<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้แสวงบุญชาวยิวเหยียบกันตาย44ศพ บาดเจ็บกว่าร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุสลดระหว่างเทศกาลทางศาสนาของชาวยิวอัลตราออร์ทอดอกซ์ในอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ เมื่อผู้แสวงบุญที่มากันอย่างแออัดหลายหมื่นคนเหยียบกันตายอย่างน้อย 44 คน บาดเจ็บมากกว่า 100 คน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุเป็นความหายนะครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยแพทย์มาถึงที่เกิดเหตุภายหลังเกิดเหตุการณ์เหยียบกันตายกลางเทศกาลทางศาสนาของชาวยิวอัลตราออร์ทอดอกซ์ ที่เขาเมรอน ทางเหนือของอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ที่ 30 เมษายน 2564 (Photo by United Hatzalah / Handout/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเหยียบกันตายครั้งนี้เกิดขึ้นที่เทศกาลก่อกองไฟประจำปีของชาวยิวออร์ทอดอกซ์สุดโต่ง เพื่อฉลองวันหยุดลัก บาโอเมร ที่หลุมฝังศพของแรบไบ ชิมอน บาร์ โยไช นักพรตยุคทัลมุดสมัยศตวรรษที่ 2 ที่ภูเขาเมรอนแห่งเมืองกาลิลี เทศกาลนี้รวมถึงพิธีสวดข้ามคืน, การขับร้องเพลงคาถาและการเต้นรำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศกาลนี้ถูกงดเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 แต่ปีนี้ทางการอนุญาตให้จัดได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิสราเอลประสบความสำเร็จในการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีนี้เป็นการรวมตัวของประชาชนจำนวนมากที่สุดนับแต่เกิดโรคระบาดในอิสราเอลเมื่อปีที่แล้ว รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 30 เมษายน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ผู้คนมาร่วมพิธีที่หลุมฝังศพแห่งนี้ 10,000 คน แต่ผู้จัดงานกล่าวว่า มีรถบัสขนผู้คนจากทั่วประเทศมาร่วมงานมากกว่า 650 คัน ผู้ที่มาร่วมงานมีมากถึง 30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ชาวยิวออร์ทอดอกซ์สุดโต่ง หรือที่เรียกกันว่าพวกฮาเรดิม ต่อต้านขัดขืนมาตรการด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยของรัฐบาลในช่วงที่มีการระบาดที่ผ่านมา เทศกาลครั้งนี้ใช้กำลังตำรวจราว 5,000 นายในการควบคุมสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างผู้ที่เห็นเหตุการณ์หลายคนว่า มีคนขาดอากาศหายใจและโดนเหยียบบนทางเดินแคบๆ ขึ้นเขาเมรอนที่คนเบียดเสียดกันแน่น บางคนไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งมีสัญญาณจากระบบกระจายเสียงขอร้องให้กระจายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานในตอนแรกนั้นกล่าวว่ามีคนเสียชีวิตเพราะอัฒจันทร์ฝั่งหนึ่งพังถล่ม แต่หน่วยกู้ภัยยืนยันในภายหลังว่าเป็นการเสียชีวิตจากการเหยียบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 44 คน หน่วยแพทย์กล่าวด้วยว่า มีคนบาดเจ็บด้วย 103 คน ผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กๆ บริเวณที่เกิดเหตุนั้นเป็นส่วนของผู้ชาย วิดีโอที่มีคนบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้และเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเผยภาพความโกลาหลขณะที่ชายชาวยิวเหล่านี้ปีนป่ายออกจากรั้วแผ่นสังกะสีที่โดนฉีกขาดเพื่อหนีเอาชีวิตรอด และมีภาพศพห่อด้วยแผ่นฟอยล์นอนเรียงอยู่ตรงทางเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูทวีตถึงโศกนาฏกรรมครั้งนี้ว่าเป็น &amp;quot;หายนภัยครั้งใหญ่&amp;quot; และว่า