<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่วสุมกินเหล้าพุ่ง60%ฉลองคลายล็อกวันแรก ศบค.ขู่ติดเชื้อเพิ่มกลับใช้มาตรการเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงถึงการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่งคง ระหว่างวันที่ 3 พ.ค.เวลา 22.00 น. ถึงช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ค. ว่า พบผู้ออกนอกเคหะสถาน 690 ราย เพิ่มขึ้น 136 ราย มีผู้ชุมนุมมั่วสุม 129 ราย เพิ่มขึ้น 22 ราย ซึ่งพบว่าการดื่มสุรามาเป็นอันดับ 1 ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ค. มีการผ่อนปรนให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ อันดับ 2 คือการพนัน 21 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 3 เสพยาติด 11 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เมื่อผ่อนปรนให้มีการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แล้ว ปรากฎว่ามีภาพการคนจำนวนมากแย่งกันซื้อสินค้า จะส่งผลให้มีการทบทวนมาตรการผ่อนคลายหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่อยู่ในภาพเหล่านั้น เป็นตัวอย่างและข้อเตือนใจว่าตอนเปลี่ยนผ่านเราต้องพยายามทำความเข้าใจว่าต้องมีการปรับพฤติกรรมแล้วท่านเองจะปลอดภัย ซึ่งข้อกำหนดเป็นมาตรการที่แจ้งออกมาแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม เป็นสิ่งที่เราทำกันมา ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถ้าท่านยังยึดหลักเหมือนเดิม ถ้าทำได้ทั้งเรื่องทำความสะอาดพื้นที่ กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์หรือเจลน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เว้นระยะห่างทั้งนั่งและยืนอย่างน้อย 1 เมตร และควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมไม่ให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น ซึ่งเราจะประสบความสำเร็จแห่งหนึ่งของโลก เรายังต้องการความร่วมมืออยู่ เพื่อให้โรคออกจากประเทศไทยให้ได้ ให้มั่นใจว่าประเทศไม่มีคนติดเชื้อ ถึงวันนั้นเราจะใช้ชีวิตปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามี14วันเปลี่ยนผ่านนี้ ถ้าร่วมมือกันจะใช้มันอย่างคุ้มค่า ตัวเลขการติดเชื้อน้อยลงแล้วจะได้ไปสู่ระยะที่ 2 ที่มีพื้นที่ที่จะไปได้มากกว่านี้ ซึ่งต้องเกิดจากความร่วมมือร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ศบค.จะจัดชุดข้อมูลเก็บเป็นสถิติ ถ้าเราผ่อนปรนแล้วตัวเลขติดเชื้อน้อยจะขยับในขั้นผ่อนปรนระยะต่อไป แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มาตรการจะต้องถูกทบทวน ไม่ว่าจะให้หยุดหรือกลับไปที่เดิมเป็นการบังคับที่มีข้อจำกัดมากมาย เพื่อไม่ให้เราต้องป่วย ทำให้เราไม่ต้องตาย สิ่งที่เราร่วมกันมา1 เดือนมีความหมายกับเรา และอีก14 วันจากนี้ก็มีความหมายมาก ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำมากกว่าผู้ใช้บริการ และผู้ใช้บริการต้องให้ความร่วมมือและตรวจสอบผู้ประกอบการ ขณะที่ภาครัฐจะกำกับติดตามดูแลตรวจสอบทั้งสองส่วน เราต้องทำงานร่วมกันทั้งหมดสามส่วนนี้&amp;quot; โฆษก ศบค. ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65027</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, มั่วสุม, ศบค., เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eafc1a699901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5นาทีเกลี้ยง! ห้างขายส่งแทบแตกแห่แย่งซื้อเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 63 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศปลดล็อกให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ในวันนี้เป็นวันแรก ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายปลีกรายย่อยและรายใหญ่ รวมทั้งชาวบ้านต่างพากันแห่เดินทางมาที่ห้างแม็กโคร ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นห้างค้าส่งขนาดใหญ่ กันเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรในช่วงเช้านี้ติดขัดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร โดยเฉพาะทางเข้าลานจอดรถของห้างดังกล่าว ซึ่งเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่มีรถจอดเต็มลานตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในเวลา 10.00 น.