<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost ทัวร์งวดนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่ช่วงหาเสียง แต่เป็นช่วงดูแลแก้ไขปัญหา &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ภาคอีสาน จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) โดยนายกฯ และคณะ เข้ารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การขาดแคลนน้ำในพื้นที่ รวมถึงแนวทางแก้ไขจากผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง โครงการชลประทานสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; เดินทางถึงสุรินทร์ นอกจากมีประชาชนมาร่วมต้อนรับให้กำลังใจแล้ว มีรายงานว่า ส.ส. ที่มารอต้อนรับนั้น ประกอบด้วย &amp;ldquo;ปกรณ์ มุ่งเจริญพร&amp;rdquo; ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย &amp;ldquo;อดิพงษ์ ฐิติพิทยา&amp;rdquo; ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย &amp;ldquo;ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์&amp;rdquo; ส.ส.สุรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ ที่เซอร์ไพรส์หน่อยปรากฏว่ามี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านก็มาด้วย ทั้ง &amp;ldquo;ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม-ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล-คุณากร ปรีชาชนะชัย&amp;rdquo; ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ถือว่าสร้างสรรค์ ในยามที่ประชาชนประสบความเดือดร้อน ไม่ว่าจะรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องช่วยกันแก้ปัญหาเช่นนี้แหละ ในฐานะคนของประชาชนเหมือนกัน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางนายกฯ ชื่นมื่นไปแล้วในการพบประชาชน แต่อีกคนในพรรครัฐบาลเวลานี้คงไม่ชื่นมื่น หลังคลิปหลุด &amp;ldquo;สิระ เจนจาคะ&amp;rdquo; ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแล ส.ส.ที่ลงพื้นที่ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในโซเชียลมีเดียขณะนี้ โดย &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rdquo; รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถามนักข่าวเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;ขอคุยก่อน&amp;rdquo; ก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะโดนตักเตือนอะไรหรือไม่ ความโกรธเพียงครั้งเดียวอาจเสียชื่อสโลแกนประจำตัว &amp;ldquo;คิดดี ทำดี&amp;rdquo; ไปทีเดียว&amp;nbsp; ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจไม่จบแค่ตักเตือนภายใน แต่จะไปถึงสภาฯ หรือไม่ เพราะทางฝ่ายค้านโดย &amp;ldquo;การุณ โหสกุล&amp;rdquo; ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เผยเตรียมหารือกับฝ่ายกฎหมายเป็นการส่วนตัว เพื่อนำแนวทางปฏิบัติที่แม่นยำและถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้เข้าสู่การดำเนินการของสภาฯ ครั้งนี้อาจจะเป็นการตั้งกระทู้หรือเป็นการยื่นให้สภาฯ ดำเนินการสอบว่าสิ่งที่ &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; ทำนั้นผิดจริยธรรมหรือมารยาทในทางใดบ้าง เพราะเรื่องนี้กระทบภาพลักษณ์ของผู้แทนในสภาฯ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำลักษณะนี้ กรณีนี้ไม่ควรเกิดให้เป็นภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียแก่สภาฯ เพราะการพูดด้วยมธุรสวาจาสามารถทำได้อยู่แล้ว ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวของนักสู้เพื่อสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อม ยุคไหนก็ไม่ง่าย เมื่อนายทุนและอำนาจมืดเป็นใหญ่ &amp;ldquo;เอกชัย อิสระทะ&amp;rdquo; เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคใต้ ยื่นหนังสือร้องต่อองค์การสหประชาชาติ ขอให้ประสานงานกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน หลัง &amp;ldquo;เอกชัย&amp;rdquo; ถูกคนร้ายอุ้มไปข่มขู่ ไม่ให้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน ก่อนปล่อยตัวในเวลาต่อมา เฮ้อ! ชุมชน สิ่งแวดล้อมจะอยู่ได้ ผู้ปกป้องต้องไม่โดนคุกคาม ฝากภาครัฐเร่งจัดการเช่นกัน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายชาติสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43802</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า 4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สิระ เจนจาคะ, เอกชัย อิสระทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องยูเอ็นจี้รัฐไทยคุ้มครองนักปกป้องสิทธิ ชี้ปมอุ้มขัง&#039;เลขากป.