<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรพารวย ช่วงโควิด! สองสามีภรรยาเพาะเห็ดโคนขายโกยรายได้อู้ฟู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 - ที่บ้านเลขที่ 54/3 หมู่ 4 บ้านท่าพญาใน ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเปิดเป็นฟาร์มเห็ดภายใต้ชื่อชื่อ &amp;ldquo;ฟาร์มเห็ดโคนน้อยท่าพญา&amp;rdquo; โดยมีนางลักขณา นาคบรรพ์ หรือพี่เขียว อายุ 40 ปี พร้อมด้วย นายดำรัส หล้อศรี อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา และทีมงานกำลังขะมักเขม้นช่วยกันเพาะเห็ดโคนน้อย หรือที่เราเรียกกันว่า เห็ดถั่ว หรือ เห็ดหมึก ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของตลาดเป็นอย่างมากในปัจจุบัน รวมทั้งมีความต้องการของตลาดสูง ถึงขั้นผลิตส่งจำหน่ายไม่ทัน และยังให้ราคาดีมีการรับประกันราคาเห็ดโคนน้อยอบแห้งอยู่ที่ กก.ละ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฟาร์มเห็ดโคนน้อยท่าพญา ใช้พื้นที่ว่างบริเวณข้างบ้านพัก และภายในสวนยางพาราที่อยู่ติดกัน เป็นโรงเพาะและผลิต มีวิธีการเพาะเห็นโคนน้อยเริ่มต้นจากการนำขี้เลื้อย 100 กก. รำข้าว 8 กก. เกลือ 8 ขีด ปูนขาว 0.5 กก. ยิปซั่ม 0.5 กก. ปุ๋ยยูเรีย 8 ขีด ในอัตราส่วน 100 กก.นำมาผสมคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน และนำบรรจุใส่ถุงพลาสติก และสวมพลาสติกบริเวณปากถุง ก่อนนำไปนึ่งประมาณ 6 ชม. จึงจะหยอดเชื้อข้าวฟ่างเข้าไปในถุง และบ่มก้อนต่ออีก 6-7 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะย้ายมาบ่มต่อภายในโรงเพาะซึ่งควบคุมความชื้นประมาณ 70 เปอร์เซ็น ประมาณ 2-3 วัน ก้อนเห็นจึงจะโผล่ดอกหรือเปิดดอกขึ้นมา ซึ่งสามารถนำไปจำหน่ายแบบสดๆได้ทันที หากเป็นแห้งโคนน้อยอบแห้ง จะเก็บดอกมาทำการฉีกให้เป็นเส้น และนำไปอบแห้งด้วยความร้อน 4-6 ชม.ก่อนจะนำใส่ถุง ส่งจำหน่ายได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อดีของก้อนเห็ดโคนน้อยสามารถเก็บผลผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งก้อนเห็ด 1 ก้อนสามารถให้ผลผลิตได้มากกว่า 15-16 วัน ทั้งนี้ก้อนเห็ดโคนน้อยหลังจากพ้นอายุ 15-16 วันแล้ว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิลได้โดยการนำมาผสมคลุกเคล้าและหยอดเชื้อใหม่ลงไป ทำให้ประหยัดต้นทุนไปได้อย่างมาก นอกจากมีการเพาะเห็นโคนน้อยแล้ว ยังคงมีการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดนางรม เห็ดนางรมเทา เห็ดแคลง และเห็ดหูหนู ควบคู่กันไปด้วยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวว่า ตนเองเป็นแม่ค้าตลาดนัด จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา คืออยากหาสินค้าที่สามารถผลิตเอง นำไปขายเองได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เลยมาเริ่มต้นที่สินค้าเกษตร เพราะคนก็ต้องบริโภคอยู่แล้ว ก็เลยมาเลือกเพาะเห็ดนางฟ้า โดยไปซื้อก้อนเห็ดจากรายอื่นมาฝึกเลี้ยง ศึกษาข้อมูล อบรม สัมมนา และเริ่มที่จะขายสร้างรายได้ จึงเริ่มมาผลิตก้อนเห็ดด้วยตัวเอง&amp;nbsp;ต่อมาจึงได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ว่ามีเห็ดโคนน้อย