<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักโทษแก๊งค้ายาเปิดสงครามในคุกเอกวาดอร์ ฆ่ากันตาย116ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักโทษที่เป็นสมาชิกแก๊งค้ายาเปิดสงครามนองเลือดในคุกเอกวาดอร์เมื่อคืนวันอังคาร ประธานาธิบดีกิเยร์โม ลัสโซ ยืนยันมีนักโทษโดนฆ่าตายอย่างน้อย 116 คน โดย 6 คนถูกตัดหัว และมีคนบาดเจ็บอีกเกือบ 80 คน รัฐบาลต้องส่งทหารคุมรอบพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวของนักโทษร้องไห้ขณะรอฟังข่าวอยู่ด้านนอกเรือนจำลิตอรัลในเมืองกัวยากิลเมื่อวันพุธ ภายหลังนักโทษเปิดศึกนองเลือดเมื่อคืนก่อนหน้านั้น (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน กล่าวว่า เหตุรุนแรงนองเลือดเกิดขึ้นภายในเรือนจำลิตอรัล เมืองกัวยากิล เมื่อคืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น นักโทษเปิดสงครามกันภายในคุกโดยใช้ทั้งอาวุธปืนและลูกระเบิดมือ โดยเชื่อว่าเป็นการปะทะกันระหว่างนักโทษสมาชิกแก๊งค้ายาเม็กซิกัน หลักๆ คือแก๊งซินาโลอาและฮาลิสโกนิวเจเนอเรชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงต่อประชาชนเมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีลัสโซเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดในเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ว่าเพิ่มเป็น 116 คนแล้ว ก่อนหน้านั้นลัสโซทวีตว่า เขาได้ประกาศ &amp;quot;สภาวะยกเว้น&amp;quot; ซึ่งจะอนุญาตให้เขาระงับสิทธิและใช้กำลังตำรวจในการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำเอกวาดอร์กล่าวด้วยว่า เขาจะประชุมคณะกรรมการด้านความมั่นคงในเมืองกัวยากิล เพื่อควบคุมเหตุการณ์ฉุกเฉิน และรับประกันการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารและรถถัง 1 คันถูกส่งมารักษาการณ์รอบนอกเรือนจำในวันพุธ ขณะที่ตำรวจ ซึ่งขี่ม้าลาดตระเวนริมรั้ว เผชิญหน้ากับสมาชิกครอบครัวของนักโทษที่วิตกต่อชะตากรรมของผู้ต้องขังภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงคนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า พวกเราอยากรู้ข้อมูลเพราะตอนนี้ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคนในครอบครัวและลูกชายของพวกเราที่อยู่ข้างใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจำนวนนักโทษที่ยืนยันแล้วว่าเสียชีวิต 116 คนนั้น มี 6 คนโดนตัดศีรษะ และมีคนบาดเจ็บอีกเกือบ 80 คน ตำรวจเผยด้วยว่า มีตำรวจบาดเจ็บ 2 นายระหว่างปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่แล้วโดนนักโทษโจมตีด้วยอาวุธปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้ ระบบทัณฑสถานของเอกวาดอร์กลายเป็นสมรภูมิระหว่างนักโทษหลายพันคนที่เกี่ยวพันกับแก๊งค้ายาเสพติดเม็กซิกัน การปะทะกันระหว่างแก๊งในเรือนจำลิตอรัลเมื่อวันอังคารเป็นเหตุการณ์รุนแรงครั้งล่าสุดในปีนี้ที่ทำให้มีนักโทษเสียชีวิตแล้วเกือบ 200 คน และเป็นเหตุการณ์นองเลือดที่สุดเท่าที่เคยมีรายงานในเรือนจำของเอกวาดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ปีนี้ เกิดเหตุการณ์ก่อจลาจลในเรือนจำ 4 แห่งโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งรวมถึงในเรือนจำที่กัวยากิลแห่งนี้ มีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 79 ราย หลายคนโดนตัดศีรษะ อีกเหตุการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม มีนักโทษเสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118358</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลในคุก, เรือนจำลิตอรัล, เอกวาดอร์, แก๊งค้ายาเปิดศึกในคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61559164a0a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จลาจลในคุกเอกวาดอร์ นักโทษฆ่ากันเอง75ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุจลาจลในเรือนจำแออัด 3 แห่งของเอกวาดอร์เมื่อวันอังคาร เมื่อแก๊งคู่อริเปิดฉากต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่จนเป็นเหตุให้มีนักโทษเสียชีวิตรวมอย่างน้อย 