<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯหัวโต๊ะบอร์ดบีโอไอไฟเขียวมาตรการเยียวยาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ที่ห้อง PMOC ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประชุม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลได้เร่งหาแนวทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีและภาคธุรกิจผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนและการให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ ของบีโอไอ ที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะไม่อาจคาดได้ว่าโควิด-19 จะอยู่ไปอีกถึงเมื่อไร โดยต้องทำทุกอย่างให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เป็นรูปธรรม โปร่งใส เป็นธรรม ดำเนินการอย่างสุจริต สามารถตรวจสอบได้ทุกประการ ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานให้มีผลสัมฤทธิ์ ตามเป้าหมาย สิ่งที่ทำได้ขอให้ทำทันที ที่สำคัญ คือ การระวังไม่ทำให้คนตกงาน พร้อมหาแนวทางให้คนมาทำงานร่วมกับเครื่องจักรได้มากขึ้น เพื่อคนไทย มีอาชีพสุจริต มีความมั่นคง นายกรัฐมนตรีย้ำด้วยว่าเราต้องเดินหน้าประเทศไปด้วยกัน ทั้งการพัฒนาคน 4.0 อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งความคิดก็ต้อง 4.0 ด้วย หากยังปฏิบัติแบบเดิม ๆ ก็จะเดินหน้าไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการประชุมบอร์ดบีโอไอที่สำคัญ คือ บอร์ดบีโอไอเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนและ/หรือยาในประเทศ ตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอ ดังนี้ 1.การผ่อนผันขยายเวลาดำเนินการให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 9002, CMMI หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า 2.การผ่อนผันการขออนุญาตหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวเป็นระยะเวลาเกินกว่า 2 เดือน ขณะเดียวกันที่ประชุมเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อนุมัติปรับปรุงประเภทกิจการการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ รถสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ และรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ และอนุมัติเปิดให้การส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตรถจักรยานไฟฟ้า (ELECTRIC BICYCLE/ E-BIKE)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บอร์ดบีโอไออนุมัติการขอรับการส่งเสริม (ขยายกิจการ) ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำระบบ COGENERATION ของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) มูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 6,046 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดินและทุนหมุนเวียน 5,568.0 ล้านบาท) เป็นหุ้นไทยทั้งสิ้น ที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และรับทราบภาวะการส่งเสริมการลงทุนใน 6 เดือนแรกของปี 2564 จำนวนโครงการ เพิ่มขึ้น 14% การขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 801 โครงการ อยู่ในพื้นที่ EEC 232 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 29 ของโครงการทั้งหมด เงินลงทุน เพิ่มขึ้น 158% เงินลงทุนทั้งสิ้น 386,200 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่ EEC 126,640 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 33 ของเงินลงทุนทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115782</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร, นายกฯ, บอร์ดบีโอไอ, บิ๊กตู่, เอกชน, เอสเอ็มอี, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135b72f2ed5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สบส.&#039;ยัน&#039;รพ.เอกชน&#039;โฆษณาให้จองวัคซีนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยภาครัฐก็มีการทยอยให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาคเอกชนบางส่วน ก็ได้แสดงความจำนงที่จะนำเข้าวัคซีนทางเลือก มาให้บริการแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ต่อโรคติดต่ออันตรายนี้ ซึ่งภาครัฐยินดีที่จะให้การสนับสนุนภาคเอกชนในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 &amp;nbsp;ด้วยการที่สถานพยาบาลเอกชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเข้ามาให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ย่อมส่งผลดีต่อพี่น้องประชาชนในการรับวัคซีนได้อย่างครอบคลุม และรวดเร็ว แต่เพื่อป้องปรามมิให้เกิดการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง และคุ้มครองประชาชนให้ได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ มาตรฐานจากสถานพยาบาลเอกชน ในการโฆษณาหรือประกาศอันเป็นประโยชน์ทางการค้าของสถานพยาบาลจึงต้องขออนุมัติจากผู้อนุญาตเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธเรศกล่าวอีกว่า ในการโฆษณาจองวัคซีนโควิด -​19 นั้น สบส.ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำหนดแนวทางในการโฆษณาเบื้องต้นไว้ 5 ข้อดังนี้ 1.วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่จะโฆษณาต้องได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยา และได้รับการอนุมัติให้โฆษณายาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 2.โฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล กรณีการจองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ต้องยื่นขออนุมัติจากผู้อนุญาต ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 คือ สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หากได้รับการอนุมัติแล้วจึงสามารถเผยแพร่โฆษณาได้ 3.หากสถานพยาบาลมีการเรียกเก็บเงินมัดจำ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ จากประชาชน หากไม่สามารถดำเนินการตามถ้อยคำที่ปรากฏในโฆษณา จะต้องคืนเงินมัดจำหรือค่าใช้จ่ายใดๆเต็มจำนวน 4.