<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษนุขัขบ้าตายอีก2 รวมเป็น14  ราย เชื้อฟักตัวนานหลายเดือนกว่าแสดงอาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.61-นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 นี้มีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมควบคุมโรคได้รับรายงานว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มอีก 2 ราย โดยรายแรกเป็นชาย อายุ 19 ปี ในจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขกัดบริเวณหน้าอกและหัวไหล่ด้านซ้าย เมื่อเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา หลังถูกกัดไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า &amp;nbsp;ส่วนรายที่สองเป็นหญิง อายุ 55 ปี ในจังหวัดระยอง โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขจรจัดไม่มีประวัติฉีดวัคซีน กัดบริเวณแขนขวา ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตไม่ได้ล้างแผล ไม่ได้ไปพบแพทย์ และไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตยังมีความเชื่อเรื่องการรักษาแบบพื้นบ้าน จึงไปหาหมอชาวบ้านเพื่อเป่าแผลที่ถูกกัดเท่านั้นขณะนี้เมื่อรวมกับ 2 รายล่าสุด ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 นี้ รวมเป็น 14 ราย (จากบุรีรัมย์และระยอง จังหวัดละ 2 ราย, สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย ยโสธร กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร จังหวัดละ 1 ราย) จากรายงานการสอบสวนโรคของผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 &amp;nbsp;พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความตระหนักถึงความรุนแรงของโรค เมื่อถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แล้วไม่ไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรค เนื่องจากคิดว่าแผลเล็กน้อย หรือโดนกัด ข่วนนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปฉีดวัคซีน จนกระทั่งแสดงอาการ แต่ก็สายเกินแก้ไข เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในเรื่องนี้ คือประชาชนยังมีความรู้และความเชื่อเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าที่ผิดๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ โรคพิษสุนัขบ้าไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัดหรือข่วน แล้วใช้สมุนไพรพอกหรือใช้รองเท้าตบแผล ให้หมอชาวบ้านเป่าแผล หรือแม้แต่เข้าพิธีกรรมแล้วจะไม่ทำให้เสียชีวิต เป็นต้น ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ส่งผลให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้น
กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำว่าหากถูกสุนัข แมวกัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีน เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยการรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากฉีดวัคซีนแล้วควรไปตามนัดทุกครั้ง &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนยึดหลัก &amp;ldquo;คาถา 5 ย.&amp;rdquo; ได้แก่ 1.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์ 2.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน 3.อย่าแหย่ สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ 4.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน 5.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ หากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วนนานแล้ว แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แล้วไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ขอให้ท่านไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย &amp;nbsp;เนื่องจากระยะฟักตัวของโรค ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนมีอาการป่วยอาจสั้นมากตั้งแต่ 1 สัปดาห์หรืออาจนานถึง 1 ปีได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13928</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย, เหยื่อพิษสุนัขบ้ารายที่13-14</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b111cc968b02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
