<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวเอลซัลวาดอร์เหยื่อข่มขืนพ้นผิดคดี &#039;แท้งลูก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์เอลซัลวาดอร์กลับคำพิพากษาคดีที่หญิงสาวเหยื่อข่มขืนจนตั้งครรภ์ ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าคนตาย ระบุไม่มีหลักฐานมัดว่าหญิงวัย 21 ปีคนนี้ฆ่าลูกของเธอหลังคลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเวลีน เอร์นันเดซ (กลาง) ฉลองอิสรภาพภายหลังศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ทำให้เธอพ้นโทษจำคุก 30 ปีคดีฆ่าลูกที่เกิดจากการถูกข่มขืน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์เอลซัลวาดอร์ในกรุงซันซัลวาดอร์มีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่พิพากษาจำคุกเอเวลีน เอร์นันเดซ เป็นเวลา 30 ปี จากความผิดฆ่าลูกของเธอหลังคลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบร์ตา มาเรีย เดโลออน ทนายความของเอร์นันเดซเขียนทางทวิตเตอร์ว่า ศาลตัดสินให้ลูกความของตนพ้นโทษ ความยุติธรรมมีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเขาผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้พิพากษาโฆเซ โฆราโด มาร์ติเนซ ให้เหตุผลที่ตัดสินให้เอร์นันเดซพ้นโทษว่า เนื่องจากไม่มีทางพิสูจน์ว่าคดีนี้เป็นคดีอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอร์นันเดซ ซึ่งรับโทษจำคุกไปแล้ว 33 เดือน คลอดลูกชายในห้องน้ำที่บ้านของเธอในจังหวัดกุตกัตลัง ภาคกลางของเอลซัลวาดอร์ เมื่อเดือนเมษายน 2559 ขณะนั้นเธออายุ 18 ปีโดยมีอายุครรภ์ 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า ลูกของเธอตายตั้งแต่แรกคลอด และตอนนั้นเธอเป็นลมและแม่พาเธอไปโรงพยาบาล แต่ศาลเมืองโคทเตเปเกตัดสินว่า เธอมีความผิดข้อหาฆาตกรรม โดยอัยการกล่าวโทษว่า เธอน่าตำหนิที่ไม่ยอมฝากครรภ์ แต่เอร์นันเดซแย้งว่า เธอไม่ทราบว่าตั้งครรภ์และไปเข้าห้องน้ำเพราะปวดท้อง ลูกในท้องเกิดจากถูกสมาชิกแก๊งอาชญากรรมข่มขืน แต่ไม่ได้ไปแจ้งความ เนื่องจากครอบครัวถูกข่มขู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเอลซัลวาดอร์ยังมีหญิงที่โดนโทษจำคุกหลายปีในคดีแบบเดียวกันนี้อีกราว 20 คน หลายคนแท้งบุตรเองหรือเกิดจากภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43895</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับคำพิพากษา, ฆ่าลูก, เหยื่อข่มขืน, เอลซัลวาดอร์, แท้งลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bf572644df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอมเนสตี&#039; ฉะซูดาน ตัดสินประหารเหยื่อข่มขืน ฐานฆ่าคนร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การนิรโทษกรรมสากลแถลงประณามศาลซูดานที่ตัดสินประหารชีวิตหญิงวัย 19 ปีที่แทงคนข่มขืนเธอเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การนิรโทษกรรมสากลหรือแอมเนสตีอินเตอร์เนชั่นแนล แถลงเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมว่า ในวันนี้ศาลซูดานตัดสินประหารชีวิตนูรา ฮุสเซน ฮัมหมัด วัย 19 ปี ในคดีฆ่าชายที่พ่อของเธอบังคับให้แต่งงานด้วย แต่เมื่อเธอไม่ยินยอมเขากลับข่มขืนเธอ นูราเป็นเหยื่อข่มขืนแต่กลับต้องได้รับโทษอย่างโหดร้ายเกินกว่าจะทนได้และเรียกร้องให้ศาลซูดานเพิกถอนคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรม และให้ความมั่นใจว่าคดีนี้จะมีการไต่สวนใหม่อย่างเป็นธรรมโดยคำนึงถึงเหตุบรรเทาโทษด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การนิรโทษกรรมสากลเผยว่าเหยื่อข่มขืนรายนี้ถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับอับดุลราห์มัน ฮัมหมัด ตั้งแต่เธออายุเพียง 16 ปี ตามกฎหมายของซูดานอนุญาตให้เด็กที่อายุเกิน 10 ปีแต่งงานได้ ในพิธีแต่งงานขั้นตอนแรกเป็นการลงนามสัญญาแต่งงานระหว่างพ่อของเธอกับชายผู้นี้ และมีพิธีแต่งงานขั้นที่ 2 เมื่อเดือนเมษายน 2560 ที่เธอจบชั้นมัธยมศึกษาแล้ว ซึ่งเธอต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านสามี แต่นูราปฏิเสธการแต่งงานขั้นที่ 2 สามีของเธอจึงไปชักชวนพี่ชายของเขา 2 คนและลูกพี่ลูกน้องผู้ชายคนหนึ่งมาช่วยเขาที่ต้องการข่มขืนเธอ ซึ่งเขาลงมือข่มขืนเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม โดยให้ชาย 3 คนช่วยจับนูรา และเช้าวันต่อมาพยายามข่มขืนเธออีกครั้ง แต่เธอหนีไปที่ครัวและหยิบมีดมาเป็นอาวุธป้องกันตัวจนเกิดการต่อสู้ชุลมุน และอับดุลราห์มันเสียชีวิตจากบาดแผลโดนมีดแทง หลังจากนั้นนูราหนีกลับบ้าน แต่พ่อของเธอนำเธอมามอบตัวกับตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การนิรโทษกรรมสากลระบุระหว่างการไต่สวนคดีนี้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ศาลตัดสินว่าเธอมีความผิดในข้อหาเจตนาฆ่า โดยอ้างถึงกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งไม่ได้พิจารณาถึงการข่มขืนที่เกิดขึ้นกับผู้ที่แต่งงาน การตัดสินโทษประหารชีวิตเหยื่อข่มขืนรายนี้เป็นเรื่องโหดร้าย, ไร้มนุษยธรรม และแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ซูดานไม่ได้คำนึงถึงความรุนแรงที่นูราได้รับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9023</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูดาน, ประหาร, องค์การนิรโทษกรรมสากล, เหยื่อข่มขืน, แอมเนสตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5a067d3bda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
