<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมบี้ดึงต่างชาติส่อง&#039;เลือกตั้ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายการเมืองหนุนต่างชาติสังเกตการณ์เลือกตั้งไทย โชว์โปร่งใสสร้างภาพลักษณ์ ฟื้นเชื่อมั่นชาวโลกก้าวสู่ประชาธิปไตย สวน &amp;quot;ดอน&amp;quot; รัฐบาลไม่โกงจะกลัวอะไร สั่งห้ามยิ่งเกิดข้อครหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ระบุไม่จำเป็นต้องให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทยว่า การมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งถือเป็นเรื่องปกติ หน่วยงานต่างๆ ก็ทำกัน แม้แต่คนของพรรคประชาธิปัตย์เคยได้รับเชิญให้ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งในต่างประเทศ การที่รัฐบาลอำนวยความสะดวกให้คนเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้ง จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าการเลือกตั้งนั้นจะมีความสุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงทำให้เกิดการยอมรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศไทย รัฐบาลจึงไม่น่ากังวลอะไร หากคิดว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คงไม่ถึงขั้นที่รัฐบาลต้องเป็นผู้เชิญให้เขาเข้ามาสังเกตการณ์ เพียงแต่หากมีองค์ไหนขอเข้ามาสังเกตการณ์ รัฐบาลเพียงอำนวยความสะดวก เพื่อทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความโปร่งใส ซึ่งคงไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะองค์กรระหว่างประเทศไม่สามารถมาจัดการอะไร หรือจะเข้ามาแทรกแซงอะไร แค่มาสังเกตการณ์ว่าการเลือกตั้งในประเทศไทยเป็นไปตามมาตรฐานประชาธิปไตยหรือไม่ และทั้งหมดอยู่ที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายของไทย ซึ่งเขาไม่สามารถเข้ามาเกี่ยวข้องได้อยู่แล้ว หากเราสามารถทำให้ชาวโลกมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งของไทยมีความเป็นประชาธิปไตย จะเป็นประโยชน์กับประเทศของเราเอง&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะมีแนวคิดห้ามต่างชาติหรือองค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทย ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์ได้ตามปกติเหมือนที่นานาอารยประเทศกระทำกัน หากมั่นใจว่าการเลือกตั้งในไทยที่กำลังจะมีขึ้นเร็วๆ นี้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่การที่รัฐบาลมีท่าทีห้ามปรามต่างชาติไม่ให้เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง จะยิ่งทำให้เกิดความสงสัย มีข้อครหานินทาว่าจะมีลับลมคมในหรือความไม่ชอบมาพากลอะไรเกิดขึ้นหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากผู้มีอำนาจและรัฐบาลไม่คิดจะทุจริตเลือกตั้งจะไปกลัวอะไร ทางที่ดีควรสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาดูได้เต็มที่ว่าการเลือกตั้งบ้านเราโปร่งใส ซึ่งในสมัยที่ตนเป็น ส.ส. เคยได้รับเชิญจากองค์กรต่างประเทศที่ทำงานร่วมกับสหประชาชาติให้ไปเป็นผู้สังเกตการณ์นานาชาติในการเลือกตั้ง และการทำประชามติมาหลายประเทศ ทำให้เกิดการยอมรับในระดับนานาชาติ จึงขอฝากให้ผู้มีอำนาจและรัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่กังวล คือการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงอยากฝากความหวังไว้ที่ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ จะไม่ถูกแทรกแซง ทำหน้าที่เป็นอิสระ โปร่งใส และปราศจากการใช้อำนาจรัฐ จึงเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้มีองค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และส่วนตัวอยากให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ปราศจากการซื้อเสียงและการใช้อำนาจรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ไม่ควรมีใครหรือหน่วยงานใดแทรกแซง กกต.จะมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไรในการเชิญองค์กรต่างชาติมาสังเกตการณ์เลือกตั้งย่อมสามารถทำได้ ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้องค์กรต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งได้ นายดอนต้องแยกให้ออกระหว่างการจัดการเลือกตั้งกับการสังเกตการณ์การเลือกตั้งนั้นแตกต่างกัน กกต.