<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กมว.&quot;รื้อใหม่ขึ้นสู่ตำแหน่งผอ.รร. รองรับพ.ร.บ.ศึกษาชาติ เปลี่ยนเรียก&quot;หัวหน้าสถานศึกษา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

5เม.ย.64-&amp;nbsp;กมว. ทบทวน กรณีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่จำเป็นต้องจบป.โท บริหารการศึกษา &amp;quot;เอกชัย&amp;quot; เผย อนาคต ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจะไม่มี เน้นประสบการณ์ &amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่ ที่ยกเลิกคำว่า&amp;quot;ผู้อำนวยการ&amp;quot;ให้ใช้คำว่า&amp;quot;หัวหน้าสถานศึกษา&amp;quot;แทน

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุม กมว.ได้มีการพิจารณาร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นว่าอาจจะต้องมีการพิจารณาทบทวน กรณีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา แต่จะต้องมีประสบการณ์การบริหารการศึกษา โดยจากนี้คณะอนุกรรมการฯ ชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะนำความเห็นนี้ไปดำเนินการปรับปรุงร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา เมื่อแล้วเสร็จจะเสนอให้ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ แห่งประเทศไทยพิจารณา และขั้นตอนต่อไปก็จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นแบบกลุ่ม (Focus Group) โดยเชิญผู้อำนวยการ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้าร่วม เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว ก็จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม กมว. ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา พิจารณาและประกาศเป็นข้อบังคับ

ประธานกมว.กล่าวอีกว่า าเหตุที่ต้องปรับร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา เพื่อที่จะทำให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และเน้นเรื่องสมรรถนะให้มากขึ้น อีกทั้งร่างนี้ฯ จะเป็นแนวทางให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตร ซึ่งการปรับในครั้งนี้จะสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ที่กำหนด ให้คำว่า ผู้อำนวยการสถานศึกษา ใช้คำว่า หัวหน้าสถานศึกษาแทน และจะใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกับหัวหน้าสถานศึกษาไม่ได้ ดังนั้น จากนี้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจะไม่มี และผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องมีประสบการณ์การบริหาร และผ่านการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสถานศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหามหาวิทยาลัยที่เร่งเปิดหลักสูตรบริหารสถานศึกษา เพื่อรับผู้เรียนจำนวนมากจนไม่มีประสิทธิภาพ และปัญหาที่ครูจบใหม่ ศึกษาต่อเพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อจะสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;quot;นายเอกฃัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่&amp;nbsp; ยังไม่คลอดออกมามีผลบังคับใฃ้ เนื่องจาก มีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วย ที่จะเปลี่ยนแปลงคำเรียกตำแหน่ง &amp;quot;ผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;quot; เป็น&amp;quot;ครูใหญ่ &amp;quot;โดยผู้ร่างกม.ระบุว่าผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องมีจิตสำนึกความเป็นครูด้วย &amp;nbsp;แต่ก็มีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยมาตลอด ทำให้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติหลายคร้ั้ง ในที่สุดมาลงตัวที่ การเปลี่ยนจากผู้อำนวยการโรงเรียน มาเป็น &amp;quot;หัวหน้าสถานศึกษา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98343</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผู้อำนวยการโรงเรียน, #พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, กมว., หัวหน้าสถานศึกษา, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe43f84aeec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานกพฐ.วอนทุกฝ่ายช่วยกันหาทางออกให้รร.ขนาดเล็ก การยุบหรือควบรวม ไม่ใช่การแก้ปัญหาหนทางเดียว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22ส.ค.62-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มอบนโยบายเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด &amp;nbsp;โดยส่วนตัวตนมองว่าการที่จะทำให้คุณภาพการศึกษาที่ต้องการให้เกิดขึ้นนั้นต้องมีปัจจัยอย่างน้อย คือ ครูครบชั้น จำนวนนักเรียนต่อห้องที่เหมาะสม ทั้งนี้ ในส่วนของอาคารสถานที่สนามเด็กเล่น ห้องปฏิบัติการ ระบบสาธารณูปโภค ก็ต้องมีความพร้อม รวมไปถึงสื่อ เทคโนโลยี ระบบสารสนเทศ อีกทั้งยังมีเรื่องของความสัมพันธ์กับชุมชน การสนับสนุนจากชุมชน และประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณด้วย เพราะหลักการสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คือ เด็กทุกคนต้องมีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ดังนั้นการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงไม่ใช่ต้องยุบหรือควบรวมสถานเพียงอย่างเดียว อีกทั้งการควบรวม หรือ การเลิกสถานศึกษา ถือเป็นอำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษาจังหวัด (ศธจ.) โดยยึดหลักการ คือ โรงเรียนที่ใกล้กันสามารถควบรวมได้ &amp;nbsp;โดยไม่มีปัญหาการเดินทางของนักเรียนำ ส่วนโรงเรียนที่ทำไม่ได้จำเป็นต้องอยู่ก็ไม่ควรควบรวม &amp;nbsp;และหากสามารถสร้างเรือนพักนอนเพิ่มเพื่อให้เด็กที่มีปัญหาการเดินทางมาเรียนได้พักนอน กลับบ้านเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดยาวหรือปิดเทอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;บางพื้นที่ขณะนี้เด็กที่พ่อแม่มีฐานะพร้อม จะยอมส่งลูกของตัวเองไปเรียนโรงเรียนอื่นที่คิดว่ามีคุณภาพมากกว่า กลายเป็นว่าเด็กที่พ่อแม่ยากจนไม่มีต้นทุนต้องทนเรียนในโรงเรียนเล็กใกล้บ้านที่ด้อยคุณภาพการศึกษา เพราะพ่อแม่ไม่มีฐานะพอที่จะส่งลูกไปเรียนโรงเรียนที่มีคุณภาพมากกว่าได้ เกิดเป็นความเหลื่อมล้ำที่อยู่ในสภาพจำยอม ดังนั้น รัฐจะต้องไม่ทิ้งเด็กเหล่านี้ และการควบรวมโรงเรียน เด็กและครูจะได้รับการสนับสนุนค่าเดินทางจากรัฐ หรือมีบริการจัดรถรับส่งนักเรียนให้ไปเรียนในโรงเรียนที่มีความพร้อม ผมคิดว่าพวกเราต้องยอมรับความจริงที่ว่าคุณภาพการศึกษาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างโอกาสให้เด็กได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม&amp;rdquo;ประธาน กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับควรจะมาร่วมมือกัน หาหนทางพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กร่วมกัน &amp;nbsp;โรงเรียนใดควบรวมได้ก็ควรทำ &amp;nbsp;โรงเรียนใดควบรวมไม่ได้ หากมีเด็กน้อยและมีความจำเป็นต้องอยู่จะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้มีคุณภาพ &amp;nbsp;การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาทางเลือกจะเข้ามาช่วยกันอย่างไร ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพราะหากเราค้านเรื่องการไม่ยุบ &amp;nbsp;ไม่ควบรวมโรงเรียน &amp;nbsp;แต่ไม่ช่วยกันเสนอหาแนวทางพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กว่าจะทำอย่างไร &amp;nbsp;ตนห่วงอนาคตคุณภาพการศึกษาของเด็ก มากกว่าสถานภาพตำแหน่งของตน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44030</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดสพฐ., เอกชัย กี่สุขพันธุ์, โรงเรียนขนาดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e42d7cffa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ม.เอกชน&quot;ซิกแซกรับนศ.เกินใช้วิธี เปลี่ยนชื่อผู้เรียน14รอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5ส.ค.62-กมว. พบ ม.