ซึ่งเป็นที่นิยม แต่ปรากฏว่าช่วงแรกเห็ดโคนน้อยในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีใครรู้จัก แทบจะจำหน่ายไม่ได้ จึงได้เริ่มขายให้ญาติ คนรู้จัก และให้กินฟรี จนทำให้คนที่กินแล้วติดใจหันกลับมาซื้อซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวอีกว่า จนปัจจุบันนี้ตลาดหลัก ตนเองจัดส่งเห็ดโคนน้อยแบบอบแห้งในทุกๆวัน ให้กับคนรับซื้อประจำ มีตลาดรองรับอยู่ตลอด เป็นตลาดที่มาแรงแซงทางโค้ง ซึ่งรับซื้อไม่อั้น ส่วนตลาดรองลงมาจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ รวมทั้งตลาดที่นำไปจำหน่ายเอง และตัวแทนจำหน่ายที่รับไปขายต่อ รวมทั้งยังคงจำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดเพื่อลูกค้าสามารถนำไปเปิดดอกกินเองได้ที่บ้านในรูปแบบเห็ดสด และยังคงรับซื้อผลผลิตกลับคืนในทุกๆชนิดเห็ดเช่นกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวต่อว่า โดยเห็ดโคนน้อยสด 10 กก. เมื่อนำมาอบแล้วจะได้เห็ดแบบอบแห้ง 1 กก. แต่จะได้เปรียบอยู่ที่ว่าเราจะผลิตส่งขายเท่าไหร่ก็ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะนำไปขายที่ไหน ขายใคร เพราะข้อเสียของเห็ดโคนน้อยแบบสด เมื่อผลผลิตออกมาแล้ว จะต้องรีบจำหน่ายให้เร็วที่สุดภายใน 24 ชม. เพื่อที่จะคงคุณภาพไว้ แต่แบบอบแห้งจะอยู่ได้นานกว่า ส่วนราคาดอกเห็ดสดจะอยู่ที่ กก. 100 บาท แบบอบแห้ง กก. 1,000 บาท ทำรายได้ต่อเดือนตกอยู่ที่ประมาณ 30,000-60,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวเพิ่มว่า สำหรับ เห็ดโคนน้อยทั้งอบแห้งและแบบสด สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีไขมันต่ำมากจนถึงไม่มีเลย มีปริมาณน้ำตาล โซเดียมน้อย อุดมไปด้วยโปรตีน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน หรือต้องการควบคุมอาหารสรรพคุณยังช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ลดอาการโรคเบาหวาน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง เนื่องจากมีสาร Eritadenine ที่ช่วยระบบหมุนเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของไขมันอุดตันในเส้นเลือด และควบคุมไขมันได้ดี แก้โรคอัลไซเมอร์ เสริมความจำ และบำรุงสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า ยอมรับว่าโควิดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา อยู่ได้เพราะเห็ด เพราะเมื่อก่อนขายของตลาดนัด 5 วัน ทำเห็ด 2 วัน แต่เดี๋ยวนี้ขายของ 2 วัน ทำเห็ด 5 วันในรอบสัปดาห์ ทุกคนในบ้าน และในหมู่บ้านก็ได้มีงานทำและมีรายได้ไปด้วยกัน แถมมีการประกันราคาให้ ส่วนออเดอร์อยู่ที่กำลังในการผลิตของเราว่าจะไหวแค่ไหน ซึ่งทางตลาดรับซื้อไม่อั้น ยอมรับว่าตอนนี้ผลิตไม่ทัน และเตรียมที่จะขยายโรงเรือนเพิ่ม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีในสถานการณ์โควิด-19 นี้ สำหรับคนที่ตกงาน หรือมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องออกไปเสี่ยงข้างนอก ทั้งนี้หากใครสนใจสามารถติดต่อได้ทางเฟสบุ๊ก &amp;ldquo;ลักขณา นาคบรรพ์&amp;rdquo; เพจเฟสบุ๊ก &amp;ldquo;เห็ดโคนน้อยท่าพญา&amp;rdquo; หมายเลขโทรศัพท์ 099-491-3529 