<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูเปอร์โพล&#039;เผยคนไทยเห็นด้วยเปิดประเทศใน 120 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 มิ.ย.2564 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อการเปิดประเทศใน 120 วัน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,069 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 17 &amp;ndash; 19 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 เห็นด้วยต่อการเปิดประเทศ ควบคู่ไปกับ การควบคุมโรคการแพร่ระบาดเชื้อ โควิด-19 หลังจากทุกคนได้วัคซีนเข็มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.9 เชื่อว่าความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ยังส่งผลดีต่อการควบคุมโควิด-19 &amp;nbsp;ร้อยละ 92.7 ระบุเกิดการแพร่ระบาดที่ไหนให้ปิดเฉพาะพื้นที่นั้น ไม่ใช่ปิดทั้งประเทศ ร้อยละ 88.7 ระบุ ความตื่นตัวกระตือรือร้นป้องกันการแพร่ระบาดของภาคประชาชนกันเองในแต่ละพื้นที่ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศได้ตามที่กำหนด ร้อยละ 88.2 ระบุความพร้อมด้านระบบสาธารณสุขไทยส่งผลดีต่อการควบคุมโรค และร้อยละ 86.9 ระบุนโยบายดีและมาตรการที่ชัดเจนของรัฐบาลจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ความกังวลของประชาชนที่พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.3 กังวลต่อการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย &amp;nbsp;ร้อยละ 92.7 กังวลต่อ การมั่วสุม พนัน เสพยาเสพติด แหล่งแพร่ระบาดโควิด ร้อยละ 92.6 กังวลต่อ สถานบันเทิงที่ผิดกฎหมาย ร้อยละ 91.6 กังวลต่อโควิดสายพันธุ์ใหม่ รุนแรงกว่าเดิมเข้าไทยอีก ร้อยละ 89.5 กังวลว่า วัคซีนมีไม่เพียงพอ ไม่ถึงเป้าหมายฉีดครบ ใน 120 วัน ร้อยละ 83.9 กังวลต่อการรวมตัวกันและชุมนุมทางการเมือง และร้อยละ 74.0 กังวลต่อ ประชาชนไม่มีวินัย การ์ดตก ไม่เคร่งครัดควบคุมโรค นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 สับสนในการสื่อสารของหน่วยงานรัฐไม่ตรงกัน ในขณะที่ร้อยละ 7.1 ไม่สับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.4 ต้องการให้รัฐมีมาตรการเข้มงวดจริงจังแก้โควิดและส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัย การ์ดไม่ตก ร้อยละ 94.9 ต้องการให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2565 เพียงพอสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และร้อยละ 84.7 ต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาเด็กไทยเสียโอกาสทางการศึกษามาช่วงเวลาร่วม 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนเห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลในการเปิดประเทศ 120 วัน ควบคู่ไปกับการควบคุมโรคโควิด-19 หลังจากทุกคนได้วัคซีนเข็มแรก และมีความต้องการได้เข็มสองภายในต้นปี ยังมีความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขและความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ไทยในการควบคุมโรค โดยเห็นว่าเกิดการแพร่ระบาดที่ไหนให้ปิดเฉพาะพื้นที่ ไม่เหมารวมปิดทั้งประเทศซึ่งจะส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อทุกคนและระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นความกระตือรือร้นป้องกันการแพร่ระบาดของภาครัฐและภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นร่วมกันในการเปิดประเทศได้ตามที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามประชาชนยังกังวลในหลายเรื่องที่จะทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามสิ่งที่คาดหวังไว้ ได้แก่ การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลให้มีการทำผิดกฎหมาย ทั้งการมั่วสุมพนัน แหล่งบันเทิงและยาเสพติดซึ่งเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโรค นอกจากนี้ ประชาชนยังกังวลถึงโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมเข้าไทยและวัคซีนมีไม่เพียงพอและฉีดไม่ครบเป้าหมายใน 120 วัน ขณะเดียวกัน การรวมตัวชุมนุมทางการเมืองและประชาชนไม่มีวินัย การ์ดตก ไม่เคร่งครัดควบคุมโรค &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังมีประเด็นน่าสนในที่อาจถูกมองข้ามคือ การแก้ปัญหาเด็กไทยเสียโอกาสทางการศึกษาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และความสับสนของประชาชนต่อการสื่อสารของหน่วยงานรัฐที่ไม่ตรงกันที่ผ่านมา &amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล ยังกล่าวต่อว่า เป้าหมายการเปิดประเทศ 120 วัน เป็นทั้งความหวัง ความเสี่ยงและความท้าทายร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไปต่อและเราทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติ โดยยังคงมาตรการควบคุมโรค ที่ทุกฝ่ายต้องการ์ดไม่ตกและไม่ประมาท ความเสี่ยงร่วมกันจากข้อกังวลต่างๆ ถือเป็นความท้าทายที่ทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่และมีส่วนร่วมรับผิดชอบกันอย่างจริงจัง &amp;nbsp;ทั้งนโยบายที่เข้มแข็งตรงเป้าของรัฐบาล &amp;nbsp;ความจริงใจและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของภาคการเมือง ความจริงจังในหน้าที่ของทุกส่วนราชการ &amp;nbsp;ภาคเอกชนที่สนับสนุนเกื้อกูลกัน และที่สำคัญคือภาคประชาชนที่ต้องมีหน้าที่ มีส่วนร่วมและรับผิดชอบร่วมกัน โดยถือเป็นแผนปฏิบัติการระดับชาตินับถอยหลัง 120 วัน ที่ทุกคนต้องมีหน้าที่และประเมินร่วมกันอย่างชัดเจน &amp;nbsp;อีกทั้งการเยียวยาทางการศึกษา ถือเป็นอีกเรื่องเร่งด่วนสำคัญยิ่ง ที่สังคมต้องการให้รัฐเข้าไปดูแลและให้ความสำคัญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106945</URL_LINK>