เอกชน ซิกแซก ปรับเปลี่ยนชื่อผู้เรียนและผู้ที่จบการศึกษา&amp;nbsp; หลักสูตรบริหารการศึกษาหลายครั้ง&amp;nbsp; หลายครั้ง และได้รับร้องเรียน จบแล้วแต่ไม่สามารถขอรับใบอนุญาตฯ คาดมาจากรับผู้เรียนเกินโควตาที่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp; &amp;nbsp; คาดตรวจสอบข้อมูล ไม่เกิน 3 สัปดาห์ รู้ผล พร้อม กับส่งเรื่องให้อว รับทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุม กมว. ได้พิจารณาเรื่องการผลิตมหาบัณฑิตปริญญาโท หลักสูตรบริหารการศึกษา ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ที่มีการรับนักศึกษาเกินจำนวนที่ได้รับการอนุมัติจากคุรุสภา &amp;nbsp;และมีการปรับเปลี่ยนชื่อผู้เรียนและผู้ที่จบการศึกษาหลายครั้ง ทำให้ กมว.ไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารให้ได้&amp;nbsp; เนื่องจาก กมว.ได้รับการร้องเรียนจากผู้เรียนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา สาขาบริหารการศึกษา ว่า เรียนจบแล้วแต่ไม่สามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการอนุมัติให้เปิดรับปีการศึกษา&amp;nbsp;2557-2558&amp;nbsp;ปีละ 100 คน แต่พบว่า มีการแจ้งรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาเกินกว่าจำนวนที่คุรุสภาให้การรับรอง&amp;nbsp; รวมถึงมีการขอเปลี่ยนข้อมูลรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp; รวม 14 ครั้ง และแต่ละครั้งรายชื่อก็ไม่ตรงกัน&amp;nbsp; ที่ประชุมจึงมีมติให้มีการตรวจสอบข้อมูลก่อน &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะกระทบต่อสิทธิผู้เรียน&amp;nbsp; คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์&amp;nbsp; หากไม่มีปัญหาก็จะได้ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหาร โดยจะมีการนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยดำเนินการไม่ตรงไปตรงมาและยังทราบมาว่ามหาวิทยาลัยดังกล่าว แอบเปิดสอนนอกสถานที่ตั้งโดยไม่ได้รับการรับรอง มีการรับนักศึกษามากกว่า 500 คน เกินกว่าจำนวนที่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าพอมีเด็กมาร้องเรียนก็สลับชื่อ ซิกแซก นำรายชื่อนักศึกษานอกที่ตั้งมาใส่แทนกมว. จึงขอตรวจสอบข้อมูลก่อนว่า 100 คนที่ส่งมา มีการเปลี่ยนแปลงกี่คน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เรียน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัยกล่าวอีกว่า&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กมว.ได้อนุมัติใบอนุญาตฯ ให้กับผู้เรียนในหลักสูตรดังกล่าวปี 2557 จำนวน 74 คน &amp;nbsp;ปี 2558 จำนวน 56 คน &amp;nbsp;ซึ่งแม้จะได้รับอนุมัติแล้วก็จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง หากพบว่า เป็นรายชื่อที่แทรกเข้ามาและเรียนนอกสถานที่ตั้งก็จะพิจารณาถอดถอนใบอนุญาตฯ ต่อไป ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 400 คน สามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัยได้ตามสิทธิ&amp;nbsp; เพราะเป็นความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย โดยทางคุรุสภาจะส่งรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาให้กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอดจากนี้ ที่ประชุม กมว. ยังได้มีมติลงโทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ครูและผู้บริหารโรงเรียนจำนวน 10 ราย โดยเพิกถอนใบอนุญาตฯ 2 ราย ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่จะมีโทษภาคฑัณฑ์เพื่อไม่ให้ทำอีก ไม่เช่นนั้นอาจได้รับโทษในสถานที่หนักขึ้น คือ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42729</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.เอกชน, รับนักศึกษาเกิน, หลักสูตรบริหารการศึกษา, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d035f9135908.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานบอร์ด กพฐ.เสนอคำนวณรายหัวเงินอุดหนุนนร.&quot;แบบผกผัน&quot;รร.