวว่า การเหยียดเชื้อชาติสีผิวและความเกลียดคนต่างชาติไม่มีที่ยืนในอเมริกา ส่วน ส.ว.คามาลา แฮร์ริส กล่าวว่า การเหยียดผิวของทรัมป์ไม่เป็นอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันจันทร์ ทรัมป์ยังไม่เลิกรา โดยทวีตโจมตี ส.ส.หญิงเดโมแครตอีกว่า เมื่อไหร่พวก ส.ส.นิยมซ้ายหัวรุนแรงจะขอโทษประเทศของเรา ขอโทษชาวอิสราเอล และขอโทษสำนักงานประธานาธิบดี จากการใช้ภาษาหยาบคายและพูดสิ่งแย่ๆ คนมากมายโกรธพวกเธอและพฤติกรรมน่าเกลียดน่ากลัวและน่าขยะแขยงของพวกเธอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชิดา ทาลิบ, ส.ส.หญิงเดโมแครต, อยานา เพรสลีย์, อิลฮาน โอมาร์, อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ, เหยียดเชื้อชาติ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไล่กลับบ้านเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c8bd721d5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