อพช.ใต้&#039;บทพิสูจน์ความจริงใจ&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62 - ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น นายเอกชัย อิสระทะ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนเดินทางมายื่นหนังสือ ต่อผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNOHCHR) &amp;nbsp; เพื่อให้ร่วมหามาตรการในการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองกรณี เอกชัย อิสระทะ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือระบุว่า สืบเนื่องจากกรณี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.62 &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุการณ์การข่มขู่คุกคามผม นายเอกชัย อิสระทะ โดยตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.ชาติ) และเลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ซึ่งได้เดินทางไปเข้าร่วมสังเกตการณ์การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ส.ค.62 &amp;nbsp;เวลา 13.30 น. ณ มัสยิดอัสซอลีฮีน หมู่ที่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งขัดขวางห้ามไม่ให้เข้าร่วมเวที พร้อมทั้งทำการยึดโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ และถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนไว้ด้วย จากนั้นชายกลุ่มดังกล่าวได้บังคับควบคุมตัวผมขึ้นรถยนต์ไปกักขังไว้ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง จนกระทั่งในช่วงเย็นวันเดียวกันจึงปล่อยตัวออกมาโดยข่มขู่ห้ามไม่ให้แจ้งความดำเนินคดี และห้ามผมไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับโครงการทำเหมืองหินนี้อีกต่อไป มิเช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัยของผมและครอบครัว ซึ่งในขณะนี้ ผมได้ทำการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จังหวัดสงขลา ขณะนี้ ยังไม่มีการจับกุมผู้กระทำผิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและครอบครัวอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวว่าการคุกคามจะลุกลามต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีการดำเนินการข่มขู่เพื่อกดดันให้ผมและเครือข่ายองค์กรฯ ยุติการเคลื่อนไหวคัดค้านประทานบัตรโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน(เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ดังกล่าว ทั้งนี้อย่างที่ท่านทราบว่าในพื้นที่ภาคใต้นั้นกรณีการลักลอบสังหารและคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนนั้นเกี่ยวข้องกับกระบวนการอิทธิพลที่ยากที่จะมีกระบวนการยุติธรรมจะสามารถเอาผิดกับใครได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียนมาทางท่านเพื่อขอให้ท่านประสานงานอย่างเร่งด่วนโดย 1.ขอให้ท่านร่วมหามาตรการในการคุ้มครองอย่างเร่งด่วนรวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครอง เช่น ขอให้ท่านประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าการไปให้ปากคำ ชี้ตัวผู้ผู้ถูกกล่าวหาและกระบวนการชั้นตำรวจ อัยการ และศาล จะมีการคำนึงถึงความปลอดภัย และขอให้ท่านติดตามอย่างต่อเนื่องในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้แน่ใจว่าผู้กระทำผิดไม่ลอยนวลพ้นผิดและถูกนำตัวมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอให้ท่านประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง หามาตรการในการคุ้มครองกระผมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆในพื้นที่ 3.ขอให้ท่านประสานงานกับกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้ผมเข้าถึงการคุ้มครองต่างๆ เช่น การคุ้มครองพยานที่ผมสามารถร่วมออกแบบเพื่อความปลอดภัยของผมและครอบครัว และหามาตรการในการคุ้มครองกระผม ครอบครัวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ขอให้ท่านประสานงานกับสถานทูตต่างๆ เพื่อร่วมหามาตรการในการคุ้มครองกระผม ครอบครัวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆในพื้นที่ &amp;nbsp;5.ขอให้ท่านประสานงานกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อร่วมหามาตรการในการคุ้มครองกระผม ครอบครัวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประยงค์ ดอกลำใย ประธานคณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชน(ประธาน กป.อพช.