ทุกคนกำลังสวดอวยพรให้แก่ผู้ที่ประสบเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวของสหรัฐและสหภาพยุโรปแสดงความอาลัยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101278</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิวออร์ทอดอกซ์สุดโต่ง, ยิวอัลตราออร์ทอดอกซ์, ลัก บาโอเมร, อิสราเอล, เหยียบกันตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b9fa077db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด ผู้ลี้ภัยแย่งรับของแจกเหยียบกันตาย20ศพที่ไนเจอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้หญิง 15 คน และเด็ก 5 คน โดนเหยียบเสียชีวิตระหว่างแย่งชิงกันรับอาหารและเงินที่มามอบให้ผู้ลี้ภัยในเมืองดิฟฟาของไนเจอร์ ซึ่งติดกับชายแดนไนจีเรียเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผู้ลี้ภัยเหยียบกันตายระหว่างการแจกของและเงินเกิดขึ้นที่ศูนย์เยาวชนและวัฒนธรรมเมืองดิฟฟา เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ เมืองนี้เป็นเมืองเอกของจังหวัดชื่อเดียวกัน และเป็นที่ตั้งของค่ายผู้ลี้ภัยจากไนจีเรียที่หนีภัยจากผู้ก่อการร้ายโบโกฮารัมและกลุ่มติดอาวุธอื่นมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย ทั้งยังเป็นที่พำนักของชาวไนเจอร์ไร้ที่อยู่ รวมแล้วมีผู้ลี้ภัยและผู้ไร้ถิ่นฐานพักอยู่ที่นี่มากกว่า 250,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิสซา เลอมี ผู้ว่าฯ จังหวัดดิฟฟา ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์หลังไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาลว่า ในเหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้มีผู้หญิง 15 คน และเด็ก 5 คน เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยของไนเจอร์ยืนยันยอดผู้เสียชีวิต 15 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 10 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดดิฟฟามีชายแดนติดกับไนจีเรียและชาด เป็นจังหวัดที่ถูกผู้ก่อการโบโกฮารัมโจมตีหลายครั้งตั้งแต่ปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ไนจีเรียเผยกับเอเอฟพีว่า บาบากานา อูมารา ซูลัม ผู้ว่าการรัฐบอร์โนทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรียเดินทางมาเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยและผู้ไร้ที่อยู่ในเมืองดิฟฟาของไนเจอร์ และเดินทางกลับไปแล้วก่อนเกิดเหตุเหยียบกันเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เมืองดิฟฟาผู้หนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า คณะของผู้ว่าการรัฐบอร์โนนำอาหาร, น้ำมันปรุงอาหาร, เสื้อผ้าจำนวนมากมามอบให้ผู้ลี้ภัย รวมถึงให้เงินด้วย ทันทีที่คนแรกได้รับของแจก ฝูงชนที่แออัดเริ่มแตกตื่นและมีการผลักกัน ทำให้คนที่อ่อนแอโดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กล้มลง บางคนบาดเจ็บและบางคนโดนเหยียบจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านในเมืองดิฟฟาเผยว่า มีการแจกเงินผู้ลี้ภัยคนละ 5,000 ไนรา หรือราว 426 บาท แหล่งข่าวเผยว่ามีผู้มารับของแจกครั้งนี้หลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57573</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดดิฟฟา, ผู้ลี้ภัย, เหยียบกันตาย, ไนเจอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ แทนซาเนียเหยียบกันตาย 20 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุสลด ชาวแทนซาเนียเหยียบกันตายอย่างน้อย 20 คนระหว่างพิธีทางศาสนาของคริสตจักรอีวานเจลิคัลเมื่อค่ำวันเสาร์ เมื่อฝูงชนเบียดเสียดยื้อแย่งรับน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาจารย์ชื่อดัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนอกเครื่องแบบเฝ้าประตูทางเข้าสนามมาเจนโกเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังเกิดเหตุเหยียบกันตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีดังกล่าวจัดภายในสนามกีฬากลางแจ้งแห่งหนึ่งที่เมืองโมชี ในภาคเหนือของแทนซาเนีย เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ตามเวลาท้องถิ่น โดยศาสนาจารย์ผู้ทำพิธีคือโบนิเฟซ วัมโปซา ผู้มีชื่อเสียงในประเทศนั้นที่เรียกสานุศิษย์ได้จำนวนมากจากการอวดอ้างว่าสามารถสร้างความมั่งคั่งและรักษาโรคร้ายได้ด้วย &amp;quot;น้ำมันศักดิ์สิทธิ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิปปี วาริโอบา นายอำเภอเมืองโมชี เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ถึงขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 คน เป็นเด็ก 5 คน แต่หวั่นเกรงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีคนเจ็บอีกอย่างน้อย 16 คน &amp;quot;เหตุชุลมุนเหยียบกันตายเกิดขึ้นเมื่อศาสนิกชนกรูกันเข้าไปรับน้ำมันศักดิ์สิทธิ์&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของผู้เห็นเหตุการณ์ว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดเมื่อวัมโปซา ซึ่งตั้งตนเป็นอัครทูต เทน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ลงพื้น แล้วฝูงชนกรูกันเข้าไปเพื่อสัมผัสน้ำมันที่พวกเขาเชื่อว่าจะช่วยรักษาโรคร้ายได้ แต่คนหลายสิบคนล้มลงกับพื้นแล้วโดนเหยียบ บางคนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัมโปซาหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันที ไซมอน เซอร์โร ผู้บัญชาการตำรวจแทนซาเนีย แถลงทางโทรทัศน์เช้าวันอาทิตย์ เรียกร้องให้เขามอบตัวเพื่อให้ตำรวจสอบปากคำ เพราะเขาเป็นคนมีชื่อเสียง ถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้น ตำรวจกำลังสอบสวนด้วยว่า องค์กรคริสตจักรผู้จัดงานนี้มีมาตรการรับมือฝูงชนจำนวนมากหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี กล่าวผ่านแถลงการณ์ แสดงความเสียใจกับการสูญเสียชีวิตที่เมืองโมชี รวมถึงการเสียชีวิตของประชาชนอีก 20 คน ที่สังเวยอุทกภัยที่เขตลินดีในภาคใต้ของประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ แทนซาเนียมีศาสนาจารย์ผู้เผยแพร่คำสอนเพื่อสร้างความมั่งคั่งผุดขึ้นจำนวนมาก ด้วยการให้สัญญาว่าจะช่วยให้ผู้คนพ้นจากความยากจนและแสดงอภินิหารในการรักษาโรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56098</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันศักดิ์สิทธิ์, เมืองโมชี, เหยียบกันตาย, แทนซาเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36d5c22c3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านสลดซ้ำ เหยียบกันตาย 40 ในพิธีศพ &#039;สุไลมานี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุสลดซ้ำเมื่อประชาชนที่มาร่วมพิธีศพของนายพลกาเซม สุไลมานี ที่เมืองเคอร์มาน เหยียบกันตายอย่างน้อย 40 คน อีกด้านเพนตากอนยืนยันสหรัฐไม่ถล่มแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของอิหร่านตามคำขู่ของทรัมป์แน่ พร้อมปฏิเสธข่าวส่งจดหมายแจ้งอิรักขอถอนทหารอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบรรทุกหีบศพของนายพลกาเซม สุไลมานี เคลื่อนฝ่าฝูงชนชาวอิหร่านเพื่อนำไปทำพิธีฝังที่สุสานวีรชนในเมืองเคอร์มาน เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีศพของพลตรีกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน ที่เมืองเคอร์มานในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ 7 มกราคม 2563 เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อฝูงชนจำนวนมหาศาลเบียดเสียดกันจนเกิดเหตุเหยียบกันตาย โดยเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของปีร์ฮุสเซน คูลิวานด์ ผู้อำนวยการสำนักงานภัยฉุกเฉินของอิหร่าน ว่ามีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 40 คน บาดเจ็บมากกว่า 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเคลื่อนขบวนไปยังหลายเมืองทั้งของอิรักและอิหร่าน หีบศพคลุมธงชาติของสุไลมานี นายพลวัย 62 ปีที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับสองของอิหร่าน ถูกนำจัดวางไว้ที่จัตุรัสอาซาดีของเมืองเคอร์มาน คู่กับอีกหีบศพหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นศพของพลจัตวาฮุสเซส ปูร์จาฟารี นายทหารคนสนิทของเขา ที่เสียชีวิตพร้อมกันในเหตุลอบสังหารด้วยโดรนของสหรัฐใกล้สนามบินแบกแดดเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ที่ 3 มกราคม พิธีฝังศพที่สุสานวีรชนกำหนดไว้ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น. (17.30-19.30 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรีฮุสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน กล่าวในพิธีที่เมืองเคอร์มานว่า อิหร่านจะแก้แค้นอย่างหนักหน่วงและเด็ดขาด &amp;quot;ศัตรูฆ่าเขาอย่างไม่เป็นธรรม&amp;quot; เขากล่าว และว่า กระบวนการ &amp;quot;ขับไล่สหรัฐจากภูมิภาคนี้เริ่มต้นขึ้นแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และพวกผู้บัญชาการทหาร กล่าวว่าอิหร่านจะแก้แค้นให้สาสมกับการสังหารสุไลมานี แต่อิหร่านจะเลือกเวลาและสถานที่ สำนักข่าวฟาร์สอ้างคำกล่าวของอาลี ชัมคานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ว่าอิหร่านกำลังพิจารณา &amp;quot;แผนการล้างแค้น&amp;quot; 13 แผน และแม้แต่ทางเลือกที่เบาที่สุดก็จะเป็นฝันร้ายครั้งประวัติศาสตร์ของพวกอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่าน ซึ่งมีชายฝั่งทางใต้ยาวเหยียดติดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาคอ่าว มีกองกำลังพันธมิตรอยู่ทั่วตะวันออกกลางที่สามารถลงมือแทนได้ ตัวแทนของกลุ่มเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงกองกำลังฮามาสของปาเลสไตน์และฮิซบุลเลาะห์ของเลบานอน มาร่วมพิธีศพที่กรุงเตหะรานเมื่อวันจันทร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า แม้จะกล่าววาจาดุดัน แต่เชื่อว่าอิหร่านจะหลีกเลี่ยงการทำสงครามตามแบบกับสหรัฐ แต่การโจมตีแบบไม่สมมาตร เช่นการก่อวินาศกรรม หรือปฏิบัติการทางทหารแบบจำกัดอื่นๆ น่าจะเป็นไปได้มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงเตหะราน สภาของอิหร่านลงมติขึ้นบัญชีกองกำลังของสหรัฐทั้งหมดทั่วโลกเป็น &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; และยังเห็นชอบการเพิ่มงบประมาณของกองกำลังกุดส์อีก 244 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยขู่ไว้ว่าสหรัฐเล็งเป้าหมายในอิหร่านไว้ 52 แห่งหากอิหร่านโจมตีล้างแค้น เป้าหมายเหล่านี้รวมถึงแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวกันว่าจะถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม เมื่อวันจันทร์ มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐจะไม่ละเมิดกฎหมายสงครามด้วยการโจมตีเป้าหมายทางวัฒนธรรมแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนตากอนยังปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่ากองทัพสหรัฐกำลังเตรียมถอนทหารที่มีอยู่ราว 5,200 นายออกจากอิรัก หลังจากสภาอิรักลงมติเมื่อวันอาทิตย์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อตกลงคงกำลังทหารอเมริกันในอิรัก