ซึ่งเป็นเวลาที่ห้างเปิดจำหน่ายแอลกอฮอล์ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันกรูเข้าไปในโซนที่จัดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์พร้อมแย่งกันยกลังเหล้าลังเบียร์ขึ้นรถเข็นของตัวเองกันอย่างชุลมุน ทำให้เหล้าเบียร์ที่วางกองไว้จำนวนมากหมดไปในช่วงเวลาไม่ถึง 5 นาที&amp;nbsp; จนเกิดการชุลมุนวุ่นวายและเกิดการโต้เถียงกัน แม้พนักงานของห้างดังกล่าวจะนำเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเติมเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเบียร์ ที่เกิดการยื้อแย่งกันจนเกิดการชุลมุนวุ่นวายมากที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64966</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดล็อกวันแรก, ปากน้ำ, สมุทรปราการ, เหล้า, แอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaeb1f33ed59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาพันธ์ผู้ประกอบการผลิตสุราและจำหน่ายฯ ร้องนายกฯเยียวยาผลกระทบหลังห้ามจำหน่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ เม.ย.63 - ตัวแทนสมาพันธ์ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายสุราแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;นำโดยนายอชิระวัสส์ &amp;nbsp;วรรณศรีสวัสดิ์ และนายนิติพันธุ์ &amp;nbsp;ครุธทิน ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ขอให้พิจารณาผ่อนปรนและเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการห้ามจำหน่ายสุรา จาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามจำหน่ายสุรา ทั่วราชอาณาจักร &amp;nbsp;24 ชั่วโมงทั้งปลีกและส่ง ซึ่งจากสถานการณ์ฉุกเฉินมีการห้ามชุมนุมทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัด บังคับใช้อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุรา ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้จึงขอได้โปรดพิจารณาผ่อนปรนและยกตัวอย่างกรณีต่างๆ ตั้งข้อเสนอ ดังต่อไปนี้​ 1.ขอให้ แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่าขยายเวลาจำหน่ายสุราออกไปหลังวันที่ 30 เมษายน 63 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อซื้อกลับบ้านหรือส่งให้ถึงบ้านได้เหมือนอาหารประเภทอื่นๆ โดยสามารถจำหน่ายในเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เบียร์สามารถเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ได้เพื่อขนส่งออกนอกสถานที่บริการในช่วงป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ Covid 19 จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ เพื่อเป็นการระบายสินค้า ซึ่งตกค้างอยู่จำนวนมาก เพราะสินค้าที่มีอายุจำกัดและต้องการการจัดเก็บเย็นทำให้เสียค่าเก็บรักษาในโกดังควบคุมอุณหภูมิและความเสียหายได้ถ้าถูกทิ้งไว้เป็นเวลานาน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. พิจารณาเรื่องการออกระเบียบปฏิบัติในการขอคืนภาษี และทำลายสินค้าสุราที่เสื่อมสภาพ โดยให้ ศบค.ออกคำสั่งให้กรมสรรพสามิต เร่งรัดขั้นตอนการคืนภาษีในกรณีดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น หรือจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประกอบการไว้ก่อนอย่างช้าภายใน 3 เดือน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.