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118662</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกษตร, เห็ดโคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159a103a587a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรพารวย ช่วงโควิด! สองสามีภรรยาเพาะเห็ดโคนขายโกยรายได้อู้ฟู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 - ที่บ้านเลขที่ 54/3 หมู่ 4 บ้านท่าพญาใน ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเปิดเป็นฟาร์มเห็ดภายใต้ชื่อชื่อ &amp;ldquo;ฟาร์มเห็ดโคนน้อยท่าพญา&amp;rdquo; โดยมีนางลักขณา นาคบรรพ์ หรือพี่เขียว อายุ 40 ปี พร้อมด้วย นายดำรัส หล้อศรี อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา และทีมงานกำลังขะมักเขม้นช่วยกันเพาะเห็ดโคนน้อย หรือที่เราเรียกกันว่า เห็ดถั่ว หรือ เห็ดหมึก ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของตลาดเป็นอย่างมากในปัจจุบัน รวมทั้งมีความต้องการของตลาดสูง ถึงขั้นผลิตส่งจำหน่ายไม่ทัน และยังให้ราคาดีมีการรับประกันราคาเห็ดโคนน้อยอบแห้งอยู่ที่ กก.ละ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฟาร์มเห็ดโคนน้อยท่าพญา ใช้พื้นที่ว่างบริเวณข้างบ้านพัก และภายในสวนยางพาราที่อยู่ติดกัน เป็นโรงเพาะและผลิต มีวิธีการเพาะเห็นโคนน้อยเริ่มต้นจากการนำขี้เลื้อย 100 กก. รำข้าว 8 กก. เกลือ 8 ขีด ปูนขาว 0.5 กก. ยิปซั่ม 0.5 กก. ปุ๋ยยูเรีย 8 ขีด ในอัตราส่วน 100 กก.นำมาผสมคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน และนำบรรจุใส่ถุงพลาสติก และสวมพลาสติกบริเวณปากถุง ก่อนนำไปนึ่งประมาณ 6 ชม. จึงจะหยอดเชื้อข้าวฟ่างเข้าไปในถุง และบ่มก้อนต่ออีก 6-7 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะย้ายมาบ่มต่อภายในโรงเพาะซึ่งควบคุมความชื้นประมาณ 70 เปอร์เซ็น ประมาณ 2-3 วัน ก้อนเห็นจึงจะโผล่ดอกหรือเปิดดอกขึ้นมา ซึ่งสามารถนำไปจำหน่ายแบบสดๆได้ทันที หากเป็นแห้งโคนน้อยอบแห้ง จะเก็บดอกมาทำการฉีกให้เป็นเส้น และนำไปอบแห้งด้วยความร้อน 4-6 ชม.ก่อนจะนำใส่ถุง ส่งจำหน่ายได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อดีของก้อนเห็ดโคนน้อยสามารถเก็บผลผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งก้อนเห็ด 1 ก้อนสามารถให้ผลผลิตได้มากกว่า 15-16 วัน ทั้งนี้ก้อนเห็ดโคนน้อยหลังจากพ้นอายุ 15-16 วันแล้ว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิลได้โดยการนำมาผสมคลุกเคล้าและหยอดเชื้อใหม่ลงไป ทำให้ประหยัดต้นทุนไปได้อย่างมาก นอกจากมีการเพาะเห็นโคนน้อยแล้ว ยังคงมีการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดนางรม เห็ดนางรมเทา เห็ดแคลง และเห็ดหูหนู ควบคู่กันไปด้วยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวว่า ตนเองเป็นแม่ค้าตลาดนัด จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา คืออยากหาสินค้าที่สามารถผลิตเอง นำไปขายเองได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เลยมาเริ่มต้นที่สินค้าเกษตร เพราะคนก็ต้องบริโภคอยู่แล้ว ก็เลยมาเลือกเพาะเห็ดนางฟ้า โดยไปซื้อก้อนเห็ดจากรายอื่นมาฝึกเลี้ยง ศึกษาข้อมูล อบรม