โดยเพนตากอนระบุว่าหนังสือที่แจ้งต่ออิรักเมื่อคืนวันอาทิตย์นั้นเป็นความผิดพลาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซม สุไลมานี, พิธีศพ, สหรัฐ, อิหร่าน, เมืองเคอร์มาน, เหยียบกันตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e1488f9b8436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด ผู้แสวงบุญเหยียบกันตาย 31 ศพในอิรักกลางพิธีวันอาชูรอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุสลดเหยียบกันตายอย่างน้อย 31 คน ในพิธีแสวงบุญของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์เนื่องในวันอาชูรอ ที่สุเหร่าอิหม่ามฮุสเซนในเมืองคาร์บาลาของอิรัก ซึ่งมีผู้แสวงบุญเข้าร่วมหลายล้านคนเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมุสลิมชีอะห์หลายล้านคนเข้าร่วมพิธีวันอาชูรอเพื่อรำลึกการเสียชีวิตของอิหม่ามฮุสเซน ที่เมืองคาร์บาลาของอิรัก เมื่อวันอังคารที่ 10 กันยายน 2562 / Mohammed SAWAF / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2562 กล่าวว่า พิธีแสวงบุญเนื่องในวันอาชูรอ ซึ่งเป็นวันรำลึกการเสียชีวิตของอิหม่ามฮุสเซน หลานชายของศาสดามุฮัมมัด ที่เมืองคาร์บาลาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีผู้แสวงบุญจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วม ไม่ว่าจากอิหร่านและประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงปากีสถานและอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดคาร์บาลา ที่อยู่ห่างจากกรุงแบกแดดราว 100 กิโลเมตร กล่าวว่า พิธีวันนี้มีผู้แสวงบุญเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน นำไปสู่ความแออัดจนเกิดเหตุการณ์เหยียบกันตายครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีของวันอาชูรอ ซึ่งจัดพิธีในหลายเมืองของอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างผู้แสวงบุญเคลื่อนตัวไปยังสุเหร่าโดมทองคำแห่งนี้ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งรถเข็นและมีรอยฟกช้ำรอบตาและขมับกล่าวว่า ระหว่างนั้นจู่ๆ ผู้แสวงบุญหลายคนก็ล้มลง คนอื่นๆ ก็ล้มทับ เกิดความแตกตื่นเหยียบกัน หลายคนขาดอากาศหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาอิฟ อัลบาดีร์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า มีคนเสียชีวิตในเหตุการณ์เหยียบกันตายครั้งนี้อย่างน้อย 31 คน บาดเจ็บมากกว่า 100 คน แต่จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บาดเจ็บ 9 คนยังอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหน้าของประตูบับอัลราจาของสุเหร่าอิหม่ามฮุสเซนในเมืองคาร์บาลาของอิรัก เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 หนึ่งวันภายหลังเกิดเหตุผู้แสวงบุญเหยียบกันตาย / Mohammed SAWAF / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2548 เคยเกิดเหตุเหยียบกันตายครั้งเลวร้ายที่สุดในพิธีแสวงบุญที่สุเหร่าอิหม่ามคาดิมในกรุงแบกแดด หลังมีข่าวลือว่ามือระเบิดฆ่าตัวตายปะปนในฝูงชนสร้างความแตกตื่นเหยียบกันตาย 965 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ถูกโค่นอำนาจเมื่อปี 2546 เกิดความรุนแรงระหว่างนิกายยาวนานหลายปีระหว่างชาวชีอะห์ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ กับชาวสุหนี่ ที่เคยกุมอำนาจในยุคซัดดัม และทำให้พิธีแสวงบุญของชาวชีอะห์ตกเป็นเป้าโจมตีของพวกนักรบสุหนี่หลายครั้ง ปี 2556 มีชาวชีอะห์เสียชีวิตจากการโจมตีในวันอาชูรอเกือบ 40 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45550</URL_LINK>