การกำหนดระยะเวลาในการฉีดวัคซีน ต้องกำหนดระยะเวลาให้ใกล้เคียงที่จะได้รับวัคซีนมาให้บริการจริงมากที่สุด เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนเกิดความคาดหวังเกินจริงกับระยะเวลา และป้องกันมิให้ประชาชนต้องรอคอยเนิ่นนานจนเกินสมควร 5.ในการโฆษณาทุกครั้งต้องระบุข้อความ &amp;ldquo;รัฐบาลได้มีการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ส่วนการจองวัคซีนโควิด 19 ของสถานพยาบาลเอกชนเป็นทางเลือกหนึ่งที่ประชาชนสามารถเลือกรับบริการได้ แต่ต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาตัดสินใจก่อนรับบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้นการโฆษณาจองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชน มิได้มีการขออนุมัติอย่างถูกต้อง สบส.จึงต้องมีคำสั่งให้ระงับการโฆษณา ด้วยเนื้อหาของโฆษณาที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัตินั้นอาจจะมีข้อความที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ประกอบกับที่ผ่านมาภาคเอกชนก็ยังไม่มีกำหนดเวลาของวัคซีนที่เข้ามาอย่างชัดเจน และบางครั้งก็มีการเก็บค่ามัดจำ/ค่าจองซึ่งเป็นภาระของภาคประชาชน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความคาดหวังเกินจริงและร้องเรียนภายหลังได้ กรม สบส.จึงขอกำชับให้สถานพยาบาลเอกชนที่ต้องการโฆษณาหรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ยื่นคำขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศให้ถูกต้องทุกครั้ง โดยโฆษณาหรือประกาศฯ ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการ ช่วยลดปัญหาการฟ้องร้อง และป้องกันการถูกดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ อีกทั้ง เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันด้านธุรกิจสถานพยาบาล ที่กำหนดให้การโฆษณาหรือประกาศฯ จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน หากสถานพยาบาลเอกชนแห่งใดมีข้อคำถาม หรือต้องการคำแนะนำในการขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศของสถานพยาบาล ก็สามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่กองกฎหมาย กรม สบส.ผ่านสายด่วน 1426 หรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, วัคซีน, สบส., อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, เอกชน, โฆษณา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c99e1b0df6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอร์ปศักดิ์&#039;ชี้ข่าวดี&#039;วัคซีนไฟเซอร์&#039;เอกชนอาจซื้อตรงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ว่ารายงานสื่อไฟแนนเชี่ยลไทมส์ระบุ วัคซีนไฟเซอร์อาจได้รับอนุมัติให้ใช้งานได้เป็นปกติสิ้นเดือนพฤษภานี้ &amp;nbsp; ปัจจุบัน อย.สหรัฐอนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น หมายถึงผู้ผลิตสามารถขายได้เป็นการทั่วไป &amp;nbsp;ไม่ต้องขายให้รัฐบาลเท่านั้น เอกชนน่าจะซื้อตรงได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101797</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ, วัคซีน, เอกชน, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb60bf0b1ba3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หัวโต๊ะถกทีมเศรษฐกิจหามาตรการเยียวยาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 64 - เมื่อเวลา 10.00 น.&amp;nbsp;ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษานายกฯ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เข้าร่วมหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป็นการหารือถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ และการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และประชาชนที่ได้รับกระทบจากการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐ เช่น จากคำสั่งปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะและสถานประกอบการอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีการหยิบยกประเด็นข้อเรียกร้องของสมาคมภัตตาคารไทย ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนคำสั่งห้ามมีการนั่งรับประทานอาหารในร้านเป็นเวลา 14 วัน ในร้านพื้นที่ 6 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดขึ้นมาหารือ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101584</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, เยียวยา, เศรษฐกิจ, เอกชน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60863ef490d1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เรียกทีมเศรษฐกิจ-หมอปิยะสกล ถกแผนจัดหาวัคซีนทางเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เพื่อหารือแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 และประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ กับแนวทางการรับมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนวันที่ 28 เม.ย.นายกฯจะมีการหารือภาคเอกชน หลังจากแสดงความประสงค์ในการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาครัฐ เพื่อกระจายสู่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน รวมทั้งหารือภาคเอกชนถึงการรับมือผลกระทบและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมรับฟังข้อเสนอภาคเอกชน และประชาชน นำมาพิจารณาในการแก้ไขสถานการณ์ โดยจะมีส่วนในการนำไปกำหนดมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และแนวทางรับมือผลกระทบ การเยียวยาประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป นอกจากนี้ วันที่ 28 เม.ย.จะมีการประชุมศบค.ชุดใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์ และพิจารณามาตรการป้องกันด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100745</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, วัคซีน, หมอปิยะสกล, เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60863ef490d1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เตรียมประชุมร่วมเอกชน หารือแนวทางกระจายวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เร่งแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงโดยเร็ว พร้อมเร่งกำหนดมาตรการรับมือผลกระทบและฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยวันที่ 28 เม.