มีหน้าที่หลักอำนาจเต็มในการจัดการเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การบอกว่าให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในสถานทูตประเทศต่างๆ ช่วยเป็นหูเป็นตาได้ แต่ไม่ควรให้ชาวต่างชาติซึ่งอยู่นอกประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์นั้น ไม่ทราบว่านายดอนจะไปสร้างเงื่อนไขทำไม เพราะชาวต่างชาติที่อยู่ในสถานทูตประเทศต่างๆ ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากชาวต่างชาติที่อยู่นอกประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ เพราะเขาก็ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนองค์กรหรือประเทศของเขาอยู่แล้ว ความกลัวทำให้เสื่อม นายดอนไม่ควรละทิ้งโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือจากการจัดการเลือกตั้งเพื่อนำประเทศกลับคืนสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากล ถ้า กกต.จัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม ผลการเลือกตั้งจะทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับประเทศ&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ คณะทำงานด้านต่างประเทศ พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กกต. ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง ที่จะต้องทำให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด ควรเร่งพิจารณาเชิญนานาชาติให้เข้าร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง เพื่อแสดงความเป็นอิสระ โปร่งใส เพราะภาคประชาชนและนานาประเทศทั่วโลกต่างจับตามองการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น สังเกตได้จากรายงานข่าวที่คณะทูตได้สอบถามกับประธาน กกต. ถึงบัตรเลือกตั้ง การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ และการโหวตนายกรัฐมนตรีที่ต้องได้คะแนน 376 เสียง แสดงให้เห็นว่า ต่างชาติมีความเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยเป็นอย่างดี เป็นการแสดงความห่วงกังวลอยากให้ประเทศไทยเดินหน้ากลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลลัพธ์ในวันข้างหน้ายังไม่เป็นประชาธิปไตย ประเทศไทยมีผู้นำที่ชัดเจนว่าเป็นเผด็จการหรือสนับสนุนฟากฝั่งเผด็จการ กฎหมายของประเทศก็จะยังคงมีความไม่แน่นอน นานาประเทศก็จะขาดความเชื่อมั่น คนไทยจะยังคงเสียโอกาสในการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกพร รักความสุข หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย กล่าวว่า ตามหลักการการเลือกตั้งต้องเปิดเผย บริสุทธิ์ ยุติธรรม โดยการเลือกตั้งปกติของทุกประเทศจะเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีผู้สังเกตการณ์ ใครสนใจก็จะมา แต่สำหรับประเทศที่มีการยึดอำนาจ สังคมโลก จะเห็นว่าประเทศใดที่มีปัญหาแบบนี้ ย่อมอาจจะส่งผลต่อการสืบทอดอำนาจ เช่น หลายประเทศในแอฟริกาที่ล้มเหลว ก็มาจากการยึดอำนาจ แล้วทุจริตในการเลือกตั้ง มีการโกง ฉะนั้นเรื่องที่เป็นสากลอย่างนี้ ย่อมอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลก เราต้องยอมรับความจริงว่าเรามีการยึดอำนาจและปกครองประเทศมา 5 ปี ขณะที่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ เขาก็ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการเอาเปรียบอย่างถูกกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้รัฐธรรมนูญจะให้ใช้ระบบที่ประชาชนมีส่วนร่วมคือไพรมารีโหวต แต่คำสั่งมาตรา 44 ฉบับที่ 13, 16 สะท้อนว่าเป็นการลดเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญวางหลักการเอาไว้ ให้สามารถสรรหาผู้สมัครได้ถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคที่เขาจัดตั้งอาจจะทำไม่ทัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกติกาเหล่านี้ ทำให้คนทั้งในและต่างประเทศมีสิทธิ์จะคิดว่าผู้ที่ยึดอำนาจและปกครองประเทศมา 5 ปี อาจจะติดใจรสชาติอำนาจ การเอาเปรียบอย่างถูกต้องตามกฎหมายมันก็เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้&amp;rdquo; นายเอกพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรจะเปิดโอกาสให้องค์กรต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งได้ หากว่ามั่นใจว่าทำถูกต้อง ก็เชิญมาเลย กลัวอะไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24378</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เอกพร รักความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c165649b4161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยติ่ง&#039;ประกาศกลางเวทียุติบทบาทหัวหน้าพรรค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ธ.