<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรยังไม่คลอดมาตรการภาษีสู้โควิดรอจับตาสถานการณ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค. 2564 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรต้องขอติดตามผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ว่าจะส่งผลอย่างไรต่อผู้เสียภาษีบ้าง เบื้องต้นยังไม่มีนนโยบายจากกระทรวงการคลังให้เตรียมมาตรการช่วยเหลือ โดยผู้เสียภาษีจะต้องเริ่มยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เกิดขึ้นในปี 2563 ในรูปแบบเอกสารภายในวันที่ 31 มี.ค.2564 และ แบบออนไลน์ภายในวันที่ 8 เม.ย.2564 จากก่อนหน้านี้ที่เลื่อนเวลาให้ยื่นแบบสำหรับรายได้ในปี 2562 ได้ถึง 31 ส.ค.2563 เพื่อลดภาระให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรใน 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.-พ.ย. 63) ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่ติดลบไม่มากเมื่อเทียบกับกรมจัดเก็บอื่น ๆ เนื่องจาก มีการขยายเวลายื่นแบบเสียภาษี ทำให้มีรายได้ภาษีบางส่วน มาอยู่ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2564 โดยกรมฯ จะพยายามจัดเก็บรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายมากที่สุดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยจะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากโควิด-19 เช่น ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และ กลุ่มธุรกิจออนไลน์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะสร้างความเป็นธรรมให้ผู้เสียภาษีมากขึ้น ในโลกยุคใหม่ก็จะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจออนไลน์ แต่ไม่ได้บอกว่าออนไลน์ทุกคนต้องเสียภาษี ค้าขายออนไลน์ขาดทุนก็มี แต่กลุ่มที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ต้องมาเสียภาษีให้ถูกต้อง ให้คิดว่า เหมือนเสียค่าส่วนกลางคอนโด อยากเห็นคอนโดของเราดีไหม มีการตรวจโรค มี รปภ. ก็ต้องช่วยกัน ถ้าทุกคนหลบหนีภาษี ประเทศก็พัฒนาไม่ได้&amp;rdquo; นายเอกนิติ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ในช่วงเตรียมการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมฯ ได้แต่งตั้งทูตภาษี 119 คน ใน 119 พื้นที่ มาลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้กับผู้เสียภาษีให้ถูกต้อง เช่น กลุ่มธุรกิจออนไลน์ ถ้ามีปัญหา ไม่เข้าใจเรื่องเสียภาษี ก็สามารถติดต่อขอความรู้ได้ รวมทั้งกรมฯ มีการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) ซึ่งตรวจพบได้ทั้งหมดว่า ใครโกงภาษีตรงไหน ใครหลบเลี่ยง หรือยื่นรายได้ไม่ครบ ก็จะให้ทูตภาษีเข้าไปให้คำแนะนำ ไปเตือนก่อน เพราะไม่อยากให้ต้องไปตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งผู้เสียภาษีอาจจะต้องผิดกฎหมายและเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรมสรรพากรยืนยันว่า ในส่วนรายได้ที่มาจากมาตรการของรัฐ เช่น เราไม่ทิ้งกัน กำลังใจ คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ที่เกิดขึ้นภายในปี 2563 นั้น ถือเป็นรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี ไม่ต้องนำมารวมในการยื่นแบบ ซึ่งขณะนี้ กรมสรรพากรอยู่ระหว่างรอให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สรุปมาตรการทั้งหมดที่ออกมาภายในปี 2563 เพื่อให้กรมฯ ไปร่างกฎหมายเสนอให้ยกเว้นภาษีในรอบเดียว ส่วนมาตรการที่เกิดขึ้นในปี 2564 เช่น คนละครึ่งเฟส 2 ที่รับเงินเพิ่มคนละ 500 บาท และช่วยอีกรายละ 3,500 บาท ก็จะไปยกเว้นรวมในรอบการยื่นภาษีเสียภาษีปี 2565&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือโควิด, มาตรการภาษี, สรรพากร, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;สั่งเปรี้ยงสรรพากรเร่งขยายฐานภาษีเร่งไล่ตามผู้หลบเลี่ยง 6 ล้านรายเข้าระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.2563 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ให้เร่งขยายฐานจัดเก็บภาษี โดยในปี 2564 กรมฯ ตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงาน (Object to Key Result หรือ OKR) 2 เรื่อง คือ 1.ขยายฐานผู้เสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 5 แสนราย และ 2.