เด็กน้อยได้เยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ก.ค.62-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา กพฐ. ได้มีการหารือเรื่องเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนอยู่บ้างในที่ประชุม แต่ไม่ได้กำหนดเป็นวาระและลงลึกในรายละเอียด อีกขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการจัดทำสูตรการคำนวณเงินอุดหนุนรายหัวรูปแบบใหม่ขึ้น แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์และยังไม่เพียงต่อโรงเรียนบางกลุ่ม เช่น นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กจะได้เงินรายหัวเพิ่มเติม แต่ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เนื่องจากต้องนำไปจ่าค่าสาธารณูปโภคด้วย เพราะฉะนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นที่จะต้องมีการคำนวนขั้นต่ำ ว่า ถ้าโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนเท่าไร ค่าสาธารณูปโภคขั้นต่ำจะต้องเป็นจำนวนเท่าไร รัฐจะต้องสนับสนุนและเงินอุดหนุนรายหัวก็จะได้นำมาใช้ในการดูแลเด็ก เพราะการสนับสนุนเงินอุดหนุนในปัจจุบันตนมองว่า เป็นการสนับสนุนแบบตัดเสื้อตัวเดียวให้เด็กทุกคน คือ มีจำนวนเงินคงที่และคูณกับจำนวนนักเรียนของแต่ละโรงเรียน ซึ่งหลักความเป็นจริงแล้ว ตนคิดว่าต้องมีการสร้างส่วนผกผัน โรงเรียนที่นักเรียนน้อยเงินรายหัวจะต้องเยอะ ถ้านักเรียนเยอะรายหัวต้องน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าคงต้องมีการหารือเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในที่ประชุม กพฐ. เพราะถือเป็นเรื่องนโยบาย อีกทั้งหากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้มีการทบทวนเรื่องเงินอุดหนุนรายหัวก็สามารถทำได้ทันที เนื่องจากเรื่องเงินอุดหนุนรายหัวจะมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รวมถึงระเบียบต่างๆ ที่จะต้องปรับแก้จำนวนมาก แต่เรื่องนี้คงต้องเริ่มจากการคิดก่อน&amp;ldquo;ประธาน กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41036</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดกพฐ., เงินอุดนหนุนรายหัวนักเรียนแบบผกผัน, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c82423c65159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลักสูตรครู5ปีไม่ต้องสอบขอใบอนุญาต &quot;กมว.&quot;เชื่อมั่นเรียนแน่น-เข้มข้น/</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ธ.ค.61- แจง หลักสูตรครู 5 ปี ไม่ต้องสอบ เพื่อขอตั๋วครู &amp;quot;เอกชัย&amp;quot; ชี้แต่ยังต้องเข้ารับการประเมินผลการเรียนกับสถาบันผลิตครู เพื่อวัดการทำวิจัยในชั้นเรียน ความสามารถการสอน &amp;nbsp;ส่วนหลักสูตร 4 ปี เล็งแบ่งการสอบขอตั๋วครู เป็น 2 รอบ วัดความรู้มาตรฐานวิชาชีพครูพื้นฐานและ วัดความรู้ปฏิบัติการสอน เชื่อช่วยเด็กไม่เครียด เตรียมนำหารือ บอร์ด กมว. 11 ม.ค. ปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการคุรุสภาเห็นชอบร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครู (ฉบับที่ ...) พ.ศ. 2561 ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เสนอ &amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางให้มหาวิทยาลัยใช้ปรับการสอนหลักสูตรการผลิตครู 4 ปี &amp;nbsp;ซึ่งจะมีการประกาศใช้มาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวอย่างเป็นทางการภายในเดือนมกราคม พ.ศ.2562 นี้ &amp;nbsp;โดยในส่วนของหลักสูตรการผลิตครู 4 ปี ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาได้หารือเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ยังไม่ได้ได้มีมติในเรื่องนี้ เนื่องจาก กมว.จะต้องไปวางแนวทางแนวการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู &amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งการสอบออกเป็น 2 รอบ คือ รอบที่ 1.จะสอบวัดความรู้มาตรฐานวิชาชีพครูพื้นฐาน โดยจะสอบในช่วงที่นักศึกษาครูที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 และ รอบที่ 2.