<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภิรัชต์จ่อลงนาม โอนธุรกิจกองทัพ พ่วงแถลงรอบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; นัด &amp;quot;อธิบดีกรมธนารักษ์&amp;quot; ลงนามเอ็มโอยูจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจของกองทัพบก นำโรงแรม สนามกอล์ฟ &amp;nbsp;สนามมวย เข้าระบบมาตรฐานตาม กม. ก่อนแถลงแจงกำลังพล-ปชช.อีกรอบ &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลเหยื่อกราดยิงโคราช แย้มรอ &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ตอบรับมาเป็น ปธ.มอบเงินเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ &amp;quot;นักกฎหมาย&amp;quot; ชี้ช่องผู้เสียหายฟ้องแพ่งกองทัพบก-ทหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กองทัพบกแจ้งว่า ในวันที่ 17 ก.พ. เวลา 11.00 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ ในโครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก เช่น อาคารรับรองที่มีการดำเนินการคล้ายกับโรงแรม สนามกอล์ฟ สนามมวย เข้าสู่ระบบมาตรฐานตามกฎหมาย ที่อาคารศรีสิทธิสงคราม ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ได้ประกาศว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งจะนำร่องบางพื้นที่ก่อน อาทิ อาคารรับรองสวนสนประดิพัทธ์ อาคาร 1 และอาคาร 2 ที่จะให้โรงแรมดุสิตธานีเข้ามาบริหารจัดการ และเริ่มในเดือนเม.ย.นี้เป็นต้นไป และสนามกอล์ฟกองทัพบกที่มีกว่า 30 แห่ง ซึ่งเป็นระเบียบเดียวกันที่ใช้กับหน่วยราชการอื่นๆ ไม่ใช่เฉพาะแค่กองทัพบกที่ทำเท่านั้น เนื่องจากเป็นระเบียบของกระทรวงการคลังแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สวัสดิการภายใน สวัสดิการเชิงธุรกิจ และการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ซึ่งทุกหน่วยราชการก็จะแบ่งประเภทในลักษณะนี้เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายหลังจากพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว พล.อ.อภิรัชต์จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในทุกเรื่อง เพื่อทำความเข้าใจกับกำลังพลและประชาชนต่อไป&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณประตูด้านหลังวัดป่าศรัทธารวม ต.หัวทะเล อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา ได้มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงทั้ง 9 รายที่มีการนำเถ้ากระดูกมาบรรจุไว้รวมกัน มีรายชื่อผู้วายชนม์ทั้ง 9 รายบริเวณวัดป่าศรัทธารวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่โดมปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครราชสีมา วัดป่าศรัทธารวม พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยผู้ว่าฯ นครราชสีมา ร่วมเป็นประธานประกอบพิธีทำบุญอุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิต มีพระสาสนโสภณ เจ้าอาวาสวัดสุทธจินดาวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และคณะพระสงฆ์ 11 รูปเจริญพระพุทธมนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญกล่าวว่า การมอบเงินเยียวยาจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะแยกจากเงินเยียวยาจากหน่วยงานอื่นๆ โดยจะมอบให้ญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 27 ราย รายละ 1 ล้านบาท ไม่รวมผู้ก่อเหตุและคู่กรณี ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสรายละ 2 แสนบาท ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัสรายละ 1 แสนบาท ทั้งนี้ การมอบเงินจะมีขึ้นวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯ ได้ประสานไปยังรองเลขาธิการนายกฯ เพื่อขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไปเป็นประธานมอบเงิน คาดว่านายกฯ จะเดินทางไปมอบเงินดังกล่าวด้วยตัวเอง แต่จะมีการแจ้งกำหนดการอย่างเป็นทางการอีกครั้งในต้นสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า ยอดบริจาคเวลา 20.00 น. เมื่อคืนวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งหมด 79 ล้านบาทเศษ ได้เยียวยาชดเชยรายละ 1 ล้านบาททั้ง 27 รายครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และจ่ายเงินสำหรับผู้ที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลรายละ 1 แสนบาท จำนวน 22 ราย จำนวน 29 ล้านบาท ตอนนี้มีเงินเหลืออยู่ในบัญชี 50 ล้านบาท ซึ่งวันนี้จะประชุมจ่ายเงินเยียวยาผู้พิการและผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นตามหลักเกณฑ์ ถ้าพิการถาวรจะได้เท่ากับผู้เสียชีวิต 1 ล้านบาท และพิการทั่วไปไม่เกิน 7 แสนบาท บาดเจ็บที่อยู่ในห้องไอซียู 3 แสนบาท บาดเจ็บหนัก 2 แสนบาทและบาดเจ็บปานกลาง 1 แสนบาท บาดเจ็บเล็กน้อยไม่เกิน 3 หมื่นบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุ (ICU TRAUMA) ชั้น 5 รพ.มหาราชนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุกราดยิงในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช จำนวน 4 ราย โดยผู้บาดเจ็บที่ยังมีการสาหัส ประกอบด้วย ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ อายุ 31 ปี ตำรวจหน่วยอรินทราช, นายอัทฆเศรษฐ์ ศิวภัทรวรัณกุล อายุ 35 ปี, นายจิรฎต์ติกาล นอบไทย อายุ 26 ปี หนุ่มขับขี่รถบิ๊กไบค์ และนายอุทัย ขันอาสา อายุ 38 ปี ที่มีอาการที่ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.ท.เพชรรัตน์ กำจัดภัย ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย (อรินทราช 26) ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., ข้าราชการตำรวจ พร้อมทั้งครอบครัวและญาติพี่น้องของ พ.