<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ทุ่มงบ350 ล้านฟื้นฟูทางหลวงเชื่อมเส้นทางระหว่างอุบลฯ-สปป.ลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 เม.ย.64-นายเอกพงศ์ เศรษฐมานพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2564 แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ วงเงินประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินการโครงการต่างๆ อาทิ โครงการพัฒนาทางหลวงและปรับปรุงทางหลวง จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 168 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง และอํานวยความปลอดภัยบนทางหลวง ในบริเวณสําคัญหลายแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข 226 บริเวณชุมชนห้วยขะยุง, รร.บ้านทางสาย, รพ.วารินชําราบ วงเงิน 90 ล้านบาท 2.ทางหลวงหมายเลข 23 ระหว่าง กม.242+350-กม.244+500 (บริเวณ รพ.เขื่องใน) วงเงิน 49 บาท 3.ทางหลวงหมายเลข 23 ที่ 271+900 (บริเวณจุดกลับรถ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี) วงเงิน 9 ล้านบาท และ 4.ทางหลวงหมายเลข 2050 ระหว่าง กม.18+500-กม.20+500 (บริเวณ สามแยกอําเภอเหล่าเสือโก้ก) วงเงิน 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการยกระดับ และเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง จำนวน 3 โครงการ วงเงิน 90 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.งานฟื้นฟูทางหลวง ทางหลวงหมายเลข 212 ระหว่าง กม.578+100&amp;ndash;กม.579+100 (บริเวณ ชุมชนบ้านด้ามพร้า เป็นเส้นทางเข้าสู่เมืองอุบลราชธานี และเป็นเส้นทางไปยังจังหวัดอํานาจเจริญ) วงเงิน 30 ล้านบาท 2.งานฟื้นฟูทางหลวง ทางหลวงหมายเลข 231 ระหว่าง กม.12+900&amp;ndash;กม.15+218 (บริเวณชุมชนบ้านห้วยไผ่ และเป็นเส้นทางเดินทางไปยังวัดหนองป่าพง, ตลาดเจริญศรี) วงเงิน 30 ล้านบาท และ 3.โครงการบูรณะโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างภาค ทางหลวงหมายเลข 2050 ระหว่าง กม.5+800 &amp;ndash;กม.6+840 (บริเวณ ชุมชนบ้านปลาดุก, ทางเข้า รพ. 50 พรรษา เป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางไปยังสนามบินอุบลราชธานี และเป็นเส้นทางมุ่งสู่สะพานไทย-ลาว (แขวงสาละวัน) แห่งที่ 6 วงเงิน 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีโครงการติดตั้งและซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่าง จำนวน 6 โครงการ วงเงิน 19.478 ล้านบาท ดำเนินการในบริเวณที่เป็นชุมชน และจุดเสี่ยง เพื่ออํานวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับประชาชน ผู้สัญจรในสายทาง มีทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ มีแสงสว่างเพียงพอต่อการมองเห็น และมีความปลอดภัยในการเดินทาง รวมทั้งได้จัดทําโครงการซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่าง ที่อยู่ในสภาพเสียหาย ทรุดโทรม ไม่สามารถใช้งานได้ ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข 23 ระหว่าง กม.221+600-กม.227+450 ต.ยางขี้นก อ.เขื่องใน, กม.234+810-กม.241+400 ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน วงเงิน 3.98 ล้านบาท 2.ทางหลวงหมายเลข 23 ระหว่าง กม.265+736-กม.266+312 และทางหลวงหมายเลข 2415 ระหว่าง กม.0+040-กม.3+200 (ติดตั้งใหม่) ต.หนองขอน อ.เมือง วงเงิน 5 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ทางหลวงหมายเลข 226 ระหว่าง กม. 318+700-กม. 319+324 (ติดตั้งใหม่) ต.ทาลาด อ.วารินชำราบ, กม. 324+455-กม. 325+223 (ติดตั้งใหม่) ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ วงเงิน 3 ล้านบาท 4.ทางหลวงหมายเลข 231 ระหว่าง กม.5+000-กม.9+110 ต.แจระแม อ.เมือง วงเงิน 1.99 ล้านบาท 5.ทางหลวงหมายเลข 2050 ระหว่าง กม.7+000-กม.45+948 ต.ไร่น้อย อ.เมือง ต.เหล่าเสือโก๊ก อ.เหล่าเสือโก๊ก และ ต.ขหลุ อ.ตระการพืชพล วงเงิน 3.5 ล้านบาท และ 6.ทางหลวงหมายเลข 2178 ระหว่าง กม.1+891-กม.14+225 ต.แสนสุข ต.โนนโหนน อ.วารินชำราบ วงเงิน 1.99 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ยังมีโครงการปรับปรุงเกาะกลางถนน จากเกาะสีเป็นเกาะยก บนถนนทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจรไป-กลับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ จะดำเนินการ 2 จุด ได้แก่ 1.บริเวณทางหลวงหมายเลข 226 (อุบลราชธานี-ศรีษะเกษ) ระยะทางที่จะดำเนินการในปี 2564 ประมาณ 5 กม. จากระยะทางทั้งหมด 20.84 กม. และ 2.บริเวณทางหลวงหมายเลข 2050 (อุบลราชธานี-ตระการพืชผล) ระยะทางที่จะดำเนินการประมาณ 3 กม. จากระยะทางทั้งหมด 42.71 กม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงเชื่อมเส้นทางระหว่างอุบลฯ-สปป.