จัดเก็บภาษีให้เข้าเป้าหมายที่วางไว้ 2.085 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;จากปี 2563 ที่จัดเก็บภาษีได้ 1.83 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.8 แสนล้านบาท เนื่องจากผลกระทบโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ซึ่งคิดเป็นกว่า 40% ของรายได้ของกรมฯ ที่จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐบาลที่ออกมาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศทั้งมาตรการคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน ก็จะมีภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืนมา สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขยายฐานภาษีเพิ่มอีก 5 แสนราย มาจากข้อมูลผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พบว่า ยังมีอีกกว่า 6 ล้านรายที่ไม่เคยมายื่นแบบเสียภาษี ทั้งที่เป็นธุรกิจออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้อง บางรายประกอบธุรกิจ เช่น ขายเคสโทรศัพท์มือถือออนไลน์ มีรายได้หลายแสนบาท มีเงินส่งให้ครอบครัว แต่ไม่รู้ว่าเป็นรายได้ที่ต้องยื่นแบบเสียภาษี ก็จะต้องเร่งดึงเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง ให้ความรู้ผู้เสียภาษี ซึ่งกรมมีข้อมูลทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเดือน มี.ค.นี้ ถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมฯ ก็จะเร่งไปติดตามผู้อยู่นอกฐานเสียภาษี เข้าข่ายหลบเลี่ยงอีกกว่า 6 ล้านราย มาเสียภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมา เริ่มมีผู้ประกอบการร้องเรียนมาที่กรมฯ ว่า คู่แข่งทำไมไม่เข้าสู่ระบบภาษี&amp;rdquo; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า การยื่นภาษีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2562 ที่ยื่นในปี 2563 มีจำนวนผู้ยื่นแบบรวม 9.55 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.5 แสนราย แต่มีผู้เสียภาษีจริง โดยพิจารณาจากฐานรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน ต้องเสียภาษี มีผู้เสียภาษีแค่ 3.3 ล้านรายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะต้องเร่งขยายฐานภาษีในส่วนภาษเงินได้นิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันมีการจดทะเบียนที่กระทรวงพาณิชย์กว่า 6 แสนราย แต่มาเสียภาษี (ภ.ง.ด.50/51) เพียง 4.5 แสนรายเท่านั้น จำเป็นต้องนำมาอยู่ในฐานภาษีให้หมด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้เสียภาษี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ขยายฐานภาษี, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;จ่อถก3กรมหั่นเป้ารีดภาษี!โอดโควิด-19กระทบศก.สะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค. &amp;nbsp;2563 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อปรับลดเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2564 ที่คาดว่าจะเก็บได้จริงควรเป็นเท่าไร ซึ่งตามเอกสารงบประมาณตั้งเป้าหมายให้กรมสรรพากรเก็บภาษี อยู่ที่ 2.08 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการคาดการณ์ก่อนมีผลกระทบจากโควิด-19 เศรษฐกิจยังขยายตัวดี และยังไม่ได้พิจารณาถึงผลกระทบการออกมาตรการภาษีเพื่อช่วยผู้ประกอบการและบุคคลธรรม ที่ทำให้ภาษีหายไปจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป้าหมายการเก็บภาษีของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 2564 จะลดลงกี่แสนล้านบาท ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพราะเป็นตัวเลขที่ประมาณการไว้ก่อนที่จะมีโควิด-19 ที่คาดว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี แต่ตอนนี้เหตุการณ์จริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น&amp;quot; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2563 เป้าหมายการเก็บภาษีของกรมสรรพากรตามเอกสารงบประมาณ อยู่ที่ 2.11 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้ปรับลดเป้าหมายการจัดเก็บภาษีให้เหลือ 1.82 ล้านล้านบาท และกรมฯ สามารถจัดเก็บได้จริง อยู่ที่ 1.83 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กระทรวงกำหนดประมาณ 5 พันล้านบาท แต่หากเทียบกับเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณจะต่ำกว่าประมาณ 3 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า