สัมมนา และเริ่มที่จะขายสร้างรายได้ จึงเริ่มมาผลิตก้อนเห็ดด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อมาจึงได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ว่ามีเห็ดโคนน้อย ซึ่งเป็นที่นิยม แต่ปรากฏว่าช่วงแรกเห็ดโคนน้อยในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีใครรู้จัก แทบจะจำหน่ายไม่ได้ จึงได้เริ่มขายให้ญาติ คนรู้จัก และให้กินฟรี จนทำให้คนที่กินแล้วติดใจหันกลับมาซื้อซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวอีกว่า จนปัจจุบันนี้ตลาดหลัก ตนเองจัดส่งเห็ดโคนน้อยแบบอบแห้งในทุกๆวัน ให้กับคนรับซื้อประจำ มีตลาดรองรับอยู่ตลอด เป็นตลาดที่มาแรงแซงทางโค้ง ซึ่งรับซื้อไม่อั้น ส่วนตลาดรองลงมาจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ รวมทั้งตลาดที่นำไปจำหน่ายเอง และตัวแทนจำหน่ายที่รับไปขายต่อ รวมทั้งยังคงจำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดเพื่อลูกค้าสามารถนำไปเปิดดอกกินเองได้ที่บ้านในรูปแบบเห็ดสด และยังคงรับซื้อผลผลิตกลับคืนในทุกๆชนิดเห็ดเช่นกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวต่อว่า โดยเห็ดโคนน้อยสด 10 กก. เมื่อนำมาอบแล้วจะได้เห็ดแบบอบแห้ง 1 กก. แต่จะได้เปรียบอยู่ที่ว่าเราจะผลิตส่งขายเท่าไหร่ก็ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะนำไปขายที่ไหน ขายใคร เพราะข้อเสียของเห็ดโคนน้อยแบบสด เมื่อผลผลิตออกมาแล้ว จะต้องรีบจำหน่ายให้เร็วที่สุดภายใน 24 ชม. เพื่อที่จะคงคุณภาพไว้ แต่แบบอบแห้งจะอยู่ได้นานกว่า ส่วนราคาดอกเห็ดสดจะอยู่ที่ กก. 100 บาท แบบอบแห้ง กก. 1,000 บาท ทำรายได้ต่อเดือนตกอยู่ที่ประมาณ 30,000-60,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลักขณา กล่าวเพิ่มว่า สำหรับ เห็ดโคนน้อยทั้งอบแห้งและแบบสด สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีไขมันต่ำมากจนถึงไม่มีเลย มีปริมาณน้ำตาล โซเดียมน้อย อุดมไปด้วยโปรตีน เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน หรือต้องการควบคุมอาหารสรรพคุณยังช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ลดอาการโรคเบาหวาน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง เนื่องจากมีสาร Eritadenine ที่ช่วยระบบหมุนเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของไขมันอุดตันในเส้นเลือด และควบคุมไขมันได้ดี แก้โรคอัลไซเมอร์ เสริมความจำ และบำรุงสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า ยอมรับว่าโควิดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา อยู่ได้เพราะเห็ด เพราะเมื่อก่อนขายของตลาดนัด 5 วัน ทำเห็ด 2 วัน แต่เดี๋ยวนี้ขายของ 2 วัน ทำเห็ด 5 วันในรอบสัปดาห์ ทุกคนในบ้าน และในหมู่บ้านก็ได้มีงานทำและมีรายได้ไปด้วยกัน แถมมีการประกันราคาให้ ส่วนออเดอร์อยู่ที่กำลังในการผลิตของเราว่าจะไหวแค่ไหน ซึ่งทางตลาดรับซื้อไม่อั้น ยอมรับว่าตอนนี้ผลิตไม่ทัน และเตรียมที่จะขยายโรงเรือนเพิ่ม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีในสถานการณ์โควิด-19 นี้ สำหรับคนที่ตกงาน หรือมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องออกไปเสี่ยงข้างนอก