                <HASHTAG>120วันเปิดประเทศ, นพดล กรรณิกา, ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL), เห็นด้วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cebc22ea489.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“องอาจ” เห็นด้วย “คสช.” เตรียมปลดล็อค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;องอาจ&amp;#39;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;เห็นด้วยที่คสช. จะปลดล็อคทางการเมือง ชี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่เสียเปรียบในการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พฤศจิกายน 2561 นายองอาจ &amp;nbsp;คล้ามไพบูลย์ &amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงการที่มีข่าวว่า &amp;nbsp;คสช. จะปลดล็อคทางการเมือง ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ว่า นับเป็นเรื่องที่ดี ที่ คสช. จะปลดล็อคทางการเมือง ให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมืองโดยไม่ต้องคอยวิตกกังวลว่าสิ่งที่พรรคการเมือง หรือ นักการเมืองปฏิบัตินั้นจะผิดคำสั่ง คสช. ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายไปด้วยเพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเมื่อยังไม่มีการปลดล็อค พรรคการเมืองต้องทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างสุ่มเสี่ยงอาจจะถูกตีความว่าทำผิดกฎหมาย และ ทำผิดคำสั่ง คสช. ได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นการไม่ปลดล็อคแล้วมีคำสั่ง คสช. มาค้ำคอไว้ก็ทำให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบ ระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ กับ ผู้มีอำนาจที่เตรียมตัวจะลงมาเป็นผู้เล่นในสนามเลือกตั้ง การที่ คสช. ปลดล็อคจะช่วยทำให้เกิดความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้นสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติโดยรวมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวต่อไปว่าสิ่งที่จะตามมาหลังปลดล็อคก็คือการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ถือเป็นองค์กรอิสระที่มีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม &amp;nbsp;จึงขอฝากให้กกต. ใช้อำนาจหน้าที่ด้วยความอิสระเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพื่อให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;จะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆตามมาในภายหลัง &amp;nbsp;แต่ถ้า กกต. มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ขาดความเป็นอิสระและขาดความเป็นกลางอย่างแท้จริง จะก่อให้เกิดปัญหาไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวมอย่างมากตามมาก่อให้เกิดปัญหาไม่รู้จบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21312</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., ปลดล็อคทางการเมือง, พรรคประชาธิปัตย์, องอาจ  คล้ามไพบูลย์, เห็นด้วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa49e894205f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “คลัง” เอาด้วยรีดเงินบุหรี่เพิ่ม 2 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; เอาด้วยสาธารณสุขชงกฎหมายรีดเงินบุหรี่เพิ่ม 2 บาท โป๊ะกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รับอาจกระทบอุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งระบบ แต่เป็นเรื่องจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 61 ๐ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยให้มีการเก็บเงินจากการขายบุหรี่อีก 2 บาท เข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า เป็นกฎหมายที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ส่วนของกระทรวงการคลัง จะพิจารณาดูว่าการออกกฎหมายดังกล่าวขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังหรือไม่ หากไม่ขัดก็คงสามารถทำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากมีการเก็บเงินเพิ่มอีก 2 บาทจริง ยอมรับว่าจะกระทบกับอุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งระบบ ไม่ได้กระทบกับการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) แห่งเดียวเท่านั้น แต่จะกระทบกับผู้ประกอบการบุหรี่นำเข้าด้วย และคาดว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความจำเป็น เพราะเงินจากกองทุนส่งเสริมประกันสุขภาพ หรือ บัตรทอง มีเงินไม่พอใช้ ก็มีความจำเป็นต้องหาแหล่งเงินที่มีความมั่นคง และการเก็บเงินจากบุหรี่ ก็เป็นเรื่องของสุขภาพ ก็น่าจะทำได้&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขยายเวลาปรับอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ต.ค.2562 จะเก็บในอัตรา 40% ของราคาขายเท่ากันหมด จากปัจจุบันที่เก็บ 20% ของราคาขาย สำหรับบุหรี่ที่ราคาไม่เกิน 60 บาท โดยเรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพิจารณา ไม่เคยบอกกับ ยสท.ว่าจะเลื่อนขยายเวลาออกไป 2 ปี หรือไปเริ่มใช้ 1 ต.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.การคลัง ยังกล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ก็จะกระทบกับต้นทุนการผลิตสินค้า หากมีการปรับเพิ่มขึ้นมากๆ จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นปัจจุบัน นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ มองว่ายังไม่กระทบกับเศรษฐกิจโลก เพราะราคายังไม่ได้สูงเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล เหมือนที่ผ่านมา ถ้าหากราคาไปถึงระดับนั้นจึงจะน่ากังวล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18796</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับอาจกระทบอุตสาหกรรมบุหรี่, รีดเงินบุหรี่เพิ่ม 2 บาท, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, เห็นด้วย, โป๊ะกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba5a837d4dbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