ต.ท.เพชรรัตน์ มาร่วมแสดงความเสียใจเป็นครั้งสุดท้าย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวนักวิชาการด้านกฎหมาย ได้ให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีกราดยิงโคราช มีประเด็นที่พูดถึงกันมากว่าหากผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตจะเรียกร้องความรับผิดในความเสียหายจากเหตุกราดยิงจากกองทัพบกและหน่วยงานทหารที่เกี่ยวข้องจะทำได้หรือไม่ ว่าเรื่องนี้ต้องพิจารณาถึงการวางข้อกำหนดและระเบียบในการเก็บรักษาอาวุธที่ถูกชิงเอามาใช้ก่อเหตุกราดยิงของกองทัพบก หน่วยบังคับบัญชาและหน่วยทหารที่เก็บรักษาอาวุธว่ามีการวางมาตรการและหลักเกณฑ์ในการใช้ความระมัดระวังในการเก็บรักษาอาวุธตามมาตรฐาน วิธีการ ขั้นตอนและกระบวนการในการเก็บรักษาอาวุธ โดยเฉพาะที่เป็นอาวุธและเครื่องกระสุนปืนร้ายแรงที่ถูกต้องเหมาะสม เพียงพอ ตามมาตรฐานในการเก็บรักษาอาวุธหรือไม่ รวมทั้งต้องพิจารณาดูด้วยว่าผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ทหารและที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยไม่ใช้ความระมัดระวังในการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธตามที่สมควรจะต้องทำหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวนักวิชาการด้านกฎหมายระบุว่า หากพบว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการกองทัพบก แม่ทัพภาค 2 เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก หรือผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 หรือผู้บังคับกองพัน หรือเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้อง มีส่วนในความบกพร่องในการกำหนดมาตรการ กระบวนการ ขั้นตอน และหลักเกณฑ์ในการเก็บรักษาอาวุธที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรือว่าประมาทเลินเล่อไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างถูกต้องเหมาะสมเพียงพอในการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธ ทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่า มาตรการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธนี้ไม่ใช่จะเฝ้าระวังแต่การก่อเหตุจากบุคคลภายนอก แต่ต้องเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายที่อาจคาดไม่ถึงจากทหารในหน่วยที่เก็บรักษาอาวุธด้วยกันเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตมีสิทธิตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 ที่จะฟ้องร้องกองทัพบกให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ และตามมาตรา 8 กำหนดว่าหากหน่วยงานของรัฐคือกองทัพบกต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายและครอบครัวของผู้เสียชีวิต อันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ทหาร ที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์กราดยิงแล้ว กองทัพบกมีสิทธิเรียกให้ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผู้กระทำละเมิด จากการที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังที่ถูกต้องเหมาะสมและเพียงพอในการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธ ให้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนให้แก่กองทัพบกได้ ถ้าพบว่าผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องนั้นจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง&amp;quot; แหล่งข่าวนักวิชาการด้านกฎหมายระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57368</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, บิ๊กแดง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, สวัสดิการเชิงธุรกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ, เหยื่อกราดยิงโคราช, เอ็มโอยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e4945f5f12f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุทิน เยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิง ยืนยัน สธ.ดูแลเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่หอผู้ป่วยหนักศัยกรรมอุบัติเหตุ (ICU TRAUMA) ชั้น 5 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุกราดยิงในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช จำนวน 4 รายที่รักษาอาการบาดเจ็บสาหัส มอบกระเช้าเครื่องบำรุงร่างกายและมอบเงินส่วนหนึ่งให้ครอบครัว และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ผู้ปฏิบัติงาน ในการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และพูดคุยให้กำลังใจญาติที่นั่งอยู่หน้าห้อง ไอซียู &amp;nbsp;โดยผู้บาดเจ็บที่ยังมีการสาหัส ประกอบด้วย ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ อายุ 31 ปี ตำรวจหน่วยอรินทราช ซึ่งถูกยิงเข้าจุดสำคัญระหว่างเข้าระงับเหตุ และได้พูดคุยให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดกับพ่อของผู้บาดเจ็บ ว่า ภาครัฐดูแลเยียวยาเต็มที่อย่างดีที่สุด ขอให้วางใจ รวมทั้งอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายอัทฆเศรษฐ์ ศิวภัทรวรัณกุล อายุ 35 ปี , นายจิรฎต์ติกาล นอบไทย อายุ 26 ปี หนุ่มขับขี่รถบิ๊กไบค์ งดอาหารและน้ำ และนายอุทัย ขันอาสา อายุ 38 ปี &amp;nbsp;รวม 4 รายที่ยังมีอาการที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังเรื่องการชิดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกุล กล่าวว่า วันนี้มาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ในห้องไอซียู รพ.