จะเป็นการสอบวัดความรู้ปฏิบัติการสอน โดยจะสอบในช่วงที่นักศึกษาครูที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 ทั้งนี้ตนเชื่อว่าการแบ่งรอบการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ นั้น จะสามารถช่วยลดความเครียดให้แก่เด็ก &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามในวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2562 จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในที่ประชุม กมว.ก่อนที่จะจัดทำร่างประกาศเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ &amp;nbsp;เสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคุรุสภา พิจารณาลงนามเห็นชอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประธานกมว.กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ขณะนี้มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าผู้ที่เรียนหลักสูตรการผลิตครู 5 ปี ไม่ต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่ง กมว.ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยผู้เรียนหลักสูตรการผลิตครู 5 ปีแม้จะไม่ได้สอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ แล้วแต่จะต้องเข้าการประเมินกับสถาบันผลิตครู ก็คือมหาวิทยาลัยที่ตัวเองเรียน โดยการประเมินจะมีการวัด เรื่อง การทำวิจัยในชั้นเรียน การประเมินความสามารถ การประเมินฝึกสอน และการประเมินการปฏิบัติงานอาชีพครู ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้สอบถามในที่ประชุมว่ายืนยันจะยกเลิกหลักสูตรการผลิตครู 5 ปี &amp;nbsp;ทั้งหมดในปีการศึกษา 2562 หรือไม่ ซึ่งนพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ได้แจ้งว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎ 38 แห่งและกลุ่มมหาวิทยาลัยที่ผลิตครูยืนยันยกเลิกการผลิตหลักสูตรครู 5 ปีตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไปแบบร้อยละ 100 อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงเสนอให้ที่ประชุมใช้แนวทางการประเมินดังกล่าวกับผู้เรียนในหลักสูตรการผลิตครู 5 ปี เพื่อจะไม่ให้นักศึกษากลุ่มนี้รู้สึกเสียโอกาสที่ตัวเองเรียนมาอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24615</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบใบอนุญาตครู, คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.), หลักสูตรครู4ปี, หลักสูตรครู5ปี, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf54b9c86a2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2018 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2018 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมว.เล็งปรับปรุงกฎจรรบาบรรณครู  &quot;กั๊กวิชาเพื่อสอนพิเศษ-เล่นไลน์--เล่นเฟสจีบเด็กนร.&quot;เข้าข่ายผิดทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10พ.ย.61-กมว. เห็นชอบร่างมาตรฐานวิชาชีพครู เตรียม เสนอ เข้าบอร์ดคุรุสภา พิจารณา 30 พ.ย.นี้ &amp;quot;เอกฃัย&amp;quot;เผยมรภ.และมหาวิทยาลัยเห็นชอบหลักสูตร4ปีแล้ว เตรีัยมลุยยกร่างมาตรฐานวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาต่อ คาดใช้เวลา 4 เดือน พร้อม มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดราคาค่าต่อใบอนุญาตฯ ล่าช้า &amp;ldquo;เอกชัย&amp;rdquo; เผย ที่ผ่านมามีการปล่อยให้ครูที่ใบอนุญาตฯ หมดอายุสามารถดำเนินการสอนต่อได้