เป้าหมายการเก็บภาษีปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ 6.3 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังปรับลดเป้าหมายที่คาดว่าจะเก็บได้จริงลงมา อยู่ที่ 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งกรมสรรพสามิตพยายามเก็บให้ได้มากกว่าเป้าหมายที่ได้ปรับลดลง โดยเพิ่มประสิทธิภาพการจะเก็บภาษีเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมสรรพสามิต จะไม่มีการเพิ่มอัตราภาษี หรือ เก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าใหม่อย่างแน่นอน เพราะในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี การขึ้นภาษีหรือการเก็บภาษีสินค้าใหม่เพิ่มจะกระทบผู้ประกอบการและผู้บริโภค ยอมรับว่าการเก็บภาษีปีนี้มีความท้าทายมาก โดยกรมฯ ตั้งเป้าหมายเก็บภาษีให้ต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณให้น้อยที่สุด&amp;quot; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เป้าหมายการเก็บภาษีของกรมฯ ในปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ 1.04 แสนล้านบาท ส่วนจะเก็บได้จริงเท่าไร อยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลัง ที่คาดว่าจะมีการหารือกันในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80361</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพชร อนันตศิลป์, ปรับเป้าจัดเก็บภาษี, ลวรณ แสงสนิท, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรจ่อถกคลังปรับเป้าจัดเก็บปีงบ64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2563 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร ในปีงบ 2564 ที่ 2.08 ล้านล้านบาท ซึ่งจะมีการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในเร็วๆ นี้ เพื่อปรับเป้าหมายการจัดเก็บลง เนื่องจากเป้าหมายเดิมตั้งไว้ก่อนมีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งยอมรับว่ามีผลกระทบกับการเก็บภาษีของกรมสรรพากรอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรจริง ๆ ในปีงบประมาณ 2564 จะเหลือเท่าไร ต้องรอหารือกับ สศค. ในเร็ว ๆ นี้ โดยรอให้จบปีงบประมาณ 2563 เพื่อดูภาษีที่เก็บได้ที่แท้จริง และประเมินภาวะเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด ส่วนในปีงบประมาณ 2563 กรมเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่จะต่ำกว่าเป้าหมายกี่แสนล้านบาท ขอดูตัวเลขเดือนสุดท้าย (เดือน ก.ย.) ก่อน เพราะเป็นเดือนที่นิติบุคคลต้องยื่นแบบและเสียภาษีรอบครึ่งปีของปี 2563&amp;quot; นายเอกนิติ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า การเก็บภาษีในเดือน ส.ค. 2563 ของกรมสรรพากรเกินเป้าหมาย 3 หมื่นกว่าล้านบาท เนื่องจากการเลื่อนการเก็บภาษีมาจากเดือนก่อนหน้า เพื่อช่วยลดภาระผู้เสียภาษี โดยกรมสรรพากรได้เร่งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจ มีการคืนภาษีไปได้แล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานการเก็บรายได้รัฐบาลล่าสุด 8 เดือนของปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.2562-พ.ค.2563) รัฐบาลเก็บรายได้สุทธิ 1.5 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.89 แสนล้านบาท โดย 3 กรมภาษีเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.18 แสนล้านบาท เป็นกรมสรรพากรเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.39 แสนล้านบาท กรมสรรพสามิตต่ำกว่าเป้าหมาย 7.09 หมื่นล้านบาท และกรมศุลกากรต่ำกว่าเป้าหมาย 8,516 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาษีกรมสรรพากร, ลดเป้าจัดเก็บ, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9137d31f881.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สรรพากร&#039;ใจดีชี้ช่องผ่อนจ่ายภาษี3เดือน!ไม่คิดดอก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.2563 &amp;nbsp;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวในงานสัมมนา &amp;ldquo;วิถีใหม่...ให้ภาษีเป็นเรื่องง่าย&amp;rdquo; (Easy Tax Transforms Your Life) ว่า การจัดเก็บรายได้ในปี 2563 จะไม่นำเรื่องเป้าหมายจัดเก็บ 2.11 ล้านล้านบาท มาเป็นที่ตั้ง เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน วันนี้ ถ้ามุ่งเก็บภาษีให้ได้ตามเป้าหมาย คนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าการเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมายเกิดจากการเลื่อนยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ไปสิ้น 31 ส.