ชาติ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบุว่า &amp;nbsp;การดำเนินคดีของนายเอกชัย ไม่มีความชัดเจนแม้จะออกหมายจับไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำมาลงโทษได้ แม้มีหลักฐานชัดเจน ว่าเป็นใคร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ คนที่อุ้มนายเอกชัย ข่มขู่คุกคามมาไว้ที่รีสอร์ต วันนี้เครือข่ายเลยต้องมาที่ยูเอ็นเพราะต้องการให้ข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นรับทราบปัญหานี้และให้ติดตาม ว่ามีกลไกในการปกป้องคุ้มครองสิทธิ ในประเทศไทยเป็นอย่างไร ไม่ใช่เฉพาะแค่กรณีของนายเอกชัยคนเดียว แต่กรณีนายเอกชัย สะท้อนความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนมาก มีทั้งหลักฐาน พยานเหตุเกิดขึ้นอย่างอุกอาจมากในตอนกลางวันแต่ก็ตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ ก็หมายความว่า กลไกของรัฐล้มเหลว เป็นอันตรายต่อนายเอกชัยได้
&amp;nbsp;
นายประยงค์ ระบุด้วยว่า จึงขอให้ยูเอ็นได้ติดตามและกำกับเรื่องนี้ อย่างเป็นรูปธรรมและเสนอกับรัฐบาลให้มีการปกป้องคุ้มครองสิทธินักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องนักปกป้องสิทธิทั้งหมดในประเทศไทยมิใช่แค่นายเอกชัย &amp;nbsp;และสิ่งสำคัญคือ ในเรื่องการปกป้องสิทธิ มีแนวโน้มรัฐยกระดับมากขึ้น ผ่านตัวกฎหมาย กว่า500 ที่ฉบับเปิดทางให้ทุน ให้อำนาจรัฐในการปกป้องทุน โดยเฉพาะในโครงการใหญ่ๆ ส่งผลกระทบต่อชุมชนและมีการลุกขึ้นต่อสู้ การเคลื่อนไหวนักปกป้องสิทธิก็อาจจะถูกคุกคาม &amp;nbsp;เช่น โครงการเหมืองแร่ทองคำ ในภาคอีสาน และภาคเหนือตอนล่าง ภาคใต้ &amp;nbsp;ซึ่งมีผลประโยชน์มหาศาล โดยมีกฎหมายแร่เปิดโอกาสตัดสินใจอนุมัติโครงการได้อย่างง่ายดาย หรือเกิดเหตุทุกตารางนิ้วในประเทศไทย &amp;nbsp;นายกฯ ประยุทธ์ ระบุว่าจะดูแลให้ ดูอย่างไร เพราะขนาดว่านายกฯได้ระบุถึงขนาดนี้ แต่ กลไกอำนาจรัฐต่างๆก็ยังไม่ขยับ &amp;nbsp;ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ ยังไม่สามารถทำอะไรได้ จึงขอฝากนายกฯ และ สตช. ช่วยดูแลปัญหานี้เร่งด่วน รวดเร็ว เพราะมันจะเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลมีความจริงใจกับการคุ้มครองสิทธิประชาชนมากน้อยแค่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบรรจง &amp;nbsp;นะแส &amp;nbsp;ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมดของเจ้าของโครงการที่แทนที่จะทำตามระบบ ตามขั้นตอน แต่ประสบการณ์ที่พบเจอนั้นคือ เจ้าของโครงการรับเหมาโดยใช้อิทธิพลท้องถิ่นเกือบทุกพื้นที่ จัดการคนที่ไม่เห็นด้วย นี้คือปรากฎการณ์สังคมด้อยพัฒนา ที่การสร้างธรรมาภิบาลไม่ได้เดินไปข้างหน้าได้อย่างโปร่งใส &amp;nbsp;รับฟังความคิดเห็น ตรงไปตรงมา และมีธรรมาภิบาล &amp;nbsp;ภายใต้การใช้กฎหมาย กลไกที่มีอยู่ แต่กลับกลายเป็นรัฐอยู่ฝ่ายทุนตลอด และจะอันตรายหากประชาชนไม่เชื่อในกลไกรัฐอีก เพราะใช้วิธีการที่ไม่โปร่งใส ชาวบ้านเขามีสมอง เขาไม่เชื่อมั่น เชื่อถือและท้ายที่สุดเขาก็จะเลือกใช้วิธีการแบบเขา รัฐบาลชุดนี้มาจากกลุ่มทุนเป็นส่วนใหญ่ เราทุกคนรู้ว่าใครเป็นใคร แม้แต่กรณีของนายเอกชัย มีกลุ่มอิทธิพลกลุ่มไหน ขึ้นกับนักการเมืองพรรคไหน พล.อ.ประยุทธ์ ควรต้องปราม หรือเอาจริงกับพฤติกรรมในลักษณะนี้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43745</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช.ใต้, ข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ, บรรจง นะแส, ประยงค์ ดอกลำใย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยูเอ็น, อุ้มขังต้านเหมืองแร่พัทลุง, เอกชัย อิสระทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a35c2e85ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายประชาชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ชี้ปมอุ้มขังเอ็นจีโอใต้ เหตุ&#039;คนร.&#039;เปิดอ้าซ่าแหล่งหินอุตสาหกรรมประเคนทุนเหมือง จี้ยกเลิกขอประทานบัตรบริษัทลงดาบหนักขึ้นบัญชีดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.62 - จากกรณีเกิดเหตุความรุนแรงต่อนายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคใต้ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุงเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอประทานบัตรที่ 1/2562 โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ที่จัดขึ้น ณ มัสยิดอัสซอลีฮีน ม.4 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในทันทีที่นายเอกชัยไปถึงสถานที่จัดเวทีฯก็ได้ถูกชายฉกรรจ์มากกว่าสิบคนขัดขวางไม่ให้เข้าร่วมเวทีและยึดโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ บัตรประจำตัวประชาชน