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุม กมว.ได้มีมติอนุมัติรายละเอียดของร่างมาตรฐานวิชาชีพครู 4 ด้าน ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพเสนอ คือ 1.ด้านค่านิยมและคุณลักษณะความเป็นครู จะมีรายละเอียด เช่น การเป็นพลเมืองที่เข็มแข็ง ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีมีคุณธรรมและจริยธรรม การสร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาผู้เรียน เป็นต้น 2.ความรู้และศาสตร์การสอน เช่น การรู้เท่าทันสังคม การรู้และเข้าใจเกี่ยวกับผู้เรียน และเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตร เป็นต้น 3.ด้านการปฏิบัติงานในหน้าที่ครู&amp;nbsp;เช่น การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ สื่อและการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวางแผนและจัดการเรียน เป็นต้นและ 4.ด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน เช่น การเข้าถึงบริบทชุมชน ความร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นต้น โดยในวันที่ใน 30 พฤศจิกายนนี้ จะมีการเสนอมาตรฐานวิชาชีพครูใหม่เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุคณะกรรมการคุรุสภาด้วย

&amp;ldquo;มาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวเมื่อได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการคุรุสภาแล้ว จะใช้เป็นแนวให้สถาบันที่ผลิตครูนำไปจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน และผมทราบข้อมูลมาว่า ขณะนี้กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 38 แห่ง และมหาวิทยาลัยกลุ่มเก่าจำนวน 17 แห่ง เห็นด้วยกับการผลิตครู 4 ปีหมดแล้ว และทราบว่ามีมหาวิทยาลัยจะเริ่มหลักสูตรผลิตครู 4 ปีให้ทันภายในปีการศึกษา 2562 ดังนั้นกระบวนการจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็จะต้องนำมาตรฐานวิชาชีพไปเป็นแนวทางในการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ หลักสูตร 4 ปีด้วย&amp;ldquo;ประธาน กมว.กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม จากนี้ทางคณะอนุกรรมการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ จะต้องดำเนินการยกร่างมาตรฐานวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้บริหารสถานศึกษา 2.ผู้บริหารการศึกษา และ 3.ศึกษานิเทศก์ โดยจะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าน่าจะเสร็จภายใน 3-4 เดือนนี้ เพื่อที่จะให้สถาบันที่เปิดสอนปริญญาโทด้านการศึกษา สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรได้

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ทบทวนเรื่องของจรรยาบรรณทางวิชาชีพครูใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาจรรยาบรรณทางวิชาชีพครูมีการกำหนดเนื้อหาเยอะมาก ดังนั้นตนจึงเห็นว่าควรมีการปรับให้กระชับและมีความชัดเจน และทันยุคทันสมัย เช่น คนที่ทำหน้าที่ครูจะต้องไม่แสวงหาจากประโยชน์จากหน้าที่การงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่ต้องลงรายละเอียด และตัวอย่างพึงประสงค์ ไม่พึงประสงค์มาเป็นกรอบ เป็นต้น ซึ่งหากเขียนในลักษณะนี้ หาพบว่า ครูที่สอนเปิดกวดวิชาแล้วบังคับลูกศิษย์ไปเรียน และถูกผู้ปกครองร้องเรียนว่าสอนเด็กไม่เต็มที่ สามารถนำเข้าเรื่องนี้มาพิจารณาความผิดจรรยาบรรณในที่ประชุม กมว.ได้เลย หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เสื่อมเสียต่อวิชาชีพ และภาพลักษณ์ ซึ่งการระบุเท่านี้ถือว่าชัดเจน ดังนั้นหากพบถ้าครูเล่นไลน์ เฟซบุ๊กจีบนักเรียน หรือใช้ภาษาในเชิงชู้สาว ก็สามารถนำไปสู่การพิจารณาเรื่องจรรยาบรรณได้

&amp;ldquo;นอกจากนี้ที่ประชุมหารือถึงการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เนื่องจากขณะนี้มีประเด็นปัญหาเรื่องสถานศึกษาไม่ดำเนินการตรวจสอบว่าครูมีการต่อใบอนุญาตฯ หรือไม่ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็จำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลเรื่องนี้เพื่อที่จะแจ้งให้ทางโรงเรียนได้รับทราบ ซึ่งผมเข้าใจว่า สพท.อาจจะยังไม่มีระบบในการดำเนินการเรื่องนี้ และที่ผ่านมามีการปล่อยให้ครูที่ใบอนุญาตฯ หมดอายุสามารถดำเนินการสอนต่อได้&amp;nbsp;ดังนั้น กมว.