ค.61-ที่เดอะฮอล วิภาวดีรังสิต 64 พรรคพลเมืองไทยได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 3 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคจากพลังพลเมืองไทยเป็นพลเมืองไทย โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรค &amp;nbsp;นายเอกพร รักความสุข เลขาธิการพรรค นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ อดีตรมช.มหาดไทย น.ส.ศิลัมภา เลิศนุวัฒน์ โฆษกพรรค พร้อมสมาชิกพรรค 300 คน เข้าร่วมประชุมโดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัมพันธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันการเมืองเปลี่ยนแปลงไปเยอะ มีหลายพรรคที่สนับสนุนคนหนุ่มสาวหรือคนรุ่นใหม่เข้ามานั้งในคณะกรรมการบริหารพรรค &amp;nbsp;จึงทำให้ตนและคณะกรรมการบริหารพรรคกลับมาทบทวนและเห็นตรงกันว่าพรรคจะสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมานั่งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้ก้าวทันสถานการณ์บ้านเมืองและการเลือกตั้งในปัจจุบัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาพรรคพลเมืองไทยถือว่ามีความก้าวหน้า มากกว่าที่ตนคิดไว้ ซึ่งพรรคไม่ได้รับผลกระทบจากกระแสดูดแต่อย่างใด ดังนั้นวันนี้ (10 ธ.ค.) ตนจึงตัดสินใจขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พร้อมเสนอชื่อ นายเอกพร รักความสุข ให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อให้ที่ประชุมได้ร่วมกันลงคะแนนเสียงผ่านแอพพลิเคชันไลน์ พร้อมมอบหมายให้นายเกียรติชัย &amp;nbsp;ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอกพร กล่าวว่า สำหรับแนวความคิดการเปลี่ยนชื่อพรรคจากเดิมชื่อ พรรคพลังพลเมืองไทย เป็นพรรคพลเมืองไทย (พพพ.) เนื่องจากตนไม่คิดว่ากระแสสถานการณ์การเมืองไทยจะมีมากมายขนาดนี้ โดยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคมีชื่อพ้องในลักษณะเดียวกันที่ใช้คำว่า &amp;quot;พลัง&amp;quot; ส่งผลให้ประชาชนเกิดความสับสนและเข้าใจผิด &amp;nbsp;อีกทั้งยังถูกจัดกลุ่มการเมืองจนหลายคนมองว่า พรรคตนเป็นพรรคเดียวกับที่มีกระแสดูดนักการเมืองตามกระแสข่าวที่ผ่านมา ซึ่งตนยืนยันว่าอุดมการณ์ทางพรรคการเมืองของเราคือต้องการมีอิสระทางการเมือง &amp;nbsp;ผ่านการทำให้พลเมืองไทยทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกรัฐบาลชุดใหม่ จึงทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นว่าตำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;quot;พรรคพลเมืองไทย&amp;quot; โดยที่ตัดคำว่าพลังทิ้งไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมพรรคได้รับรองชื่อพรรค ชื่อย่อ เครื่องหมายพรรค ข้อบังคับพรรค จากนั้นที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 17 คน จากเดิมที่มี 35 คน โดยเลือก นายเอกพร รักความสุข เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมรองหัวหน้าพรรค 4 คน ประกอบด้วย นายสุลาติ บรรดาศักดิ์ น.ส.ศิลัมภา เลิศนุวัฒน์ นายภูตะคา ชัยเชาวรัตน์ &amp;nbsp; นายกริช กงเพชร โดยเลือกนายสมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล เป็นเลขาธิการพรรค &amp;nbsp; พร้อมรองเลขาธิการพรรค 4 คน ประกอบด้วย &amp;nbsp;พ.ต.ท.อนุรักษ์ จิรจิตร นายพลสิทธิ์ เติมทรัพย์สาร นายสรโชติ อำพันวงษ์ น.ส.จุฑาวรรณ คะชา &amp;nbsp;นายสัญญพงศ์ ภู่ประดิษฐ์ศิลป์ โดยเลือกนายสุรพัศ ประภาพร เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค &amp;nbsp;พร้อมเลือกนายธนชาติ แสงประดับธรรมโชติ เป็นโฆษกพรรค ทั้งนี้ยังเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค 6 คน ประกอบด้วย นายศศิพงษ์ ประมวล นายพิพัฒน์ ธรรมสิทธิ์ น.ส.