ทั้งนี้หากใครสนใจสามารถติดต่อได้ทางเฟสบุ๊ก &amp;ldquo;ลักขณา นาคบรรพ์&amp;rdquo; เพจเฟสบุ๊ก &amp;ldquo;เห็ดโคนน้อยท่าพญา&amp;rdquo; หมายเลขโทรศัพท์ 099-491-3529 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118653</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกษตร, เห็ดโคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159a103a587a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เห็ดโคนโผล่พรึ่บ!หลังเข้าฤดูฝน ชาวบ้านแห่เก็บขายรายได้สุดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.61 - หลังฝนตกอย่างหนักในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา &amp;nbsp;ทำให้ที่บริเวณป่าหลังบ้าน ทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ได้มีเห็นโคนออกดอกเห็ดจำนวนมาก ในช่วงเช้าวันนี้ และได้มีชาวไทยและแรงงานชาวพม่า ตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อไปเก็บเห็ดโคนหลังหมู่บ้านดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ โพธิสุวรรณ ชาวบ้านทหารผ่านศึกหมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทย พัฒนาอำเภอพบพระ บอกว่า เห็ดโคนเริ่มออกดอก เมื่อวาน( 28 พ.ค.)ตอนเย็นๆ &amp;nbsp;และวันนี้เป็นวันพระใหญ่ &amp;nbsp;วันวิสาขบูชา วันหยุด &amp;nbsp;ทำให้ มีผู้ใช้แรงงาน ชาวเมียนมาร์ และชาวไทย ได้เดินทางพากันไปเก็บเห็ดในป่าหลังหมู่บ้าน โดยได้เห็ดมากว่า 100 กก. ซึ่งเห็ดโคนท้ายหมู่บ้านนี้จะออกดอกเห็ดและขึ้นมากทุกปีช่วงวันวิสาขบูชา โดยจะมีเห็ดออกมาจำนวนมาก จนเหลือกินและนำไปขายรายได้งาม โดยในช่วงก่อนฝนจะตกประมาณ 10 วันก่อน อากาศร้อนมาก &amp;nbsp;พอเข้าสู่ฤดูฝนฝนตกหนัก 2 วันติดต่อกัน ทำให้เป็นปัจจัยให้เห็ดโคนออกดอกเป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านนำไปขายได้ราคา 250 บาท ต่อ กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทงและ นายแป๋ะ &amp;nbsp; 2 แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ กล่าวว่าตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปเก็บเห็ดโคน ในป่าหลังหมู่บ้าน &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการออกดอกเห็ดโคนแรกของปีนี้ที่เข้าสู่ฤดูฝน โดยได้เก็บเห็ดโคนได้กว่า 10 กิโลกรัม ซึ่งบางส่วนได้นำไปประกอบอาหารกิน และที่เหลือบางส่วนนำไปขาย โดยขายในราคากิโลกรัมละ 250 บาท ซึ่งเมื่อวานตอนเย็นที่ผ่านมาตนเองและเพื่อนๆผู้ใช้แรงงานชาวพม่า หยุดงานเพื่อไปเก็บเห็ด เพราะทำเงินรายได้ มากกว่าไปรับจ้างทำงานรายวัน และ ยังมี คนไทยบ้านทหารผ่านศึก ได้ออกเก็บเห็ดด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่าเมื่อวานนี้ ตนเก็บดอกเห็ดโคนได้ ประมาณ 15 กก.เพื่อนๆและ ชาวไทยในหมู่บ้าน ก็เก็บกันได้หลาย รวมรวมกันแล้วกว่า 100 กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10235</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, ฤดูฝน, เห็ด, เห็ดโคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0cd0b156662.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