จึงเห็นว่าควรมีมาตรการดำเนินการกับผู้ที่ไม่ต่อใบอนุญาตฯ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดเพดานขั้นต่ำของค่าต่อใบอนุญาตล่าช้า ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดราคาเพดานขั้นสูงของค่าต่อใบอนุญาตล่าช้าและค่าดำเนินการให้ชัดเจนต่อไป&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21707</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับปรุงจรรยายรรณครู, ร่างมาตรฐานวิชาชีพครู, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5baa0c52cbfd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมว.เตรียมเสนอบอร์ดคุรุสภา    แก้ข้อบังคับเปลี่ยนหลักสูตร  เรียนครูเป็น 4ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27ต.ค.61-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุม กมว.ได้มีมติอนุมัติในหลักการเกี่ยวกับกรอบแนวคิดมาตรฐานวิชาชีพครูใหม่ โดยเป็นการปรับจาก 9 และ 11 มาตรฐานวิชาชีพครูเดิมที่ไม่มีการแยกประเด็น ดังนั้นในกรอบแนวคิดใหม่นี้จะมีการปรับให้ชัดเจนขึ้นและออกแบบโดยยึดตามมาตรฐานการศึกษาชาติ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน 1.ค่านิยมและคุณลักษณะความเป็นครู 2.ความรู้และศาสตร์การสอน 3.การปฏิบัติงานในหน้าที่ครู 4.ความสัมพันธ์ผู้ปกครองและชุมชน ซึ่งในการประชุม กมว.ครั้งหน้า จะมีการหารือเกี่ยวมาตรฐานวิชาชีพใหม่ เพื่อที่จะรับรองและให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้เป็นแนวทางวางหลักสูตรการผลิตครูต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการมีมติตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี ผู้ต้องหาคดีอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวย 30 ล้าน และกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ซึ่งขณะนี้ถูกไล่ออกจากราชการแล้ว คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 180 วัน ซึ่งตามกระบวนการหากพบว่ามีมูลก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป และคณะกรรมการสอบสวนจะเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ว่าจะพิจารณาโทษอย่างไร ก่อนที่จะเสนอเข้า กมว.พิจารณา และที่ประชุมยังได้มอบหมายให้คณะอนุฯ ชุดดังกล่าวทบทวนยกร่างจรรยาบรรณของวิชาชีพครูใหม่ เพื่อที่จะให้ทันต่อยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับกรณีที่มีการวิพากษ์ วิจารณ์เรื่องหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ว่า 4 หรือ 5 ปี จะมีคุณภาพมากกว่ากันนั้น ประเด็นที่หารือในที่ประชุม กมว.คือเราไม่สนใจว่า 4 หรือ 5 ปี เพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ในมาตรา 44 กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพไว้ชัดเจนว่า ต้องมีวุฒิปริญญาทางการศึกษา และจะต้องมีประสบการณ์การฝึกสอนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี ดังนั้นการที่เราถกเถียงกันว่าจะใช้หลักสูตร 4 หรือ 5 ปี เป็นการหลงประเด็น เพราะในพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่เคยระบุว่าจะต้องจัดหลักสูตรกี่ปี เพียงแต่ที่ผ่านมามีการกำหนดขึ้นมาเองว่าหลักสูตรการผลิตครูจะต้องใช้ 5 ปี และออกเป็นข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานหลักสูตรครู 5 ปี รวมถึงมีการออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ หลักสูตร 5 ปีด้วย ส่งผลให้หลักสูตรครูจะปรับเป็น 5 ปี และผมคิดว่าหากมหาวิทยาลัยได้สามารถยกร่างหลักสูตรผลิตครูให้จบภายใน 4 ปี และฝึกสอนในสถานศึกษาได้ไม่น้อยกว่า 1 ปีได้ ก็สามารถเปิดหลักสูตรผลิตครู 4 ปีได้&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา วันที่ 30 ตุลาคมนี้ จะมีการเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานหลักสูตรครู 5 ปีด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20824</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมว., หลักสูตรครู4ปี, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181027/image_big_5bd45568a0ded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