75 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจรักษาการณ์ภายในเรือนจำกัวยากิลเมื่อวันพุธ ขณะที่ด้านนอกญาติของนักโทษมาเฝ้ารอข่าวภายหลังเกิดจลาจลนองเลือดในคุก (Photo by Marcos Pin Mendez/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่ถือเป็นการจลาจลนองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในเรือนจำของเอกวาดอร์ เกิดภายในเรือนจำ 3 แห่งในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อช่วงสายของวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลต้องส่งตำรวจปราบจลาจลและทหารเข้าควบคุมสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ดมุนโด มอนกาโย ผู้อำนวยการเอสเอ็นเอไอ ที่เป็นองค์กรกำกับดูแลทัณฑสถานของเอกวาดอร์ กล่าวในช่วงค่ำวันอังคารว่า มีนักโทษเสียชีวิต 33 คนที่เรือนจำในเมืองกูเอนซา, 21 คนที่กรุงกัวยากิล และอีก 8 คนที่ลาตาคุงกา แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า มีนักโทษตายเพิ่มอีก 13 คน โดยไม่ได้ระบุว่าจากเรือนจำแห่งใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีตำรวจเสียชีวิต เรือนจำทั้ง 3 แห่งนี้มีนักโทษถูกคุมขังรวมกันคิดเป็นร้อยละ 70 ของทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า การต่อสู้มีชนวนเหตุจากการแย่งชิงความเป็นใหญ่ภายหลังผู้นำแก๊งคนหนึ่งโดนฆ่าตายเมื่อเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอนกาโยกล่าวว่า เกิดความตึงเครียดมากขึ้นในเรือนจำหลายแห่งตั้งแต่ฮอร์เก ลูอิส ซัมบราโน หัวหน้าแก๊งโชเนรอส โดนยิงตาย ไม่กี่เดือนหลังออกจากคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า ระหว่างอยู่ในคุกนั้น ซัมบราโนและแก๊งของเขาดูแลขบวนการค้าของเถื่อน, ค้ายา และขูดรีด ภายในคุกหลายแห่งของเอกวาดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาตริซิโอ ปัซมินโย รัฐมนตรีมหาดไทยกล่าวว่า&amp;nbsp; เชื่อว่าการต่อสู้นองเลือดเมื่อวันอังคารเกิดจากการแย่งชิงตำแหน่งของซัมบราโน และมีการวางแผนและจัดการมาอย่างดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94179</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลในคุก, นักโทษก่อจลาจล, เอกวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60365eae11a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยตำรวจเอกวาดอร์เก็บศพตามบ้านได้กว่า 770 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เอกวาดอร์เผย ตำรวจที่ถูกส่งไปเก็บศพที่ตกค้างตามบ้านเรือนประชาชนในเมืองท่ากัวยากิลช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถเก็บศพได้ 771 ศพ หลังจากโควิด-19 ระบาดหนักในเมืองนี้ทำให้หน่วยงานกู้ภัยฉุกเฉิน, โรงพยาบาล และสถานประกอบพิธีฝังศพรองรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 6 เมษายน ศพถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกและใช้กล่องกระดาษคลุม ถูกวางไว้ข้างถนนใกล้สี่แยกของถนนมาราไกโบและบูเอโนสไอเรส ในเมืองกัวยากิลของเอกวาดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 อ้างคำกล่าวของฮอร์เก วาเต็ด หัวหน้าทีมตำรวจ-ทหารที่รัฐบาลเอกวาดอร์จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาวุ่นวายสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่าคณะทำงานเฉพาะกิจของเขาเก็บรวบรวมศพตามบ้านเรือนประชาชนในเมืองท่ากัวยากิลได้มากกว่า 700 ศพช่วงหลายสัปดาห์มานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วาเต็ดเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ต่อมาเมื่อวันอาทิตย์ว่า ปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจทหาร-ตำรวจช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถเก็บศพตามบ้านได้ 771 ศพ และยังเก็บศพจากโรงพยาบาลที่ห้องเก็บศพเต็ม ได้อีก 631 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ศพเหล่านี้ตายด้วยสาเหตุใด