<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ เล็งถกภาครัฐ-เอกชน ผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์ เตรียมข้อมูลแจง &amp;quot;ยูเอสทีอาร์&amp;quot; ขอยกเว้นไม่เก็บภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียมจากไทย พร้อมเจรจาตลาดหมู ยันขณะนี้ยังไม่นำเข้า รอศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคก่อน คาด 8 เดือนรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย. 61 นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ และสอบถามผลกระทบที่ภาคเอกชนจะได้รับจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมถึงกรณีที่สหรัฐฯประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียมจากทั่วโลก รวมถึงไทย นอกจากนี้ ยังจะเป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อนำไปชี้แจงกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ในระหว่างที่เดินทางเยือนสหรัฐฯในช่วงกลางเดือนก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินทางไปยังสหรัฐในครั้งนี้ เพื่อเป็นการรับฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะได้รับผบกระทบอย่างไร และจะถือโอกาสย้ำกับยูเอสทีอาร์ว่า ไทยทำการค้ากับสหรัฐฯอย่างตรงไปตรงมา และยุติธรรม &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะขอร้องให้สหรัฐฯยกเว้นการเก็บภาษีเหล็ก และอะลูมิเนียม ขณะเดียวกัน จะชี้แจงในประเด็นที่สหรัฐฯเร่งรัดให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐฯ ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยง และการที่ยูเอสทีอาร์อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อร้องเรียนจากสภาผู้ผลิตสุกรแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ขอให้ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการศึกษาว่า การบริโภคหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างจะส่งผลกระบต่อร่างกายหรือไม่ อย่างไร ต้องมีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ให้สหรัฐฯเห็น ซึ่งต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือนนับจากที่ 2 ประเทศได้หารือเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้า และการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) ที่สหรัฐฯ เมื่อเดือเม.ย.61 หากผลพิสูจน์ของไทยออกมาว่า คนไทยกินหมูมีสารเร่งเนื้อแดงแล้วไม่เกิดอันตราย ก็จะพิจารณาเปิดตลาดให้ แต่ขณะนี้ ยังเปิดตลาดไม่ได้ เพราะไทยมีกฎหมายห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงปศุสัตว์ และห้ามตกค้างในอาหารโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12078</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้า, จีน, ชุติมา บุณยประภัศร, พาณิชย์, ภาครัฐ, ยูเอสทีอาร์, สงคราม, สงครามการค้า, สหรัฐ, อลูมิเนียม, เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa4a1697d599.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มพ.ค.ส่งออกโตกว่า11% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนค.เผยส่งออกเดือน พ.ค. 61 มีมูลค่ารวมกว่า 22,256.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.4% โตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 ดันส่งออก 5 เดือนมีมูลค่ารวมกว่า 104,031.9 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 11.55% สูงสุดในรอบ 7 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 61 - น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนพ.ค.ปี 2561 มีมูลค่า 22,256.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.44% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน การนำเข้ามีมูลค่า 21,053 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.72% โดยเกินดลการค้ามูลค่า 1,203.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการส่งออก 5 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า 104,031.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.55% สูงสุดในรอบ 7 ปี และการนำเข้ามีมูลค่า 102,154.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เกินดุลการค้า 1,877.1 ล้านเหรียญสหรัฐ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การส่งออกของไทยยังไม่พบสัญญาณว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า แต่เราก็ไม่ประมาท ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพบว่าเบื้องต้นยังไม่กระทบไทย แต่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพการค้าโลก ซึ่งต้องติดตามต่อไป เพราะไทยอยู่ในซัปพลายเชนของสินค้าสำคัญหลายตัว โดยในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จะนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ส่งออกรายสำคัญๆ เช่น ยานยนต์ เหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประเมินสถานการณ์&amp;rdquo;น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มการส่งออกคาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยตัวเลข 5 เดือนขยายตัวสูงถึง 11.55% เกินไปจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8% แล้ว โดยสนค. จะมีการประเมินและปรับประมาณการณ์การส่งออกอีกครั้งหลังได้ตัวเลข 6 เดือนแล้ว โดยคาดว่าน่าจะปรับสูงขึ้น ส่วนตัวเลขทางการขึ้นอยู่กับระดับนโยบายว่าจะปรับหรือไม่อย่างไร แต่หากดูตามตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับเป็น 9% สนค. มองว่าเป็นไปได้ ซึ่งจะต้องส่งออกให้ได้เดือนละประมาณ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11844</URL_LINK>
