<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์ยังไม่ปกติ ‘บิ๊กตู่’กำชับเหล่าทัพต้องระวัง-สั่งจับตาเฟกนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อทำเนียบฯ อวยพรปีใหม่ขอให้มีสติทำงาน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้อนช่วยกันอย่าทำให้สติแตก หัวโต๊ะสภากลาโหม สั่งจับตาเฟกนิวส์ กำชับเหล่าทัพต้องระวัง สถานการณ์ยังไม่ปกติ กกต.รับรอง &amp;quot;สมศักดิ์ คุณเงิน&amp;quot; เป็น ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 &amp;quot;สารวัตรต๊อก&amp;quot; จ่อซบชาติไทยพัฒนา แยกวงกับ &amp;quot;จารึก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม เวลา 10.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้นำมาลัยดอกมะลิมอบให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เนื่องในเทศกาลปีใหม่ โดยตัวแทนสื่อกล่าวอวยพรนายกฯ ว่า ขอให้มีกำลังใจในการทำงาน การทำหน้าที่ และขอให้นายกฯ มีสติในการทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบอย่างทีเล่นทีจริงว่า? &amp;quot;นึกว่าเราไม่มีสติเหรอ สติๆๆ เรามีตลอด แต่อย่าทำให้ฉันสติแตก ถ้าอยากให้เราใจเย็น ก็ต้องหาวิธีการช่วยเราด้วย เพราะมีเรื่องเข้ามาเต็มหัวทุกวัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ชี้มือไปที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี? และนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง พร้อมกล่าวว่า? &amp;ldquo;ทั้งรองนายกฯ และรัฐมนตรีก็เหนื่อยกันทุกคน ให้กำลังใจนายกฯคนเดียวไม่พอ ต้องให้ทั้ง ครม. และให้กำลังใจคนไทย ให้ทำเพื่อประเทศชาติ นั่นคือสิ่งที่เราคาดหวังจากสื่อมวลชนเท่านั้นเอง บางครั้งผมหงุดหงิดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ขออโหสิกรรมก็แล้วกัน และต่างคนก็ต่างไปทบทวนว่าต้องทำอย่างไร ปรับตัวกันอย่างไร เพราะเราต้องการความสงบและความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ถ้าเอาเรื่องอะไรต่างๆ มาตีกันตรงนี้ มันจบหมด แก้อะไรก็ไม่ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า เมื่อสักครู่ตนประชุมงบประมาณปี 64 ถือเป็นเรื่องสำคัญ มีเรื่องสำคัญมาตลอด อยากให้ทุกคนเข้าใจ อะไรที่มีความสนใจก็ถามมา แล้วจะมีคำตอบ อย่าไปวิจารณ์กันเองโดยไม่มีพื้นฐาน ขอขอบคุณสื่อทุกคน และขอส่งต่อพวงมาลัยนี้ให้นายสมคิด และให้นายสมคิดส่งต่อให้นายอุตตม เพื่อให้ไปไหว้พระ และขอให้ทุกคนมีความสุข เดินทางปลอดภัย คิดอะไรขอให้สมปรารถนาทุกประการ ร่างกายแข็งแรง ใครยังไม่มีครอบครัวก็ขอให้มี ใครที่ครอบครัวยังไม่เรียบร้อยก็ขอให้เป็นคนดี ขอฝากให้ทุกคนมีสติในการเดินทาง ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเอง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในเรื่องนี้ ขอให้ทำถวายพระองค์ท่าน ให้ทุกคนปลอดภัย พระองค์ทรงหวังแค่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายอย่างที่ต้องทำในปีหน้า ขณะนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ไม่มีอะไรที่จะดีไปทั้งหมด หรือเลวไปทั้งหมด ทำอย่างไรให้ดีขึ้นมากกว่าที่ไม่ดี คือสิ่งที่ต้องช่วยกันแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม ก่อนการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำผู้บัญชาการเหล่าทัพและสมาชิกสภากลาโหม ขาดเพียง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มารับพรเนื่องในโอกาสใกล้เทศกาลปีใหม่ โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำผู้บัญชาการเหล่าทัพรับพรจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีต รมว.กลาโหม เป็นวาระพิเศษ