พิจารณาผ่อนปรนเรื่องการขนย้ายสุราหากมีการห้ามจำหน่าย​ เนื่องจากคราฟท์เบียร์ &amp;nbsp;ไวน์องุ่น และสุราแช่ หลายชนิดเป็นสินค้าที่ต้องจัดเก็บตามอุณหภูมิที่กำหนด เมื่อมีการนำเข้ามาจึงต้องมีการชำระภาษี และขนย้ายเข้าไปเก็บคลังสินค้าของผู้ประกอบการให้เร็วที่สุด การประกาศห้ามขายส่ง (ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1) ทำให้ไม่สามารถนำสินค้าที่เสียภาษีแล้วไปเก็บในคลังของผู้ประกอบการได้ &amp;nbsp; รวมถึง หากมีการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอมีการแจ้งล่วงหน้าให้มีการเตรียมการหรือมีความชัดเจนในเรื่องของการขนส่งหลังจากการจำหน่ายเสร็จสิ้น เพื่อป้องกันการกระทำผิดข้อห้ามโดยไม่ได้มีเจตนา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64386</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุรา, อชิระวัสส์  วรรณศรีสวัสดิ์, เหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea66022a0484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอประกิต&#039; ห่วงสูบบุหรี่-ดื่มเหล้าเสี่ยงติดโควิด ระบาดรุนแรง ห้องไอซียู เครื่องช่วยหายใจมีไม่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.63 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังมีคนบางกลุ่มพยายามส่งต่อข้อมูลว่า การติดโควิด-19 ไม่มีอะไรน่ากลัว หายแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การระบาดนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ซึ่งในความเป็นจริง ผู้ป่วยที่ติดโควิด-19 ส่วนใหญ่ อาการจะไม่หนัก เช่น ข้อมูลจากจีน ซึ่งเป็นประเทศแรกที่พบการระบาดนั้น พบว่าผู้ป่วยประมาณ 15% ต้องอยู่โรงพยาบาล และประมาณ 5% ต้องรักษาตัวอยู่ไอซียูแต่ปัญหาใหญ่ของโควิด-19 ไม่ได้อยู่ที่กลุ่มผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก หรือแสดงอาการไม่มาก แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ หากเกิดการระบาดมาก จะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงต่อการมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เชื้อไวรัสชนิดนี้รุนแรงมากขึ้นคือ การสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีรายงานจากวารสารการแพทย์จีน ระบุว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการทรุดหนักรวมถึงเสียชีวิต เป็นผู้สูบบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 14 เท่า การสูบบุหรี่จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัส โควิด-19 ดังนั้นการลดปัจจัยเสี่ยงโดยการไม่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ ซึ่งที่ไทยมีการพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจากการเที่ยวผับ บาร์ จากพฤติกรรมการสูบบุหรี่มวนเดียวกันและดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สร้างความตื่นตัวให้กับสังคมไทยอย่างมาก มีความพยายามรณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่พยายามเลิกบุหรี่ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบบการให้บริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย ยังไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากๆ ในเวลาเดียวกันได้ เนื่องจากเตียงในห้องไอซียูมีไม่พอ เครื่องช่วยหายใจไม่พอ เหล่านี้อาจส่งผลต่อคนไข้อาการหนักอื่นๆ ที่ต้องเข้าอยู่ในห้องไอซียู เช่น หัวใจวายเฉียบพลันที่ต้องการการรักษาในห้องไอซียู ก็จะไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการเหล่านี้ และจะเสียชีวิตในชีวิตสุด หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่จะให้การรักษาผู้ป่วยหนักก็จะมีไม่เพียงพอ&amp;rdquo; ศ.นพ.ประกิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประกิต กล่าวอีกว่า ประเทศอิตาลี หมอต้อง &amp;ldquo;ถูกบังคับ&amp;rdquo; ให้ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะต้องทำ คือต้องเลือกว่าจะใช้เครื่องช่วยหายใจกับคนไข้คนไหนที่จะมีโอกาสรอดมากกว่า คนที่เหลือก็ต้องปล่อยให้หอบ รักษาโดยไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเสียชีวิต ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ จึงเป็นปัญหาที่คนไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจและเห็นแก่ส่วนรวม คนที่ยังไม่เป็นก็ระวังตัวอย่าให้ติดเชื้อ ต้องป้องกันตัวเองตามที่กระทรวงสาธารณะสุขแนะนำ คนที่ป่วยก็ต้องไม่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก ทุกคนต้องช่วยกันไม่ให้มีคนป่วยเพิ่มขึ้นให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62027</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่, ประกิต วาทีสาธกกิจ, เหล้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e8815bde8655.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนผู้ว่าฯกทม.เข้ม เล่นน้ำลวนลามสตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เผยผู้หญิง 59% ถูกลวนลามคุกคามทางเพศในช่วงสงกรานต์ เพียง 1 ใน 4 ที่กล้าแจ้งความ จี้ กทม.เป็นต้นแบบจัดการพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย เกิดกลไกช่วยเหลือชัดเจนทันเหตุการณ์ เร่งบูรณาการ พม. ตำรวจ ฝ่ายปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 2 เมษายนนี้ นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยกลุ่มเหยื่อผู้หญิงที่ถูกฉวยโอกาสลวนลาม คุกคามทางเพศช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และภาคประชาชน กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผ่านนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ เพื่อเรียกร้องให้ออกมาตรการป้องกันแก้ปัญหาสงกรานต์ไม่ปลอดภัย ไม่สร้างสรรค์ หยุดการฉวยโอกาสคุกคามทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจะเด็จกล่าวว่า มูลนิธิฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจทัศนคติผู้หญิงไทยต่อเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสำรวจผู้หญิง 1,650 ราย อายุระหว่าง 10-40 ปี พบว่า กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง หรือร้อยละ 59.3 เคยถูกฉวยโอกาส ถูกลวนลาม คุกคามทางเพศ คือ ถูกจับแก้ม ร้อยละ 33.8 เบียดเสียด/จับมือ/จับแขน และใช้สายตาจ้องมองแทะโลม ร้อยละ 18.0 ถูกสัมผัสร่างกาย/ล้วงอวัยวะ/อื่นๆ ร้อยละ 9.6 ส่วนเหตุการณ์อื่นๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เช่น ถูกก่อกวนจากคนเมาสุรา/บังคับให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาการทะเลาะวิวาท ปัญหาอุบัติเหตุ และที่สำคัญเมื่อถูกลวนลาม คุกคามทางเพศ มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่เลือกจะแจ้งความดำเนินคดี สำหรับพื้นที่ยอดฮิตที่นิยมไปเล่นน้ำสงกรานต์มากที่สุดคือ ถนนข้าวสารและสีลม รองลงมา สยามและเซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ในกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เล่นสงกรานต์ให้เหตุผลว่า เพราะเคยถูกแต๊ะอั๋ง จึงไม่อยากเล่นสงกรานต์/กลัวถูกฉวยโอกาสลวนลาม ร้อยละ 28.10 &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจะเด็จกล่าวว่า จากผลสำรวจที่น่าห่วงนี้บ่งบอกว่าปัญหาการฉวยโอกาสลวนลาม คุกคามทางเพศ กลายเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมไทยที่เราแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ทำเป็นมองไม่เห็น เป็นการส่งต่อพฤติกรรมค่านิยมที่ผิดๆ การไม่เคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น ตนจึงมีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ขอให้รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เล่นน้ำในกรุงเทพฯ ให้รับรู้ว่าการคุกคามทางเพศเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และขอให้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงมหาดไทย และภาคประชาสังคม ต้องร่วมกันเป็นเครือขายเฝ้าระวังให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา โดยกำหนดจุดรับเรื่องร้องเรียนช่วยเหลือในพื้นที่เล่นน้ำทุกแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ขอให้ท่านในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. มีบทบาทในการเฝ้าระวัง กำกับและติดตามการทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อาทิ ไม่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงคนเมาครองสติไม่ได้ ควบคุมโฆษณา การดื่มและการขายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด และ 3.