ลาว, ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุบลราชธานี, เอกพงศ์ เศรษฐมานพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606be070555c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนอุบลฯเฮ ทล.ทุ่มงบ 800 ล้าน ผุดอุโมงค์ทางลอด “แยกดงอู่ผึ้ง-แยกวนารมย์” ได้ใช้แน่เม.ย.65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ต.ค.63-นายเอกพงศ์ เศรษฐมานพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 231 กับทางหลวงหมายเลข 23 (แยกดงอู่ผึ้ง) พร้อมทางคู่ขนาน ระหว่าง กม.0+100-กม.4+160 ระยะทาง 4.06 กิโลเมตร (กม.) ว่า ในขณะนี้ แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 ได้ดำเนินการปิดการจราจรบริเวณสี่แยกดงอู่ผึ้ง เพื่อทำการขุดเจาะเสาเข็มก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดขนาด 6 ช่องจราจรไป-กลับ พร้อมด้วยวงเวียน ขนาด 3 ช่องจราจร ควบคู่ไปกับการดำเนินการโครงการทางแยกต่างระดับแยกวนารมย์ โดยเป็นอุโมงค์ทางลอดขนาด 4 ช่องจราจรไป-กลับ และวงเวียนขนาด 2 ช่องจราจร ซึ่งทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ใช้งบประมาณ 2 โครงการรวมวงเงินประมาณ 800 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการหลังจากได้ปิดการจราจรบริเวณดังกล่าวแล้วนั้น บริษัท ส.เขมราฐอินดรัสตรี้ จำกัด ในฐานะผู้รับจ้างโครงการฯ จะดำเนินการขุดเจาะเสาเข็มประมาณเกือบ 500 ต้น และจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างอื่นๆ ต่อไป ซึ่งภาพรวมของโครงการในขณะนี้ มีความคืบหน้าประมาณ 35% คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายใน มี.ค. 2565 ก่อนที่จะเก็บรายละเอียด และเปิดให้บริการในช่วง เม.ย. 2565 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ไทย หรือช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้กับประชาชนผู้ใช้ทาง และชาวจังหวัดอุบลราชธานี สอดคล้องกับการก่อสร้างโครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 231 กับทางหลวงหมายเลข 212 (แยกวนารมย์) ที่มีความคืบหน้าตามแผนการดำเนินการ และเปิดให้บริการของทั้ง 2 โครงการในช่วงเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการก่อสร้างโครงการทางแยกต่างระดับแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์ จังหวัดอุบลราชธานีนั้น เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าว ที่มีปริมาณจราจรหลายหมื่นคันต่อวัน ให้มีความคล่องตัว และสัญจรไป-มาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เส้นทางบริเวณแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์นั้น ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงเป็นการสนับสนุนการค้าชายแดน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว สามารถเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาวได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ในปีงบประมาณ 2564 แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 ได้รับการจัดสรรงบประมาณวงเงินประมาณ 300 กว่าล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการบำรุงรักษา และซ่อมแซมถนน รวมถึงปรับปรุงเกาะกลางถนน จากเกาะสีเป็นเกาะยก บนถนนทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจรไป-กลับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ จะดำเนินการ 2 จุด ได้แก่ 1.บริเวณทางหลวงหมายเลข 226 (อุบลราชธานี-ศรีษะเกษ) ระยะทางที่จะดำเนินการในปี 2564 ประมาณ 5 กม. จากระยะทางทั้งหมด 20.84 กม. และ 2.บริเวณทางหลวงหมายเลข 2050 (อุบลราชธานี-ตระการพืชผล) ระยะทางที่จะดำเนินการประมาณ 3 กม. จากระยะทางทั้งหมด 42.71 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุว่า สำหรับการก่อสร้างโครงการทางแยกต่างระดับแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์นั้น ทางโครงการฯ ได้เตรียมทางเลี่ยง 3 เส้นทาง เพื่อเป็นการบรรเทาการจราจรติดขัด ประกอบด้วย 1.เส้นถนนแจ้งสนิท (เข้าซอยบริเวณหน้าโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์) 2.เส้นศรีษะเกษ-ยโสธร (ใช้เส้นทางในชุมชนท่าบ่อ) และ 3.เส้นยโสธร-อำนาจเจริญ (ใช้เส้นทางในซอยคลังอาวุธ) ไป อ.ตระการฯ ก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะเช่นเดียวกัน เริ่มจากปากซอยชยางกูร 42 ออกทางการเคหะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80430</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), อุโมงค์ทางลอด, เอกพงศ์ เศรษฐมานพ, แยกดงอู่ผึ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f8668ec0967c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
