<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุยตั้งฟิวเจอร์ฟันด์ เคาะขายหน่วยกลางปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเดินหน้าตั้ง &amp;ldquo;ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์&amp;rdquo; ยืนยันเป็นแหล่งระดมทุนทางเลือกใหม่ของรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นภาระงบประมาณ ประเดิม 2 โครงการลงทุน กทพ. วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนได้กลางปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การระดมทุนผ่านช่องทางกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) เป็นแหล่งระดมทุนทางเลือกใหม่ของรัฐวิสาหกิจในการระดมทุนจากฐานนักลงทุนรายย่อยและสถาบันโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนในวงกว้างมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโครงการที่สร้างขึ้น ตลอดจนเป็นการเพิ่มช่องทางการตรวจสอบความคืบหน้าและความโปร่งใสของโครงการด้วย ขณะเดียวกันวิธีการระดมทุนดังกล่าว ยังช่วยให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำเงินทุนไปใช้ในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณ &amp;nbsp;และทำให้ประเทศสามารถใช้แหล่งเงินกู้ที่มีต้นทุนต่ำและมีจำนวนจำกัดไปลงทุนด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นและไม่สามารถหารายได้เชิงพาณิชย์ได้ เช่น ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ใช้ก่อสร้างโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก วงเงินลงทุน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E&amp;ndash;W corridor ด้านตะวันออก วงเงินลงทุน 1.43 หมื่นล้านบาท จะทำให้ กทพ. สามารถลงทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสะสมรายได้หรือรอการจัดสรรเงินกู้ในการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขนาดของสินทรัพย์และความสามารถในการสร้างรายได้ของ กทพ. ในอนาคต คาดว่าจะระดมทุนได้ในกลางปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจของรัฐ 100% โดยรัฐบาลอ้างว่าเป็นภาระต่อหนี้สาธารณะ และให้ กทพ. ไปกู้เงินจากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ที่เป็นกองทุนเอกชนมุ่งทำกำไรจากกิจการของรัฐ ว่า การค้ำประกันให้หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ ผลตอบแทนของโครงการ สถานะทางการเงินและความสามารถในการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยจะพิจารณาค้ำประกันตามประกาศของกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคำประกัน การชำระหนี้ของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงิน เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการคลังให้การค้ำประกันอยู่ภายใต้กรอบไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กทพ. เป็นหน่วยงานที่มีฐานะทางการเงินดีและดำเนินโครงการที่มีผลตอบแทนทางการเงินสูง กทพ. จึงสามารถบริหารเงินและภาระหนี้ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถชำระคืนหนี้เพื่อลดยอดหนี้คงค้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ กทพ. ไม่ต้องขอบรรจุแผนก่อหนี้/ปรับโครงสร้างหนี้ ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2561
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5832</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, งบประมาณ, นิติทัณฑ์ประภาศ, ฟิวเจอร์ฟันด์, รัฐวิสาหกิจ, สคร., เอกนิติ, ไทยแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