                <HASHTAG>มุสลิมชีอะห์, วันอาชูรอ, อิรัก, อิหม่ามฮุสเซน, เมืองคาร์บาลา, เหยียบกันตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78f85c4832c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 23:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 22:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! แตกตื่นวิวาท เหยียบกันตาย 17 ศพ กลางปาร์ตี้ฉลองจบ ม.ต้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุสลดเหยียบกันตาย 17 ศพ โดยเป็นผู้เยาว์ด้วย 8 ศพ ภายในงานเลี้ยงฉลองเรียนจบที่ไนต์คลับในกรุงการากัส หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทแล้วมีมือดีขว้างกระป๋องแก๊สน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวของผู้เสียชีวิตรอรับศพด้านนอกที่เก็บศพในกรุงการากัส เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนสตอร์ เรเบรอล รัฐมนตรีมหาดไทยและยุติธรรมของเวเนซุเอลา แถลงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน ภายในงานเลี้ยงฉลองจบชั้นมัธยมต้น ที่ไนต์คลับ ลอส โกตอร์รอส ในกรุงการากัส ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน รวมถึงนักเรียนจากต่างโรงเรียน ขณะเกิดเหตุทะเลาะวิวาทก็มีคนขว้างกระป๋องแก๊สน้ำตาเข้าไปในฝูงชน ทำให้เกิดความแตกตื่นวิ่งหนีไปยังทางออกจนเหยียบกันตาย มีผู้เสียชีวิตถึง 17 คน เป็นเยาวชน 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานของเจ้าหน้าที่เผยสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากขาดอากาศหายใจ หรือได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 5 คน โดยหนึ่งรายยังอยู่ในภาวะวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรเบรอลให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์วีทีวีของรัฐบาลว่า ขณะนี้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ 7 ราย และจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าเยาวชนคนหนึ่งเป็นคนขว้างกระป๋องแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้คน และตำรวจจับกุมตัวผู้จัดการไนต์คลับแห่งนี้ในข้อหาปล่อยปละละเลยให้มีการนำวัตถุที่เป็นอาวุธเข้าไปในสถานที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ข่าวลาปาติลลารายงานว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 16-20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุยส์ บาร์ริออส บิดาของเกแวร์ บาร์ริออส วัย 17 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตที่คลับแห่งนี้เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีหน้าห้องดับจิตเบลโลมอนเตว่า ลูกชายของเขาขโมยบัตรประชาชนของตนไป เพื่อเข้าร่วมงานที่ไนต์คลับแห่งนี้ โดยเพื่อนชักชวนไป และได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวลูกเสียชีวิตเมื่อเวลา 03.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพภายนอกของไนต์คลับ ลอส โกตอร์รอส&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไนต์คลับลอส โกตอร์รอส ตั้งอยู่ในเขตเอลปาไรโซ ทางตะวันตกของกรุงการากัส ในช่วงกลางวันไนต์คลับแห่งนี้เปิดเป็นร้านอาหารสำหรับชุมนุมผู้อพยพชาวเอกวาดอร์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11552</URL_LINK>