ค.2563 เพราะกรมต้องการให้ความสำคัญกับการช่วยประชาชน และเร่งคืนภาษี ซึ่งตอนนี้บุคคลธรรมดาคืนไปแล้วกว่า 95% คิดเป็น 3 ล้านคน เม็ดเงินกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ส่วนนิติบุคคลคืนแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดเก็บรายได้ของกรมในปีนี้ จะต้องมีการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อีกครั้ง โดยวัดจากการจัดเก็บรายได้เดือน ส.ค. เป็นตัวชี้ขาดว่า การเก็บรายได้ทั้งปี 2563 จะเป็นเท่าใด เนื่องจากที่ผ่านมาการทำประมาณการรายได้ อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยขยายตัว 5% แต่ขณะนี้คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว -8% โดยรายได้ที่ตั้งไว้ 2.11 ล้านล้านบาท คงไม่สามารถทำได้ในภาคปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การเก็บรายได้ในปี 2563 ยังไม่น่าห่วง เพราะเป็นการเก็บจากฐานรายได้ปี 2562 ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดที่น่าเป็นห่วงคือ รายได้ปี 2564 ที่ตั้งไว้ 2.08 ล้านล้านบาทตามเอกสารงบประมาณ จะต้องกลับมาพิจารณาในภาพใหญ่อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2563 รวม 10 ล้านราย จากปีก่อน 11.5 ล้านราย ส่วนนิติบุคคล ยื่นแล้ว 2 แสนรายจากปีก่อน 5 แสนราย โดยคาดว่าใกล้วันสิ้นสุดยื่นแบบ จะได้จำนวนใกล้เคียงกับปีก่อน โดยกรมจะพยายามสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ประกอบการค้าขายออนไลน์ ให้เข้ามายื่นแบบเสียภาษี โดยย้ำว่าสรรพากรไม่น่ากลัว ซึ่งจัดตั้งทีม ที่ปรึกษากรมสรรพากร พร้อมให้คำแนะนำผู้ค้าขายออนไลน์ สามารถเดินมาที่สรรพากรพื้นที่ เพื่อเสียภาษีถูกต้องได้ ภายในวันที่ 31 ส.ค. &amp;nbsp;
ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 กรมสรรพากรพร้อมที่จะให้ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวดไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องมีภาษีที่ชำระไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท ถ้าไม่ต้องการจ่ายครั้งเดียวก็ผ่อนชำระได้ ดีกว่าปล่อยไว้ ซึ่งจะโดยเบี้ยปรับ 1.5% ของภาษีประเมิน เป็นไปตามประมวลรัษฎากร ไม่มีผ่อนผัน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนิติบุคคล หากมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง จากการชำระภาษี ก็สามารถนำหลักฐานการชำระภาษีไปใช้ยื่นกู้กับธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เพื่อขอสินเชื่อเสริมสภาพคล่องได้ ซึ่งเป็นความร่วมมือของกรม ในโครงการสินเชื่อต่อยอดผู้ประกอบการดีชำระภาษีถูกต้อง&amp;nbsp;
นายเอกนิติ กล่าวว่า กรมสรรพากรได้นำ Digital Transformation มาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยคามสะดวกในการปฏิบัติการและชำระภาษี โดยการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการและชำระภาษีของกรมสรรพากร เกิดขึ้นภายใต้ 9 ระบบดิจิทัล ได้แก่ 1. Tax from Home ประกอบด้วย e-Registration การลงทะเบียนขอยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ต และนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านทางอีเมล, e-Filing การยื่นแบบแสดงรายการภาษีทางอินเตอร์เน็ต, e-Payment การชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Refund การคืนเงินภาษี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. My Tax Account เป็นระบบที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบสิทธิค่าลดหย่อนภาษีต่าง ๆ 3. e-donation ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรับรองข้อมูลการรับบริจาคของหน่วยรับบริจาค 4. Open API ระบบที่พัฒนาสำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมสรรพากรเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการยื่นแบบและชำระภาษีผ่านระบบออนไลน์ 5. RD Smart TAX Application นวัตกรรมใหม่ในการจัดการด้านด้านภาษี มิติใหม่ของการให้บริการธุรกรรมของภาครัฐ ผ่านแอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;