ย. นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ได้เชิญภาคเอกชน อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง มาประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและกระจายวัคซีนของภาคเอกชน ภายหลังภาคเอกชนแสดงความประสงค์ในการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาครัฐ เพื่อกระจายสู่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจะได้มีการหารือถึงการรับมือผลกระทบและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ &amp;nbsp;พร้อมรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชน และประชาชน เพื่อนำมาพิจารณาในการแก้ไขสถานการณ์ &amp;nbsp;โดยผลการหารือกับภาคเอกชนครั้งนี้ จะมีส่วนในการนำไปกำหนดมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ต่อไป หลังจากสถานการณ์การติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การจะออกมาตรการใดนั้น จะต้องมีการพิจารณารอบด้าน ให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งสาระสำคัญในการประชุมร่วมกันครั้งนี้ คือการนำข้อมูล ข้อเสนอแนะไปพิจารณาเป็นแนวทางรับมือผลกระทบ การเยียวยาประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี รับทราบและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน โดยรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค การดูแลรักษาพยาบาล และช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณกว่า 3.8 แสนล้านบาท สำหรับการเยียวยาประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งจะมีทั้งโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย กระตุ้นการบริโภค รวมถึงการลงทุน อันก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็นเงินในทุกพื้นที่ ดังนั้น ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ และจะดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100645</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายวัคซีน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เยียวยาเศรษฐกิจ, เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606320c194476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.โว 4 เอกชนยักษ์จ่อลงทุนสร้างคลังสินค้านิคมสระแก้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.โวเอกชน 4 ราย จ่อลงทุนสร้างคลังสินค้าส่งและค้าปลีกในนิคมสระแก้ว เชื่อมโยงการค้า-ลงทุน กับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมลุยพัฒนาเฟส 2 คืบหน้ากว่า 80 % พร้อมรับการลงทุนในเชิงพาณิชย์ ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ กนอ.ได้เปิดดำเนินการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสระแก้วในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) จังหวัดสระแก้ว บนพื้นที่ 660 ไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ อย่างเป็นทางการ มีนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ให้ความสนใจพื้นที่นิคมฯสระแก้วแล้ว ซึ่งเบื้องต้นมีกลุ่มนักลงทุน เช่น กัมพูชา และ อินเดีย รวมจำนวน 4 ราย สนใจเช่าพื้นที่อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อประกอบกิจการประเภท นำเข้า-ส่งออกเสื้อผ้าใช้แล้ว (เสื้อผ้ามือ 2) คลังสินค้า และกิจการร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ที่ได้ดำเนินการแล้วในเฟสที่ 1 ประกอบด้วย โรงงานมาตรฐาน 3 หลัง แบ่งเป็น ขนาด 1,000 ตารางเมตร จำนวน 1 หลัง และ ขนาด 500 ตารางเมตร จำนวน 2 หลัง สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลานประชารัฐซึ่งเป็นอาคารจำหน่ายสินค้า ขนาด 25 ตารางเมตร จำนวน 4 หลัง (20 unit) สำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยมีผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรม นำเข้า-ส่งออก คลังสินค้าและอุตสาหกรรมทำน้ำยาทำความสะอาด เข้าใช้พื้นที่เพื่อประกอบกิจการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพรองรับการผลิตและการกระจายสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการพัฒนาพื้นที่ในเฟสแรกได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และมีผู้ประกอบการเข้าใช้พื้นที่เต็มจำนวน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาในเฟสที่ 2 มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในราวเดือนมี.ค. 2562 และ ให้นักลงทุนเข้ามาใช้บริการได้ในลำดับต่อไป ซึ่งการพัฒนาพื้นที่เฟสที่ 2 จะเป็นในส่วนที่เหลือทั้งหมด ประกอบด้วย เขตพาณิชยกรรม เขตประกอบการทั่วไป เขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน ระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสียบ่อหน่วงน้ำ และไฟฟ้า เป็นต้น&amp;quot;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนิคมฯสระแก้วยังเป็นพื้นที่ศักยภาพที่ใกล้ด่านชายแดนอรัญประเทศ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรเชื่อมต่อกับจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าการค้าระหว่างไทย-กัมพูชาสูงและมีทิศทางเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งระบบการคมนาคม โลจิสติคส์ที่ดี ทำให้การนำเข้าและส่งออกเป็นไปด้วยความสะดวก นอกจากนั้นอรัญประเทศยังมีทำเลที่เหมาะสมตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบับ และกรุงเทพฯ ทำให้เหมาะที่จะเป็นช่องทางการค้าและขนส่งสินค้าไปยังกรุงพนมเปญและเวียดนามตอนใต้ได้อีกทางอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., นิคมสระแก้ว, สมจิณณ์ พิลึก, สร้างคลังสินค้าส่งและค้าปลีก, เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb96369d650b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