ณิชาภัทร์ มูลสภา นายณรงค์ ไปวันเสาร์ และนายนพดล ฉัยยา &amp;nbsp; อย่างไรก็ตามในช่วงท้าย นายเอกพร ได้เสนอที่ประชุมแต่งตั้งให้นายสัมพันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และการเลือกตั้ง และให้นายเกียรชัย เป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23904</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, พรรคการเมือง, พรรคพลเมืองไทย, เลือกตั้ง, เอกพร รักความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0e09e81af46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเก่าแม้วชูพรรคใหม่ &#039;พลังพลเมือง&#039; ปลอดนายบงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค. 61 - นายเอกพร รักความสุข อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคพลังพลเมืองว่า พรรคนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายท่านมองตรงกันว่า บ้านเมืองในขณะนี้ควรที่จะมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นโดยนำเสนอเรื่องของกรอบแนวความคิดหรือไม่ เพราะตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราผ่านการยึดอำนาจมาแล้วถึง 2 ครั้ง นักการเมืองได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งวันนี้นักการเมืองเสียหายมาก และสภาพแต่ละพรรคก็เรียกว่ามีปัญหา ดังนั้น จึงมองกันว่าเราควรจะทำพรรคการเมืองที่เป็นแบบบริษัทมหาชนดีหรือไม่ ที่ต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างถูกต้อง มีการตรวจสอบและมีกติกาที่ชัดเจนของตลาดหลักทรัพย์คอยกำกับ ซึ่งก็เหมือนกับพรรคการเมืองที่มีรัฐธรรมนูญคอยกำกับเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกพร กล่าวว่า พรรคการเมืองใหม่่จะทำให้หลีกหนีพ้นจากกับดักเดิมๆ ที่ยึดติดเรื่องตัวบุคคล เพราะพรรคการเมืองใหม่จะขายเรื่องของแนวความคิด จึงเป็นที่มาของชื่อพรรคพลังพลเมือง แต่รายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น อยากขอให้รอวันที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคพลังพลเมืองนั้น ทุกคนจะเป็นเจ้าของพรรค โดยวัตถุประสงค์ให้เป็นพรรคการเมืองแบบสวิตเซอร์แลนด์คือ มีคนหลากหลายช่วงวัยซึ่งผ่านการเลือกตั้งมาอย่างโชกโชน และมีประสบการณ์มากมาย เข้ามาทำงานร่วมกัน มีทั้งอดีตส.ส.จากทุกพรรคการเมือง และอดีตรัฐมนตรีจากหลายกระทรวง ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตพรรคก็จะยังสามารถยืนอยู่ได้ ทำให้ไม่ติดอยู่กับความขัดแย้งเดิม และเมื่อถึงรุ่นลูกรุ่นหลานก็จะเข้ามาสืบทอดเจตนารมณ์ของพรรคต่อไป พรรคพลังพลเมืองจะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ยึดความเห็นพ้องต้องกันของทุกคนในพรรคเป็นหลัก ไม่ใช่พรรคที่รอให้นายมาสั่ง ทุกคนจะมาร่วมกันคิดและรับผิดชอบผลที่ทำด้วยกัน&amp;quot;นายเอกพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกพรกล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคจะเสนอกับประชาชนนั้น จะเป็นการต่อยอดจากสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของบ้านเมือง เหมือนวันนี้เขามีรถให้เราขับ เราก็ทนขับไปก่อน เพียงแต่เราจะเอาคนที่มีความเป็นมืออาชีพมาขับ ใช้สโลแกนของพรรคว่า &amp;quot;พลังคนไทย ก้าวใหม่ที่มั่นคง&amp;quot; วันนี้ถ้าเราไม่คิดอะไรที่แตกต่างมันจะไปไม่ได้ และกติกาใหม่ในวันนี้มองว่า พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่นั้นจะมีโอกาสมากกว่าเดิม สมมุติว่าหากผู้สมัครของพรรคได้ลำดับที่ 2 ในแต่ละเขตเลือกตั้ง ตรงนี้จะทำให้พรรคยังได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้น เราต้องกล้าใช้้ความคิดนำเสนอให้ประชาชนได้เห็น เพราะเมื่อเรากล้าที่จะใช้ความคิดมานำเสนอ ก็น่าจะทำให้อยู่ในความสนใจของประชาชน และหากประชาชนให้โอกาส เราก็อาจจะได้ส.ส.เขตเพิ่มด้วยก็ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากwww.mcru.ac.th.jpg&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1432</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรค, เลือกตั้ง, เอกพร รักความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a6343a8e3e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