มูลนิธิฯ และภาคีเครือข่ายยินดีร่วมมือสนับสนุนการทำงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศในพื้นที่เล่นน้ำ การกำหนดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดเหล้า และการกระทำที่ผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวปาลิณี ต่างสี แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังปัญหาช่วงสงกรานต์หลายปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า หากจัดพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะลดปัญหาที่ตามมาได้มาก ทั้งปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศ ทะเลาะวิวาท รวมถึงอุบัติเหตุ เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่จัดโดยไม่มีการควบคุมหรือพื้นที่ที่เอกชนจัดโดยผู้ประกอบการ หรือธุรกิจเหล้า-เบียร์เป็นคนจัด ซึ่งมีการควบคุมเพียงแค่พิธีกรรม บางแห่งทำเหมือนจะมีการตรวจบัตรเข้มด้านหน้า แต่เมื่อเข้าไปดูภายในกลับพบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปกินดื่มอยู่ในกิจกรรมหรือคอนเสิร์ตจำนวนมาก จึงอยากเห็น กทม.มีมาตรการเชิงรุกของในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กทม.เตรียมพร้อมคุมเข้มพื้นที่เล่นน้ำให้ปลอดภัยมาต่อเนื่องทุกปี เพื่อลดปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศ และปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เน้นเฝ้าระวังการทำผิดกฎหมาย และปีนี้เราเน้นสืบสานการแต่งกายประเพณีไทย และคงต้องเฝ้าระวังตามพื้นที่ยอดนิยมของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ถนนข้าวสาร สีลม เอเชียทีค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6309</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามทางเพศ, จะเด็จ เชาวน์วิไล, ปาลิณี ต่างสี, พม., สตช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบียร์, เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย, เหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac238d54e3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์ปีนี้มีอะไรให้ได้คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สงกรานต์&amp;rdquo; เป็นประเพณีที่สำคัญและสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยสันนิษฐานว่าเป็นประเพณีดั้งเดิมของอินเดีย ต่อมาได้แพร่ขยายไปยังท้องถิ่นต่างๆ ได้แก่ ลาว เขมร เมียนมา จีน และไทย ทั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนดัดแปลงให้ต่างไปจากเดิมบ้าง ทั้งการประกอบพิธี รูปแบบ และพฤติกรรม ในประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าได้มีประเพณีสงกรานต์มาตั้งแต่เมื่อใด แต่ถือเอาวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปีเป็นวันสงกรานต์ เสฐียรโกเศศสันนิษฐานว่า ไทยเรารับประเพณีขึ้นปีใหม่ในวันที่ ๑๓ เมษายน มาจากอินเดียฝ่ายเหนือ ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ตรงกับการเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ หรือที่เรียกว่าฤดูวสันต์ของอินเดีย จัดเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา เพราะเป็นช่วงที่อากาศไม่หนาวจัด ต้นไม้ผลิใบให้ความสดชื่น บังเอิญช่วงเวลานี้ตรงกับช่วงเวลาที่คนไทยเราในสมัยโบราณว่างจากการทำนา จึงเป็นการเหมาะสมสำหรับคนไทยที่จะฉลองปีใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ตำนานเกี่ยวกับสงกรานต์ยังมีปรากฏในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยย่อว่า เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดในแต่ละปีก็จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้นๆ นางสงกรานต์เป็นธิดาของท้าวมหาสงกรานต์ หรือท้าวมหาพรหม&amp;nbsp;มีหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันดูแลเศียรของท้าวกบิลพรหมซึ่งประดิษฐานอยู่ในพานแว่นฟ้า&amp;nbsp;เนื่องจากท้าวกบิลพรหมแพ้พนันการตอบปัญหาแก่ธรรมบาลกุมาร จึงต้องตัดเศียรของตนบูชาแก่ธรรมบาลกุมาร ก่อนจะตัดเศียรท้าวกบิลพรหมได้เรียกธิดาทั้ง&amp;nbsp;๗&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ให้เอาพานมารองรับ เนื่องจากเศียรของท้าวกบิลพรหมเป็นที่รวมแห่งความร้ายทั้งปวง ถ้าวางไว้บนแผ่นดินไฟจะไหม้โลก ถ้าโยนขึ้นไปบนอากาศฝนจะแล้ง ถ้าทิ้งลงในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง ธิดาทั้ง&amp;nbsp;๗&amp;nbsp;จึงผลัดเปลี่ยนกันถือพานรองเศียรของท้าวกบิลพรหมไว้คนละ ๑ ปี&amp;nbsp;เมื่อถึงวันสงกรานต์คนไทยสมัยก่อนสนใจที่จะรู้ชื่อนางสงกรานต์ พาหนะทรง เพราะคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติ คำทำนายต่างๆ เป็นการเตรียมพร้อมในการที่จะต้องเผชิญกับภาวะต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ผลิตผลและการทำมาหากินทั่วไป วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จนถึงเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๓ ทางราชการจึงได้เปลี่ยนใหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เข้ากับหลักสากลที่นานาประเทศนิยมปฏิบัติ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ ประชาชนก็ยังยึดถือว่าวันสงกรานต์มีความสำคัญ สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย
ปีใหม่ของประเทศไหนๆ ใครๆ เขาก็เฉลิมฉลองกัน อย่างมีความสุข แต่ประเทศไทยเรากลับกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความเศร้า เฝ้ารอการนับศพ รอดูสถิติอุบัติเหตุและความสูญเสียตลอด ๗ วันอันตราย ทั้งที่ควรจะเป็น ๗ วันแห่งความสุขใจที่ได้อยู่กับบ้านและครอบครัว ปัจจุบันการเล่นสงกรานต์เข้าข่าย&amp;nbsp;&amp;ldquo;สาดเลือด แทนการสาดน้ำ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ความสุขและความสนุกสนาน ความงดงามแบบประเพณีไทยกลายเป็นความโศกเศร้าของผู้ปกครอง ตลอดจนครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และเป็นที่น่าเวทนาสำหรับผู้พบเห็นในวันปีใหม่ไทย ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอีกด้วย พฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ที่อันตรายมาจากหลากหลายสาเหตุ เช่น กลุ่มผู้เล่นน้ำสงกรานต์ตามจุดต่างๆ มีการปิดถนน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ภาพเหตุการณ์น่าสลดที่ไม่ควรเกิดขึ้นในวันขึ้นปีใหม่ไทยยังมีให้พบเห็นในกลุ่มผู้เล่นสาดน้ำสงกรานต์ที่เล่นด้วยความรุนแรง เล่นลักษณะอนาจารล่วงละเมิดทางเพศ และดื่มสุราขณะเล่นน้ำจนเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย นอกเหนือจากการขับรถด้วยความเร็ว ขาดสติ ประมาท ขาดวินัยจราจร และการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว น้ำเมา (เหล้าและเบียร์) ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้คนต้องบาดเจ็บล้มตาย&amp;nbsp;ยิ่งกว่าการทำสงครามในอิรักหรืออัฟกานิสถาน เพราะเพียงสัปดาห์เดียวมีคนต้องตายไปนับร้อยนับพันคน ส่วนคนที่เมาแล้วก็นำมาซึ่งความสูญเสีย ความรุนแรง พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำอนาจารลวนลามหญิงสาว รวมทั้งเหตุทะเลาะวิวาทยกพวกตีกันแทงกัน ซึ่งนับวันจะมีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็แปลก ทั้งๆ ที่เทศกาลนี้มีการควบคุมการดื่มการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างจริงจังมากขึ้น มีการสร้างและกำหนดมาตรการต่างๆ อย่างรอบด้าน แต่สถิติผู้เสียชีวิตจากเทศกาลสงกรานต์ก็ยังไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือว่ามาตรการต่างๆ เหล่านั้นยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการทำกำไรที่มากที่สุดของบรรดาพ่อค้าธุรกิจน้ำเมา ที่เอาความตายของลูกหลานมาแลกกับยอดขายที่เป็นกอบเป็นกำ และทิ้งภาวะด้านสังคมไว้ให้คนไทยแก้ไขกันเอง.