6. VRT on Blockchain ระบบการคืนเงินภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นที่ใช้ระบบเทคโนโลยีบล็อกเชนในการเชื่อมต่อข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นที่แรกของโลก 7. e-Tax Invoice&amp;amp;e-Receipt ใบกำกับภาษี รวมถึงใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้และใบรับที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. e-Withholding Tax ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเมื่อมีการจ่ายเงินได้ให้แก่ผู้รับเงินทั้งในและต่างประเทศ จะมีการนำส่งข้อมูลและภาษีพร้อมการชำระเงินผ่านธนาคารที่เป็นผู้ให้บริการในระบบดังกล่าวแทนการยื่นด้วยแบบกระดาษ ช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน ลดภาษี และสามารถตรวจสอบหลักฐานได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 1 ต.ค. นี้ และ 9. e-Stamp Duty การชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเสียภาษี เป็นการส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบ e-Business ให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนภาษี, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “คลัง”ผุดไอเดียยืดเวลายื่นภาษี3เดือนหวังคนใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังงบ63อืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้มีการขยายเวลาการยื่นและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2562 จากเดิมได้ถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2563 เป็นถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2563 ว่า เบื้องต้นเป็นการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2563 แต่ยังไม่มีคำสั่งให้ดำเนินการอย่างไร โดยการเลื่อนเวลาการยื่นและชำระภาษีบุคคลธรรมดาออกไปในทางกฎหมายทำได้ แต่ต้องเป็นนโยบายจากรัฐบาลว่าจะให้กรมสรรพากรดำเนินการหรือไม่ เพราะต้องออกเป็นกฎกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเสนอขยายเวลาเป็นข้อหารือในที่ประชุม ซึ่งผมไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่จากการคุยกับผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มีการพิจารณาว่า งบประมาณปี 2563 มีการเบิกจ่ายล่าช้ากว่ากำหนดจะทำอย่างไรให้มีเม็ดเงินเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจใจช่วงนี้ และถ้ามีการเลื่อนยื่นแบบ กฎหมายจะทำได้หรือไม่&amp;rdquo; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในหลักกาเพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ สามารถดำเนินการได้ใน 2 รูปแบบคือ 1.กรมฯ จะเร่งคืนเงินภาษีให้เร็วขึ้น โดยตั้งแต่ช่วง ม.ค.ที่ผ่านมา มีมายื่นแล้วกว่า 2 แสนราย ยังไม่มาก เพราะเพิ่งเปิดให้เริ่มยื่น ในจำนวนนี้ 80% เป็นการยื่นผ่านอินเตอร์เน็ต และกว่า 70% ที่ตรวจสอบแล้วไม่ติดปัญหาอะไร ก็คืนภาษีได้ทันทีภายใน 1-3 วัน และ 2.การเลื่อนเวลายื่นแบบภาษีออกไป จากสิ้นสุด มี.ค. เป็นเดือนใดเดือนหนึ่ง เพื่อให้คนมีเงินไปใช้จ่าย แต่ก็ต้องรอนโยบายรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยืดเวลายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, สรรพากร, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;เอกนิติ&quot;ลาออกประธานกรุงไทย โยกนั่งทหารไทยดูควบรวมธนชาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 63 &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ได้รับหนังสือแจ้งขอลาออกจากการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการธนาคาร และกรรมการธนาคาร ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง จะเข้ามานั่งเป็นประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย แทนนายเอกนิติ ซึ่งจะได้ไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี เพื่อดำเนินการเรื่องการควบรวมกับธนาคารธนชาต ให้ได้ตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;งานควบรวมทีเอ็มบีกับธนชาต เป็นงานที่ท้าทายและมีรายละเอียดที่ต้องดำเนินการมาก เพื่อให้ภายหลังการควบรวมแล้วทีเอ็มบีจะเป็นธนาคารชั้นนำอันดับต้นๆ ของไทย&amp;quot; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาออกจากกรุงไทย, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