                <HASHTAG>การากัส, ฉลองเรียนจบ, ลอส โกตอร์รอส, เวเนซุเอลา, เหยียบกันตาย, ไนต์คลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b26819f3506d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคมแสวงหา..ลูกโป่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานสัมมนาแห่งหนึ่ง ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับลูกโป่งคนละใบ และถูกขอให้เขียนชื่อตัวเองลงบนลูกโป่ง แล้วเอาไปใส่ไว้ในอีกห้องจนเต็ม จากนั้นพิธีกรได้บอกให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเข้าไปในห้องนั้นแล้วหาลูกโป่งที่มีชื่อตัวเองนำกลับออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใน 5 นาที ห้องนั้นก็เหมือนเกิดจลาจล ทุกคนต่างรีบหาลูกโป่งของตัวเอง เหยียบลูกโป่งคนอื่น ทั้งดึง ทั้งดัน กระทบกระทั่ง ล้มลุกคลุกคลาน สุดท้ายไม่มีใครหาลูกโป่งที่มีชื่อตัวเองอยู่เจอเลย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีกรประกาศให้หยุด แล้วเริ่มกระบวนการใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาประกาศให้ทุกคนค่อยๆ หยิบลูกโป่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วประกาศเรียกหาเจ้าของชื่อมารับลูกโป่งไป ภายใน 3 นาที ทุกคนได้ลูกโป่งที่มีชื่อของตัวเองครบทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;....................&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีกรสรุปให้ฟังว่า สังคมของเราเป็นอย่างนี้ ทุกคนต่างมุ่งหาความสุข (ลูกโป่ง) ของตัวเองโดยไม่สนใจคนอื่น ไม่เอื้ออาทร ไม่แคร์แม้ต้องเหยียบย่ำความสุขของคนอื่น แต่เมื่อใดที่ทุกคนมอบความสุข (ลูกโป่ง) ให้กับเพื่อนร่วมสังคมก่อนทีละคน ทุกคนจะได้ความสุขเท่าๆ กัน ไม่ตกหล่นแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มนุษย์ป้าอายุปูนนี้ ยอมรับว่าจริงเสียยิ่งกว่าจริง มิเช่นนั้นเราคงไม่เห็นข่าวเห็นภาพคนเหยียบกันตาย เพราะจะหนีไฟไหม้ หรือวิบัติภัยต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ประสบการณ์จริงทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในยุคดิจิตอล ที่สามารถเห็นได้กับตาถึงความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ หรือชิงดีชิงเด่นต่างๆ นั้น ดูเหมือนเข้าทำนอง..เจ็บไม่รู้จักจำ หรือไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา สภาพสังคมแก่งแย่งกันโดยปราศจากวินัยจึงยังมีให้เห็นทุกบ่อย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กระทั่งการเข้าคิวเพื่อรับอาหารในวัด ที่มีการตั้งโรงทานแจกจ่ายให้รับประทานกันฟรีๆ ก็ยังปรากฏภาพของคนนุ่งขาวห่มขาวไม่รู้จักเคารพสิทธิ์ของผู้มาก่อนควรจะต้องได้ก่อน ผู้มาทีหลังควรจะต้องรอ นอกจากนั้นบางครั้งก็มักจะมีภาพของผู้ใหญ่เลือกที่จะหลีกทางให้เด็กแซงคิวไปก่อน โดยการมองว่านี่เป็นความมีน้ำใจไมตรี มีเมตตา แต่กลับมองข้ามความสำคัญของระเบียบวินัยที่จำเป็นต้องฝึกฝนกันตั้งแต่เล็กแต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำอะไรตามอำเภอใจ คือไทยแท้ ...ยังไม่สามารถบริหารจัดการให้ถูกทิศถูกทาง จึงเป็นเหตุให้การแสวงหาความสุขแบบฉาบฉวย ไม่สนใจต่อคนรอบข้างเกิดขึ้นตลอดเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ความเอื้ออาทร ความมีน้ำใจ และความเมตตานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกหยิบมาใช้ให้ถูกกับกาลเทศะ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นความเคยชินที่เป็นดาบสองคม และเป็นการอยากมีอยากได้โดยไม่สนใจว่าถูกต้องตามทำนองคลองธรรมหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9745</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเข้าคิว, ความสุขแบบฉาบฉวย, น้ำใจไมตรี, ป้าเอง, มองมุมสูง, มุ่งหาความสุข, ยุคดิจิตอล, ลูกโป่งคนละใบ, หนีไฟไหม้, เมตตา, เหยียบกันตาย, โรงทาน, ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