รังสรรค์ ปู่ทอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6226</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, จีน, รังสรรค์ ปู่ทอง, ลาว, สงกรานต์, อัฟกานิสถาน, อิรัก, เขมร, เบียร์, เป็นเรื่องเป็นราว, เมียนมา, เหล้า, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2026 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2018 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรเบิร์ต-ค่อม&#039;เผยหวิดตายเพราะเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรเบิร์ต สายควัน และ ค่อม ชวนชื่น 2 ตลกชื่อดังจาก &amp;quot;บริษัทฮาไม่จำกัด&amp;quot; เผยถึง สุขภาพ, การติดยาเสพติด และการหยุดสิ่งมัวเมาทุกชนิด ผ่านรายการคุยแซ่บShow โดย ค่อม ชวนชื่น เผยว่าตนเลิกดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มาเกือบ 4 ปีเต็มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เลิกทุกอย่างครับ มันจะตายเอาครับ เลยเลิกหมดทุกอย่างหมอสั่งให้เลิก เพราะว่าหลานก็กำลังน่ารัก หลานอายุ 2 ขวบแล้ว เมื่อก่อนตอนเวลาถ่ายละคร ถ่ายรายการ สั่งคัตปุ๊ป สูบเลย คัตปุ๊ป ดื่มเลย ทำแบบนั้นมา 30 กว่าปี แล้วทีนี้เหมือนพูดซ้อมๆบทอยู่คนเดียวจู่ๆมันก็ลอยๆเบลอๆ บอลก็พาไปหาหมอ พอมาหาหมอหมอสั่งแอดมิด สรุปว่าเบาหวานขึ้น 350 เลย หยุดทุกอย่างแบบหักดิบไม่มีอาการแทรกซ้อนครับ มันดีมากเลย เราตื่นเช้ามากกว่าเดิม และก็ออกกำลังกาย เลิกมา 3-4 ปี ก็หายใจคล่องขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ค่อม ชวนชื่น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(โรเบิร์ต สายควัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน โรเบิร์ต สายควัน ก็เล่าถึงชีวิตช่วงที่ติดสารเสพติด จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทำไมต้องเป็น โรเบิร์ต สายควัน เหรอ ก็เวลาเล่นมุขในการแสดงตลกก็จะมีใช้อุปกรณ์ และอีกอย่างก็เคยติดยาทุกอย่าง เช่น ยา, สูบ, ผงขาว, ฉีด เอาหมดครับทุกอย่าง มันพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะเราเจออะไรก็เอากับเขามาหมดเลย ติดสารเสพติดหลายปีครับเมื่อตอนประมาณอายุ 30&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ ตอนนั้นเล่นตลกแล้ว อยู่กับพี่ดี๋ พี่ดี๋คอยห้ามคอยเตือน แต่เตือนไม่เชื่อบอกไม่ฟัง เขาก็เรียกตำรวจที่เป็นเพื่อนให้เอาไปขังเผื่อคิดได้แล้วจะเลิก เลิกตอนอยู่ในคุกแต่ออกมาก็ติดอีก&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดที่ทำให้เลิกทุกอย่าง คือมันมากเกินไปครับ ผงขาว ร่างกายเราไม่ไหวแล้วเพราะถ้าติดต่อไปก็คงตาย เงินก็หมดครับ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ ที่เลิกได้เพราะไปเข้าโรงพยาทหารค่ายธนะรัตน์ เขามีการบำบัด เวลาอยากยาทรมาน บางคนทำใจไม่ได้ก็จะกลับไปติดอีก ทนไม่ได้ก็ไปติดอีก แต่ไปทำที่นั่นเขามีกิจกรรมให้เราทำจนเราลืมเรื่องยาไป ใช้เวลาเลิก 3 เดือน เราต้องกินเป็นเวลา ก่อนต้องนอนสวดมนต์ มีกิจกรรมให้เราทำตลอด ตอนคิดจะเลิกสารเสพติด คิดถึงลูก ลูกเป็นผู้หญิง เพราะเราไม่เคยทำอะไรให้เขาตั้งแต่เด็ก เราอยากจะทำอะไรให้ลูกดีกว่า ตอนเข้าการบำบัดไม่อายครับ ถ้าเรามัวแต่อายก็ไม่มีโอกาสได้เลิก&amp;rdquo;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่อม ชวนชื่น, ตลก, บริษัทฮาไม่จำกัด, บุหรี่, ยาเสพติด, สารเสพติด, สุขภาพ, หวิดตาย, เลิกบุหรี่, เลิกยา, เลิกเหล้า, เหล้า, โรเบิร์ต สายควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180118/image_mid_5a60766bc2f98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