โดยในจำนวนนี้ 600 ศพ เจ้าหน้าที่จัดการฝังศพให้เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัวยากิลเป็นเมืองท่าริมมหาสมุทรแปซิฟิกและเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีประชากรเกือบ 3 ล้านคน เมืองนี้เป็นเมืองเอกของจังหวัดกัวยาสซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 70% ของผู้ติดเชื้อในประเทศ ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลระบุว่า เฉพาะเมืองกัวยากิลมีผู้ติดเชื้อ 4,000 คน จากผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ 7,500 คน นับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพและตำรวจเริ่มเคลื่อนย้ายศพจากบ้านเรือนประชาชนหลังจากห้องเก็บศพตามโรงพยาบาลในเมืองนี้ไม่สามารถรองรับไหวเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ทำให้การชันสูตรศพและการบรรจุฝังศพทำได้ล่าช้า และไม่ทันช่วงเวลาก่อนการเคอร์ฟิว 15 ชั่วโมงที่รัฐบาลประกาศใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมืองกัวยากิลหลายคนโพสต์วิดีโอลงโซเชียลมีเดีย เผยสภาพที่ศพหลายศพถูกวางทิ้งไว้ริมถนน พร้อมกับข้อความจากครอบครัวผู้วายชนม์ขอให้ช่วยฝังศพเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนเมษายน วาเต็ดกล่าวไว้ว่า ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เคยประเมินว่า การเสียชีวิตที่เกี่ยวโยงกับโควิด-19 ในช่วงหลายเดือนนี้จะอยู่ระหว่าง 2,500-3,500 ศพ แค่ในจังหวัดกัวยาสจังหวัดเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63019</URL_LINK>
                <HASHTAG>เก็บศพ, เมืองกัวยากิล, เอกวาดอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e941d68bcfea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝังไม่ทัน  เอกวาดอร์ย้ายศพเก็บในตู้คอนเทนเนอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเมืองกัวยากิลตายเป็นใบไม้ร่วง รัฐบาลเอกวาดอร์ต้องย้ายศพไปเก็บไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นแทน หลังจากห้องดับจิตและโรงพยาบาลรองรับไม่ไหว ขณะประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ยอมรับยอดสังเวยไวรัสจริงสูงกว่าตัวเลขทางการ ซึ่งอยู่ที่ 318 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติของมาเรีย ซาโมโรา ที่เสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว กลางร่มบังแดดให้ศพของนาง ที่ถูกนำมาวางไว้บนม้านั่งริมทาง ในเมืองกัวยากิล เพื่อรอเจ้าหน้าที่มาเก็บศพเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานในเว็บไซต์ของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 เปิดเผยสภาพที่น่าสะเทือนใจภายในเมืองกัวยากิล เมืองใหญ่สุดของเอกวาดอร์ ที่กำลังเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่รัฐบาลเอกวาดอร์ยืนยันเมื่อวันเสาร์ มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว 318 ราย แต่ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ยอมรับในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าตัวเลขที่แท้จริงมีแนวโน้มสูงกว่านี้มาก โดยเจ้าหน้าที่ทางการออกเก็บศพตามบ้านเรือนประชาชนและท้องถนนได้มากกว่า 100 ศพต่อวัน และคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในจังหวัดกัวยัส ที่มีกัวยากิลเป็นเมืองเอก อาจสูงถึง 3,500 คน รัฐบาลกำลังสร้างค่ายพิเศษเตรียมไว้ฝังศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สาเหตุที่มีศพตกค้างตามบ้านจำนวนมาก เนื่องจากมาตรการกักกันโรคและเคอร์ฟิวทำให้ไม่สามารถฝังศพได้ทัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยืนยันว่ามีกี่ศพที่เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา เพราะการตรวจเชื้อทำได้อย่างจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซินเธีย วิเตรี นายกเทศมนตรีเมืองกัวยากิล เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็น 3 ตู้ ตู้ใหญ่สุดมีความยาวประมาณ 12 เมตร