มหาราชนครราชสีมาจากการสอบถามและพูดคุยกับแพทย์ และญาติดูแลทุกคนมีอาการดีขึ้นเป็นลำดับ แต่บางรายพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่บางรายยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด แต่สภาพโดยรวมดีกว่าวันที่เข้ามาวันแรก ซึ่งผู้บาดเจ็บที่เรายังต้องเป็นห่วงมี 2-3 คน และเรื่องบาดแผลคงไม่มีอะไรมาก แต่ต้องระวังคอยดูในเรื่องการติดเชื้อ และเป็นขั้นตอนของการฟื้นตัวด้วยอย่าสงหนึ่ง เราต้องระวังอย่างเต็มที่ แต่บอกได้เลยว่าทาง รพ.มหาราชนครราชสีมาของกระทรวงสาธารณสุขจะให้การดูแล เอาใจใส่ผู้ป่วยทุกคนอย่างเต็มที่ ทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เขาเหล่านี้รอดชีวิตและสามารถมาใช้ชีวิตปรกติได้มากที่สุด ฉะนั้นสรุปก็ดูดีกว่าเดิม &amp;nbsp;ดูดีกว่าวันที่เข้ามาเยอะมาก มีการตอบสนองดี อะไรก็ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57306</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, เหยื่อกราดยิงโคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e48d5e155dc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เทวัญ” เผยนายกฯมามอบเงินเยียวยาให้เหยื่อกราดยิงในวันที่ 19ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ. 2563 เมื่อเวลา 07.00น. ณ วัดป่าศรัทธารวม ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิง ทั้ง 9 ราย บริเวณวัดป่าศรัทธารวม และผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยมี พระสาสนโสภณ เจ้าอาวาสวัดสุทธจินดาวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส รวมทั้ง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายธงชัย ลืออดุลย์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยญาติของผู้เสียชีวิต ณ จุดวัดป่าศรัทธารวม ทั้ง 9 ราย และประชาชนร่วมในพิธีจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในนามผู้แทนคณะรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์และแสดงความไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต และ ญาติพี่น้อง พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที วางดอกไม้บนอนุสรณ์สถาน ที่มีชื่อของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย และการเขียนข้อความ เพื่อไว้อาลัยและแสดงความเสียใจให้กับผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ ให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลเร่งเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ รัฐบาลได้มอบเงินเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ดังนี้ญาติผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ล้านบาท
ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 แสนบาท
ผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส จำนวน 1 แสนบาท
เงินส่วนนี้จะไม่เกี่ยวกับเงินบริจาคที่ผู้ได้รับผลกระทบได้รับจากทางจังหวัด ที่ประชาชนบริจาค และมีการจ่ายเงินเยียวยาไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมามอบเงินเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกราย ในวันที่ 19 ก.พ. นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57301</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเงินเยียวยา, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, เหยื่อกราดยิงโคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e48c01c539eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้าสลดรดน้ำศพเด็กวัย13ปีเหยื่อจ่าคลั่ง ครอบครัวเผยเรื่องกะทันหันไม่อยากสูญเสียอย่างนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;9 ก.พ.63 - จากเหตุการณ์ จ่าสิบเอก จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี ทหารหน่วยกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา คลั่งก่อเหตุกราดยิงใจกลางเมืองโคราช ทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายสิบศพนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเป็นประธานรดน้ำศพของ เด็กชายรัชชานนท์ กาญจนเมธี หรือน้องเจมส์บอน อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ที่เสียชีวิตจากการถูกคนร้ายกราดยิงขณะที่เด็กชายรัชชานนท์กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พร้อมกันนี้นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นตัวแทนนำพวงหรีดเคารพศพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเคารพศพของผู้เสียชีวิต ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของพ่อแม่ ครอบครัว และเพื่อนๆ ของน้องเจมส์บอน ซึ่งพ่อแม่ของน้องเจมส์บอน มีน้องเจมส์บอนเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กาญจนเมธี พ่อของน้องเจมส์บอน ระบุว่า ปกติน้องเป็นคนที่มีนิสัยร่าเริง เป็นเด็กน่ารัก ไม่ดื้อไม่ซน ซึ่งตนเองไม่ได้คาดหวังว่าน้องต้องเติบโตมาแล้วจะต้องเป็นอะไร เพียงแต่อยากให้น้องมีความสุข และเป็นคนดีก็พอ ผมไม่อยากสูญเสียอย่างนี้ มันเป็นเรื่องกะทันหันไป ซึ่งผมอยากดูแลเค้าให้ดีกว่านี้ แต่ผมก็ไม่มีโอกาส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56730</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าคลั่ง, เด็กชายวัย13ปี, เหยื่อกราดยิงโคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3fef453e807.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