สถานการณ์ยังไม่ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวให้โอวาท โดยขอขอบคุณทุกคนที่มาอวยพรตน เพราะทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัวของตน และจนถึงขณะนี้ครอบครัวของตนก็ใหญ่ขึ้น และขอให้ทุกคนทำงานให้ส่วนรวมเกิดประโยชน์ สิ่งที่เป็นห่วงและกังวลคือเรื่องของสุขภาพร่างกาย จิตใจ ที่ต้องเข้มแข็งไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะอุปสรรคมีไว้ให้แก้ไข แต่เป้าหมายมีไว้ให้มุ่งเข้าหาไปสู่ เป้าหมายสุดท้ายที่เราต้องการ ซึ่งยังอยู่ห่างไกลมากพอสมควร และก็มีโอกาสไปถึงจุดนั้นได้ด้วยฝีมือของพวกเราทุกคน ซึ่งการทำงานหลังจากนี้เป็นต้นไป ที่ผ่านมาถือเป็นประวัติศาสตร์ของพวกเราในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ให้คนมีความสุขมากขึ้น ปัญหาก็ต้องเยอะแน่นอน จึงขออย่าย่อท้อต่อปัญหา ต้องขยันและทุ่มเท &amp;nbsp;แต่อย่างน้อยจิตใจเราก็มีความสุข ไม่ต้องไปหวาดระแวงอะไรกับใคร และการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นประเด็นสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีกประการหนึ่ง ทุกคนจะต้องระมัดระวัง เพราะสถานการณ์ต่างๆ ก็ยังไม่เป็นไปปกติสุขนัก ฝากทุกคนช่วยดูแล และในช่วงปีใหม่นี้ สิ่งที่เป็นห่วงกังวลคือความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การจราจร รู้ว่าทุกคนทุ่มเทและสั่งการ เหลืออย่างเดียวคือการกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนงาน และขอร่วมให้กำลังใจกำลังพลของเราในการปฏิบัติหน้าที่ ทางราชการในสนามชายแดนและกองกำลังต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ที่เสียสละในช่วงที่ประชาชนมีความสุข ปีใหม่หลายคนไม่ได้ไปเที่ยว ต้องเสียสละอยู่เวรอยู่ยาม ฝากให้ระลึกถึงและดูแลเขาด้วย ทั้งนี้คำอวยพรใดๆ ที่ปรารถนาดีให้ตนและให้ครอบครัว ขอให้สนองตอบ ให้พวกเราเป็นร้อยเท่าพันทวี ก็ขอให้ประสบความสำเร็จตามความตั้งใจทุกประการ และในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2563 ขอให้ทุกคนตั้งความหวังว่าเราต้องทำทุกอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุกต่อสื่อออนไลน์ โดยให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพเพิ่มการติดตาม ตรวจสอบ ป้องกันและปฏิบัติการต่อการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความเสียหายต่อองค์กรและสังคมในวงกว้าง ทั้งนี้ ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบทันที เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของความขัดแย้ง พร้อมทั้งให้ติดตามและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ปล่อยข้อมูลอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รายการ Government Weekly ช่วง PM Talk ทางเพจไทยคู่ฟ้าสัปดาห์นี้ พล.อ.ประยุทธ์เปิดตึกไทยคู่ฟ้าต้อนรับและพูดคุยกับน้องฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ขวัญใจคนไทยที่สามารถเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายของการประกวดมิสยูนิเวิร์สประจำปีนี้ที่สหรัฐอเมริกา โดยน้องฟ้าใสได้เล่าถึงชีวิตและแรงบันดาลใจในการประกวดนางงามและการทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเพื่อสร้างความสุขให้กับผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ น้องฟ้าใสยังได้สอบถามนายกรัฐมนตรีถึงแรงบันดาลในการทำงาน อนาคตของประเทศไทย และกล่าวอวยพรปีใหม่ 2563 แก่คนไทยทุกคนด้วย ทั้งนี้ นายกฯ แสดงความยินดีและชื่นชมน้องฟ้าใสที่ทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรมเผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี ติดตามได้ทางเฟซบุ๊กเพจไทยคู่ฟ้า วันศุกร์ที่ 27 ธ.ค.62 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