ไว้ตามโรงพยาบาลของรัฐในเมืองนี้ เพื่อเก็บรักษาศพจนกว่าจะเตรียมหลุมฝังศพได้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลเตโอโดโร มัลโดนาโด การ์โบ ในเมืองกัวยากิลเมื่อวันเสาร์ ช่างภาพของรอยเตอร์ถ่ายภาพที่บุคลากรทางการแพทย์ในชุดป้องกันเชื้อ เคลื่อนย้ายศพหลายศพที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติก ออกจากห้องเก็บศพของโรงพยาบาลโดยวางบนไม้ลังติดล้อ ย้ายไปเก็บในตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า โรคระบาดครั้งนี้หนักหนาเกินขีดความสามารถที่โรงพยาบาลจะรองรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ รัฐบาลเอกวาดอร์เปิดเผยด้วยว่า รัฐบาลจะใช้ระบบดิจิทัลเก็บข้อมูล เพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตตรวจสอบได้ว่าศพญาติตนถูกฝังไว้ที่ใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวยากิล, เก็บศพ, เอกวาดอร์, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89741706e0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกวาดอร์สลด ทหาร-ตำรวจตามเก็บศพในบ้าน-ริมถนนแล้ว 150 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ล้มตายจนเก็บศพไม่ทัน รัฐบาลเอกวาดอร์ประกาศสร้าง &amp;quot;ค่ายพิเศษ&amp;quot; สำหรับเก็บร่างเหยื่อไวรัสโคโรนาในเมืองกัวยากิล หลังจากทหาร-ตำรวจออกเก็บศพถูกทิ้งไว้ตามบ้านและท้องถนนได้อย่างน้อย 150 ศพในช่วงไม่กี่วัน ประธานาธิบดีเตือนจังหวัดนี้อาจเสียชีวิตถึง 3,500 คนภายในไม่กี่เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ในชุดป้องกันเชื้อช่วยเคลื่อนย้ายโลงศพขึ้นรถกระบะ ด้านหน้าโรงพยาบาลเดลกวสโมในเมืองกัวยากิล เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 เอกวาดอร์มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว 120 คน จากผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้ว 3,163 คน แต่ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ตัวเลขอย่างเป็นทางการซึ่งนับว่าสูงที่สุดชาติหนึ่งในภูมิภาคลาตินอเมริกัน ยังต่ำกว่าความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรโนกล่าวว่า ตำรวจและทหารที่ได้รับมอบหมายให้ฝังร่างเหยื่อไวรัสโคโรนา ตามเก็บศพจากบ้านประชาชนได้มากถึงวันละ 150 ศพที่เมืองกัวยากิล เพิ่มเติมจากที่เคยเก็บศพได้ 30 ศพเมื่อหลายวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านในเมืองกัวยากิล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเอกวาดอร์ ร้องเรียนกันว่า พวกเขาไม่สามารถจัดการกับศพญาติพี่น้องได้ เนื่องจากมาตรการกักกันโรคที่เข้มงวด และเคอร์ฟิวนาน 15 ชั่วโมงในเมืองนี้ ชาวบ้านหลายคนยังเผยแพร่วิดีโอทางโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นศพถูกวางทิ้งไว้บนถนนหลายสาย บางคนก็ประกาศข้อความให้เจ้าหน้าที่มาเก็บศพสมาชิกในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า สัปดาห์ที่แล้วเจ้าหน้าที่เอกวาดอร์เผยว่าพวกเขาเก็บศพ 100 ศพจากบ้านประชาชนในเมืองท่าแห่งนี้ แต่ถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่ามีกี่ศพที่เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลกล่าวขอโทษในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันพุธว่า เจ้าหน้าที่ห้องดับจิตไม่สามารถไปเก็บศพได้ทันเพราะเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเอสเตบัน ออร์ติส แห่งมหาวิทยาลัยอเมริกาในเอกวาดอร์ ระบุว่า กัวยากิล ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดกัวยัส เป็นเมืองที่มีอัตราการเสียชีวิตเพราะโควิด-19 สูงที่สุดในลาตินอเมริกา ที่ 1.35 ศพต่อประชากร 100,000 ราย มากกว่านครเซาเปาลู ศูนย์กลางการระบาดของบราซิล ซึ่งอยู่ที่ 0.92 ศพต่อประชากร 100,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อคนแรกในเอกวาดอร์เป็นหญิงชาวเอกวาดอร์อายุ 71 ปีที่เดินทางจากสเปนมายังเมืองกัวยากิลเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึงขณะนี้ทั้งจังหวัดกัวยัสมีผู้ติดเชื้อคิดเป็นราว 70% ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมโรโนกล่าวด้วยว่า รัฐบาลคาดคะเนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในจังหวัดกัวยัส ซึ่งมีประชากร 3.8 ล้านคน แห่งนี้จะอยู่ระหว่าง 2,500-3,000 ศพภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า และรัฐบาลกำลังสร้างค่ายพิเศษสำหรับเก็บร่างผู้ที่เสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61956</URL_LINK>