และบังคับควบคุมตัวออกจากสถานที่จัดงานนำไปกักขังไว้ในสถานที่แห่งหนึ่งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงจนกระทั่งการจัดเวทีฯเสร็จสิ้นจึงถูกปล่อยตัวออกมา &amp;nbsp;โดยทำการลบข้อมูลทุกอย่างออกจากโทรศัพท์มือถือและกล้องหน้ารถและข่มขู่ไม่ให้แจ้งความดำเนินคดีและห้ามยุ่งเกี่ยวกับการขอประทานบัตรทำเหมืองหินที่นี่อีก &amp;nbsp;หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่รับรองความปลอดภัยของนายเอกชัยและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ออกแถลงการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากนโยบายที่ผิดพลาดในยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่ โดยระบุว่า ต้นเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อนายเอกชัยมีองค์ประกอบของกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในกิจการเหมืองแร่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย &amp;nbsp;กล่าวคือ &amp;nbsp;พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือกฎหมายแร่ฉบับใหม่บัญญัติให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนแม่บทในการบริหารจัดการแร่ขึ้นมาโดยพื้นที่ที่จะกําหนดให้เป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ &amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า &amp;nbsp;เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ &amp;nbsp;เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด &amp;nbsp;พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ &amp;nbsp;หรือพื้นที่ แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม &amp;nbsp;แต่ในความเป็นจริงคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่งได้จัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2564 ขึ้นมาโดยละเว้นให้พื้นที่แหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ที่ประกาศก่อนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดแหล่งหินอุตสาหกรรม (อุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง) ของกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว แต่ไม่สามารถประกาศได้ทันก่อนวันที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ให้เป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองทั้งหมด &amp;nbsp;ทั้ง ๆ ที่พื้นที่แหล่งหินฯตามมติ ครม. และประกาศฯดังกล่าวจำนวนมากล้วนเป็น แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมซึ่งควรถูกรื้อหรือปรับปรุงแก้ไขใหม่เพื่อยกเว้นหรือกันพื้นที่แหล่งหินฯที่เป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมออกไปจากการเป็นพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติ ครม. และประกาศฯดังกล่าวเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ &amp;nbsp;การจัดทำเอกสารทางยุทธศาสตร์และแผนแม่บทฯที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายแร่ฉบับใหม่ของ คนร. ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ด้วยจึงถือว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรงต่อนายเอกชัย &amp;nbsp;เพราะคาดว่าเขาน้อยที่เป็นแหล่งหินตามคำขอประทานบัตรของบริษัทดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายเป็น แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม ที่ต้องถูกกันออกจากการเป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองที่ไม่สามารถนำไปขอประทานบัตรได้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถ้าหากการจัดทำเอกสารทางยุทธศาสตร์และแผนแม่บทฯไม่ถูกบิดเบือนแต่สอดคล้องต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแร่ฉบับใหม่ก็จะทำให้เขาน้อยที่น่าจะเข้าข่ายเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมถูกกันออกจากการเป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองตามมาตรา 17 วรรคสี่อย่างแน่นอน &amp;nbsp;และบริษัทดังกล่าวก็จะไม่สามารถนำเขาน้อยมาดำเนินการขอประทานบัตรได้ &amp;nbsp;และเมื่อไม่สามารถนำเขาน้อยมาดำเนินการขอประทานบัตรได้ก็จะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นกับเอกชัยอย่างแน่นอนตามไปด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสาเหตุที่กล่าวมา &amp;nbsp;นอกจากรัฐจะต้องเร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดที่ก่อเหตุความรุนแรงด้วยการอุ้มขังนายเอกชัยมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว &amp;nbsp;เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจสุ่มเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตนายเอกชัย อิสระทะแล้ว &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ขอเรียกร้องให้รัฐดำเนินการเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหารอบด้าน &amp;nbsp;ดังนี้ 1. ให้ยกเลิกยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2564 ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 และให้จัดทำขึ้นใหม่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างทั่วถึงและรอบด้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยต้องยกเว้นหรือกันพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ที่ประกาศก่อนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ และที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดแหล่งหินอุตสาหกรรม (อุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง) ของกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว แต่ไม่สามารถประกาศได้ทันก่อนวันที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ที่เข้าข่ายเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม ที่ไม่สามารถนำไปขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองได้ออกจากเขตแหล่งเพื่อการทำเหมือง ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ยกเลิกเพิกถอนคำขอประทานบัตรที่ 1/2562 เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด &amp;nbsp;เนื้อที่ 67 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา &amp;nbsp;ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 4 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง &amp;nbsp;โทษฐานที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นฝ่าฝืนกฎหมายแร่ฉบับใหม่และกฎหมายอื่น ๆ ที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยการมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางตรงก็ทางอ้อมกับการจ้างวานกลุ่มบุคคลให้ก่อเหตุความรุนแรงต่อนายเอกชัย อิสระทะ 3. ให้ยกเลิกเพิกถอนเขาน้อยในเขตท้องที่ ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ที่เป็นแหล่งหินตามคำขอประทานบัตรที่ 1/2562 ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ออกจากการเป็นพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศฯดังกล่าว &amp;nbsp;เพราะเข้าข่ายเป็น แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม&amp;rsquo;ที่ไม่สามารถนำไปขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุงเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอประทานบัตรที่ 1/2560 โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ที่จัดขึ้น ณ มัสยิดอัสซอลีฮีน ม.4 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 เป็นโมฆะ &amp;nbsp;เนื่องจากไม่เป็นไปตามแนวทางการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมายแร่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ &amp;nbsp;เพราะมีการขัดขวางไม่ให้คนเห็นต่างเข้าร่วมเวที &amp;nbsp;และเห็นได้ชัดว่าการจัดเวทีไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ &amp;nbsp;ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียไม่มีโอกาสได้ร่วมเวที &amp;nbsp;ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ให้ทำการลงโทษและเพิกถอนบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ออกจากการเป็นบริษัท &amp;nbsp;หรือห้ามไม่ให้บริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด (หรือบริษัทแปลงโฉมมาในชื่ออื่นแต่เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการจากบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด) ดำเนินกิจการการขออาชญาบัตรเพื่อขอสำรวจแร่และขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ใด ๆ อีกในอาณาเขตประเทศไทย &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางตรงก็ทางอ้อมกับการจ้างวานกลุ่มบุคคลให้ก่อเหตุความรุนแรงต่อนายเอกชัย อิสระทะ &amp;nbsp;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43442</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแร่60, กป.อพช.ใต้, คนร., นโยบายยุทธศาสตร์แร่20ปี, บริษัทสิงห์ศิลาทอง จำกัด, เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่, เอกชัย อิสระทะ, เอ็นจีโอใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53e6e0b2206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