รับรอง&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot;เป็นส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;(กกต.)&amp;nbsp;แจ้งว่า กกต.มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น แทนตำแหน่งที่ว่าง ที่นายสมศักดิ์ คุณเงิน จากพรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือกตั้ง&amp;nbsp;โดยนายสมศักดิ์สามารถเดินทางมารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง (สส. 6/4) จากสำนักงาน กกต. เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งแต่วันนี้ (26 ธ.ค.) เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ซึ่งถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการหาสังกัดพรรคใหม่ว่า คาดว่าจะชัดเจนหลังปีใหม่ ส่วนที่ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ชวนไปอยู่ด้วยกันที่พรรคพลังท้องถิ่นไทนั้น ก็คุยกันอยู่ แต่ว่าเป็นคนละแนวทางกัน สำหรับนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี ตอนนี้ถือว่าแนวทางอาจจะไม่เหมือนกัน อาจจะไม่จับคู่ไปด้วยกันเหมือนเดิม แต่ไม่ได้มีปัญหากัน ทั้งนี้ ยังสามารถจับมือทำงานกันในพื้นที่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดว่าจะไปอยู่กับพรรคของรัฐบาล ผมอาจจะไปพรรคกลาง หรือพรรคใหญ่ เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะในพื้นที่ของผมก็มีปัญหาเรื่องที่ทำกิน เช่น เรื่องป่าชายเลนที่เคยอภิปรายในสภา ถ้าไปอยู่พรรคชาติไทยพัฒนาก็อาจจะสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้&amp;quot; พ.ต.ท.ฐนภัทร ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กระแสของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง พ.ต.ท.ฐนภัทรกล่าวว่า เสียงคนที่ต่อต้านไม่เยอะเท่าไหร่ คนที่ให้กำลังใจมีเยอะกว่า เพราะทำงานในพื้นที่มาประมาณกว่า 10 ปี ตอนเป็นนายตำรวจ ก็ทำหน้าที่ในพื้นที่มาตลอด คิดว่าที่ชนะการเลือกตั้งในสังกัดพรรคอนาคตใหม่ครั้งนี้คะแนนมาจาก 3 ส่วน คือ 1.คะแนนจากตน 2.คะแนนจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ 3.คะแนนจากฐานเสียงพรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าตัวเองมีฐานเสียงประมาณกว่าหมื่นคะแนน และหากประชาชนเห็นผลงานที่เราทำให้ การเลือกตั้งครั้งหน้าก็มีโอกาสได้เป็น ส.ส.อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านเลขที่ 33 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนตั้งฉายารัฐบาลรัฐเชียงกงว่า เป็นสีสันทางการเมืองที่ในแต่ละปี นักข่าวจะตั้ง ตนเองเคยโดนไป 2 ครั้ง เป็นเรื่องปกติและเป็นเสียงสะท้อนของสื่อในลักษณะทีเล่นทีจริงหยอกเย้า อย่างไรก็ตาม เป็นข้อเท็จจริงของสภาพการเมืองไทย ซึ่งทุกวันนี้ไม่ได้เก่าล้วนๆ และไม่ได้ใหม่ล้วนๆ มีหลายเจเนอเรชั่นที่รวมกันอยู่ ดังนั้นเป็นองค์ประกอบทางการเมืองที่ต้องมีทั้งคนเก่าคนใหม่ มีทั้งอะไหล่เก่าอะไหล่ใหม่ มีทั้งรถเก่ามีทั้งรถใหม่ เป็นธรรมชาติของการเป็นรัฐบาลผสมที่มีเสียงปริ่มน้ำ จึงมีขีดจำกัดทางการเมืองอย่างมาก หากจะให้มีแต่อะไหล่ใหม่ๆ บริหารจัดการไม่ง่ายนัก เป็นข้อเท็จจริงของสภาพผลของการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น คงไม่ต้องไปซีเรียสอะไร จะเป็นของใหม่หรือของเก่าให้รถยนต์วิ่งได้ก็แล้วกัน ถ้ารถยนต์คันนี้วิ่งครบ 4 รอบ วิ่งถึงฝั่ง นั่นถือเป็นความสำเร็จ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอให้มีสติทำงาน, จับตาเฟกนิวส์, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สถานการณ์ยังไม่ปกติ, สื่อทำเนียบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อวยพรปีใหม่, เหล่าทัพต้องระวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04b580e7e55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