                <HASHTAG>เก็บศพ, เมืองกัวยากิล, เอกวาดอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e8729e2d3c28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอกวาดอร์ตกลงฟื้นอุดหนุนน้ำมัน ม็อบยุติประท้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จบด้วยดี ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน แห่งเอกวาดอร์ เปิดอกคุยกับผู้นำองค์กรชนพื้นเมืองที่ยกขบวนมาประท้วงในเมืองกรุงเกือบ 2 สัปดาห์ ได้ความเห็นพ้องว่ารัฐบาลจะยกเลิกมาตรการเลิกอุดหนุนเชื้อเพลิงที่ทำให้น้ำมันแพงขึ้นกว่าเท่าตัว และผู้ประท้วงยินยอมสลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนพื้นเมืองชาวเอกวาดอร์ฉลองด้านนอกศูนย์วัฒนธรรมในกรุงกีโตเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน บรรลุข้อตกลงกับตัวแทนกลุ่มชนพื้นเมือง เพื่อยุติการประท้วงรุนแรงเกือบ 2 สัปดาห์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายมีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 โดยผู้แทนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และคริสตจักรคาทอลิกทำหน้าที่คนกลางไกล่เกลี่ย ภายหลังประธานาธิบดีโมเรโนเจรจากับไฮเม วาร์กัส ผู้นำองค์กรร่มของกลุ่มชนพื้นเมือง CONAIE เป็นเวลานาน 4 ชั่วโมงในกรุงกีโต ซึ่งถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทั้ง 2 ฝ่ายก็บรรลุความตกลงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมที่อ่านโดยผู้แทนยูเอ็นกล่าวว่า ตามข้อตกลงนี้ฝ่ายผู้ประท้วงจะยุติการระดมคนจากทั่วประเทศ และจะให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูความสงบ ส่วนรัฐบาลจะเพิกถอนคำสั่งยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำประกาศยุติการประท้วง ประชาชนนับหมื่นคนพากันออกมาเฉลิมฉลองในกรุงกีโต บ้างโบกธงชาติ บีบแตรรถ บางคนจุดดอกไม้ไฟฉลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรโนประกาศยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อกู้เงิน 4,200 ล้านดอลลาร์ คำสั่งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มชนพื้นเมืองที่เป็น 1 ใน 4 ของประชากร 17.3 ล้านคน และส่วนใหญ่มีฐานะยากจน พากันชุมนุมประท้วงในหลายเมือง และนัดระดมพลกันที่เมืองหลวงเมื่อวันพุธที่แล้ว พวกเขายังยึดโรงน้ำมัน 3 แห่ง และทำให้การจัดส่งน้ำมันถูกระงับเกิน 2 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การปะทะรุนแรงในช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 1,349 ราย และมีคนถูกจับกุม 1,152 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในเมืองหลวงทำให้โมเรโนต้องย้ายรัฐบาลของเขาไปยังเมืองกัวยากิล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเอกวาดอร์ และประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ผู้ประท้วงยังคงก่อความรุนแรง สำนักงานกรมบัญชีกลางถูกวางเพลิง สถานีโทรทัศน์ 1 แห่ง และหนังสือพิมพ์ 1 แห่งถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้โมเรโนตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและสั่งการให้กองทัพควบคุมความไม่สงบ กระทั่งผู้นำกลุ่มชนพื้นเมืองยินยอมเจรจา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48032</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนพื้นเมืองเอกวาดอร์, ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, มาตรการรัดเข็มขัด, ยุติการประท้วง, อุดหนุนเชื้อเพลิง, เอกวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da4665166c4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอกวาดอร์ประกาศเคอร์ฟิว สั่งทหารคุมกรุงกีโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน แห่งเอกวาดอร์ประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและปริมณฑลเมื่อวันเสาร์ สั่งการให้กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะการประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดเกิดความรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 11 แกนนำชนพื้นเมืองยินยอมเปิดการเจรจากับรัฐบาลแล้วในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควันไฟพวยพุ่งจากอาคารสำนักงานกรมบัญชีกลางในกรุงกีโต ที่โดนผู้ประท้วงวางเพลิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 ว่า องค์การสหประชาชาติและคริสตจักรคาทอลิกของเอกวาดอร์ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า การเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลเอกวาดอร์กับองค์กรตัวแทนของกลุ่มชาวพื้นเมืองกำหนดมีขึ้นที่กรุงกีโตวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ องค์กร CONAIE ซึ่งเป็นองค์กรร่วมของชนพื้นเมืองที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรเอกวาดอร์ 17.3 ล้านคน และเป็นแกนนำการเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ปฏิเสธที่จะเจรจาตามข้อเสนอของประธานาธิบดีโมเรโน และยืนยันจะชุมนุมประท้วงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการเอกวาดอร์กล่าวว่า การประท้วงทำให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 6 ราย บาดเจ็บหรือถูกจับกุมเกือบ 2,100 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผู้ประท้วงได้โจมตีสถานีโทรทัศน์ 1 แห่งและหนังสือพิมพ์ 1 แห่ง และยังวางเพลิงสำนักงานของกรมบัญชีกลางในกรุงกีโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีโมเรโนตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกีโตและพื้นที่โดยรอบ เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 15.00 น. หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม รวมถึงยังได้วางกำลังทหารและตำรวจ 75,000 นาย และประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลโดยรอบอาคารที่ทำการของรัฐบาล แต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรโนกล่าวว่า เขาได้ออกคำสั่งให้กองบัญชาการร่วมของกองทัพใช้มาตรการและปฏิบัติการที่จำเป็นทันทีเพื่อควบคุมความรุนแรงที่บานปลายเกินจะยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อโมเรโนสั่งยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นเกินเท่าตัว โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเพื่อกู้เงิน 4,200 ล้านดอลลาร์จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ&amp;nbsp; (ไอเอ็มเอฟ) การประท้วงรุนแรงทำให้โมเรโนต้องย้ายรัฐบาลของเขาไปประจำการที่เมืองกัวยากิล เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และยังกระทบต่อการผลิตน้ำมันของเอกกวาดอร์ กระทรวงพลังงานต้องระงับการจัดส่งน้ำมันดิบเกิน 2 ใน 3 หลังจากผู้ประท้วงยึดโรงงานน้ำมัน 3 แห่งในเขตแอมะซอนเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงเมื่อวันเสาร์ โมเรโนกล่าวโทษอดีตประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรอา ที่กำลังลี้ภัยอยู่ในยุรป และประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา อีกครั้งว่าอยู่เบื้องหลังวิกฤติครั้งนี้เพื่อบั่นทอนเสถียรภาพของเอกวาดอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงกีโต, ต้านมาตรการรัดเข็มขัด, ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน, ม็อบชนพื้นเมือง, เคอร์ฟิว, เอกวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da31fcfa8163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