                <HASHTAG>พาณิชย์, พิมพ์ชนก วอนขอพร, ยานยนต์, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า, ส่งออก, เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5a99aab04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐลุยเก็บภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม จุดชนวนสงครามการค้ากับชาติพันธมิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โลกสุ่มเสี่ยงจะถลำสู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบ เมื่อเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ทั้งอียู, แคนาดา และเม็กซิโก ประกาศมาตรการเอาคืนสหรัฐ ตอบโต้ที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คนงานทำงานในโรงงานเหล็กในภาคตะวันออกของฝรั่งเศส มาตรการขึ้นภาษีศุลกากรเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าของสหรัฐเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีศุลกากรเหล็ก 10% และอะลูมิเนียม 25% มาตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่เวลานั้นเขาได้ยกเว้นให้แคนาดาและสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอะลูมิเนียมและเหล็กเข้าสหรัฐรายใหญ่ที่สุดตามลำดับ เอกสิทธิ์พิเศษนี้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี ทรัมป์ประกาศว่าเขาจะไม่ขยายเวลายกเว้นภาษี ซึ่งจะทำให้มาตรการนี้มีผลบังคับใช้โดยถ้วนหน้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน ส่งผลให้ผู้นำแคนาดา, เยอรมนี และฝรั่งเศส ประกาศใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา กล่าวว่า มาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐเป็นการปรามาสความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงที่ดำรงมายาวนานระหว่างแคนาดาและสหรัฐ พร้อมกับประกาศตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ มูลค่า 12,800 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า อียูซึ่งมี 28 ชาติสมาชิก จะประกาศมาตรการตอบโต้ให้ทัดเทียมกับการดำเนินการของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ อียูเคยขู่จะเก็บภาษีศุลกากรสินค้าอเมริกันหลายประเภท รวมถึงเหล้าองุ่น, รถจักรยานยนต์ และยีนส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ต่อว่าทรัมป์ทางโทรศัพท์ว่า มาตรการภาษีของสหรัฐ &amp;quot;ผิดกฎหมาย&amp;quot; และยุโรปจะตอบโต้อย่างหนักแน่นและสมน้ำสมเนื้อ ส่วนนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี กล่าวว่า มาตรการของสหรัฐเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้เกิดปัญหาบานปลายที่รังแต่จะเป็นผลร้ายกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเม็กซิโกประกาศเช่นกันว่า เม็กซิโกจะตอบโต้ทางภาษีต่อสินค้าหลากหลายประเภทของสหรัฐ รวมถึงเหล็ก และสินค้าเกษตรหลายชนิด อาทิ เนื้อสุกร, แอปเปิล และเนยแข็ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติพันธมิตร, ทรัมป์, ภาษีศุลกากร, สงครามการค้า, สหรัฐ, อะลูมิเนียม, เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b11568bd7780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธสน. มองไทยกระทบเฉียดฉิวเหตุสหรัฐ-จีนเปิดศึกกำแพงภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธสน. มองภาพรวมไทยได้รับผลกระทบแค่เฉียดฉิว หลังสหรัฐฯ-จีน เปิดศึกกำแพงภาษี ฟุ้งผู้ประกอบการไทยปรับตัวเก่ง ระบุ 2 ปัจจัยทุบส่งออก &amp;ldquo;อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน-สถานการณ์การค้าโลกเปลี่ยน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน 2561 &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยถึงกรณีการตั้งกำแพงภาษีสินค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ว่า เชื่อว่าไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากประเด็นปัญหาดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 10% จากเดิมที่ 20% และที่ส่งสินค้าไปจีน อยู่ที่ 12% โดยในส่วนนี้เป็นลูกค้าของธนาคารไม่มากนัก ซึ่งเบื้องต้นมองว่าผู้ประกอบการไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมบ้าง เนื่องจากสถานการณ์และทิศทางการส่งออกในตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการไทยจะปรับตัวได้เป็นอย่างดีกับสถานการณ์และทิศทางการส่งออกในตลาดโลกที่จะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของ ธสน. ยังอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากปัจจัยดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เป็นเพียงระยะเริ่มต้น ยังไม่มีผลที่ชัดเจนออกมา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับแนวทางในการให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และอยากเตือนผู้ประกอบการในการให้ความสำคัญกับปัจจัยที่จะมีผลต่อการส่งออกในปีนี้ ได้แก่ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ทิศทางและสถานการณ์การส่งออกในตลาดโลกที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงไป โดยอยากให้ผู้ประกอบการศึกษาและปรับตัวให้เร็วขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อุตสาหกรรมเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กต้นน้ำ อาจต้องเฝ้าระวังจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวที่อาจทำให้รูปแบบการค้าในตลาดโลกเปลี่ยนไป เช่น กรณีสหรัฐฯ ห้ามนำเข้าเหล็กจากจีน เหล็กในส่วนนั้นอาจจะดั้มเข้ามาไทย ซึ่งไทยก็จะได้เหล็กราคาถูก จึงอยากให้ผู้ประกอบการไทยมองปัจจัยนี้เป็นโอกาสที่ดีของเรา มองในมุมที่ดีว่าเท่ากับคู่แข่งในการค้าของไทยหายไป โดยปัจจุบันลูกค้าของธนาคารที่ส่งสินค้าไปยัง 2 ประเทศยังมีไม่มากนัก จึงไม่ต้องกังวล&amp;rdquo; นายพิศิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6458</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธสน., ภาษี, สหรัฐ-จีน, ส่งออก, เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac49d47d9932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติพันธมิตรดาหน้าถล่ม &#039;ทรัมป์&#039; ลงนามขึ้นภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศคู่ค้าของสหรัฐพากันรุมประณามการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่ลงนามคำสั่งขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ว่าเป็น &amp;quot;ลัทธิปกป้องทางการค้า&amp;quot; และดูถูกชาติพันธมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำประกาศฉบับนี้ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2561 โดยมีแรงงานจากภาคการผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐร่วมเป็นสักขีพยาน (AFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2561 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วัน แต่จะยกเว้นให้สำหรับแคนาดาและเม็กซิโก ที่สหรัฐกำลังอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) อย่างไรก็ดี ประเทศหุ้นส่วนใกล้ชิดของสหรัฐที่เป็น &amp;quot;เพื่อนแท้&amp;quot; ในด้านความมั่นคงและการค้า ยังสามารถเจรจาต่อรองเพื่อขอยกเว้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐประสบกับการทำ &amp;quot;การค้าที่ไม่ยุติธรรม&amp;quot; และการเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และภาษีนำเข้าอะลูมิเนียม 10% จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมของสหรัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลในปีที่แล้ว แคนาดาเป็นผู้ส่งออกเหล็กเข้ามายังสหรัฐรายใหญ่ที่สุด ตามด้วยบราซิล, เกาหลีใต้, รัสเซีย, เม็กซิโก, ญี่ปุ่น และเยอรมนี นอกจากนี้ แคนาดายังเป็นผู้ส่งอะลูมินาและอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดเช่นกัน ตามด้วยจีน, รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวถึงการให้สิทธิพิเศษแก่แคนาดาและเม็กซิโกว่าอาจเป็นการยกเว้นอย่างถาวร หากการเจรจานาฟตาประสบความสำเร็จ แต่ดูเหมือนสองประเทศนี้ไม่ต้องการให้นำมาเชื่อมโยงกัน คริสเตีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดากล่าวว่า สองสิ่งนี้เป็น &amp;quot;คนละประเด็น&amp;quot; ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโกกล่าวว่า การเจรจานาฟตาไม่ควรตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขอื่นนอกกระบวนการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีนกล่าวถึงมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า 2 ชนิดนี้ของสหรัฐ ว่าเป็น &amp;quot;การโจมตีอย่างร้ายแรง&amp;quot; ต่อระบบการค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนี ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรปและเป็นพันธมิตรร่วมองค์การนาโตกับสหรัฐ กล่าวโจมตีการตัดสินใจของทรัมป์ว่า กำลังทำให้สหรัฐโดดเดี่ยว บริจิตต์ ซีปรีส์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนี กล่าวว่า ทรัมป์อนุมัติการลงโทษทางภาษีที่ไม่สอดคล้องกับกฎขององค์การการค้าโลก ทำให้สินค้าราคาแพงขึ้น และทำให้บริษัทน้อยใหญ่ของเยอรมนีทำงานได้ยากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลัทธิปกป้องทางการค้านี้เป็นการดูถูกหุ้นส่วนใกล้ชิดของสหรัฐ เช่นสหภาพยุโรป (อียู) และเยอรมนี และจำกัดการค้าเสรี&amp;quot; เธอกล่าว และว่า รัฐบาลเยอรมนีจะร่วมมือกับอียู เพื่อขอ &amp;quot;คำตอบที่ชัดเจน&amp;quot; จากสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อียูประกาศไว้ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีกับสินค้าของสหรัฐ ตั้งแต่เหล็กไปจนถึงเนยถั่ว, วิสกี และยีนส์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตในมลรัฐที่ทรัมป์ต้องการคะแนนเสียงเพื่อชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดเช่นกัน เตือนว่า การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐ ซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กับญี่ปุ่น ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยชิฮิเดะ ซูงะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า มาตรการของสหรัฐอาจทำร้ายระบบการค้าโลกและเศรษฐกิจโลกทั้งหมด และรัฐบาลญี่ปุ่นจะร้องขอให้ได้รับสิทธิพิเศษยกเว้นภาษี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4644</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกป้องทางการค้า, ภาษี, สหรัฐ, อะลูมิเนียม, เหล็ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa278df71bcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกร.ชี้ลงทุนรัฐอืดปีงบ 61 เบิกจ่ายได้แค่ 3%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกร.ชี้การลงทุนภาครัฐอืด เอกชนฟ้องเบิกจ่ายปีงบประมาณ 61 ได้แค่ 3% คาดรับผลกระทบจากพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ จับตาสินค้าเหล็กทะลักตลาดไทยหลังสหรัฐเก็บภาษีเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 2561 - นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือสอท.เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ว่าการลงทุนของภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 ซึ่งเป็นช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 มีอัตราที่หดตัวกว่า 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจากเม็ดเงินภาครัฐที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมีความล่าช้า และยังเป็นผลมาจากขั้นตอนการเบิกจ่ายภายหลังจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการหารือกับผู้ประกอบการ มีความต้องการให้ภาครัฐเร่งการลงทุนในเร็วขึ้น เนื่องจากการประเมินเบื้องต้นได้รับการร้องเรียนมาว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณมีการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนได้แค่ 3% จากที่ควรจะเป็น 30% จึงคาดได้ว่าอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่ทำให้ล่าช้า&amp;quot;นายเจน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเด็นมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศเพิ่มการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม ว่าที่ประชุมมีการแนวทางออกมาว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลทำให้ผู้ค้าเหล็กที่เคยส่งไปยังสหรัฐฯจะต้องหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อปล่อยสินค้า โดยอาจจะทำให้ทะลักเข้ามาในไทย เกิดการการทุ่มราคาและการแข่งขันกับผู้ประกอบการในประเทศ โดยทาง กกร. ได้เสนอเรื่องให้กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหามาตรการมาดูแลโดยต้องคำนึงถึงผลกระทบกับผู้ประกอบการและผู้ใช้เป็นหลัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4400</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., จัดซื้อ, ลงทุนรัฐ, สภาอุตสาหกรรม, สอท., เจน  นำชัยศิริ, เบิกจ่าย, เศรษฐกิจ, เหล็ก, เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e59e2a855d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงสหรัฐฯเก็บภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมทำเศรษฐกิจโลกปั่นป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอเอ็มเอฟ ห่วงสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียม ฉุดเศรษฐกิจโลกปั่นป่วน จับตาคู่ค้า จีน เกาหลี เม็กซิโก ได้รับผลกระทบ ขณะที่ไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.2561 -กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) เห็นพ้องกับนานาชาติคัดค้านแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยไอเอ็มเอฟเตือนว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตและภาคการก่อสร้างซึ่งต้องพึ่งพาอะลูมิเนียมและเหล็กจำนวนมาก รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกฝ่ายแก้ไขข้อพิพาททางการค้าโดยไม่ใช้มาตรการตอบโต้กันไปมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ผู้เชี่ยวชาญการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอะลูมิเนียม 10% ในสัปดาห์หน้า โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐ ผลกระทบทางตรงกับประเทศไทยนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่มี แต่จะมีผลทางอ้อม เนื่องจากประเทศคู่ค้า ได้แก่ จีน เกาหลี เม็กซิโก ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปต้องติดตามนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐว่า จะมีการปรับภาษีสินค้าชนิดอื่นอีกหรือไม่ อีกทั้งการที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียม จะส่งผลให้เกิดสงครามการค้า ทำเศรษฐกิจโลกผันผวน และยังไม่ดีต่อเศรษฐกิจในประเทศเอง ซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล็กจะสูงขึ้น ประชาชนอาจชะลอการใช้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4240</URL_LINK>
                <HASHTAG>IMF, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ, จีน, ภาษี, สหรัฐ, สหรัฐอเมริกา, อะลูมิเนียม, เหล็ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b6272230ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
